เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!

ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!

ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!


กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านดั่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยทว่ามั่นคง เพียงชั่วพริบตา ถังซานและเสี่ยวอู่ก็ได้พำนักอยู่ในเมืองฮั่นไห่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว

ในแต่ละวันดำเนินไปตามแบบแผนเดิมๆ นั่นคือการบ่มเพาะพลังวิญญาณ หล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลก และออกไปเดินเล่นซื้อของเป็นเพื่อนเสี่ยวอู่บ้างเป็นครั้งคราว แม้ระดับพลังจะมั่นคงขึ้น ทักษะวิญญาณสรรพสิ่งก่อกำเนิดเริ่มช่ำชอง และพันธะสัญญาทางจิตกับเมล็ดพันธุ์ดูจะแข็งแกร่งขึ้นอีกนิด แต่วิถีชีวิตที่ซ้ำซากจำเจเช่นนี้ย่อมทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายและรู้สึกว้ำซากจำเจอยู่บ้าง

ในคืนหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการบำรุงเมล็ดพันธุ์ตามปกติ ถังซานกำลังจะเริ่มเดินพลังวิชากำลังภายในเสวียนเทียนทันใดนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังสะท้อนขึ้นในห้วงความคิดโดยไร้สัญญาณเตือน:

"เสี่ยวซาน"

หัวใจของถังซานกระตุกวูบ เขารีบสำรวมจิตและตอบกลับผ่านห้วงคำนึงอย่างนอบน้อม "ท่านพ่อ มีเรื่องอันใดหรือครับ?"

เจ้าของเสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากถังเฮ่า ที่ใช้พลังจิตอันกล้าแกร่งส่งผ่านกระแสจิตทางไกลมานั่นเอง

"ช่วงนี้การฝึกฝนของเจ้านิ่งสงบจนเกินไป"

น้ำเสียงของถังเฮ่าแฝงไปด้วยความอาทรที่ยากจะสังเกตเห็น "การตื่นขึ้นของสายเลือดจักรพรรดิหญ้าเงินครามมอบพลังและศักยภาพอันมหาศาลให้แก่เจ้าก็จริง แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงมิได้สร้างขึ้นในห้องอันเงียบสงัด ดอกไม้ที่เติบโตในเรือนกระจก ย่อมไม่อาจทานทนต่อพายุฝนได้"

ถังซานนิ่งเงียบไป... เขาเข้าใจความหมายของผู้เป็นพ่อดี

เขาสัมผัสได้ถึงคอขวดมาสักพักแล้ว มันไม่ใช่คอขวดของระดับพลังวิญญาณ แต่เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้พลังและจังหวะการต่อสู้ที่เริ่มรู้สึกหนืดเหนาด

เพราะถึงแม้พลังต่อสู้ที่แท้จริงของเขาจะก้าวข้ามอัคราจารย์วิญญาณทั่วไป หรือแม้แต่ปรมาจารย์วิญญาณไปแล้ว แต่เขากลับขาดการทดสอบในสนามจริงกับคู่ต่อสู้ในระดับนั้น

"ในเมืองฮั่นไห่มีสถานที่แห่งหนึ่งเรียกว่า สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่ มันคือที่ที่วิญญาณจารย์ใช้สะสางความแค้นและขัดเกลาฝีมือ"

ถังเฮ่ากล่าวต่อ "จงไปที่นั่นเสีย อย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหรือรูปแบบวงแหวนวิญญาณของเจ้า จงใช้นามแฝง เฟ้นหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสม และประลองในสนามจริงสักหน่อย จำไว้ว่าเป้าหมายมิใช่การเข่นฆ่า แต่เป็นการพิสูจน์สิ่งที่เจ้าเรียนรู้ ค้นหาจุดบกพร่อง และปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนอยู่"

"ข้าเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ" ถังซานตอบรับด้วยความกระจ่างชัด

ใช่แล้ว... เขาต้องการแรงกดดัน แรงผลักดันที่เกิดจากการยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้และก้าวข้ามขีดจำกัด

ก่อนหน้านี้เขามีความกังวลอยู่บ้าง แต่ในสถานที่แห่งใหม่นี้ไม่มีใครรู้จักเขา สำนักวิญญาณยุทธ์และสองจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่แทบจะเข้าไม่ถึงพื้นที่แถบนี้ มันจึงเป็นเขตที่ค่อนข้างอิสระ

แม้เขาจะแสดงพรสวรรค์ออกมาบ้าง ก็คงไม่ดึงดูดสายตาคนมากเกินไปนัก ตราบเท่าที่เขาใช้ทักษะการซ่อนเร้น แสดงออกเพียงระดับพลังวิญญาณโดยไม่เผยวงแหวนวิญญาณให้ใครเห็น ย่อมไม่มีปัญหา

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้เขากำลังศึกษาวิธีผสานวิชากำลังภายในเสวียนเทียนเข้ากับทักษะพรางกาย อีกไม่นานเขาอาจจะรู้วิธีเปลี่ยนสีวงแหวนวิญญาณที่แสดงออกมาภายนอกได้โดยตรง

เขาเชื่อว่าด้วยสติปัญญา และความรู้จากนิยายหรือแฟนฟิคนับหมื่นเรื่องที่เคยอ่านในชาติก่อน เขาต้องทำสำเร็จแน่ๆ!

และเมื่อความลับนั้นถูกไขออก เขาจะไม่ต้องหลบซ่อนวงแหวนวิญญาณอีกต่อไป อย่างน้อยก่อนที่เขาจะเติบโตเต็มที่ เขาสามารถพรางสีของมันไว้ได้ และเมื่อเขามีพลังระดับราชทินนามพรหมยุทธ์เมื่อไหร่ เขาก็จะเปิดเผยสีสันที่แท้จริงให้โลกเห็นได้อย่างสง่างาม

และถึงแม้ความลับจะแตก แต่พ่อถังเฮ่าระดับพรหมยุทธ์ฮ่าวเทียนก็ซุ่มดูเขาอยู่ลับๆ จะมีอะไรต้องกลัว?

ในเมืองฮั่นไห่แทบจะไม่มีราชทินนามพรหมยุทธ์ย่างกรายเข้ามา และต่อให้มี... ก็ไม่มีใครเทียบเคียงถังเฮ่าได้ ชายผู้มาพร้อมกับลำโพงส่วนตัว (ซาวด์ประกอบอันทรงพลัง) ผู้ที่พลังต่อสู้จะพุ่งสูงตามความเก่งของศัตรู และท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่การระเบิดวงแหวนหรือวิถีค้อนสุเมรุแต่คือ... การยืนหยัดสู้จนถึงหยดสุดท้าย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำของท่านพ่อถังเฮ่า ไปหาความตื่นเต้นในสนามประลองวิญญาณเสียหน่อย

การนั่งสมาธิทุกวันมันช่างน่าเบื่อจริงๆ ชีวิตที่ขาดสีสันแบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับความตาย

"อ้อ พาเจ้ากระต่ายน้อยตัวนั้นไปด้วย นางเองก็ต้องผ่านสนามจริงเช่นกัน ส่วนนามแฝง... ก็คิดเอาเองแล้วกัน จำไว้ว่าหากไม่ถึงช่วงวิกฤตชีวิต อย่าได้ใช้ค้อนฮ่าวเทียนและจงสะกดพลังของวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามเอาไว้ ส่วนขีดจำกัดแค่ไหน... ข้าได้สอนทักษะการพรางกายให้เจ้าแล้ว จงตัดสินใจเอาเอง"

เสียงของถังเฮ่าค่อยๆ เลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

ถังซานลืมตาขึ้น ประกายแหลมคมพาดผ่านดวงตา การฝึกตนอันเงียบเหงาต้องการสีสันมาเติมเต็ม และสนามประลองวิญญาณคือเวทีพิสูจน์ฝีมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

"ครับ" ถังซานพึมพำพลางพยักหน้า

วันต่อมา ถังซานบอกเรื่องสนามประลองกับเสี่ยวอู่

ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีการต่อสู้ เสี่ยวอู่ก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ความเบื่อหน่ายก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น นางหักข้อนิ้วดังกร๊อบๆ ราวกับอยากจะพุ่งตัวไปยังสนามประลองเดี๋ยวนี้เลย

แม้การเที่ยวชมสถานที่ใหม่ๆ จะดี แต่นางก็คือสัตว์วิญญาณแสนปีในร่างมนุษย์ เลือดนักสู้ยังคงเดือดพล่านอยู่ในกระดูก ก่อนหน้านี้คอยอดทนไว้เพราะเห็นแก่ถังซาน ตอนนี้ในที่สุดนางก็ได้สนุกเสียที

ดังนั้นเมื่อถังซานเสนอเรื่องนี้ จึงถือว่าถูกใจนางอย่างที่สุด นางยินยอมพร้อมใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ทั้งคู่รีบเตรียมตัวเปลี่ยนไปสวมชุดคลุมสีเทาธรรมดาๆ ที่ปิดบังใบหน้าและสีผมที่โดดเด่น ถังซานใช้วัสดุง่ายๆ ปรับเปลี่ยนโครงหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองดูธรรมดาและจืดชืดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

จากนั้นพวกเขาก็มาถึงเขตตะวันออกของเมืองฮั่นไห่ และได้เห็นอาคารขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านราวกับสัตว์ร้ายหมอบอยู่... สนามประลองวิญญาณฮั่นไห่

ที่หน้าทางเข้า ผู้คนพลุกพล่านเดินเข้าออก บ้างก็แผ่กลิ่นอายดุดัน เย็นชา หรือป่าเถื่อนออกมา

หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าลงทะเบียน พวกเขาก็ลงชื่อด้วยนามแฝงภายใต้สายตาอันเฉยเมยของเจ้าหน้าที่

"นามแฝงและระดับพลัง" เจ้าหน้าที่ถามโดยไม่เงยหน้ามอง

"เงินคราม ระดับสามสิบสาม" ถังซานตอบอย่างใจเย็น พร้อมจงใจดัดเสียงให้ต่ำลง

"กระต่ายหยก ระดับยี่สิบหก" เสี่ยวอู่เลียนแบบบ้าง แม้ความตื่นเต้นในน้ำเสียงจะปิดไม่มิดก็ตาม

เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น พวกเขาได้รับป้ายดำสองอันที่สลักนามแฝงเอาไว้ ตามกฎแล้วพวกเขาต้องเริ่มไต่เต้าจากอันดับต่ำสุดนั่นคือ นักสู้ระดับเหล็กดำ

ภายในสนามประลองกว้างขวางใหญ่โต มีลานประลองหลายแห่งตรงกลางถูกแยกส่วนด้วยม่านพลังจากอุปกรณ์วิญญาณที่แข็งแกร่ง รายล้อมด้วยที่นั่งผู้ชมที่เป็นชั้นๆ

ตอนนี้มีผู้คนหนาแน่นเต็มอัฒจันทร์ เสียงตะโกนเชียร์ เสียงก่นด่า และเสียงโห่ร้องผสมปนเปกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่ร้อนระอุและบ้าคลั่ง กลิ่นอายของเหงื่อ เลือด และความคึกคะนองอบอวลอยู่ในอากาศ

ถังซานและเสี่ยวอู่ถูกพาไปยังพื้นที่รอการประลอง

ที่นั่นรวบรวมวิญญาณจารย์ไว้ทุกรูปแบบ บางคนนั่งสมาธิหลับตา บางคนเดินวนเวียนด้วยความประหม่า และบางคนก็จ้องมองคู่ต่อสู้ที่อาจจะได้เจอด้วยสายตากระหายเลือด

ไม่นานนัก เสียงประกาศก็ดังขึ้น: "คู่ต่อไป นักสู้ระดับเหล็กดำ: ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ เงินครามปะทะกับแมวน้ำทะเล! ขอให้นักสู้ก้าวขึ้นสู่สนาม!"

ถังซานตบไหล่เสี่ยวอู่ที่กำลังตื่นเต้นปนประหม่าเบาๆ พลางกระซิบ "ดูข้าสู้ก่อน ศึกษาเรื่องกฎและบรรยากาศให้ดี"

เสี่ยวอู่พยักหน้าหงึกๆ "สู้ๆ นะพี่ซาน! ซัดมันให้ร่วงเลย!"

ถังซานจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินอย่างสงบไปยังสนามประลองหมายเลขสาม

คู่ต่อสู้ของเขา แมวน้ำทะเลเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเพรียวทว่ามีดวงตาที่ดุดัน วงแหวนวิญญาณสามวง เหลือง สอง ม่วง หนึ่ง ปรากฏขึ้น บ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือ อัคราจารย์วิญญาณ

"หึ หน้าใหม่ที่เอาแต่ปิดบังใบหน้าเรอะ! หรือว่าหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าสู้หน้าคน?" แมวน้ำทะเลเลียริมฝีปากพร้อมยิ้มอย่างกระหายเลือด "ดูเหมือนวันนี้ข้าจะโชคดีแฮะ ได้ประเดิมชัยชนะง่ายๆ เสียแล้ว!"

"เริ่มการประลองได้!"

กรรมการประกาศกฎง่ายๆ คือ ห้ามจงใจฆ่า ชัยชนะจะตัดสินจากการขานรับความพ่ายแพ้หรือหมดสภาพการต่อสู้... ก่อนจะสะบัดมือให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้ทันที!

จบบทที่ ตอนที่ 61: สุ้มเสียงจากถังเฮ่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว