เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ชื่อ

บทที่ 52 ชื่อ

บทที่ 52 ชื่อ


เขามีแรงกระตุ้นอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจควบคุมได้ เขาเป็นฆาตกรที่มีฉายาว่า ‘กบในสายฝน’ เหยื่อรายแรกของเขาคือแพทย์หญิงผู้วินิจฉัยว่าเขามีปัญหาในการควบคุมแรงขับทางเพศ เขายังจำคืนนั้นได้อย่างชัดเจน

มันเป็นคืนที่ฝนตก แพทย์หญิงคนนั้นลงจากรถเพียงลำพัง ภายใต้ร่มที่กางอยู่ เธอดูงดงามยิ่งนัก ยามเดินผ่านแสงไฟริมทาง ร่างของเธอดูน่าหลงใหลอย่างประหลาด และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เขาก่อเหตุฆาตกรรมอันวิปริต ภาพของเธอก็มักจะปรากฏขึ้นเสมอ เขามักจะคิดว่าเขาแข็งแกร่ง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ… จนกระทั่งได้พบกับชายตรงหน้า เจินเจี้ยนเหริน

เป้าหมายของเขาในตอนนั้นคือเด็กฝึกงานในสำนักงานกฎหมายชื่อดัง เธอทั้งอ่อนเยาว์และสวยงาม มีเสน่ห์แบบเย็นชาแฝงอยู่ในความงามนั้น หลังจากโหลวอี้ปลอมตัวเสร็จ เขาก็สร้างจังหวะด้วยการถามทางผู้หญิงคนนั้น ระหว่างบทสนทนา เขากลับมารู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง หลังจากเล่าเรื่องของตัวเองให้เธอฟัง แววตาของหญิงสาวก็เริ่มเปลี่ยนไป จากการปฏิเสธอย่างสุภาพ กลายเป็นความดูแคลนและรังเกียจ จนในที่สุด หลังจากรออคอยอย่างอดทน เขาก็ได้เจอเธออีกครั้ง

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ทุกการกระทำของเขาได้ถูกคำนวณไว้หมดแล้ว โดยเพื่อนร่วมงานของหญิงสาวในสำนักงานกฎหมายเดียวกัน ‘เจินเจี้ยนเหริน’

ในโรงจอดรถใต้ดินเงียบสงัด ปรากฏว่าเขาไม่ใช่ผู้ล่าเพียงคนเดียว

สุภาพบุรุษคนนั้น พอถอดสูทออกก็เผยให้เห็นรูปร่างกำยำราวกับเสือ เขาเล่นงานโหลวอี้ได้อย่างง่ายดาย ส้นรองเท้าหนังของเขาย่ำลงบนใบหน้า…

เหยื่อผู้เย้ายวนคนนั้นมีดวงตาที่เปล่งประกาย ราวกับว่าเธอตั้งตารอเพื่อที่จะได้พุ่งเข้าสู่อ้อมแขนของเจินเจี้ยนเหริน บทพระเอกช่วยนางเอกที่ถึงจะดูจำเจ แต่ก็ได้ผลเสมอ

ในตอนนั้น โหลวอี้อดนึกถึงแววตารังเกียจของหมอหญิงคนแรกที่วินิจฉัยอาการของเขาไม่ได้เลย

แต่…

“เฮ้” เจินเจี้ยนเหรินก้มลงมองเขาด้วยแววตาสนใจ “อยากได้เธอใช่ไหม?”

เขาชะงัก หญิงสาวเองก็ชะงัก

โหลวอี้พยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็เปล่งเสียงไม่ออก รสชาติของเลือดอันขมขื่นปะทุขึ้นในปาก

“ใช่!” เขาตอบเสียงสั่น ดวงตาวาววับ ขณะที่เลือดไหลอาบลงมาตามคาง

“ฉันจะยกเธอให้ก็ได้ แต่หลังจากนาย ‘เสร็จธุระ’ แล้ว ต้องตามฉันไปที่หนึ่ง” เจินเจี้ยนเหรินเอียงศีรษะเล็กน้อย แววตาไร้เยื่อใยต่อความหวาดกลัวของหญิงสาว เขารอเพียงคำตอบจากโหลวอี้

“ตกลง!”

“ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอ ว่าจะไปไหน?” เจินเจี้ยนเหรินถามอย่างสนอกสนใจ แววตาเป็นประกายเย็นเยียบชวนขนลุก ชั่วขณะนั้น โหลวอี้ที่คิดว่าตนนั้นเป็นบ้า กลับรู้สึกถึงความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เขาเพิ่งตระหนักว่าอาชญากรรมของตนนั้นเทียบไม่ได้เลยกับชายตรงหน้า

เจินเจี้ยนเหรินเก็บรอยยิ้ม เขาเอ่ยขึ้นก่อนโหลวอี้จะตอบ “ฝันร้าย” เขาถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันหลังเดินจากไปในความมืด “ฉันจะกลับมารับนาย” เสียงเขาดังลอยมาในความมืด

หลังจากเหตุการณ์นั้น ชีวิตของโหลวอี้ก็ถูกความพิลึกพิลั่นกลืนกิน

ต่างจากที่ผ่านมา เขาฝังร่างหญิงสาวไว้ลึกในภูเขา แล้วย้ายเมืองทันที เขาไม่ค่อยหวาดกลัวตำรวจเท่าไรนัก แต่พอคิดถึงชายคนนั้น… เขาก็ต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจว่าตนได้กลายเป็นเหยื่อเสียเอง ความนิ่งสงบและความวิปลาสในดวงตาของอีกฝ่าย เป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันเทียบได้

