บทที่ 46 รอยประทับ
บทที่ 46 รอยประทับ
ทางเดินทอดลึกและเงียบเกินไป… เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
พวกเขาไม่รู้สึกแบบนี้ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นนำทาง แต่ตอนนี้มันดูเหมือนฉากเปิดของหนังสยองขวัญคลาสสิกเข้าไปทุกที เมื่อพวกเขาเลี้ยวตรงมุมสุดท้าย กลุ่มก็ไปถึงสุดปลายทางเดิน ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำหญิง ส่วนทางขวา…
เจียงเฉิงมองเห็นประตูสนิมเขรอะที่เปิดแง้มอยู่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับสงสัยอะไรบางอย่าง
“ตรงนี้” สวี่เหวินเชิดคางไปทางห้องน้ำชาย “เข้าไปตรวจดู”
ไม่มีใครถามอะไรเพิ่มเติม เพราะทุกคนได้กลิ่นเลือดชัดเจน ยิ่งเข้าใกล้ประตู กลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดหลัวอี้เป็นคนผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้น ทันทีที่เขาทำแบบนั้น เขาก็กระโดดถอยหลังกลับมาโดยอัตโนมัติ ห้องน้ำมืดสลัว ไม่มีใครกล้าเข้าไปในทันที ต่างยืนรอให้ดวงตาปรับเข้ากับความมืดเสียก่อน ฉากภายในห้องน้ำเริ่มชัดเจนขึ้นทีละนิด
โจวไท่ฝูที่ถูกบังคับให้อยู่หน้าสุด ทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น ริมฝีปากของจางอิ้นอิ้นซีดขาวด้วยความหวาดกลัว ฟันกระทบกันจนเกิดเสียงรัว เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หลงเทา… ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อ ราวกับเพิ่งถูกลากขึ้นมาจากบ่อเลือดเหมือนกับหญิงในชุดกี่เพ้า คางของเขาหายไป เหลือเพียงเหงือกแดงสดน่าสยดสยอง เศษฟันที่หักฝังอยู่ในเนื้อชุ่มเลือดนั้นดูคล้ายพยาธิที่ดิ้นกระเพื่อม
เจ้าอ้วนรู้สึกเหมือนกระเพาะตัวเองกำลังปั่นป่วนคลื่นไส้ เลือดกระเซ็นเป็นลวดลายกระจายไปทั่วห้อง ทั้งบนกระจก อ่างล้างมือ แม้แต่เพดานที่ขึ้นราก็ไม่รอด ชัดเจนว่านี่คือการฆาตกรรมในเสี้ยววินาที
ชิ้นส่วนร่างกายของหลงเทาถูกดึงออก ร่องรอยการฉีกกระชากยังปรากฏชัด จนสามารถมองทะลุเข้าไปเห็นหลอดอาหารและเศษอวัยวะที่ฉีกขาด
สวี่เหวินเป็นคนแรกที่เดินเข้าไป เจียงเฉิงตามเข้าไปติดๆ ทั้งคู่ก้าเลือกจุดจะเหยียบอย่างระมัดระวัง เสียงรองเท้าย่ำผ่านแอ่งเลือดฟังดูหนึบหนับเย็นเยียบ
แขนของศพห้อยต่องแต่งอย่างไร้เรี่ยวแรง เจียงเฉิงโน้มตัวตรวจดูร่าง แล้วพบว่ากล้ามแขนของเหยื่อยังคงตึงอยู่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และที่น่าประหลาดใจกว่าก็คือ… สภาพของที่เกิดเหตุยังคงสมบูรณ์อย่างผิดปกติ
“คุณหมอครับ…” เจ้าอ้วนพูดเสียงสั่น “ลองดู...ตาของเขาหน่อยสิครับ”
ดวงตาของศพเบิกโพลง และคิ้วขมวดขึ้นจนผิดธรรมชาติ ชัดเจนว่าเขาต้องเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสยดสยองก่อนตาย แม้จะสิ้นลมไปแล้ว ใบหน้ายังคงฉายแววหวาดกลัวอย่างบรรยายไม่ถูก
“ลิ้นก็หายไปด้วย” สวี่เหวินชักมือกลับ พูดเสียงเรียบเย็นอย่างเคย ใครๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะเธอคุ้นชินกับศพมานาน ในฝันร้าย การตายถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือหาสาเหตุการตาย และไขปริศนาเกี่ยวกับข้อห้ามที่อยู่เบื้องหลังมัน
โจวไท่ฝูกลับมาดูดีขึ้นเล็กน้อย พูดเสียงร้อนรนว่า “ทำไม...ทำไมเขาอยู่ในห้องน้ำชายล่ะ? เขาควรจะอยู่ในห้องน้ำหญิงไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ค่ะ” จางอิ้นอิ้นกล่าวเสริมเสียงแผ่ว “ฉันจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นบอกให้เขาไปเข้าห้องน้ำหญิง”
โหลวอี้เกาคางของเขา แล้วพึมพำว่า “หรือว่าหลงเทาเจออะไรอันตรายในห้องน้ำหญิงเลยเปลี่ยนมาเข้าห้องน้ำชายแทน?”
“ไม่ใช่” เจียงเฉิงมองไปรอบๆ “หลงเทาไม่เคยเข้าไปในห้องน้ำหญิงด้วยซ้ำ”
“คุณมีหลักฐานอะไร?” มีคนถามขึ้น
เจียงเฉิงปรายตามองคนนั้นก่อนจะยักไหล่ “ถ้าเขาเจออะไรเข้าในห้องน้ำหญิงจริงๆ นายคิดว่าเขาจะหนีออกมาแล้วเข้าไปในห้องน้ำชายได้เหรอ?”
“บางทีผีก็อาจจงใจไล่เขาจากห้องน้ำหญิงมาห้องน้ำชายก็ได้” เจินเจี้ยนเหรินแค่นหัวเราะเยาะ “ใครจะไปรู้ล่ะ?” เขาดูหงุดหงิดกับท่าทีของเจียงเฉิง
เจียงเฉิงยักไหล่อีกครั้ง “ถ้าผู้พิทักษ์ของเรายืนยันแบบนั้น ผมก็ไม่เถียงหรอกครับ”
“ฉันก็ว่าคุณห่าวนั่นพูดมีเหตุผลนะ” สวี่เหวินครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือหาตัวตนของผีตัวนั้น แล้วรู้ให้ได้ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง”
โจวไท่ฝูตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด “พวกคุณล้อเล่นเหรอ? จะไปหาเรื่องผีทำไม? เราแค่หลบๆ ซ่อนๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? อีกแค่เจ็ดวันภารกิจก็จบแล้ว!”
โหลวอี้เลียริมฝีปากแล้วหัวเราะแผ่วๆ “ในฝันร้ายมักมีคนไร้เดียงสาเสมอ น่าเศร้านะ เพราะความไร้เดียงสาไม่สามารถซ่อนความโง่เขลาได้เลย”
“นายว่าอะไรนะ?” โจวไท่ฝูโกรธจัด
“คุณโจวไท่ฝู” โหลวอี้บิดหมวกไปด้านข้าง เผยให้เห็นแผลเป็นจากของมีคมบนหน้าผาก การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “คุณแน่ใจเหรอว่าคุณจะออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยภายในเจ็ดวัน”
โจวไท่ฝูจ้องมองชายผู้สลัดคราบนักเรียนไร้พิษสง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายของอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่การแสดงเลยแม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเอง…
“หืม?” เจียงเฉิงทรุดตัวลง ค่อยๆ สำรวจมุมหนึ่งของห้องน้ำ ทุกคนจึงเดินตามไป เมื่อมองตามไปสายตาของพวกเขาก็พบกับรอยประหลาดบนพื้น หากไม่ได้สังเกตให้ดีๆ คงมองไม่เห็น
“อะไรน่ะ?” เจ้าอ้วนถามขึ้น
รอยพวกนั้นอยู่ใกล้ศพของหลงเทา ดูเหมือนจะเป็นรอยเท้าของสัตว์บางชนิด สวี่เหวินเอามือแตะรอยพวกนั้น มันยังสดอยู่ ดูแตกต่างจากคราบสกปรกเก่าๆ รอบข้างอย่างชัดเจน “เหมือนจะเป็นรอยกีบเท้า” เธอประเมินด้วยสายตาหลังจากสังเกตสักพัก “น่าจะเป็นแพะหรือไม่ก็แกะ”
เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง “เดี๋ยวนะ…คุณจะบอกว่าแพะเป็นคนฉีกคางเขางั้นเหรอ?” มันฟังดูเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
สวี่เหวินไม่สนใจคำพูดเขา เธอก้มหน้าติดตามทิศทางของรอยกีบ แล้วก็พบว่าสิ่งที่ทิ้งรอยพวกนี้ไว้ ใช้เวลาเดินวนอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร
พวกเขาช่วยกันเปิดประตูห้องส้วมทีละบาน จนถึงบานที่สี่ก็พบอุจจาระอยู่ในนั้น มันยังสดใหม่อยู่ ดูเหมือนจะเป็นของหลงเทา
“เขาถูกฆ่าหลังจากที่เพิ่งอึเสร็จแล้วกำลังจะเดินออกมานี่เอง…”
เจ้าอ้วนพูดพลางตัวสั่น เขาสรุปอย่างชัดเจนในทันที แม้ทุกคนจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อมีศพที่สองปรากฏขึ้น บรรยากาศก็กลับกลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เหตุผลมีอยู่สองข้อ หนึ่งคือวิธีตายแปลกประหลาดของผู้หญิงในชุดกี่เพ้าแล้วก็หลงเทา และสอง…คือเจ้าแกะลึกลับนั่นเอง