เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59 ออฟฟิศ

บทที่ 59 ออฟฟิศ

บทที่ 59 ออฟฟิศ


ระหว่างทาง ทั้งกลุ่มเงียบสนิท โจวไท่ฝูเดินอยู่ด้านขวาของกลุ่มพร้อมกับถือเสื้อผ้าที่เขายืมมา เขาแอบมองเจินเจี้ยนเหรินเป็นระยะ คนหลังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่พูดจา ต่างกับเจียงเฉิงที่เดินนำหน้าอย่างอารมณ์ดี อกผายไหล่ผึ่งเหมือนเป็นผู้นำทางให้ทุกคน

เจ้าอ้วนเดินตามติดเจียงเฉิง ส่วนสวี่เหวินกับจางอิ้นอิ้นเดินอยู่ท้ายกลุ่ม คนแรกยังดูปกติ แต่คนหลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกสิ้นหวังในแววตาของเธอจางหายไป กลายเป็นสายตานิ่งเย็นแทนที่ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นซับซ้อนเกินคาด เธอแยกไม่ออกว่าเรื่องที่เจียงเฉิงเล่านั้นจริงเท็จแค่ไหน แต่สิ่งที่เธอยืนยันได้แน่นอนคือภาพวาดกับผีนั่น…น่าจะมีอยู่จริง โดยเฉพาะรายละเอียดเรื่องมือของผี

เธอยังจำได้ชัดเจนว่าตอนที่เจินเจี้ยนเหรินได้ยินว่าผีมีมือใหญ่กว่าคนปกติสองเท่า เขาชะงักไป สีหน้าถอดสี ความโอหังหายวับไปทันที ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตา นั่นทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ

จางอิ้นอิ้นมีข้อสันนิษฐานอยู่สองข้อ

หนึ่ง เจินเจี้ยนเหรินกับโหลวอี้อาจสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผีผู้หญิงตัวนั้นมาได้ และรู้ว่ามือข้างขวาของเธอผิดปกติ แต่จงใจไม่บอกใคร

สอง ซึ่งตรงไปตรงมากว่า คือพวกเขาเคยเห็นผีตัวนั้นมาก่อนแล้ว จึงรู้ลักษณะทางกายภาพของเธอ

สายตาของจางอิ้นอิ้นจ้องแผ่นหลังของเจินเจี้ยนเหริน แล้วเปลี่ยนเป็นแววตาเย็นชา

หรือว่า... ผีนั่นผูกพันกับเขา?

ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะแยกย้ายกัน พวกเขาได้รับแจ้งว่าการซ้อมรอบที่สองจะจัดขึ้นตอนบ่ายสอง และทุกคนต้องเข้าร่วม สถานที่ยังคงเป็นห้องดนตรีในอาคาร C ทั้งกลุ่มจึงมุ่งหน้าไปยังอาคาร C ด้วยกัน

โหลวอี้หายตัวไป จากคำบอกเล่าของเจินเจี้ยนเหริน เขาแยกตัวไปห้องเก็บเอกสารเพื่อตามสืบเรื่องผีผู้หญิง

ก่อนจะถึงอาคาร C พวกเขาเห็นใครบางคนยืนอยู่ไกล ๆ หน้าทางเข้า เธอเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย เจ้าอ้วนจำเธอได้ทันที

“ในที่สุดพวกคุณก็มาสักที” เมื่อหญิงสาวเห็นกลุ่มของเจียงเฉิง เธอก็รีบเดินเข้ามาหา เธอเป็นคนเดียวกับที่ต้อนรับพวกเขาในวันซ้อมก่อนหน้า สวี่เหวินบอกว่าเธอชื่อเฟิงหลาน

“เพื่อนของคุณมีปัญหากับฝ่ายรักษาความปลอดภัย” เฟิงหลานพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ ทางโรงเรียนกำลังจะโทรแจ้งตำรวจแล้ว”

“โหลวอี้เหรอ?”

“ฉันไม่รู้ชื่อเขา” เฟิงหลานดูตื่น ๆ ขณะเล่าเรื่องพลางเร่งให้ทุกคนขึ้นไปที่ชั้นบน “เขาสวมหมวก มีรอยแผลเป็นที่หน้าผากสองสามจุด”

ฟังแบบนี้ก็แน่นอนว่าเป็นโหลวอี้… อีกทั้งคนอื่น ๆ ก็ยังอยู่กันครบ

“เกิดเรื่องขึ้นเพราะอะไร?” เจินเจี้ยนเหรินถาม ทั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้ว โหลวอี้อยู่ฝั่งเดียวกับเขา หากไม่จำเป็น เขาไม่มีทางทิ้งโหลวอี้แน่นอน

“ฉันไม่รู้รายละเอียด” เฟิงหลานดูสับสน คำตอบของเธอคลุมเครือ “แต่เท่าที่ได้ยินมา เหมือนเขาขโมยของบางอย่าง แล้วถูกนักเรียนที่เดินผ่านมาเห็นเข้า นักเรียนคนนั้นเลยแจ้งยาม” เธอเว้นจังหวะไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “เขาถูกจับได้ที่ชั้นห้าของอาคาร C ทั้งที่จริงแล้วตรงนั้นมีแค่ห้องเก็บแฟ้มเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้มานานแล้ว เขาไปทำอะไรที่นั่นกันแน่?”

ไม่มีใครตอบ

“ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?” เจียงเฉิงถาม

“ชั้นสาม อาคาร C” เฟิงหลานนำทาง “ห้อง 304”

ทุกคนหยุดยืนอยู่หน้าห้องทางขวามือ ถึงเฟิงหลานจะไม่พูด ทุกคนก็เห็นป้ายที่ติดอยู่บนประตูแล้ว ตัวหนังสือสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำเงิน ‘304’ จากการจัดวางของอาคาร ห้องนี้น่าจะเป็นห้องทำงาน ที่ทุกคนจำได้เพราะห้องนี้ถูกพูดถึงในเรื่องเล่าของเฟิงหลาน

ทั้งที่ยืนอยู่หน้าประตู แต่ก็ยังได้ยินเสียงทะเลาะจากด้านใน

“ต้องให้พูดอีกกี่รอบ?” เสียงตะโกนดังลั่น ก่อนจะตามด้วยเสียงทุบโต๊ะและเสียงเก้าอี้ขูดไปกับพื้น ดูเหมือนว่าการทะเลาะนั้นจะเดือดไม่น้อย

สีหน้าของเจินเจี้ยนเหรินแข็งค้างไปทันที นั่นเป็นเสียงของโหลวอี้

“คุณรีบเข้าไปอธิบายเถอะ” เฟิงหลานหันมาก่อนจะบอกกับทุกคน “ถ้าตำรวจมาถึงเมื่อไหร่ เรื่องต้องแย่กว่านี้แน่”

ราวกับคนข้างในสัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกเขา ทุกสายตาในห้องทำงานหันมาที่ประตู

ห้องทำงานดูเก่า โต๊ะไม้สีเข้มสองสามตัวถูกเอามาวางต่อกัน คนสามถึงสี่คนสามารถนั่งทำงานร่วมกันบนโต๊ะเดียวได้ บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองหนังสือและเครื่องเขียน ดูแล้วยุ่งเหยิงไม่น้อย

ที่มุมห้องมีลังกระดาษขนาดใหญ่วางซ้อนกัน ชุดคอสตูมสำหรับงานซ้อมละครโผล่ออกมาจากช่องว่างระหว่างกล่อง

โหลวอี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างกองกล่องนั้น ขณะที่ผู้หญิงวัยกลางคนสามคนในชุดยามรักษาความปลอดภัยกำลังยืนล้อมเขาอยู่ สีหน้าและแววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

“คุณครูเฟิง คนพวกนี้คือใคร?” หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าถามเสียงแข็ง

“พวกเขาเป็นทีมงานสื่อที่ทางโรงเรียนจ้างมาถ่ายงานครบรอบค่ะ” เฟิงหลานรีบบอก “ผู้ชายคนนี้ก็ด้วย ฉันว่าเรื่องนี้น่าจะแค่เข้าใจผิดกันเท่านั้นนะคะ”

“ต้องเข้าใจผิดแน่นอน!” โหลวอี้โพล่งขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนร่วมทีม “ฉันแค่จะเข้าห้องน้ำ แต่ดันเดินไปเจอที่นั่นโดยบังเอิญจริงๆ!”

หญิงที่ดูเป็นหัวหน้ายามแค่นหัวเราะ “ในโรงเรียนมีห้องน้ำตั้งเยอะ ทำไมต้องไปที่นั่น?”

“ฉันก็แค่…”

การโต้เถียงเริ่มรุนแรงขึ้น แต่คนที่ยืนอยู่นอกประตูก็ไม่มีใครคิดจะเข้าไปช่วย หรือแม้แต่พูดไกล่เกลี่ย ไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ ดังออกมา พวกเขาแค่ยืนเงียบๆ มองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยเมย

“พวกคุณ…” เฟิงหลานขมวดคิ้ว พยายามเร่ง “ทำไมไม่เข้าไปช่วยเขาล่ะ?”

คำตอบที่ได้มีเพียงแววตาว่างเปล่าและความเงียบงัน

เหงื่อเย็นๆ ไหลไปตามแก้มของเจ้าอ้วน แต่เขาก็ไม่ขยับไปไหน คนข้างในก็ดูตกใจเช่นกัน เสียงโต้เถียงค่อยๆ เบาลง ทั้งสองฝ่าย… มีเพียงบานประตูกั้นกลาง พวกเขาเผชิญหน้ากันอย่างเงียบๆ

ในที่สุด เจียงเฉิงก็ขยับตัว

เขาเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบกล้องออกมาเล็งเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนที่ทุกคนในห้องจะทันตั้งตัว…

แชะ! 

เขากดชัตเตอร์

ทันใดนั้น ทุกคนก็กรูกันมาดูหน้าจอกล้อง กล้องที่เจียงเฉิงใช้ได้มาจากชายชราที่อาคารอุปกรณ์ ตอนนี้ฟังก์ชันของมันถูกเปิดเผยแล้ว คือ มันสามารถถ่ายติดผีได้

ภาพเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อพวกเขาได้เห็น สีหน้าทุกคนก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ

เจ้าอ้วนถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ ในภาพ… ทุกคนดูปกติ ไม่มีอะไรผิดแปลก ยามหญิงคนที่เป็นหัวหน้าเบิกตากว้าง เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

จบบทที่ บทที่ 59 ออฟฟิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว