- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!
ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!
ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านดั่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยทว่ามั่นคง เพียงชั่วพริบตา ถังซานและเสี่ยวอู่ก็ได้พำนักอยู่ในเมืองฮั่นไห่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
ในแต่ละวันดำเนินไปตามแบบแผนเดิมๆ นั่นคือการบ่มเพาะพลังวิญญาณ หล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลก และออกไปเดินเล่นซื้อของเป็นเพื่อนเสี่ยวอู่บ้างเป็นครั้งคราว แม้ระดับพลังจะมั่นคงขึ้น ทักษะวิญญาณสรรพสิ่งก่อกำเนิดเริ่มช่ำชอง และพันธะสัญญาทางจิตกับเมล็ดพันธุ์ดูจะแข็งแกร่งขึ้นอีกนิด แต่วิถีชีวิตที่ซ้ำซากจำเจเช่นนี้ย่อมทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายและรู้สึกว้ำซากจำเจอยู่บ้าง
ในคืนหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการบำรุงเมล็ดพันธุ์ตามปกติ ถังซานกำลังจะเริ่มเดินพลังวิชากำลังภายในเสวียนเทียนทันใดนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังสะท้อนขึ้นในห้วงความคิดโดยไร้สัญญาณเตือน:
"เสี่ยวซาน"
หัวใจของถังซานกระตุกวูบ เขารีบสำรวมจิตและตอบกลับผ่านห้วงคำนึงอย่างนอบน้อม "ท่านพ่อ มีเรื่องอันใดหรือครับ?"
เจ้าของเสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากถังเฮ่า ที่ใช้พลังจิตอันกล้าแกร่งส่งผ่านกระแสจิตทางไกลมานั่นเอง
"ช่วงนี้การฝึกฝนของเจ้านิ่งสงบจนเกินไป"
น้ำเสียงของถังเฮ่าแฝงไปด้วยความอาทรที่ยากจะสังเกตเห็น "การตื่นขึ้นของสายเลือดจักรพรรดิหญ้าเงินครามมอบพลังและศักยภาพอันมหาศาลให้แก่เจ้าก็จริง แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงมิได้สร้างขึ้นในห้องอันเงียบสงัด ดอกไม้ที่เติบโตในเรือนกระจก ย่อมไม่อาจทานทนต่อพายุฝนได้"
ถังซานนิ่งเงียบไป... เขาเข้าใจความหมายของผู้เป็นพ่อดี
เขาสัมผัสได้ถึงคอขวดมาสักพักแล้ว มันไม่ใช่คอขวดของระดับพลังวิญญาณ แต่เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้พลังและจังหวะการต่อสู้ที่เริ่มรู้สึกหนืดเหนาด
เพราะถึงแม้พลังต่อสู้ที่แท้จริงของเขาจะก้าวข้ามอัคราจารย์วิญญาณทั่วไป หรือแม้แต่ปรมาจารย์วิญญาณไปแล้ว แต่เขากลับขาดการทดสอบในสนามจริงกับคู่ต่อสู้ในระดับนั้น
"ในเมืองฮั่นไห่มีสถานที่แห่งหนึ่งเรียกว่า สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่ มันคือที่ที่วิญญาณจารย์ใช้สะสางความแค้นและขัดเกลาฝีมือ"
ถังเฮ่ากล่าวต่อ "จงไปที่นั่นเสีย อย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหรือรูปแบบวงแหวนวิญญาณของเจ้า จงใช้นามแฝง เฟ้นหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสม และประลองในสนามจริงสักหน่อย จำไว้ว่าเป้าหมายมิใช่การเข่นฆ่า แต่เป็นการพิสูจน์สิ่งที่เจ้าเรียนรู้ ค้นหาจุดบกพร่อง และปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนอยู่"
"ข้าเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ" ถังซานตอบรับด้วยความกระจ่างชัด
ใช่แล้ว... เขาต้องการแรงกดดัน แรงผลักดันที่เกิดจากการยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้และก้าวข้ามขีดจำกัด
ก่อนหน้านี้เขามีความกังวลอยู่บ้าง แต่ในสถานที่แห่งใหม่นี้ไม่มีใครรู้จักเขา สำนักวิญญาณยุทธ์และสองจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่แทบจะเข้าไม่ถึงพื้นที่แถบนี้ มันจึงเป็นเขตที่ค่อนข้างอิสระ
แม้เขาจะแสดงพรสวรรค์ออกมาบ้าง ก็คงไม่ดึงดูดสายตาคนมากเกินไปนัก ตราบเท่าที่เขาใช้ทักษะการซ่อนเร้น แสดงออกเพียงระดับพลังวิญญาณโดยไม่เผยวงแหวนวิญญาณให้ใครเห็น ย่อมไม่มีปัญหา
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้เขากำลังศึกษาวิธีผสานวิชากำลังภายในเสวียนเทียนเข้ากับทักษะพรางกาย อีกไม่นานเขาอาจจะรู้วิธีเปลี่ยนสีวงแหวนวิญญาณที่แสดงออกมาภายนอกได้โดยตรง
เขาเชื่อว่าด้วยสติปัญญา และความรู้จากนิยายหรือแฟนฟิคนับหมื่นเรื่องที่เคยอ่านในชาติก่อน เขาต้องทำสำเร็จแน่ๆ!
