- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 62: ขัดเกลาฝีมือ ณ สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่!
ตอนที่ 62: ขัดเกลาฝีมือ ณ สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่!
ตอนที่ 62: ขัดเกลาฝีมือ ณ สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่!
"ตายซะเถอะ ไอ้หนู!"
แมวน้ำทะเลแผดเสียงคำรามลั่น เขาโถมกายลงต่ำพลางผสานรวมร่างเข้ากับวิญญาณยุทธ์ ผิวหนังเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมันวาวราวกับมีหยดน้ำเคลือบไว้ เล็บมือแหลมคมงอกยาวออกมาประดุจกรงเล็บเสือดาว
วงแหวนวิญญาณวงแรกส่องสว่าง ความเร็วของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุดก่อนจะกระโจนเข้าใส่ถังซานราวกับเสือดาวทะเลล่าเหยื่อ กลิ่นอายคาวปลาคละคลุ้งไปตามแรงลม กรงเล็บแหลมคมเล็งตรงหมายจะปลิดชีพที่ลำคอของถังซาน!
ท่วงท่านั้นโหดเหี้ยมและเฉียบขาด บ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือผู้ที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน เสียงเชียร์และเสียงเป่าปากดังกึกก้องไปทั่วอัฒจันทร์
ทว่าเมื่อเผชิญกับการจู่โจมที่รวดเร็วนั้น ถังซานกลับยืนนิ่งสงบ แววตาภายใต้ชุดคลุมยังคงเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนก
จนกระทั่งกรงเล็บเกือบจะถึงตัว เขาจึงขยับกายเพียงเล็กน้อย ทักษะเคลื่อนไหวดุจเงาพรายถูกนำออกมาใช้ ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับปุยฝ้าย หลบหลีกกรงเล็บสังหารไปได้อย่างหวุดหวิดเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
"หืม?" แมวน้ำทะเลอุทานด้วยความประหลาดใจเมื่อโจมตีพลาด แต่เขามิได้หยุดชะงัก เอวของเขาบิดหมุนอย่างรวดเร็ว ส่งลูกเตะที่ประดับไปด้วยเกล็ดเงาวับประดุจท่อนเหล็ก ฟาดเข้าใส่ช่วงล่างของถังซานทันที
ถังซานยังคงไม่ยอมปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ เขาเพียงแค่ขยับก้าวเท้าเปลี่ยนทิศทาง เดินนิ่งๆ ประหนึ่งเดินเล่นในสวนหย่อม แต่กลับหลบหลีกการโจมตีอันหนักหน่วงได้อีกครั้งอย่างง่ายดาย
เขากำลังเฝ้าสังเกต... สังเกตท่วงท่าของคู่ต่อสู้ ลักษณะของทักษะวิญญาณ และบรรยากาศโดยรอบของสนามประลอง
"ไอ้สารเลว! ดีแต่หลบหรือไง!"
"ทักษะวิญญาณที่สอง กรงเล็บสมุทรแยกพสุธา!"
"ไอ้ขยะ โดนไปซะ!"
"แน่จริงก็สู้กันซึ่งหน้าสิวะ!"
หลังจากโจมตีพลาดเป้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แมวน้ำทะเลก็เริ่มรู้สึกอับอายจนกลายเป็นโทสะ เขาพยายามใช้คำพูดถากถางก่อนจะกระตุ้นวงแหวนวิญญาณวงที่สองจนส่องแสงเจิดจ้า กรงเล็บทั้งสองข้างอาบไปด้วยแสงสีน้ำเงินเข้ม พลังทำลายล้างรุนแรงขึ้น กรงเล็บงอกยาวและหนาขึ้นกว่าเดิม!
ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอีกขั้น กรงเล็บแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว พุ่งเข้าจู่โจมจุดตายรอบกายถังซานอย่างบ้าคลั่ง
คราวนี้ถังซานไม่คิดจะถอยรั้งอีกต่อไป
เขาเหลือบเห็นช่องโหว่เพียงเสี้ยววินาทีจากการโถมตัวเข้ามา มือขวาพุ่งออกไปปานสายแลบ ฝ่ามือหยกเร้นลับทำงานทันที นิ้วมือเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของแมวน้ำทะเลอย่างแม่นยำดุจคีมเหล็ก!
"อะไรกัน?!" แมวน้ำทะเลรู้สึกเหมือนข้อมือถูกพันธนาการด้วยเหล็กร้อน ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนพลังวิญญาณในร่างติดขัด
ถังซานสะบัดข้อมือเพียงเบาๆ พลังแฝงจากควบคุมกระเรียนล่ามังกรก็ระเบิดออก เปลี่ยนทิศทางแรงปะทะของคู่ต่อสู้ให้หวนกลับไปหาตัวเอง
ร่างของแมวน้ำทะเลเสียหลักถลันไปข้างหน้า เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ตรงหน้าอกและลำคอ!