โหลวอี้รับงานแปลก ๆ เป็นพัก ๆ แล้วไปเช่าห้องใต้ดินใน “อพาร์ตเมนต์วอร์มโฮม” จากชายชราที่อยู่คนเดียว เขาเคยชินกับชีวิตที่วันคืนกลับตาลปัตร ความชื้นและความมืดไม่ใช่ปัญหา ปัญหาที่แท้จริงนั้นมาเยือนในคืนแรก ฝนเริ่มตก… และหลังจากนั้น คือเสียงรองเท้าหนังคู่หนึ่งที่ย่ำตามมา

“สวัสดี” ชายคนนั้นยังคงสวมสูทสีขาว ในมือมีร่มยาวห้อยอยู่ หยดน้ำไหลหยดติ๋ง เขาเงยหน้าขึ้นเผยรอยยิ้มอันคุ้นเคย สายตาของเขาฉายแววคลุ้มคลั่งจนน่าขนลุก “ฉัน...กลับมาหานายแล้ว”

จิตใจของโหลวอี้พังทลายลงทันที เขาไม่แม้แต่คิดจะขัดขืนหรือหลบหนี เจินเจี้ยนเหรินนั่งลงและยื่นวิดีโอให้ดู มันคือภาพจากคืนนั้นในโรงจอดรถ มีเพียงโหลวอี้กับผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ในนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเหมือนความฝัน เขาถูกเจินเจี้ยนเหรินนำพาไปยังโลกประหลาดแห่งหนึ่ง ที่นั่นเต็มไปด้วยบาปอันบริสุทธิ์ และมีประตูบานหนึ่งที่ไม่ควรมีอยู่

“เขตแดนฝันร้าย”… พวกเขาเรียกสถานที่นี้ว่าแบบนั้น

ในที่แห่งนี้ เขาคือผู้ช่วยของเจินเจี้ยนเหริน และในทางกลับกัน เจินเจี้ยนเหรินก็ช่วยเขาจัดการกับปัญหาในโลกจริง เจินเจี้ยนเหรินมีทั้งสติปัญญาเหนือมนุษย์ ความสัมพันธ์ลึกล้ำ และพันธมิตรอันแข็งแกร่ง เป็นเพราะเขา โหลวอี้ถึงหลุดพ้นจากกฎหมายมาได้ พวกเขาร่วมมือกันผ่านภารกิจมาแล้วมากมาย

ทว่าในภารกิจนี้…โหลวอี้กลับรู้สึกได้ว่าแม้กระทั่งเจินเจี้ยนเหรินเองก็เริ่มจนปัญญา โหลวอี้มองเจินเจี้ยนเหรินที่กำลังขบคิดอยู่เงียบ ๆ แล้วเจินเจี้ยนเหรินก็หยุด “เหลือเวลาไม่มาก เราต้องแยกกัน” เขาหันมาบอกโหลวอี้

“แยกกัน?”

“ฉันจะไปที่ชั้นปี3 ห้อง1 ส่วนนายไปที่ชั้นปี3 ห้อง2” เจินเจี้ยนเหรินออกคำสั่ง “จำบทบาทของเราไว้ ห้ามทำให้พวกเขาสงสัย” เพราะนักร้องประสานเสียงพวกนั้นล้วนมาจากระดับชั้นมัธยมปลายปี 3

ใบหน้าของโหลวอี้เปลี่ยนสี “มันไม่อันตรายเกินไปเหรอ? นายไม่กลัวว่าเราจะไปดึงดูดผี…” เขาไม่จำเป็นต้องพูดต่อ

“ฉันรู้ว่านายอยากจะพูดอะไร” เจินเจี้ยนเหรินเอ่ยขึ้น “ฉันเองก็อยากไล่ตรวจสอบห้องเรียนทีละห้องเหมือนกัน แต่เราไม่มีเวลาแล้ว!” เขาสูดลมหายใจลึก “ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของเราก็คือเวลา พวกเราถูกหมายหัวแล้ว!”

“โอเค” โหลวอี้พยักหน้า จากนั้นก็หันหลังจะเดินจากไป

“เดี๋ยว!” โหลวอี้หันกลับมาอีกครั้ง

“ถ้านักเรียนถามชื่อนาย จะตอบว่าอะไร?” เจินเจี้ยนเหรินถาม

โหลวอี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “จะบอกว่าโหลวอี้นั่นแหละ ยังไงก็ชื่อปลอมอยู่แล้ว”

เจินเจี้ยนเหรินส่ายหน้า เขามองเข้าไปในดวงตาของโหลวอี้แล้วพูดช้า ๆ ว่า “บอกพวกเขาไปว่านายชื่อ โจวไท่ฝู”

ดวงตาของโหลวอี้เบิกกว้าง ก่อนจะพยักหน้า “เข้าใจแล้ว” เขาเสริม “แล้วนายล่ะ?”

“เจ้าอ้วนบอกว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้าไม่มีชื่อ แล้ว ‘ห่าวฉ่วย’ ก็คงเป็นชื่อปลอมเหมือนกัน แล้วนายก็ใช้ชื่อสวี่เหวินไม่ได้ด้วย” โหลวอี้ให้ความเห็น “ถ้าไม่ติดว่าเป็นชื่อผู้หญิง ฉันว่า ‘จางอิ้นอิ้น’ ก็พอใช้ได้นะ”

“ไม่ต้องห่วงฉัน” เจินเจี้ยนเหรินพูดเรียบ ๆ “เจอกันที่หน้าตึกอีกสองชั่วโมง”

“โอเค” โหลวอี้รีบเดินจากไป

เจินเจี้ยนเหรินยังยืนนิ่ง มองตามแผ่นหลังของโหลวอี้ จากนั้นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“ไม่ต้องห่วงฉัน เพราะฉันมีชื่ออยู่แล้ว… ฉันชื่อ โหลวจ้านเฟย”

จบบทที่ บทที่ 52 ชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว