- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 71: รวบรวมข้อมูล (II)
ตอนที่ 71: รวบรวมข้อมูล (II)
ตอนที่ 71: รวบรวมข้อมูล (II)
“เงาสีเขียวงั้นหรือ?”
“จู่โจมอย่างไร้ร่องรอยและเงียบเชียบ...”
ถังซานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายความครุ่นคิด คำบอกเล่านี้ฟังดูคล้ายกับลักษณะของสัตว์วิญญาณประเภทพฤกษาหรือสัตว์วิญญาณสายพันธุ์พิเศษที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพรางตัวเป็นอย่างมาก
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับเถ้าแก่” ถังซานกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีสงบนิ่ง พร้อมกับวางเหรียญทองแดงเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนน้ำใจ
เถ้าแก่ร้านปลาเผารับเงินไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ หลังจากอิ่มหนำกับมื้อเที่ยงที่เต็มไปด้วยข้อมูลล้ำค่าถังซานและเสี่ยวอู่ก็ก้าวเดินออกจากร้าน
“พี่ซาน แล้วเราจะไปหาข้อมูลที่ไหนต่อดีล่ะ?” เสี่ยวอู่เอ่ยถามพลางลูบท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยด้วยความอิ่ม
“อันดับแรก เราจะไปที่สมาคมทหารรับจ้างประจำเมือง แล้วก็หอการค้าขนาดใหญ่สองสามแห่ง” ถังซานวางแผนไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
“สมาคมทหารรับจ้างคือศูนย์รวมของภารกิจและข้อมูลการผจญภัยทุกรูปแบบ ส่วนหอการค้านั้นหูไวตาไวที่สุด โดยเฉพาะพวกที่ทำธุรกิจเดินเรือข้ามมหาสมุทร พวกเขาจะไวต่อเส้นทางเดินเรือและการค้นพบดินแดนใหม่ๆ มากเป็นพิเศษ”
ในช่วงหลายวันต่อมาถังซานและเสี่ยวอู่แปลงโฉมเป็นวิญญาณจารย์รุ่นเยาว์ที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายในการสำรวจโลกกว้าง พวกเขาหมั่นไปปรากฏตัวที่สมาคมทหารรับจ้างแห่งเมืองฮั่นไห่ หอการค้าที่สำคัญ รวมถึงโรงน้ำชาและร้านเหล้าที่มีชื่อเสียง
ทั้งสองแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ
ถังซานอาศัยบุคลิกที่ดูสุขุมนิ่งลึกและตรรกะอันชาญฉลาด รับหน้าที่เป็นตัวหลักในการเจรจากับเหล่าผู้ดูแลหอการค้า กัปตันเรือ และนักผจญภัยรุ่นอาวุโส เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเกาะกลางทะเล การกระจายตัวของสัตว์วิญญาณหายาก และสถานการณ์ของคณะสำรวจในช่วงที่ผ่านมา
ในขณะที่เสี่ยวอู่ใช้ความร่าเริงเข้ากับคนง่ายและท่าทางที่ดูไร้เดียงสาให้เป็นประโยชน์ นางแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางกลุ่มนักผจญภัยและลูกเรือตามร้านเหล้า คอยรับฟังและคัดกรองข้อมูลสำคัญที่มักจะหลุดออกมาจากวงสนทนาและการคุยโวโอ้อวด
ความพยายามของพวกเขาเห็นผลอย่างรวดเร็ว
พวกเขาได้รับการยืนยันว่ากลุ่มเรือพยัคฆ์คลื่นกำลังเปิดรับสมัครวิญญาณจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เพื่อกลับไปสำรวจเกาะลึกลับที่เพิ่งค้นพบตรงสุดขอบทะเลแห่งหมอกอีกครั้ง โดยมีกำหนดการออกเดินทางในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า ค่าตอบแทนนั้นมหาศาล แต่ข้อกำหนดด้านความแข็งแกร่งและทักษะการเอาตัวรอดในป่าก็สูงลิบลิ่วเช่นกัน
ส่วนข้อมูลเรื่องป่ามรกตนั้นยังค่อนข้างคลุมเครือ ทราบเพียงว่ามันตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจักรวรรดิซิงหลัว เป็นป่าดึกดำบรรพ์เก่าแก่ที่มีข่าวลือว่ามีสัตว์วิญญาณพฤกษาที่ทรงพลังสถิตอยู่ ทว่าข้อมูลเฉพาะเจาะจงกลับหายากยิ่ง เพราะขุมอำนาจในแถบนั้นมีความซับซ้อนเกินไป
ทางด้านอ่าวเรือล่มนั้นมีข้อมูลหนาหูมากกว่า
มันคืออ่าวที่มีภูมิประเทศสลับซับซ้อน ชื่อของมันมาจากซากเรือจำนวนมหาศาลที่อับปางลงที่นั่นตั้งแต่อดีต ใต้น้ำเต็มไปด้วยแนวปะการังแหลมคม และถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ ตลอดทั้งปี จากคำบอกเล่าของกัปตันเรือเฒ่าบางคนว่าลึกเข้าไปในหน้าผาของอ่าวมีเถาวัลย์อสูรกระหายเลือดสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่เคลื่อนที่ได้เติบโตอยู่ อายุตบะของพวกมันน่าจะสูงมาก แต่ก็อันตรายถึงชีวิตและสภาพแวดล้อมยังโหดร้ายทารุณ
แต่หัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในสมาคมทหารรับจ้างตอนนี้คือความผิดปกติในหุบเขาพายุหมุน
กลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่หลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มพยัคฆ์คลื่นเจ้าถิ่นเมืองฮั่นไห่ และกลุ่มกำแพงเหล็กจากจักรวรรดิเทียนโต่ว ต่างพากันประกาศภารกิจสำรวจและกำจัดภัยคุกคาม ของรางวัลที่สูงลิบดึงดูดวิญญาณจารย์จำนวนมากให้เข้าร่วม และข่าวลือเรื่องเงาสีเขียวก็หนาหูขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็คาดเดาว่ามันคืออสูรเถาวัลย์วายุที่หายากยิ่ง ซึ่งสามารถใช้กระแสลมในการพรางตัวและจู่โจม
---
คืนนั้น ภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมศาลาฟังคลื่น แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวอย่างอ่อนโยน
ถังซานกำลังจัดหมวดหมู่ข้อมูลที่รวบรวมมาได้ตลอดหลายวันลงบนแผนที่หนังแกะและสมุดบันทึกเล่มใหม่
“ดูเหมือนว่าเราจะมีสามเส้นทางหลักให้เลือก”
ถังซานใช้พู่กันแต้มตำแหน่งสามจุดบนแผนที่ “หนึ่ง... เกาะลึกลับแห่งใหม่ ข้อมูลยังเป็นปริศนา แต่อาจมีโอกาสซ่อนอยู่ โดยเฉพาะแรงดึงดูดประหลาดที่มีต่อเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลก สอง... อ่าวเรือล่ม เป้าหมายชัดเจนคือเถาวัลย์อสูรกระหายเลือด แต่อันตรายและอยู่ใกล้ชายฝั่งเกินไป และสาม... หุบเขาพายุหมุน สถานการณ์วุ่นวาย อาจมีสัตว์วิญญาณพฤกษาพิเศษ (อสูรเถาวัลย์วายุ) แต่คู่แข่งก็เยอะมากเช่นกัน นั่นหมายถึงความเสี่ยงและโอกาสที่มาคู่กัน”
เสี่ยวอู่นอนเท้าคางอยู่ข้างๆ พลางมองแผนที่ นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าว่าเกาะลึกลับดูน่าสนุกที่สุดเลย! บางทีเราอาจจะได้เห็นสัตว์วิญญาณทะเลหรือเต่ายักษ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้ ส่วนอ่าวเรือล่มฟังดูมืดมนจัง ข้าไม่ค่อยชอบเลย... แล้วหุบเขาพายุนั่น ข้าว่าคนน่าจะไปรวมกันอยู่ที่นั่นเยอะเกินไปนะ”
ถังซานยิ้มออกมา สัญชาตญาณของเสี่ยวอู่นั้นแม่นยำเสมอแม้จะปนไปด้วยความชอบส่วนตัวแบบเด็กๆ ก็ตาม
“เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดี” ถังซานครุ่นคิด
“การเดินทางข้ามทะเลมีตัวแปรมากเกินไปและอาจใช้เวลานาน อีกทั้งความรู้เรื่องทะเลของเรายังจำกัด อ่าวเรือล่มมีเป้าหมายชัดก็จริงแต่สภาพแวดล้อมเลวร้าย การต่อสู้ใต้น้ำเป็นจุดอ่อนของเรา... บางที หุบเขาพายุหมุนอาจเป็นที่ที่เราควรไปดูเป็นอันดับแรก หากอสูรเถาวัลย์วายุมีอยู่จริง และอายุตบะรวมถึงคุณสมบัติของมันเหมาะสม มันอาจเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว อีกอย่างการที่มีคนอยู่เยอะจะทำให้เรากลมกลืนไปกับฝูงชนได้ง่าย และยังเป็นการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ในสถานการณ์จริงได้ดีเยี่ยม”
ความจริงแล้วเขามีใจเอนเอียงไปทางหุบเขาพายุหมุน
ประการแรกมันอยู่ใกล้สะดวกต่อการเคลื่อนไหว ประการที่สองเขาสามารถสังเกตการณ์เงาสีเขียวเพื่อประเมินค่าของมันได้อย่างใกล้ชิด และประการที่สามสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายเช่นนั้นเป็นสนามทดสอบชั้นยอดสำหรับการใช้วิชาเร้นลับสำนักถังในการอำพรางตัว
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ยังต้องปรึกษากับท่านพ่อถังฮ่าวอีกครั้ง
“เอาแบบนี้แล้วกัน” ถังซานสรุปเบื้องต้น
“พรุ่งนี้เราจะกลับไปที่สมาคมทหารรับจ้างเพื่อขอข้อมูลรายละเอียดภารกิจหุบเขาพายุหมุนและการเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารรับจ้างเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็สอบถามเรื่องเกณฑ์การรับสมัครและกำหนดการของเรือพยัคฆ์คลื่นให้แน่ชัด เมื่อได้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดแล้ว เราค่อยตัดสินใจขั้นสุดท้าย”
“ตกลง! พี่ซานว่ายังไง ข้าว่าตามนั้น!” เสี่ยวอู่ตอบรับอย่างร่าเริง นางมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการผจญภัย แม้จะไม่ได้เสนอความเห็นที่ซับซ้อน แต่ความรู้สึกที่ได้รับความไว้วางใจให้ร่วมตัดสินใจทำให้นางรู้สึกวิเศษมาก
ราตรีเริ่มลึกซึ้ง เมืองฮั่นไห่ค่อยๆ เข้าสู่ความเงียบสงบ
ทว่าภายในห้องพักเล็กๆ แห่งนี้หัวใจของสองเยาวชนกลับเต้นระรัวด้วยความคาดหวังต่อความท้าทายใหม่ที่กำลังจะมาถึง ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนกำลังจะสิ้นสุดลง และการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเส้นทางใด มันย่อมเป็นเส้นทางที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
พวกเขารวบรวมจิ๊กซอว์แห่งข้อมูลไว้เกือบครบแล้ว เหลือเพียงรอให้ภาพนั้นสมบูรณ์ก่อนจะออกเดินเรือ หรือพุ่งทะยานเข้าหาภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้า... ในอีกสองวันถัดมาถังซานและเสี่ยวอู่ต่างยุ่งวุ่นวายราวกับผึ้งที่คอยเก็บน้ำหวาน พวกเขาขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึกของเป้าหมายทั้งสามอย่างไม่ลดละ
พวกเขายอมสละเหรียญทองวิญญาณจำนวนหนึ่งให้กับสมาคมทหารรับจ้างเพื่อซื้อแฟ้มข้อมูลลับเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวล่าสุดในหุบเขาพายุหมุนและลักษณะนิสัยของเถาวัลย์อสูรกระหายเลือดแห่งอ่าวเรือล่ม
คืนนั้นในห้องพักเดิม แสงเทียนฉายเงาของคนทั้งคู่ลงบนผนัง
แผนที่ สมุดบันทึก และแฟ้มข้อมูลที่ซื้อมาถูกแผ่กางเต็มโต๊ะถังซานชี้ไปยังข้อมูลในแฟ้มพลางวิเคราะห์ทีละจุด
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมั่นคง “ทางเลือกแรกหุบเขาพายุหมุน: จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตหลายรายและการสำรวจเบื้องต้นของกลุ่มทหารรับจ้าง การโจมตีของ เงาสีเขียวมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณป่าเสียงสะท้อนและถ้ำหินกร่อนลม ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นกลางและชั้นล่างของหุบเขา เป้าหมายเคลื่อนที่เร็วและเงียบงัน ใช้กระแสลมที่ปั่นป่วนในหุบเขาพรางกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ วิธีการโจมตีคาดว่าเป็นการแทงด้วยเถาวัลย์หรือการรัดขึง พร้อมด้วยพิษที่มีฤทธิ์หลอนประสาทอ่อนๆ ตอนนี้กลุ่มกำแพงเหล็กและกลุ่มพยัคฆ์คลื่นยืนยันแล้วว่าจะร่วมกันจัดตั้งทีมยอดฝีมือเข้าไปในพื้นที่ส่วนกลางในอีกสามวันข้างหน้า โดยต้องการคนที่มีระดับอัคราจารย์วิญญาณ (3 วงแหวน) ขึ้นไป และจะให้สิทธิ์พิเศษกับสายว่องไวหรือสายสำรวจ ค่าตอบแทนคือส่วนแบ่งจากของที่ค้นพบตามผลงาน บวกกับค่าจ้างคงที่จำนวนหนึ่ง”
จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังหัวข้อถัดไป “อย่างที่สอง...”