- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 72: รวบรวมข้อมูล (III)
ตอนที่ 72: รวบรวมข้อมูล (III)
ตอนที่ 72: รวบรวมข้อมูล (III)
"ข้อมูลของเถาวัลย์อสูรกระหายเลือดแห่งอ่าวเรือล่ม: บันทึกระบุว่าทีมวิญญาณจารย์กลุ่มล่าสุดที่เก็บตัวอย่างมาได้สำเร็จคือเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้นคาดว่าลำต้นหลักมีอายุตบะราวสามหมื่นปี มีความก้าวร้าวรุนแรงและมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองผ่านการสูบเลือด สภาพภูมิประเทศของอ่าวเรือล่มซับซ้อนมาก แนวปะการังใต้น้ำหนาแน่น แถมยังมีหมอกปกคลุมจนส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยและการตรวจจับด้วยพลังจิตล่าสุดยังไม่มีกลุ่มสำรวจขนาดใหญ่เข้าไป มีเพียงนักผจญภัยรายย่อยที่เสี่ยงดวงเข้าไปและรอดกลับมาได้เพียงน้อยนิด"
"ส่วนเกาะลึกลับกลางทะเล (กลุ่มเรือพยัคฆ์คลื่น): ยืนยันเงื่อนไขการรับสมัครคือต้องมีระดับอัคราจารย์วิญญาณขึ้นไป หากมีความสามารถในการเคลื่อนที่ใต้น้ำหรือมีประสบการณ์การเอาตัวรอดในป่าจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ กองเรือจะออกเดินทางในอีกสิบวัน มุ่งหน้าสู่เกาะใหม่ตรงสุดขอบทะเลแห่งหมอก ระยะเวลาเดินเรือไม่แน่นอน แต่อาจยาวนานหลายเดือน เป้าหมายคือการจัดทำแผนที่ เก็บตัวอย่าง และประเมินทรัพยากร... ความเสี่ยงยังเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้"
เสี่ยวอู่นั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจ เมื่อถังซานพูดจบ นางก็กะพริบตาปริบๆ แล้วถามขึ้นว่า "พี่ซาน แล้วพี่ว่าที่ไหนดีที่สุดล่ะ?"
ถังซานยังไม่ตอบในทันที เขาเลื่อนสายตากลับไปยังแผนที่อีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนตำแหน่งที่ตั้งของหุบเขาพายุหมุน
"ถ้ามองจากเป้าหมายหลักในการหาวงแหวนวิญญาณที่สี่ อสูรเถาวัลย์วายุ (ชื่อชั่วคราว) ในหุบเขาพายุหมุนมีความเป็นไปได้สูงสุด"
"มันเป็นสัตว์วิญญาณประเภทพฤกษาชนิดเถาวัลย์ และน่าจะมีอายุตบะสูงพอสมควร หากคุณสมบัติของมันเอนเอียงไปทางธาตุลมและการอำพรางตัว มันอาจจะช่วยเสริมสร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้กับระบบควบคุมของจักรพรรดิหญ้าเงินครามของข้าได้"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนวิเคราะห์ต่อ "แต่ปัญหาคือ หนึ่ง... มันอาจจะไม่ใช่ประเภทที่มีพลังชีวิตมหาศาลเพียวๆ แต่อาจจะหนักไปทางความคล่องตัวธาตุลมหรือพิษ สอง... การแข่งขันสูงเกินไป การที่มีสองกลุ่มทหารรับจ้างยักษ์ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง การจะลงมือลำพังเพื่อแย่งชิงอาหารจากปากเสือนั้นยากและเสี่ยงเกินไป และสาม... ถึงแม้จะทำสำเร็จ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอายุตบะของมันจะถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ข้าต้องการ (ห้าหมื่นปีขึ้นไป) หรือไม่"