ในวินาทีนั้น ถังซานแววตาจริงจังขึ้น
เขาไม่อยากให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัสเกินจำเป็น จึงเพียงแค่ฟาดฝ่ามือลงไปประดุจคมดาบ ลมจากฝ่ามืออันเฉียบคมกระแทกเข้าที่ซอกคอของแมวน้ำทะเลอย่างจัง
"อึก...!" แมวน้ำทะเลครางในลำคอ ดวงตาพร่ามัวก่อนจะมืดสนิท เรี่ยวแรงทั้งหมดสูญสิ้น ร่างของเขาล้มพับลงกับพื้นหมดสติไปในทันที
การต่อสู้ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ
ถังซานไม่ได้ใช้แม้แต่พลังวิญญาณจากวงแหวน เขาอาศัยเพียงทักษะลับของสำนักถัง ก็ล้มอัคราจารย์วิญญาณลงได้อย่างง่ายดาย!
ทั่วอัฒจันทร์เงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดไปด้วยเสียงอุทาน เสียงสบถก่นด่า และเสียงดูแคลนที่พุ่งเป้าไปทางแมวน้ำทะเล
กรรมการรีบเข้าตรวจสอบ เมื่อยืนยันว่าแมวน้ำทะเลเพียงแค่หมดสติไป จึงประกาศเสียงดังลั่น: "ผู้ชนะ เงินคราม!"
ถังซานพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินลงจากเวทีอย่างสงบภายใต้สายตาอันหลากหลายที่จับจ้องมา
การต่อสู้เมื่อครู่... แม้แต่เหงื่อสักหยดก็ยังไม่ซึม
เมื่อกลับมาถึงห้องพักรอ เสี่ยวอู่ก็รีบวิ่งเข้ามาหาพลางกระซิบด้วยความตื่นเต้น "พี่ซาน พี่สุดยอดไปเลย! จัดการหมอนั่นได้โดยไม่ใช้แม้แต่วิญญาณยุทธ์!"
"แค่ทดสอบฝีมือขั้นต้นน่ะ" ถังซานเอ่ยเรียบๆ "การประลองระดับเหล็กดำที่นี่ดูจะไม่ค่อยท้าทายสำหรับเราเท่าไหร่ ต่อไปตาเจ้าแล้วนะเสี่ยวอู่ คุมกำลังให้ดี อย่าเปิดเผยความลับมากเกินไป"
"อื้อ! ดูข้าให้ดีเถอะ!"
ไม่นานก็ถึงคิวของเสี่ยวอู่ คู่ต่อสู้ของนางคือมหาวิญญาณจารย์สายโจมตีหนักฉายา "หมาป่าสมุทร"
สไตล์การต่อสู้ของเสี่ยวอู่นั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง นางเน้นความคล่องตัวและรวดเร็ว ผสานทักษะอ่อนช้อยเข้ากับแรงปะทะที่คาดไม่ถึง
ต่างจากถังซานที่ปกปิดพลัง เสี่ยวอู่ปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณออกมาตามปกติ นางใช้ความเร็วประดุจภูตพรายผสานกับทักษะการล็อคและการใช้ขาอันทรงพลัง เพียงไม่กี่อึดใจหมาป่าสมุทรที่มีวงแหวนสองวงก็ถูกเหวี่ยงจนมึนงง ก่อนจะปิดฉากด้วยการทุ่มเอวอันงดงามส่งคู่ต่อสู้กระเด็นตกเวทีไป ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงของผู้ชม
"ผู้ชนะ กระต่ายหยก!"
เสี่ยวอู่เดินกลับมาที่ห้องพัก เชิดคางน้อยๆ อย่างผู้ชนะส่งให้ถังซาน
หลายวันต่อมา ถังซานและเสี่ยวอู่ในนามแฝง "เงินคราม" และ "กระต่ายหยก" กลายเป็นขาประจำที่สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่ระดับเหล็กดำ
ถังซานจงใจสะกดพลังของตัวเอง ไม่แสดงวงแหวนวิญญาณ อาศัยเพียงพื้นฐานทางร่างกายและทักษะลับบางส่วนของสำนักถังเท่านั้น
ส่วนเสี่ยวอู่ใช้ทักษะกระดูกอ่อนและการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเป็นหลัก อัตราการชนะของนางพุ่งสูงลิ่วจนเริ่มเป็นที่จับตามอง
ต่อมาถังซานเริ่มทดลองใช้วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินคราม แต่เขาไม่ได้ใช้ในรูปแบบของจักรพรรดิหญ้าเงินครามผู้สูงส่ง เขาจำลองให้มันดูเหมือนหญ้าเงินครามทั่วไปที่เหนียวและทนทานขึ้นมาหน่อย ผสานเข้ากับการใช้ควบคุมกระเรียนล่ามังกรและเคลื่อนไหวดุจเงาพราย เพื่อเน้นการควบคุมและรบกวนคู่ต่อสู้
เขาหลีกเลี่ยงการใช้ทักษะวิญญาณที่ทรงพลัง แต่หันไปเน้นการควบคุมหญ้าเงินครามอย่างละเอียดละออ ฝึกฝนการใช้พลังงานที่น้อยที่สุดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการควบคุมสูงสุด
เขายังเริ่มเลียนแบบสไตล์การต่อสู้ของวิญญาณจารย์สายพืชจากความทรงจำในชาติก่อนมาประยุกต์ใช้ คอยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่เสมอ
การต่อสู้ที่เหมือนเต้นระบำภายใต้พันธนาการเช่นนี้ กลับทำให้เขาค้นพบความเข้าใจใหม่ๆ และพัฒนาการควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด
เขาไม่ต้องการชนะเพียงเพื่อโค่นคู่ต่อสู้ในหมัดเดียวอีกต่อไป แต่เขาเริ่มคิดว่าจะสลายการโจมตีของศัตรูอย่างมีศิลปะที่สุด และช่วงชิงจังหวะการต่อสู้มาเป็นของตัวเองได้อย่างไร
เสี่ยวอู่เองก็ได้รับประโยชน์ไม่แพ้กัน นางเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองในสนามรบได้ดีขึ้น รู้วิธีใช้ความเร็วและความยืดหยุ่นสร้างโอกาส และรู้วิธีอ่านจุดอ่อนรวมถึงเจตนาของคู่ต่อสู้ ประสบการณ์จากสนามจริงทำให้การพัฒนาของนางรวดเร็วกว่าการนั่งฝึกตนอันแสนน่าเบื่อหลายเท่าตัว
แน่นอนว่าสนามประลองไม่ได้ราบรื่นเสมอไป บางครั้งพวกเขาก็ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่รับมือยาก มีทักษะวิญญาณที่แปลกประหลาด หรือมีประสบการณ์โชกโชนจนเคยทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
ทว่าภายใต้แรงกดดันเหล่านั้น ศักยภาพในตัวพวกเขากลับยิ่งถูกจุดประกาย และความสามัคคีในการประสานงานก็ยิ่งเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ
ฉายา "เงินคราม" เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับเหล็กดำ แม้จะไม่มีใครเคยเห็นวงแหวนวิญญาณของเขา แต่ท่าเท้าที่ลึกลับดุจภูตพราย การควบคุมที่แม่นยำ และการโต้กลับที่เฉียบคมในจังหวะสำคัญ ทำให้ไม่มีใครกล้าสบประมาทเขาได้เลย
และสไตล์การต่อสู้ที่รวดเร็วพลิ้วไหวของ "กระต่ายหยก" ก็ดึงดูดสายตาจากผู้คนจำนวนมากเช่นกัน
"ดีมาก... ตอนนี้พวกเจ้าเริ่มดูเหมือนวิญญาณจารย์ที่แท้จริงขึ้นมาบ้างแล้ว"
"การนั่งบ่มเพาะอยู่แต่ในที่เดิมๆ วันแล้ววันเล่า ไม่อาจนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงได้"
"วิญญาณจารย์ต้องเกิดมาเพื่อต่อสู้ เรียนรู้ผ่านคมดาบ แก้ไขความผิดพลาดผ่านการปะทะ"
"วิญญาณจารย์ต้องไม่เคยเกรงกลัวต่อการประลองหรือความพ่ายแพ้"
"พ่อจะยืนอยู่ข้างหลังเจ้า เป็นพิงหลังที่แข็งแกร่งที่สุด ใครที่กล้าคิดร้ายต่อเจ้า... มันผู้นั้นต้องตาย"
ถังเฮ่าเฝ้ามองภาพเหล่านั้นจากเงามืดด้วยจิตใจที่ซับซ้อน ประกายสังหารสีเข้มและแววตาที่เย็นเยียบวาบผ่านดวงตาของเขา
เมื่อเห็นลูกชายและเจ้ากระต่ายน้อยกำลังขัดเกลาตัวเองผ่านเปลวไฟแห่งการต่อสู้ ความพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นในแววตา
เขารู้ดีว่าหยกงามชิ้นนี้กำลังค่อยๆ สลัดคราบหินที่ห่อหุ้มออกภายใต้พายุฝนที่โหมกระหน่ำ เพื่อเผยให้เห็นความคมกล้าที่ซ่อนอยู่ภายใน
การทดสอบในอาณาจักรประลองวิญญาณฮั่นไห่ เปรียบเสมือนหินลับมีดชั้นดีที่ขัดเกลาถังซานและเสี่ยวอู่ให้เฉียบคมและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
และเส้นทางสู่ตำนานของพวกเขา ก็ได้เริ่มหยั่งรากลึกลงบนเวทีที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ การปะทะ และความเดือดพล่านนี้อย่างเงียบเชียบ...