- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 111: เสียงคำรามแห่งมังกร สยบวิญญาณ!
ตอนที่ 111: เสียงคำรามแห่งมังกร สยบวิญญาณ!
ตอนที่ 111: เสียงคำรามแห่งมังกร สยบวิญญาณ!
"ตึง!"
ฝ่ามือของจอมยุทธ์โลงหยกที่พัวพันด้วยอักขระแห่งความตายฟาดเข้าใส่ชะง่อนหินตรงปากทางเข้าประตูข้างอย่างจัง ไร้ซึ่งเสียงกัมปนาททว่าหินผาอันแข็งแกร่งกลับแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา ทิ้งไว้เพียงรอยฝ่ามือลึกหลายฟุตที่ขอบเรียบกริบ พร้อมกับกลิ่นอายมรณะที่วนเวียนอยู่ไม่จางหาย
มันไม่ได้บุ่มบ่ามตามเข้าไปในทันที แต่กลับจ้องมองเข้าไปในประตูข้างนั้นลึกลงไปตามบันไดชันที่ทอดตัวสู่ความมืดมิด... จุดที่เสียงคำรามของมังกรเพิ่งจะแว่วดังออกมา รอยแยกสีทองคล้ำบนหน้าผากของมันเรืองแสงจางๆ คล้ายกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
ภายในประตูนั้นไม่ได้มืดสนิทเสียทีเดียว อักขระสีขาวนวลบนแผ่นศิลาที่แตกหักยังคงเปล่งแสงอ่อนโยน ช่วยขับเน้นให้เห็นบันไดหินโบราณที่ทำจากศิลาสีเทาอมฟ้า แผ่นหินแต่ละขั้นขรุขระ เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและตะไคร่น้ำที่ลื่นชื้น
หลังจากที่ถังฮ่าวและถังซานพุ่งตัวเข้ามา พวกเขาไม่ได้มุ่งหน้าลงไปต่อทันที แต่กลับรีบหันขวับกลับมาตั้งหลัก ถังฮ่าววาดค้อนฮ่าวเทียนยืนตระหง่านบังถังซานไว้ด้านหลัง เจตจำนงแห่งค้อนฮ่าวเทียนแผ่ซ่านอย่างเข้มข้น เฝ้าระวังปากทางเข้าอย่างไม่ลดละ
ถังซานกุมหน้าอกเอาไว้แน่น แม้พลังจากเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกจะช่วยให้รอดพ้นวิกฤตเมื่อครู่มาได้ แต่ความพยายามนั้นสูบพลังวิญญาณของเขาไปเกือบครึ่ง รวมถึงพลังจิตที่ถูกใช้ไปมหาศาลจนคลื่นแห่งความอ่อนล้าเริ่มจู่โจมร่างกาย
ด้านนอกประตู กลิ่นอายมรณะยังคงม้วนตัวรุนแรง จอมยุทธ์โลงหยกยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู โดยมีทหารยามโครงกระดูกหยกขาวแปดตนติดตามมาประดุจสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ พวกมันเฝ้าดูอยู่ด้วยท่าทีคุกคาม แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ... ไม่มีใครกล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแม้แต่ตนเดียว
ดูเหมือนว่าแสงสีขาวนวลจากศิลาจารึกและบันไดโบราณเบื้องหลัง จะกลายเป็นเขตแดนล่องหนที่ทำให้สิ่งมีชีวิตความตายที่ทรงพลังเหล่านี้รู้สึกถึง... แรงกดดัน? หรือบางที พวกมันอาจจะไม่เต็มใจที่จะย่างกรายเข้าไปข้างในนั้น?
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันโดยมีเพียงประตูหินและแสงสีขาวนวลกั้นกลาง
"ท่านพ่อ... เสียงมังกรคำรามนั่นมันคืออะไรกันแน่?" ถังซานถามเสียงต่ำพลางเร่งปรับลมหายใจ เขาโคจรพลังชีวิตเข้าสู่ร่างกายเพื่อบรรเทาความอ่อนแรง
หลังจากที่ปล่อยแสงสีเขียวมรกตออกมา เมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกในอกเสื้อของเขาก็หม่นแสงลง ทว่ามันยังคงเต้นเป็นจังหวะอย่างรุนแรง และส่งผ่านกระแสอารมณ์ที่ซับซ้อนมายังเขา... ทั้งความระแวดระวัง ความกระหายใคร่รู้ และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับมันมีการตอบสนองต่ออักขระบนศิลาและเสียงคำรามนั้น
"พ่อเองก็ไม่แน่ใจ" สายตาของถังฮ่าวกวาดมองลึกลงไปในความมืด
"แต่อักขระบนศิลานี้และเสียงคำรามเมื่อครู่ มีกลิ่นอายโบราณที่เที่ยงธรรมและสูงส่งเกินกว่าที่กลิ่นอายมรณะโสมมด้านนอกจะเทียบได้ บางทีที่นี่อาจจะเป็นเขตต้องห้ามหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางอย่างในหุบเขาเทพมรณะแห่งนี้"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองลูกชาย "เมล็ดพันธุ์ของเจ้าดูเหมือนจะมีพันธะบางอย่างกับที่นี่นะ"
ถังซานพยักหน้าพร้อมกับอธิบายสั้นๆ ว่าเมล็ดพันธุ์กระตุ้นการทำงานของอักขระบนศิลาเองได้อย่างไร ถังฮ่าวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ "ดูเหมือนเราจะหลุดเข้ามาในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความลับโบราณเสียแล้ว เจ้านั่นข้างนอกไม่กล้าเข้ามาในตอนนี้ก็จริง แต่เราก็อยู่เฉยไม่ได้ เราไม่รู้ว่าบันไดนี้ทอดไปสู่อะไร ต้องสำรวจอย่างระมัดระวัง"
ทันใดนั้น กระแสจิตอันเย็นเยียบของจอมยุทธ์โลงหยกก็ส่งผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่ถังซาน แต่คราวนี้มันพุ่งตรงเข้าสู่จิตใจของถังฮ่าวด้วย
"มนุษย์... ผู้แข็งแกร่ง..."
"จงส่ง... เมล็ดพันธุ์นั่นมา... รวมทั้งผลึกต้นกำเนิด..."
"ข้าจะอนุญาต... ให้เจ้าพาเด็กสาวคนนั้น... ออกไปได้..."
"มิฉะนั้น... การย่างกรายเข้าสู่เส้นทางมังกรนิทรา... ก็ไม่ต่างจากการ... รนหาที่ตาย..."
ดูเหมือนมันจะตระหนักได้ว่าถังฮ่าวคือผู้ตัดสินใจและเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง จึงเริ่มเจรจาต่อรอง ทว่าน้ำเสียงนั้นยังคงแฝงไปด้วยความโอหังและวางอำนาจ
ถังฮ่าวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะสวนกลับด้วยกระแสจิตอันดุดัน: "สิ่งที่ลูกชายข้าต้องการ ย่อมเป็นของเขา! อยากได้นักรึ? ก็เข้ามาเอาเองข้างในนี้สิ!"
คำพูดนั้นเปี่ยมไปด้วยความโอหังยิ่งกว่า ก่อเกิดเป็นแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าอย่างรุนแรง กลิ่นอายรอบตัวจอมยุทธ์โลงหยกเย็นเยียบลงจนกลิ่นอายมรณะแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง แต่มันก็ยังคงไม่ก้าวล้ำเส้นประตูเข้ามา เห็นได้ชัดว่าความหวาดกลัวต่อเส้นทางมังกรนิทรานั้นมีมากกว่าความแค้นที่มีต่อถังฮ่าวหลายเท่าตัว
ขณะที่สถานการณ์กำลังคุมเชิงกันอยู่นั้นเอง สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
หมอกสีเทาด้านนอกปั่นป่วน ร่างที่ดูสะบักสะบอมหลายร่างวิ่งซวนเซมายังลานกว้างหน้าประตูข้าง ตำแหน่งของพวกเขาอยู่กึ่งกลางระหว่างกองทัพคนตายและประตูพอดี!
ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือผู้อาวุโสสำนักโย่วหมิง ที่เคยหนีตายเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขา พร้อมกับศิษย์สำนักโย่วหมิงที่บาดเจ็บสาหัสอีกเพียงสามคนเท่านั้น! ดูเหมือนพวกเขาจะถูกสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยองกว่าในหุบเขาไล่ล่าจนต้องหนีซมซานมาถึงที่นี่
เมื่ออาวุโสสำนักโย่วหมิงเห็นจอมยุทธ์โลงหยกและองครักษ์โครงกระดูกระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงแปดตนยืนตระหง่านอยู่ เขาก็ขวัญหนีดีฝ่อจนแทบจะทรุดลงกับพื้น แต่ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นถังฮ่าวและถังซานที่ยืนอยู่ในประตูข้างที่ปลอดภัย
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที!
"ท่านผู้อาวุโส! ท่านถังเถี่ย! ช่วยข้าด้วย!" ผู้อาวุโสสำนักโย่วหมิงแผดเสียงตะโกนแหบพร่าพลางพุ่งตัวเข้าหาประตูข้างอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมกับลากลูกศิษย์ที่เหลือตามมา
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" ถังฮ่าวตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคมปลาบราวกับใบมีด
เขาไม่มีความตั้งใจจะช่วยเหลือพวกเศษเดนสำนักโย่วหมิงที่คิดคดเหล่านี้ และที่สำคัญ หากพวกนี้สุ่มสี่สุ่มห้าพุ่งเข้ามา อาจเป็นการยั่วยุให้พวกคนตายด้านนอกฝ่าฝืนกฎและบุกเข้ามาได้!
ทว่าอาวุโสสำนักโย่วหมิงในนาทีที่ต้องดิ้นรนเพื่อลมหายใจสุดท้ายย่อมไม่สนใจสิ่งใด เขาคว้ากระดิ่งสีดำทมิฬออกมาจากอกเสื้อแล้วสั่นมันอย่างรุนแรง!
"กริ๊งงงงง !"
เสียงกระดิ่งนั้นเยือกเย็นและแหลมสูง แฝงไปด้วยการรบกวนทางจิตและเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต มันไม่ได้มุ่งโจมตีถังฮ่าว แต่มันกระจายตัวออกไปรอบๆ ปากประตู! เสียงนี้ดูเหมือนจะมีฤทธิ์ในการคลุ้มคลั่งพวกสิ่งมีชีวิตแห่งความตาย!
เหล่าองครักษ์โครงกระดูกที่เคยสงบนิ่งพลันเกิดไฟวิญญาณในดวงตาโชติช่วงขึ้นมาทันที แม้แต่กลิ่นอายมรณะรอบตัวจอมยุทธ์โลงหยกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"รนหาที่ตาย!" เจตจำนงของจอมยุทธ์โลงหยกเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่ามันยังคงรั้งรอที่จะก้าวเท้าเข้าไป มันเพียงแค่ยกนิ้วขึ้นแล้วชี้ออกไป!
ลำแสงมรณะสีทองคล้ำ ที่ควบแน่นจนถึงขีดสุดพุ่งเข้าใส่อาวุโสสำนักโย่วหมิงอย่างเงียบเชียบ!
อาวุโสผู้นั้นหน้าถอดสี รีบชูตะเกียงโบราณสะกดวิญญาณขึ้นบัง พร้อมกับคว้าตัวศิษย์ข้างๆ มาเป็นโล่มนุษย์อย่างเหี้ยมโหด!
"ฟุ่บ!" ศิษย์ผู้โชคร้ายไม่มีแม้แต่โอกาสจะกรีดร้อง ร่างกายสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ลำแสงมรณะนั้นถูกชะลอลงเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งทะลุม่านพลังของตะเกียงเข้ากระแทกไหล่ซ้ายของผู้อาวุโสอย่างจัง!
"อ๊ากกกกกก !" อาวุโสสำนักโย่วหมิงแผดร้องโหยหวน ไหล่ซ้ายของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและเหี่ยวแห้งลงทันที กลิ่นอายมรณะกำลังกัดกินร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
เขากระอักเลือดคำโต แต่ความอยากมีชีวิตรอดผลักดันให้เขาตะเกียกตะกายเข้ามาในเขตประตูข้างได้สำเร็จพร้อมกับศิษย์ที่เหลืออีกสองคน ก่อนจะล้มฟุบลงไม่ไกลจากถังฮ่าวและถังซาน
เมื่อลำแสงมรณะสีทองคล้ำพุ่งเข้ามาถึงขอบเขตแสงสีขาวของศิลาจารึก มันก็สลายหายไปราวกับน้ำแข็งที่ถูกเปลวไฟ
จอมยุทธ์โลงหยกชักนิ้วกลับ กลิ่นอายรอบตัวมันทวีความมืดมนขึ้นไปอีกระดับ มันจ้องมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญสลับกับบันไดที่ลึกเข้าไปข้างใน คล้ายกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่เด็ดขาด
ภายในประตูข้าง บรรยากาศพลันตึงเครียดถึงขีดสุด ถังฮ่าวทองมองอาวุโสสำนักโย่วหมิงที่นอนร้องครวญครางด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปมองกองทัพคนตายด้านนอกที่เริ่มขยับเขยื้อนจากการถูกกระตุ้นด้วยเสียงกระดิ่ง
การสำรวจเส้นทางที่มืดมิดโดยมีภาระที่เจ้าเล่ห์เหล่านี้ตามไปด้วย ย่อมเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาล แต่ถ้าไม่พาไป พวกเขาก็กำลังขวางทางเข้า และจอมยุทธ์โลงหยกด้านนอกอาจใช้พวกนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างปัญหา...