นิ้วของเขาเลื่อนไปที่อ่าวเรือล่ม "เถาวัลย์อสูรกระหายเลือดมีความก้าวร้าวสูง พลังชีวิตของมันแข็งแกร่งแน่นอน และอายุตบะก็น่าจะถึงเกณฑ์... ทว่าสภาพแวดล้อมกลับเสียเปรียบอย่างยิ่ง การต่อสู้ใต้น้ำและท่ามกลางหมอกทำให้ความได้เปรียบของจักรพรรดิหญ้าเงินครามของข้าถูกจำกัด อีกทั้งข้อมูลยังเก่าเกินไป ห้าปีคือเวลาที่นานพอจะทำให้มันเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปได้มาก"
สุดท้าย นิ้วของเขาหยุดลงที่เส้นประซึ่งแสดงเส้นทางเดินเรือข้ามสมุทร "ข้อดีที่สุดของเกาะลึกลับคือ ความไม่รู้ ...ความไม่รู้หมายถึงความเสี่ยง แต่มันก็หมายถึงโอกาสด้วยเช่นกัน บางทีบนเกาะนั้นอาจมีสัตว์วิญญาณพฤกษาโบราณที่มีพลังชีวิตเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ แต่ในทางกลับกัน ความไม่แน่นอนของมันก็สูงเกินไป ทั้งเรื่องเวลาและตัวแปรในทะเลหลวงที่มีไม่สิ้นสุด"
หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้วถังซานก็หันไปมองเสี่ยวอู่ "ความเห็นของข้าคือ... เราจะยังไม่เข้าร่วมภารกิจใหญ่ในตอนนี้ แต่เราจะมุ่งหน้าไปยังพื้นที่รอบนอกของหุบเขาพายุหมุนเพื่อสำรวจอย่างอิสระก่อน"
"สำรวจอย่างอิสระเหรอ?" เสี่ยวอู่ถามอย่างสงสัย
"ใช่" ถังซานพยักหน้า "เราจะใช้วิชาเร้นลับสำนักถังแฝงตัวเป็นนักผจญภัยทั่วไป ปะปนไปกับกลุ่มวิญญาณจารย์ที่จะมุ่งหน้าไปหุบเขา เราจะไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนลึกเพื่อแย่งชิงกับทหารรับจ้าง แต่จะใช้ทักษะการรับรู้แห่งชีวิตของข้า ค่อยๆ ค้นหาในพื้นที่ชั้นนอกและชั้นกลางอย่างละเอียด"
แววตาของเขาฉายประกายเฉียบคม "สภาพแวดล้อมของหุบเขาพายุหมุนนั้นพิเศษมาก แม้จะถูกพายุพัดกระหน่ำตลอดปี แต่กลับสามารถเลี้ยงดูสัตว์วิญญาณพฤกษาอย่างอสูรเถาวัลย์วายุได้ แสดงว่าใต้ดินหรือในจุดพิเศษบางอย่างต้องมีแหล่งพลังงานชีวิตมหาศาลหล่อเลี้ยงอยู่อาจจะเป็นชีพจรวิญญาณหรือ...สมุนไพรอมตะบางชนิดที่มีพลังชีวิตเปี่ยมล้น! นั่นคือเป้าหมายหลักของข้า!"
เขานึกถึงคำสั่งสอนของถังฮ่าวผู้เป็นบิดาที่ว่า การฝึกตนจะพึ่งพาเพียงการเคี่ยวกรำอย่างหนักไม่ได้ แต่ต้องรู้จักสื่อสารและสอดประสานกับฟ้าดิน การตามหาของวิเศษแห่งฟ้าดิน (สมุนไพรอมตะ) ก็ถือเป็นวาสนาและส่วนหนึ่งของการฝึกตน
ด้วยสัมผัสที่เฉียบคมของจักรพรรดิหญ้าเงินคราม โอกาสที่เขาจะพบของล้ำค่าในเขตอันตรายเช่นนี้มีสูงกว่าคนอื่นหลายเท่า
"ถ้าโชคดีพอจะพบสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มพลังวิญญาณหรือเสริมรากฐาน มันจะช่วยเร่งให้ข้าไปถึงระดับ 40 ได้เร็วขึ้น และสร้างรากฐานที่มั่นคงที่สุดก่อนจะรับวงแหวนวิญญาณที่สี่ ในขณะเดียวกันเราก็จะได้สังเกตการณ์สถานการณ์ในหุบเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินค่าที่แท้จริงของอสูรเถาวัลย์วายุตัวนั้นด้วย"
"ถึงแม้จะไม่เจอของวิเศษ ประสบการณ์ที่ได้จากการเอาตัวรอดท่ามกลางสัตว์วิญญาณธาตุลม และการรับมือกับนักผจญภัยคนอื่นๆ ที่อาจมีเจตนาแอบแฝง ก็นับเป็นการฝึกตนที่ยอดเยี่ยมแล้ว" ถังซานอธิบายแผนการอย่างละเอียด
"เยี่ยมเลย! เอาตามนี้แหละ! พวกเราไปล่าขุมทรัพย์ที่หุบเขาพายุหมุนกัน!" เสี่ยวอู่ตาเป็นประกาย นางรู้สึกว่าแผนนี้ดูสนุกและมีอิสระกว่าการต้องไปรวมกลุ่มกับคนอื่นเป็นไหนๆ!
---
เมื่อแผนเบื้องต้นลงตัวถังซานยังต้องการการอนุมัติจากคนผู้หนึ่ง
คืนนั้น เขาแอบออกจากเมืองอีกครั้งเพื่อไปยังอู่ต่อเรือร้าง
หลังจากฟังการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนและแผนการสำรวจอย่างอิสระของถังซาน ถังฮ่าวที่ยืนอยู่ในเงามืดก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ "ความคิดชัดเจน การเคลื่อนไหวมีหลักการ รู้จักใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง และมองหาโอกาสท่ามกลางความวุ่นวาย... ดีมาก"
เขายอมรับในแผนการของถังซานก่อนจะเตือนทิ้งท้าย "ข้าเคยผ่านไปที่หุบเขาพายุหมุน ลึกเข้าไปในนั้นมีธาตุลมที่บ้าคลั่งจนเกิดเป็นเขตแดนพายุตามธรรมชาติ ซึ่งจะกดขู่วิญญาณจารย์ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติธาตุลมอย่างหนัก"
"แม้จักรพรรดิหญ้าเงินครามของเจ้าจะเป็นธาตุชีวิตและไม่ถูกข่มโดยตรง แต่เจ้าต้องระวังเรื่องการสิ้นเปลืองพลังวิญญาณให้ดี นอกจากนี้... ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง ในสถานที่แบบนั้น สหายมักจะอันตรายยิ่งกว่าสัตว์วิญญาณ จงตื่นตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของยัยหนูกระต่ายนั่น"
ถังซานรับคำด้วยท่าทีจริงจัง "ข้าเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ"
"รับนี่ไป" ถังฮ่าวโยนขวดหยกขนาดเล็กให้ "ข้างในมีโอสถสงบจิตสามเม็ด หากพลังจิตของเจ้าถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจนสั่นคลอน ให้กินมันเพื่อรักษาความสงบของจิตใจไว้ และในยามวิกฤตที่สุด... จงบีบขวดหยกนี้ให้แตก แล้วข้าจะรับรู้ได้ทันที"
เขาไม่ได้บอกว่าจะคอยปกป้องโดยตรง เพราะต้องการให้ถังซานเผชิญความท้าทายนี้อย่างเป็นอิสระจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็จะยังคงติดตามดูอยู่ในเงามืดอย่างไม่ห่างกาย ศักยภาพของถังซานนั้นไร้ขีดจำกัด และเขาก็คือลูกแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียว จะให้เกิดอะไรขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
"ขอบคุณครับท่านพ่อ!" ถังซานรับขวดหยกไว้ พร้อมความอบอุ่นที่ซ่านไปทั่วหัวใจ
---
เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยมถังซานก็สรุปแผนขั้นสุดท้าย
*เป้าหมาย:หุบเขาพายุหมุน (เน้นการล่าขุมทรัพย์และฝึกฝน สังเกตการณ์อสูรเถาวัลย์วายุ)
*กำหนดการ:เตรียมตัวทันที และออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
วันต่อมา ทั้งคู่เริ่มเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ถังซานซื้อเสบียงพลังงานสูง น้ำสะอาด ยาถอนพิษ ผงยาสมานแผล (รวมถึงสมุนไพรบางส่วนที่เขานำมาปรุงเองเพื่อให้ได้ผลดีกว่า) และอุปกรณ์เดินป่าในสภาพอากาศโหดร้าย เช่น ผ้าคลุมกันลม ตะขอเกี่ยว และมุกราตรี ส่วนเสี่ยวอู่รับหน้าที่ตรวจสอบเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทบทวนข้อมูลและทำความคุ้นเคยกับภูมิประเทศ ถังซานจดจำแผนที่หุบเขาพายุหมุนจนขึ้นใจ (แม้จะเป็นเพียงแผนที่ส่วนนอกและส่วนกลางคร่าวๆ) พร้อมกับซักซ้อมแผนการรับมืออันตรายและการถอยร่นร่วมกับเสี่ยวอู่หลายรอบ
"จำไว้นะ เป้าหมายหลักของเราคือการตามหาของวิเศษและฝึกฝน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ หรือของสิ่งนั้นไม่มีค่ามากพอ เราจะไม่เข้าปะทะกับอสูรเถาวัลย์วายุหรือกลุ่มทหารรับจ้างเด็ดขาด ความปลอดภัยต้องมาก่อน" ถังซานย้ำกับเสี่ยวอู่อีกครั้ง
"ข้ารู้แล้วน่าพี่ซาน! พี่เริ่มบ่นเหมือนตาแก่เข้าไปทุกทีแล้วนะเนี่ย" เสี่ยวอู่แลบลิ้นใส่ แต่แววตาของนางกลับมีความจริงจัง แสดงว่านางได้จดจำคำพูดทั้งหมดไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว...
---