บทที่ 58 เย้ยหยัน
บทที่ 58 เย้ยหยัน
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเจียงเฉิงก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเขาล่อกแล่กไปมา เหมือนพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง
ไม่นานนัก…
“ห่าวฉ่วย” เจินเจี้ยนเหรินเยาะขึ้น “ทุกคนรอนายอยู่นะ!”
“หรือว่าไม่กล้าไปเพราะกลัว?” โจวไท่ฝูจ้องเจียงเฉิงเขม็ง ท่าทีของอีกฝ่ายยิ่งตอกย้ำความคิดในใจเขา เสียงเขาสูงขึ้นด้วยความตึงเครียด “นายให้สัญญาไว้แล้วนะ!”
สวี่เหวินเอ่ยเสียงเรียบ มองตรงไปที่เจียงเฉิง “เราทั้งสองทีมก็ทำภารกิจเสร็จแล้ว คุณห่าว… ควรทำตามที่ตกลงไว้”
เจียงเฉิงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันแน่น
“ผมเป็นคนรักษาคำพูด แน่นอนว่าผมจะไม่ผิดคำสัญญา… แต่…” เขาเอียงหน้ามองเจินเจี้ยนเหริน ดวงตาฉายแววเวทนา เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะละสายตากลับมาแล้วส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาแดงเรื่อ
บรรยากาศเงียบงัน ทุกคนต่างสับสน โดยเฉพาะเจินเจี้ยนเหริน เพราะเป็นเขาที่ถูกมองเป็นคนสุดท้าย จู่ๆ ความรู้สึกไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นก็แล่นกลับมา… หรือว่ามันจะเกี่ยวกับเรื่องนี้?
“นายถอนหายใจใส่ฉันทำไม?” เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
เจ้าอ้วนเดินเข้ามา ตบไหล่เจียงเฉิงเบาๆ เป็นเชิงปลอบ ก่อนจะหันไปมองเจินเจี้ยนเหรินด้วยสีหน้าลำบากใจ
“พี่เทวดาผู้พิทักษ์…” เจ้าอ้วนพูดเสียงแผ่ว “เดิมทีเราก็ไม่คิดจะพูดหรอก… แต่ในเมื่อพี่ถามแล้ว พวกเราคงปิดไว้ไม่ได้…” เขาเม้มปากแน่น “พี่… เตรียมใจไว้หน่อยนะ”
เจินเจี้ยนเหรินรู้สึกใจสั่น แต่ก็ยังเก็บอาการไว้ สีหน้าเขานิ่งเฉย ไม่ไว้ใจเจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนแม้แต่น้อย
“พวกนายพูดเรื่องอะไร?” เขาขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นเฉียบ “จะพูดอะไรก็พูดมาเลย อย่ามาเล่นลิ้น”
ก่อนที่เจ้าอ้วนจะทันได้แต่งเรื่อง มือของเจียงเฉิงก็เอื้อมมาปิดปากเขาไว้
“เดี๋ยวฉันพูดเอง” เขาพูดเสียงเรียบ แม้สีหน้าจะดูดีขึ้นกว่าเดิม แต่ในน้ำเสียงยังแฝงไปด้วยความเจ็บปวด จางอิ้นอิ้นมองเขาด้วยความขบขัน รู้สึกอยากจะลอกหน้ากากเขาออก
“หลังจากกินข้าวเช้า พวกเราก็ไปที่ตึกอุปกรณ์ ตอนนั้นประตูเปิดอยู่ ลานด้านหน้าเงียบสนิท ไม่มีใครอยู่เลย เราก็เลยแอบเข้าไปดู”
“เราค้นห้องต่างๆ หลายห้อง มีแต่โต๊ะพังๆ กับอุปกรณ์กีฬาเก่าๆ อย่างลูกบาส จนกระทั่ง…” เขาหยุดพูดชั่วครู่ กวาดตามองรอบตัวด้วยความระแวง “จนเราเจอห้องนั้น”
เจ้าอ้วนถึงกับสั่นเฮือก
“หะ… ห้องอะไร?” เจินเจี้ยนเหรินถามเสียงเบา
เจียงเฉิงโบกมือบอกเขาว่าอย่าขัดจังหวะ
“ห้องนั้นมันซ่อนอยู่ลึกมาก พวกเราไปเจอโดยบังเอิญจริงๆ” แววตาเขาดูเหม่อลอย ราวกับกำลังย้อนกลับไปยังเหตุการณ์นั้น “เหมือนมีบางอย่างผลักเราให้เดินเข้าไปหา พอเข้าใกล้ ใจพวกเราก็เริ่มเต้นแรง”
เจ้าอ้วนยิ่งสั่นหนัก “จริง ความรู้สึกตอนนั้นมันอธิบายไม่ถูก รู้สึกเหมือนมีมือมาบีบรัดหัวใจไว้” เขากุมหน้าอก สีหน้าเขาดูสาหัสมาก
“สุดท้ายเราก็เดินไปถึงประตูห้อง มันถูกล็อกไว้ด้วยโซ่สองเส้น ที่ดูเก่ามาก”
สวี่เหวินถามทันที “เป็นโซ่แบบที่มีข้อเยอะๆ ใช่ไหม?”
