- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 29: หวนคืนสู่ป่าซิงโต่ว เถาปราณชีวา!
ตอนที่ 29: หวนคืนสู่ป่าซิงโต่ว เถาปราณชีวา!
ตอนที่ 29: หวนคืนสู่ป่าซิงโต่ว เถาปราณชีวา!
เมื่อได้เห็นความตื่นเต้นและประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็นในดวงตาของเสี่ยวอู่ หัวใจของถังซานก็สั่นไหวเล็กน้อย
เดิมทีเขาตั้งใจจะเดินทางไปเพียงลำพัง หรือไม่ก็ไปกับถังเฮ่าผู้เป็นพ่อ แต่ข้อเสนอของเสี่ยวอู่นั้นเปิดโอกาสที่น่าสนใจยิ่งกว่า การมีนางอยู่ข้างกายไม่เพียงแต่จะได้ผู้ที่ชำนาญเส้นทางในป่าใหญ่ซิงโต่วเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าคือ "สหาย" ที่นางกล่าวถึง...
มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกนั้นคือเจ้าแห่งป่าซิงโต่วอย่างวานรยักษ์ไท่ถันและวัวอสรพิษมรกต! หากได้รับการคุ้มครองอย่างลับๆ จากพวกมัน ความเสี่ยงอันมหาศาลในการดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีจะต้องลดลงอย่างมากแน่นอน ต่อให้ไม่มีพวกมัน แต่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านพ่อ ปัญหาก็คงมีไม่มากนัก
"ตกลง" ถังซานพยักหน้าโดยไม่ลังเล "มีเจ้าอยู่ด้วยย่อมปลอดภัยกว่าจริงๆ แต่เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด โดยเฉพาะแผนการดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีของข้านะ"
"วางใจเถอะน่า!" เสี่ยวอู่ตบอกรับคำประกัน หูกระต่ายบนหัวสั่นไหวอย่างร่าเริง "ข้ารู้ว่าอะไรสำคัญ! แต่ถังซาน... เจ้าแน่ใจจริงๆ นะว่าจะลองดูดซับวงแหวนหมื่นปี? นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ต่อให้เป็นคนที่มีพลังจิตกล้าแข็ง แต่การจู่โจมทางวิญญาณจากวงแหวนหมื่นปีนั้นอันตรายมาก เจ้ายังเปลี่ยนใจตอนนี้ได้นะ"
"ข้าไม่เสียใจภายหลังหรอก ข้ามีเหตุผลที่ต้องลอง"
ถังซานตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาลึกซึ้งและมั่นคง "วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามของข้าต้องการพลังชีวิตที่เข้มแข็งกว่านี้ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงตาม เมื่อมีโอกาสข้าก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป และ..."
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สัมผัสได้ถึงพลังจิตที่พลุ่งพล่านอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งจิตวิญญาณ และการมองเห็นที่ทะลุปรุโปร่งของเนตรปีศาจ "ข้าเองก็ไม่ได้ไร้ซึ่งความมั่นใจเสียทีเดียว"
"เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เราจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่ดี?" เสี่ยวอู่มองลึกเข้าไปในดวงตาของถังซาน มันใสกระจ่างยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับมองทะลุเข้าไปในหัวใจคนได้ และนั่นทำให้นางรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
"ยิ่งเร็วยิ่งดี... ไปตอนนี้เลย"
"เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ ข้าจะไปแจ้งทางโรงเรียนว่า... ข้าจะพาเจ้าออกไปฝึกฝนข้างนอก แล้วเจอกันที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามโรงเรียนในอีกสักครู่"
ถังซานเตรียมข้ออ้างไว้พร้อมสรรพ ด้วยสถานะและพลังของเขาในโรงเรียนนั่วติงตอนนี้ การจะพานักเรียนทุนออกไป "ฝึกฝน" ย่อมไม่มีใครสงสัย
"เย้!" เสี่ยวอู่ร้องอย่างดีใจ นางเองก็รู้สึกอุดอู้ในโรงเรียนมานานแล้ว
ทั้งคู่แยกย้ายกันไป ถังซานเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนและอธิบายสถานการณ์สั้นๆ เมื่อเห็นว่าถังซานเป็นคนนำทีมด้วยตัวเอง แม้จะยังไม่รู้ระดับพลังที่แท้จริงของเขา บวกกับเสี่ยวอู่ที่เป็นอัจฉริยะที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดอีกคน ผู้อำนวยการจึงอนุมัติอย่างง่ายดาย พร้อมกำชับให้ระวังตัว
ขณะเดียวกัน ณ มุมมืดใกล้ๆ โรงเตี๊ยม...
"ในเมื่อนางไปกับเจ้าด้วย ข้าก็ไม่สะดวกที่จะปรากฏตัว" เสียงทุ้มต่ำของถังเฮ่าดังขึ้นจากเงามืด "ให้นางไม่รู้ฐานะของข้าน่ะดีแล้ว หากนางรู้ว่าข้าคือราชทินนามพรหมยุทธ์ นางคงจะรู้สึกอึดอัดใจเปล่าๆ ข้าจะตามไปอย่างลับๆ เจ้าไม่ต้องกังวล"
ถังเฮ่ามองว่าการมีเสี่ยวอู่ช่วยนำทางจะช่วยลดความยุ่งยากได้มาก อีกอย่างถังซานมักจะฝึกฝนอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด การมีนางเป็นเพื่อนร่วมทางก็นับว่าเป็นเรื่องดี จะได้ถือโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองคนไปด้วย
"ครับท่านพ่อ" ถังซานพยักหน้า เขายังไม่อยากให้ทั้งคู่เผชิญหน้ากันในตอนนี้เช่นกัน
ไม่นานนักเสี่ยวอู่ก็มาถึง ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังสมาคมรถม้า จ้างรถม้าที่รวดเร็วที่สุดพร้อมคนขับมืออาชีพ มุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ซิงโต่วอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางเสี่ยวอู่ช่างพูดช่างคุยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ราวกับมาท่องเที่ยวพักผ่อนมากกว่ามาเสี่ยงอันตราย ส่วนถังซานนั้นสงบนิ่ง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการโคจรกำลังภายในเสวียนเทียนเพื่อปรับสภาพร่างกาย เตรียมพร้อมทั้งกายและใจให้อยู่ในจุดสูงสุด
ในใจของเขาเฝ้าครุ่นคิดถึงเถาปราณชีวาและวงแหวนหมื่นปี คำบอกเล่าของเสี่ยวอู่ตรงกับบันทึกที่ท่านแม่ทิ้งไว้: เถาปราณชีวาไร้ซึ่งพลังโจมตี และกระจัดกระจายอยู่อย่างไร้ระเบียบ หากไม่มีเสี่ยวอู่ช่วยนำทาง การจะหามันให้พบท่ามกลางป่าอันกว้างใหญ่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หลายวันผ่านไป กลิ่นอายอันป่าเถื่อนและอันตรายของชายป่าซิงโต่วก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ยิ่งเข้าใกล้ป่า เสี่ยวอู่ก็เริ่มสำรวมท่าทีลง แววตาขี้เล่นจางหายไป แทนที่ด้วยแววตาซับซ้อนราวกับคนเดินทางที่ได้กลับคืนสู่บ้านเกิด ทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตป่าอย่างรวดเร็ว
"ตามข้ามา ทางนี้"
เสี่ยวอู่เลือกเส้นทางที่ลับตาคนและมีร่องรอยของสัตว์วิญญาณน้อยกว่าปกติ ด้วยการนำทางของนาง ทั้งคู่จึงเข้าสู่เขตพื้นที่ผสมได้อย่างราบรื่น ต้นไม้ในเขตนี้สูงใหญ่เสียดฟ้าจนบังแสงอาทิตย์จนมิด อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายพฤกษาและกลิ่นชื้นของดิน
ถังซานเดินตามติด เดินเครื่องเนตรปีศาจสีม่วงระดับหยั่งรู้อย่างลับๆ พร้อมเปิดใช้งานทักษะวิญญาณที่หนึ่งสัมผัสแห่งชีวิต ทุกสิ่งในป่ากลายเป็นภาพที่ชัดเจนในสายตาของเขา ไม่ว่าจะเป็นอสรพิษที่ซ่อนในพงหญ้า หรือนักล่าที่จ้องมองจากยอดไม้ เขาก็สามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า
"ใกล้ถึงแล้ว" เสี่ยวอู่กระซิบพลางชี้ไปยังพื้นที่เบื้องหน้าที่ดูเก่าแก่และปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ "ใจกลางซากปรักหักพังนั่นคือที่อยู่ของเถาปราณชีวา ปกติมันจะนิ่งสงบมากจนแทบจะกลืนไปกับพืชรอบข้าง ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะดูเหมือนเถาวัลย์ธรรมดาทั่วไปเลยล่ะ"
ถังซานรวมสมาธิเพ่งเนตรปีศาจสีม่วงไปที่นั่น และเขาก็ได้เห็น...
ท่ามกลางกำแพงหินที่พังทลาย มีเถาวัลย์บางเส้นที่มีพลังชีวิตมหาศาลและบริสุทธิ์ซ่อนอยู่ภายใน ความเหนียวแน่นของมันเหนือกว่าพืชรอบข้างอย่างเทียบไม่ได้ กลิ่นอายของมันกลมกลืนกับต้นไม้โบราณจนแนบเนียน หากไม่ใช่เพราะเนตรปีศาจระดับหยั่งรู้ เขาคงมองข้ามมันไปแน่ๆ
"ซ่อนตัวได้เก่งจริงๆ... เรียบง่ายจนคนทั่วไปไม่มีทางรู้เลยว่านี่คือเถาปราณชีวาหมื่นปี" ถังซานพึมพำ "เสี่ยวอู่ เจ้าคอยอยู่ตรงนี้ อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้ กระบวนการดูดซับห้ามถูกรบกวนเด็ดขาด"
"อืม ระวังตัวด้วยนะ" เสี่ยวอู่พยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ข้าจะเฝ้าอยู่ตรงนี้เอง ถ้าเกิดอะไรขึ้น... ข้าจะเรียกสหายของข้ามาช่วย"
"วางใจเถอะ จะไม่มีอะไรผิดพลาด... เชื่อใจข้านะ"
ถังซานทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ทำให้มั่นใจ ก่อนจะใช้ทักษะเคลื่อนไหวดุจเงาพรายทะยานร่างหายไปในซากปรักหักพังอย่างเงียบเชียบ
ขณะเดียวกัน ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก ถังเฮ่าในชุดคลุมสีดำเฝ้ามองอยู่อย่างสงบ
'พลังชีวิตเข้มข้นถึงเพียงนี้สมกับที่เป็นเถาปราณชีวา เหมาะกับเสี่ยวซานที่ต้องการวิวัฒนาการพลังชีวิตขั้นสูงสุดจริงๆ' เขาลอบคิดในใจว่าหากไม่มีความช่วยเหลือจากกระต่ายน้อยตัวนี้ การจะหาเป้าหมายที่ซ่อนเร้นได้มิดชิดขนาดนี้คงเป็นเรื่องยากลำบากแสนสาหัส และวงแหวนอื่นคงไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งนี้ได้เลย...