บทที่ 43 ลั่นชัตเตอร์
บทที่ 43 ลั่นชัตเตอร์
“ฮ่าวฉ่วย ใช่มั้ย” หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ “ฉันจะจำคุณไว้”
“จำชื่อผมไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” เจียงเฉิงตอบอย่างจริงจัง “คุณต้องจำเบอร์เรียกผมต่างหาก กลุ่มไฮคลาส เบอร์ 49”
จากนั้นก็ถึงตาหญิงสาว เธอชื่อสวี่เหวิน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ และเพิ่งกลับประเทศมาได้ไม่นานก็ดันโดนดูดเข้ามาในฝันร้ายเสียแล้ว นี่นับเป็นภารกิจที่สี่ของเธอ
เสียงแผ่วเบาของเด็กสาวในชุดนอนดังขึ้นตามมา เธอชื่อจางอิ้นอิ้น เป็นครูอนุบาลฝึกสอน ยังไม่ได้รับบรรจุอย่างเป็นทางการ
สุดท้ายคือชายที่ถือกล้อง เขาเป็นมือใหม่เหมือนโจวไท่ฝู หน้าตาดูซื่อ ๆ ไม่มีพิษภัย
“สวัสดีครับ” เขาเริ่ม “ผมชื่อหลงเทา เป็นตัวประกอบในกองถ่าย”
เจ้าอ้วนเป็นคนสุดท้ายที่กำลังจะพูดแนะนำตัว ทว่าเจียงเฉิงแทรกขึ้นมาเสียก่อน “เขา...สถานการณ์พิเศษหน่อย เขาไม่มีชื่อ เพราะว่า...” ดวงตาเจียงเฉิงหม่นลงราวกับมีเรื่องเศร้า “เขาเป็นเด็กกำพร้า”
“เขาเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กเหรอคะ...” จางอิ้นอิ้นมองเขาด้วยสายตาสงสาร
“เรียกเขาว่าเจ้าอ้วนก็ได้” เจียงเฉิงพูดต่อ “ได้ยินมาว่าที่บ้านเด็กกำพร้าเรียกเขาแบบนั้นกันหมด”
เจ้าอ้วน “…”
หลังจากนั้น พวกเขาก็มาถึงอาคารฝ่ายวิชาการ นักเรียนหญิงวัยสดใสเดินเข้าออกจากทางเข้าเรื่อย ๆ
“ถึงแล้ว” เจินเจี้ยนเหรินเอ่ย “เข้าไปกันเถอะ”
พื้นที่ด้านในใหญ่กว่าที่เจียงเฉิงคิดไว้ มีห้องเรียนเรียงกันอยู่สองฝั่งโถงทางเดิน เสียงร้องเพลงและดนตรีดังออกมาจากบางห้อง ถึงจะมีลิฟต์ แต่ทุกคนกลับเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดทางขวาแทน ห้องเรียนดนตรีขนาดใหญ่อยู่สุดทางเดินชั้นสี่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ หญิงสาวในรองเท้าส้นสูงก็วิ่งตรงมาหาเธอ
หญิงคนนั้นอายุประมาณสามสิบ แต่งหน้าเบา ๆ เธอถามขึ้นทันที “พวกคุณคือทีมสื่อใช่มั้ยคะ?” เมื่อได้รับคำยืนยัน เธอก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะอธิบายว่าตัวเองได้รับมอบหมายจากครูฝ่ายปกครองให้มาต้อนรับทีมถ่ายทำ วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่วันแรก
สวี่เหวินถามขึ้น “จะมีการซ้อมกี่ครั้งก่อนถึงวันจริง?”
“สามค่ะ” อีกฝ่ายตอบทันที
“เริ่มได้เลยไหม?”
“ได้เลยค่ะ” เธอพาพวกเขาเข้าไปในห้อง แม้จะเรียกว่าห้องเรียน แต่มันเหมือนหอประชุมมากกว่า กลางห้องคือเวที ใต้สปอตไลต์มีนักเรียนในชุดแสดงกำลังเตรียมตัวอยู่ มีเจ้าหน้าที่เดินไปมา ปรับไฟ จัดเวที บรรยากาศแสดงให้เห็นว่าทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับงานนี้มาก
“เชิญเลยค่ะ” หญิงคนนั้นหันไปพูดกับคนที่ดูแลเวที แล้วโบกมือให้กลุ่มของเจียงเฉิง “พวกคุณสามารถตั้งกล้องตรงนี้ได้เลยค่ะ”
หลงเทาเป็นคนจัดตำแหน่งกล้อง เขาอยู่ในวงการถ่ายทำ จึงรู้มุมที่เหมาะสมที่สุด
“เราต้องการภาพทั้งหมดสี่ส่วนจากการซ้อมนี้” หญิงสาวอธิบายอย่างสุภาพ ขณะจัดผมให้เรียบร้อย “สามส่วนแรกจะเป็นการแสดงของคณะนักร้องประสานเสียงจากสามห้อง สุดท้ายจะเป็นการแสดงรวมของทั้งสามห้องค่ะ”
“รับทราบครับ” เจียงเฉิงพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินกลับไป หยิบกล้องอีกตัวออกมาจากกระเป๋า เป็นกล้องที่ได้รับมาจากศูนย์อุปกรณ์
เจ้าอ้วนมองอย่างงง ๆ “หยิบกล้องนั่นออกมาทำไมอะ?”
เลนส์กล้องตัวนี้ขึ้นฝ้า แม้มันจะยังใช้ได้ แต่คุณภาพวิดีโอกลับแย่อย่างชัดเจน
“ฉันว่างอยู่พอดี” เจียงเฉิงตั้งกล้อง แล้วยกขึ้นเล็งเวที หมุนมุม ลองปรับแสง ดูเหมือนเขาจะจริงจังเอาเรื่อง เจินเจี้ยนเหรินกับสวี่เหวินที่เห็นเขาหยิบกล้องออกมาก็เดินเข้ามาใกล้ เจียงเฉิงขยับไหล่ แล้วยกกล้องโบกต่อหน้า เจินเจี้ยนเหริน “อยากลองดูไหมล่ะ?” อีกฝ่ายถอยหลังทันที แต่ก็ยังคงจับตามองเขาอยู่ตลอด
คณะนักร้องของห้องแรกจบการแสดงลง นักเรียนทยอยเดินลงจากเวที แล้วนักเรียนห้องที่สองก็ก้าวขึ้นเวทีต่อ
กล้องติดกับขาตั้ง เจียงเฉิงไม่จำเป็นต้องถือมันด้วยตัวเอง เขาเล็งกล้องไปยังเวที และจับตามองนักเรียนหญิงที่แต่งกายเหมือนกันไปหมด เสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ กระโปรงจีบสีน้ำเงินเข้ม ผูกโบว์ที่คอเสื้อ ชุดที่พอดีตัวเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งแบบเด็กสาว กระโปรงจีบให้ความรู้สึกแบบนักเรียนอย่างแท้จริง
สายตาเจียงเฉิงกวาดไปทั่ว บางครั้งสบตานักเรียนหญิงบางคน แต่ต่างฝ่ายต่างมีปฏิกิริยาไม่เหมือนกัน—เด็กสาวจะรีบหลบตาทันที แต่เขากลับจ้องมองอย่างไม่วางตา
เจ้าอ้วนเดินมาใกล้แล้วกระซิบเบา ๆ “หมอครับ คุณกำลังทำอะไรเนี่ย?”
เจียงเฉิงเม้มปาก “นายต้องการจะสื่ออะไร? หาว่าฉันคิดไม่ดีหรอ?”
เจ้าอ้วน “...หมอครับ ผมล่ะนับถือใจคุณจริง ๆ ยังมีอารมณ์มาเล่นมุกแบบนี้อีก”
เจียงเฉิงยังไม่มองกลับ “ฉันว่า NPC คงไม่ทำลายอุปกรณ์เราฟรี ๆ หรอก เพราะงั้นฉันสงสัยว่ากล้องตัวนี้จะต้องมีบางอย่างผิดปกติ”
เจ้าอ้วนตาโต “ผิดปกติแบบไหน?”
“ฉันก็ยังไม่รู้เหมือนกัน” เขาหันมา “กล้องตัวนี้ปล่อยฉันดูเอง นายคอยเฝ้ากล้องอีกตัวไว้ให้ดี อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด”
เจ้าอ้วนรีบพยักหน้า “ได้เลย!”
ไม่นาน คณะนักร้องห้องที่สามก็แสดงจบ วงรวมจากทั้งสามห้องกำลังจะขึ้นแสดง ตอนนั้นเอง หลงเทาที่รับผิดชอบกล้องตัวหลักก็เริ่มขมวดคิ้ว เขากุมท้อง แล้วเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาทั่วหน้า หลัวอี้ที่ยืนข้าง ๆ เป็นคนแรกที่สังเกตเห็น
“นายเป็นอะไร?”
“ฉัน...ปวดท้อง” หลงเทาพูดติดขัด “น่าจะกินอะไรผิดมาตอนเช้า”
โจวไท่ฝูมองเวทีที่กำลังวุ่นวายอยู่ คนกำลังเตรียมไฟ เช็กสายไฟสีต่าง ๆ ดูเหมือนกำลังจะเริ่มการแสดงรวม
“ทนอีกซักหน่อยไม่ได้เหรอ?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด สถานที่นี้ให้ความรู้สึกแปลก ๆกับเขา เหมือนทุกอย่างปกติ แต่บางอย่าง...ก็ผิดแปลกจนบอกไม่ถูก
“รอให้ถ่ายจบก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้!”
“ไม่น่าไหวแล้วล่ะครับ” หลงเทาหน้าซีด ตัวสั่น เหงื่อไหลพราก “น่าจะลำไส้อักเสบกำเริบอีกแล้ว…”