- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 112: มังกรศักดิ์สิทธิ์สยบวิญญาณ!
ตอนที่ 112: มังกรศักดิ์สิทธิ์สยบวิญญาณ!
ตอนที่ 112: มังกรศักดิ์สิทธิ์สยบวิญญาณ!
ถังซานขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเนตรปีศาจสีม่วงฉายแววเย็นชา เขาจำอาวุโสสำนักโย่วหมิงผู้นี้ได้แม่นยำ จากการพบกันครั้งก่อน ณ หลุมยุบในทุ่งร้างกระดูกขาว ชายผู้นี้มีนิสัยปลิ้นปล้อนและเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่ใช่คนที่จะคบหาได้โดยสนิทใจ
อาวุโสสำนักโย่วหมิงกัดฟันฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการถูกกลิ่นอายมรณะกัดกิน พยายามพยุงตัวขึ้นนั่งพลางปั้นยิ้มประจบสอพลอที่ดูอัปลักษณ์ยิ่งกว่าการร้องไห้ ส่งไปยังถังฮ่าวและถังซาน
"ท่านผู้อาวุโสถัง... นายน้อยถัง... ขอบคุณ... ขอบคุณที่เมตตาให้พวกข้าเข้ามาหลบภัย!"
"ตัวข้านามว่า หมิงจิ่วโยว เป็นมหาบริรักษ์ของสำนักโย่วหมิง ยินดี... ยินดีจะใช้ร่างกายที่เหลือเพียงครึ่งซีกนี้รับใช้พวกท่านทั้งสอง! ขอเพียงแค่... ขอเพียงแค่เส้นทางรอดชีวิตให้ข้าสักสายหนึ่งเถิด!"
หมิงจิ่วโยวดูออกว่าถังฮ่าวคือเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่ถังซานดูเหมือนจะครอบครองของล้ำค่า (เขาแอบเห็นแสงสีเจ็ดพรรณแวบหนึ่ง) และถังฮ่าวก็ปกป้องลูกชายคนนี้อย่างถึงที่สุด ส่วนศิษย์สำนักโย่วหมิงที่เหลืออีกสองคนต่างโขกศีรษะกับพื้นดังสนั่นราวกับตำกระเทียม ปากก็พร่ำอ้อนวอนขอชีวิตไม่หยุด
ทว่าในวินาทีนั้นเองจอมยุทธ์โลงหยกที่อยู่ด้านนอกดูเหมือนจะหมดสิ้นความอดทน
มันไม่พยายามจะย่างกรายเข้ามาอีก แต่กลับค่อยๆ ชูมือทั้งสองข้างขึ้น กลิ่นอายมรณะสีดำทมิฬที่ควบแน่นจนเกือบเป็นของเหลวพุ่งออกมาจากร่างของมันและไหลมาจากทุกทิศทางของถ้ำ รวบรวมกันเป็นลูกทรงพลังงานสีดำสนิทที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ตรงหน้า ราวกับมีดวงวิญญาณที่เคียดแค้นนับหมื่นกรีดร้องอยู่ภายใน!
แรงสั่นสะเทือนทำลายล้างที่แผ่ออกมาทำให้ถ้ำทั้งสายกลับมาสั่นสะเทือนรุนแรงอีกครั้ง มันทรงพลังยิ่งกว่าการโจมตีร่วมกันขององครักษ์ทั้งแปดตนก่อนหน้านี้เสียอีก!
มันตั้งใจจะทำลายทางเข้าสถานลี้ภัยแห่งนี้จากภายนอกด้วยกำลังทั้งหมดที่มี!
พร้อมกันนั้น กระแสจิตอันเย็นเยียบก็แผ่ซ่านเข้ามาอีกครั้ง เป็นดั่งคำขาดสุดท้าย: "ส่ง... เมล็ดพันธุ์พฤกษาโลก... และผลึกต้นกำเนิดมา..."
"มิฉะนั้น... ต่อให้มังกรนิทราแห่งนี้ต้องพินาศ... ข้าก็จะฝังพวกเจ้า... ไว้ใต้ดินตลอดกาล..."
เห็นได้ชัดว่าความกระหายในเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกนั้นอยู่เหนือความเกรงกลัวต่อเส้นทางมังกรนิทราไปแล้ว หรือไม่มันก็ประเมินแล้วว่าสถานลี้ภัยที่ยืนหยัดมานานนับกัปนับกัลป์แห่งนี้ได้อ่อนแอลงจนถึงขีดสุด และสามารถทำลายได้ด้วยกำลัง!
ลูกพลังงานสีดำค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ความกดดันอันมหาศาลทำให้ทุกคนภายในประตูข้างแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของถังฮ่าวเขียวคล้ำขึ้นมาทันที
จะต้านทานการโจมตีนี้ตรงๆ งั้นรึ? ในทางเข้าที่แคบเช่นนี้ แถมยังต้องปกป้องถังซานและภาระอีกสามคน การจะเอาตัวรอดโดยไม่บาดเจ็บแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่หากจะสำรวจลงไปด้านล่าง เวลาก็ไม่เพียงพอ และพวกเขาก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเส้นทางนี้
ท่ามกลางความจนแต้ม ประกายแห่งความเจ้าเล่ห์และเด็ดขาดวาบขึ้นในดวงตาของหมิงจิ่วโยว เขาพลันซัดฝ่ามือเข้าที่อกตัวเองอย่างแรง กระอักเลือดวิญญาณคำโตลงบนตะเกียงโบราณที่พังทลาย พร้อมกับแผดเสียงแหบแห้ง:
"ท่านผู้อาวุโส! ข้ารู้ความลับของเส้นทางสายนี้!"
"ตำนานกล่าวไว้ว่า นี่คือสถานที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ของมังกรศักดิ์สิทธิ์สยบวิญญาณ ผู้จงรักภักดีภายใต้สังกัดเทพมังกรโบราณเมื่อยามตกตาย มันใช้ร่างเพื่อสะกดวิญญาณร้ายในหุบเขาแห่งนี้!"
"ลึกลงไปข้างในนั้น อาจมีทางออกหรือสิ่งของที่สยบพวกคนตายข้างนอกได้!"
"ข้ายินดีจะใช้ตะเกียงผุพังนี้กับวิชาลับของข้า ต้านทานการโจมตีนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อถ่วงเวลาให้ท่าน!"
"ขอเพียงท่านผู้อาวุโส... พาสมุนรับใช้คนนี้ไปด้วย!"
พูดจบ โดยไม่รอคำตอบจากถังฮ่าว เขาเร่งพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด ถึงขั้นเผาผลาญรากฐานพลังของตนเอง ตะเกียงโบราณสะกดวิญญาณระเบิดแสงสีขาวนวลที่เข้มข้นที่สุดออกมา (แม้จะปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายจากเลือดวิญญาณของเขาก็ตาม) กลายเป็นม่านพลังหนาทึบปิดกั้นทางเข้าประตูข้างไว้ชั่วคราว!
ถังซานรู้สึกเอะใจจึงถามขึ้น "ในเมื่อที่นี่ใช้สะกดวิญญาณชั่วร้าย ทำไมจอมยุทธ์โลงหยกกับกองทัพคนตายถึงดูแค่เกรงกลัว ไม่ใช่เข้าใกล้ไม่ได้เลยล่ะ? พวกมันยังพยายามจะบุกเข้ามาเมื่อกี้ด้วยซ้ำ"
หมิงจิ่วโยวดูเหมือนจะคาดการณ์คำถามนี้ไว้แล้ว เขาจึงรีบกล่าวต่อ "นายน้อย ท่านอาจยังไม่ทราบมังกรนิทราแห่งนี้ยืนหยัดมานานเกินไป พลังเทพและดวงวิญญาณมังกรที่หลงเหลือย่อมเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ส่วนเจ้าสิ่งชั่วร้ายข้างนอกนั่น โดยเฉพาะจอมยุทธ์โลงหยก พวกมันน่าจะเป็นเศษเสี้ยววิญญาณหรือซากศพของเทพที่ตกตายในสงครามเทพโบราณ จึงมีระดับพลังที่สูงส่งมาก เมื่อพลังหนึ่งลดลง พลังหนึ่งเพิ่มขึ้น ผนึกย่อมคลายตัว พวกมันจึงยึดครองพื้นที่ด้านนอกได้ แต่ถึงกระนั้น บารมีเทพของมังกรศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่ พวกมันจึงยังไม่กล้าก้าวเข้าสู่ใจกลาง... แค่ก แค่ก... เมื่อครู่ข้าใช้เคล็ดวิชาลับรวมกับตะเกียงโบราณเพื่อเสริมแกร่งม่านพลังชั่วคราว ผนวกกับบารมีของท่านผู้อาวุโสถัง ทำให้เราพอมีช่องว่างให้หายใจบ้าง"
คำพูดของเขาเป็นความจริงครึ่งหนึ่ง เท็จครึ่งหนึ่ง ทั้งยกยอถังฮ่าวและเน้นย้ำคุณความดีของตนเอง ขณะเดียวกันก็จงใจไม่พูดถึงเรื่องที่ตนสั่นกระดิ่งยั่วยุพวกคนตายจนเกือบทำให้ทุกคนพินาศ
ถังฮ่าวตาเป็นประกายวูบหนึ่ง เขาไม่เชื่อคำพูดของเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้ทั้งหมด แต่นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การที่อีกฝ่ายยอมเผาผลาญพลังรากฐานเพื่อต้านรับการโจมตี ก็ช่วยประหยัดแรงของเขาไปได้มาก
ถังซานนิ่งเงียบไม่แสดงความเห็น ก่อนจะถามต่อ "เจ้าบอกว่าลึกลงไปข้างในมีทางออกหรือของที่ใช้สยบพวกคนตาย? มันคืออะไรกันแน่?"
แววตาของหมิงจิ่วโยววูบไหวอย่างผิดปกติเพียงเสี้ยววินาที เขาไอโขลกอย่างรุนแรงราวกับอาการบาดเจ็บกำเริบ ก่อนจะตอบกระท่อนกระแท่น "ตำราโบราณมันขาดหายไป... กล่าวเพียงว่า... ณ ที่ซึ่งซากมังกรนิทรา... อาจมีของล้ำค่าที่มันพกติดตัวมาแต่เกิด... มุกมังกรสะกดวิญญาณหรือไม่ก็เพลิงมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ยังหลงเหลืออยู่... ทั้งสองสิ่งคือศาสตราขั้นสุดยอดที่ใช้ปราบวิญญาณมรณะ... เพียงแต่... ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ สิ่งเหล่านั้นยังอยู่หรือไม่ หรือยังมีฤทธิ์อยู่ไหม ข้า... ข้าก็มิอาจรับรอง..."
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เห็นได้ชัดว่าเขายังคงปิดบังบางสิ่งอยู่
ในที่สุดถังฮ่าวก็หยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าแสงสีขาวนวลแทบจะเลือนหายไปเกือบหมด เหลือเพียงแสงริบหรี่จากตะเกียงในมือของหมิงจิ่วโยวที่ส่องนำทาง บันไดหินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือห้องศิลาทรงกลมที่กว้างขวาง และใจกลางห้องนั้น... มีโครงกระดูกมหึมาที่แสนจะสง่างามขดตัวอยู่!
นั่นคือโครงกระดูกของมังกร! กระดูกของมันไม่ใช่สีขาวโพลนหรือดำเทาทั่วไป แต่มีรัศมีที่อบอุ่นนวลตา ราวกับมีเส้นด้ายสีทองคำบริสุทธิ์ร้อยรัดอยู่ในเนื้อหยกขาว แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด มันยังคงเปล่งรัศมีที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ออกมาจางๆ
โครงกระดูกนั้นสมบูรณ์ครบถ้วน ขดวนเป็นวงกลม แม้จะนอนหมอบอยู่แต่ความสูงยังมากกว่าห้าเมตร และความยาวก็น่าจะเกินกว่าสามสิบเมตร! หัวมังกรก้มลงซบกับกรงเล็บคู่หน้า เบ้าตาว่างเปล่าทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนมันยังคงจ้องมองไปยังทางเข้า เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังที่รกร้างแต่ทรงอำนาจ
เพียงแค่บารมีมังกรที่ยังหลงเหลืออยู่นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้วิญญาณของผู้ที่ได้เห็นต้องสั่นสะท้านด้วยความยำเกรง กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดแผ่ซ่านในอากาศ คล้ายกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นยอดหญ้าหลังฝนตก ซึ่งแตกต่างจากกลิ่นเน่าเหม็นของความตายด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
นี่คือซากของมังกรศักดิ์สิทธิ์สยบวิญญาณ!
และที่ใจกลางที่โครงกระดูกขดตัวอยู่นั้น ตรงตำแหน่งของกระดูกหน้าอก มีดวงกลมแห่งแสงขนาดเท่ากำปั้นลอยเด่นอยู่ มันใสกระจ่างราวกับคริสตัล ภายในมีของเหลวสีทองไหลเวียน นั่นคือ มุกมังกรสะกดวิญญาณ!
มุกมังกรเปล่งแสงสีขาวทองที่นุ่มนวลแต่แข็งแกร่งออกมา ส่องสว่างไปทั่วห้องศิลาและช่วยขับไล่กลิ่นอายมรณะที่พยายามจะเล็ดลอดเข้ามาตามทางเข้า ภายใต้แสงนั้น ทุกคนมองเห็นอักขระและภาพเขียนฝาผนังโบราณบนผนังหินรอบด้าน บรรยายถึงการต่อสู้ การปกปักษ์รักษา จนถึงวาระสุดท้ายและการหลับใหลชั่วนิรันดร์ของมังกรศักดิ์สิทธิ์
ทว่า สิ่งที่ทำให้ใจของทุกคนต้องดิ่งวูบคือ รอบๆ โครงกระดูกมังกรศักดิ์สิทธิ์ บนพื้นห้องศิลามีลวดลายสีแดงคล้ำจางๆ ปรากฏอยู่ ราวกับคราบเลือดที่แห้งกรัง มันเลื้อยคดเคี้ยวไปมา ดูขัดตาและอัปมงคลอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกระดูกมังกรและมุกมังกรที่ศักดิ์สิทธิ์
ลวดลายเหล่านั้นดูเหมือนจะประกอบกันเป็นค่ายกลนอกรีตที่กำลังกัดกินและทำให้ฐานของซากมังกรแปดเปื้อนอย่างช้าๆ แม้แต่แสงของมุกมังกรเอง ก็ยังมีกลุ่มควันสีดำเทาพยายามจะเกาะกุมและกลืนกินมันอย่างเงียบเชียบ...