เจียงเฉิงพยักหน้าแรง “ใช่เลย!”
สีหน้าของสวี่เหวินเปลี่ยนไป แต่เธอไม่พูดอะไรออกมา เธอนึกถึงเรื่องของเฟิงหลาน… โซ่สองเส้นที่ปิดล็อกตึก C…หรือว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกัน?
เจียงเฉิงพูดต่อ “ยิ่งเข้าใกล้ ใจเราก็ยิ่งเต้นรัว เราเลยเดินเบาลง ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย” เขาเล่าละเอียดจนทุกคนรู้สึกเหมือนได้อยู่ตรงนั้นด้วย
“แล้วตอนนั้นเอง เราก็ได้ยินเสียงบางอย่าง… ที่ไม่สามารถอธิบายได้”
“หือ?” โจวไท่ฝูอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ “มีคนอยู่ข้างในเหรอ? คู่รักอะไรแบบนั้น?”
“เปล่า” เจียงเฉิงตอบ “มีผู้หญิงอยู่คนเดียว ผมเห็นเธอผ่านรอยแยกของประตู” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เป็นนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เธอใส่ชุดนักเรียนแบบเก่า ผมยาวสยาย หลังโค้งงออย่างประหลาด ท่าทางของเธอดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย”
“พวกเราไม่กล้าเข้าไปใกล้ เลยแอบดูเธออยู่หลังประตู”
“จากนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นก็เดินจากไปด้วยท่าทางแปลกประหลาด แล้วเราก็ได้รู้ว่า ที่เธอโค้งหลังงออยู่แบบนั้น...เพราะกำลังวาดภาพ”
“วาดภาพ?” เจินเจี้ยนเหรินขมวดคิ้ว
“ที่จริง…มันเป็นภาพพอร์ตเทรต” เจียงเฉิงลดเสียงลง แล้วหันไปมองเจินเจี้ยนเหริน “เป็นภาพวาดของคนคนหนึ่ง”
“อะไรนะ คน?”
“คำถามที่ถูกคือ…ควรถามว่า ‘ใคร’ต่างหาก เจียงเฉิงแก้ให้
เจินเจี้ยนเหรินกะพริบตา เขารู้สึกเหมือนจะเดาได้ลางๆ แล้ว แต่ก็ยังถามออกไป “ใคร?”
เจียงเฉิงสูดหายเข้าใจลึก “เป็น…นาย”
ทุกคนหันขวับไปมองเจินเจี้ยนเหริน ความเงียบพุ่งเข้าใส่ราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ตกลงมา ความตกตะลึง สับสน…หรือแม้กระทั่งความยินดี ปรากฏอยู่บนใบหน้าของแต่ละคน แต่ไม่ว่าใบหน้าจะสะท้อนอารมณ์ใดออกมา หนึ่งความรู้สึกที่เหมือนกันในหมู่พวกเขา ก็คือ ความกลัว
ความกลัวคือสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมาจากใจจริง
ในห้องมืดๆ ห้องหนึ่ง มีวิญญาณกำลังวาดภาพเหมือนของใครบางคน… แค่คิดก็ขนลุก
“หรือว่า…” โจวไท่ฝูพูดเสียงสั่น “หรือเขาจะเป็นเป้าหมายรายต่อไปของผี? คนที่ถูกวาดภาพ จะต้องตายงั้นเหรอ?”
ทั้งสวี่เหวินและจางอิ้นอิ้นไม่ได้ตอบอะไร
เจินเจี้ยนเหรินเม้มปาก สีหน้าซีดเผือด เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเจียงเฉิง แล้วจู่ๆ… เขาก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะนั้นเหมือนถูกกักเก็บมาเป็นเวลานาน มันเริ่มจากเบาๆ และค่อยๆ ดังขึ้นจนเกินควบคุม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
สวี่เหวินกับจางอิ้นอิ้นเองก็เริ่มเข้าใจเรื่องราว พวกเธอมองเจียงเฉิงด้วยแววตาเย็นชา
หัวใจของเจ้าอ้วนตกวูบ
ซวยแล้ว… พวกเขาถูกจับได้…
ในขณะที่เจ้าอ้วนกำลังแตกตื่น เจียงเฉิงกลับยกมือขวาขึ้นอย่างนิ่งเรียบ น้ำเสียงแน่วแน่
“มือซ้ายของเธอ...ใหญ่กว่าของฉันสองเท่า”
เสียงหัวเราะพลันหยุดลงในทันที