และเมื่อความลับนั้นถูกไขออก เขาจะไม่ต้องหลบซ่อนวงแหวนวิญญาณอีกต่อไป อย่างน้อยก่อนที่เขาจะเติบโตเต็มที่ เขาสามารถพรางสีของมันไว้ได้ และเมื่อเขามีพลังระดับราชทินนามพรหมยุทธ์เมื่อไหร่ เขาก็จะเปิดเผยสีสันที่แท้จริงให้โลกเห็นได้อย่างสง่างาม
และถึงแม้ความลับจะแตก แต่พ่อถังเฮ่าระดับพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียนก็ซุ่มดูเขาอยู่ลับๆ จะมีอะไรต้องกลัว?
ในเมืองฮั่นไห่แทบจะไม่มีราชทินนามพรหมยุทธ์ย่างกรายเข้ามา และต่อให้มี... ก็ไม่มีใครเทียบเคียงถังเฮ่าได้ ชายผู้มาพร้อมกับลำโพงส่วนตัว (ซาวด์ประกอบอันทรงพลัง) ผู้ที่พลังต่อสู้จะพุ่งสูงตามความเก่งของศัตรู และท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่การระเบิดวงแหวนหรือวิถีค้อนสุเมรุแต่คือ... การยืนหยัดสู้จนถึงหยดสุดท้าย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำของท่านพ่อถังเฮ่า ไปหาความตื่นเต้นในสนามประลองวิญญาณเสียหน่อย
การนั่งสมาธิทุกวันมันช่างน่าเบื่อจริงๆ ชีวิตที่ขาดสีสันแบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับความตาย
"อ้อ พาเจ้ากระต่ายน้อยตัวนั้นไปด้วย นางเองก็ต้องผ่านสนามจริงเช่นกัน ส่วนนามแฝง... ก็คิดเอาเองแล้วกัน จำไว้ว่าหากไม่ถึงช่วงวิกฤตชีวิต อย่าได้ใช้ค้อนฮ่าวเทียนและจงสะกดพลังของวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามเอาไว้ ส่วนขีดจำกัดแค่ไหน... ข้าได้สอนทักษะการพรางกายให้เจ้าแล้ว จงตัดสินใจเอาเอง"
เสียงของถังเฮ่าค่อยๆ เลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ถังซานลืมตาขึ้น ประกายแหลมคมพาดผ่านดวงตา การฝึกตนอันเงียบเหงาต้องการสีสันมาเติมเต็ม และสนามประลองวิญญาณคือเวทีพิสูจน์ฝีมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
"ครับ" ถังซานพึมพำพลางพยักหน้า
วันต่อมา ถังซานบอกเรื่องสนามประลองกับเสี่ยวอู่
ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีการต่อสู้ เสี่ยวอู่ก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ความเบื่อหน่ายก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น นางหักข้อนิ้วดังกร๊อบๆ ราวกับอยากจะพุ่งตัวไปยังสนามประลองเดี๋ยวนี้เลย
แม้การเที่ยวชมสถานที่ใหม่ๆ จะดี แต่นางก็คือสัตว์วิญญาณแสนปีในร่างมนุษย์ เลือดนักสู้ยังคงเดือดพล่านอยู่ในกระดูก ก่อนหน้านี้คอยอดทนไว้เพราะเห็นแก่ถังซาน ตอนนี้ในที่สุดนางก็ได้สนุกเสียที
ดังนั้นเมื่อถังซานเสนอเรื่องนี้ จึงถือว่าถูกใจนางอย่างที่สุด นางยินยอมพร้อมใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ทั้งคู่รีบเตรียมตัวเปลี่ยนไปสวมชุดคลุมสีเทาธรรมดาๆ ที่ปิดบังใบหน้าและสีผมที่โดดเด่น ถังซานใช้วัสดุง่ายๆ ปรับเปลี่ยนโครงหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองดูธรรมดาและจืดชืดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
จากนั้นพวกเขาก็มาถึงเขตตะวันออกของเมืองฮั่นไห่ และได้เห็นอาคารขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านราวกับสัตว์ร้ายหมอบอยู่... สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่
ที่หน้าทางเข้า ผู้คนพลุกพล่านเดินเข้าออก บ้างก็แผ่กลิ่นอายดุดัน เย็นชา หรือป่าเถื่อนออกมา
หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าลงทะเบียน พวกเขาก็ลงชื่อด้วยนามแฝงภายใต้สายตาอันเฉยเมยของเจ้าหน้าที่
"นามแฝงและระดับพลัง" เจ้าหน้าที่ถามโดยไม่เงยหน้ามอง
"เงินคราม ระดับสามสิบสาม" ถังซานตอบอย่างใจเย็น พร้อมจงใจดัดเสียงให้ต่ำลง
"กระต่ายหยก ระดับยี่สิบหก" เสี่ยวอู่เลียนแบบบ้าง แม้ความตื่นเต้นในน้ำเสียงจะปิดไม่มิดก็ตาม
เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น พวกเขาได้รับป้ายดำสองอันที่สลักนามแฝงเอาไว้ ตามกฎแล้วพวกเขาต้องเริ่มไต่เต้าจากอันดับต่ำสุดนั่นคือ นักสู้ระดับเหล็กดำ
ภายในสนามประลองกว้างขวางใหญ่โต มีลานประลองหลายแห่งตรงกลางถูกแยกส่วนด้วยม่านพลังจากอุปกรณ์วิญญาณที่แข็งแกร่ง รายล้อมด้วยที่นั่งผู้ชมที่เป็นชั้นๆ
ตอนนี้มีผู้คนหนาแน่นเต็มอัฒจันทร์ เสียงตะโกนเชียร์ เสียงก่นด่า และเสียงโห่ร้องผสมปนเปกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่ร้อนระอุและบ้าคลั่ง กลิ่นอายของเหงื่อ เลือด และความคึกคะนองอบอวลอยู่ในอากาศ
ถังซานและเสี่ยวอู่ถูกพาไปยังพื้นที่รอการประลอง
ที่นั่นรวบรวมวิญญาณจารย์ไว้ทุกรูปแบบ บางคนนั่งสมาธิหลับตา บางคนเดินวนเวียนด้วยความประหม่า และบางคนก็จ้องมองคู่ต่อสู้ที่อาจจะได้เจอด้วยสายตากระหายเลือด
ไม่นานนัก เสียงประกาศก็ดังขึ้น: "คู่ต่อไป นักสู้ระดับเหล็กดำ: ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ เงินครามปะทะกับแมวน้ำทะเล! ขอให้นักสู้ก้าวขึ้นสู่สนาม!"
ถังซานตบไหล่เสี่ยวอู่ที่กำลังตื่นเต้นปนประหม่าเบาๆ พลางกระซิบ "ดูข้าสู้ก่อน ศึกษาเรื่องกฎและบรรยากาศให้ดี"
เสี่ยวอู่พยักหน้าหงึกๆ "สู้ๆ นะพี่ซาน! ซัดมันให้ร่วงเลย!"
ถังซานจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินอย่างสงบไปยังสนามประลองหมายเลขสาม
คู่ต่อสู้ของเขา แมวน้ำทะเลเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเพรียวทว่ามีดวงตาที่ดุดัน วงแหวนวิญญาณสามวง เหลือง สอง ม่วง หนึ่ง ปรากฏขึ้น บ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือ อัคราจารย์วิญญาณ
"หึ หน้าใหม่ที่เอาแต่ปิดบังใบหน้าเรอะ! หรือว่าหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าสู้หน้าคน?" แมวน้ำทะเลเลียริมฝีปากพร้อมยิ้มอย่างกระหายเลือด "ดูเหมือนวันนี้ข้าจะโชคดีแฮะ ได้ประเดิมชัยชนะง่ายๆ เสียแล้ว!"
"เริ่มการประลองได้!"
กรรมการประกาศกฎง่ายๆ คือ ห้ามจงใจฆ่า ชัยชนะจะตัดสินจากการขานรับความพ่ายแพ้หรือหมดสภาพการต่อสู้... ก่อนจะสะบัดมือให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้ทันที!