เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 เราแน่ใจหรอ?

บทที่ 41 เราแน่ใจหรอ?

บทที่ 41 เราแน่ใจหรอ?


เจียงเฉิงหันไปสบตาชายชรา ก่อนจะเบือนหน้ากลับมา “หยิบกล้อง แล้วไปกันเถอะ” เขาบอกชายอีกคน ขณะเตรียมจะเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน”

เสียงนั้นทำให้ทุกคนหยุดชะงักแล้วหันกลับไป ชายชราเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาด้วยความลำบาก มือถือถุงสีดำใบหนึ่ง

“ไหนๆ กล้องของพวกนายก็พังแล้ว ใช้อันนี้ไปก่อนแล้วกัน” เขายื่นถุงนั้นให้ชายจากห้อง 406 ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ปฏิเสธ ชายชราก็ยัดมันใส่มือเขาอย่างรวดเร็ว แล้วหันหลังกลับเข้าไปในลานบ้าน ประตูปิดลงอย่างเชื่องช้า พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด ในถุงมีเพียงกล้องสีดำหนึ่งตัว รุ่นเก่า และมุมบางส่วนสึกจนเห็นเนื้อโลหะ แต่ยังใช้งานได้อยู่

เจ้าอ้วนมองกล้องแล้วพึมพำอย่างกังวล “นี่มันรางวัลจากเควสต์ลับอะไรหรือเปล่าเนี่ย”

“ไม่ใช่” เจียงเฉิงมองประตูที่ปิดลงแล้วส่ายหน้า “นี่ไม่ใช่เควสต์ลับ” ตอนเริ่มภารกิจ ระบบบอกชัดเจนว่าอุปกรณ์จะถูกส่งมาที่ห้องเก็บของ ดังนั้นพวกเขาต้องมาอยู่แล้ว บางที กล้องที่พังอาจเป็นส่วนหนึ่งของบท ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอาคารนี้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว เหมือนกับหญิงสาวคนแรก ชายชราคนนี้ก็เป็น NPC เหมือนกัน จุดประสงค์ของเขาคือส่งกล้องนี้ให้กับผู้เล่น

ได้ยินแบบนั้น ชายที่ถือกล้องก็เริ่มตัวสั่น เขาเหมือนจะทำกล้องตกลงพื้นเพราะกลัวว่าข้างในจะมีผี ไม่มีใครมาปลอบใจเขา เพราะในโลกฝัน ความเห็นใจคือสิ่งที่ไร้ค่า มันมีแต่จะเปิดเผยความโง่เง่าของตัวเอง และในที่แห่งนี้ ความโง่ก็เปรียบเหมือนบาปที่ติดตัวมา

เจียงเฉิงเดินไปหยิบกล้องมาตรวจสอบ แล้วเก็บใส่ถุง จากนั้นก็คล้องถุงนั้นกลับคืนไปบนคอของชายคนนั้น เขาตบไหล่เบาๆ “อย่ากลัวไปเลย คิดในแง่ดีเข้าไว้ ฉันว่านายอาจจะรอดก็ได้นะ”

ชายคนนั้นนิ่งอึ้งอยู่สักพัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมนุษย์คนอื่นตั้งแต่มาอยู่ในโลกฝัน    และในดวงตาของเจียงเฉิง เขาได้เห็น ‘ความจริงใจ’

“ขะ...ขอบคุณครับ...” เขาพูดเสียงสั่น

ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เจียงเฉิงก็ยักไหล่ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันแค่คิดว่านายอาจจะรอดได้น่ะ ส่วนสุดท้ายแล้วจะรอดหรือเปล่า มันก็ขึ้นอยู่กับนาย เพราะในภารกิจก่อน ฉันก็คิดว่าคนสองคนจะรอด สุดท้าย คนหนึ่งหัวหลุด อีกคนไม่มีแม้แต่หัว”

ทุกคน: “???”

“เอาล่ะ” เจ้าอ้วนรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะกลัวเจียงเฉิงจะหาเรื่องกับคนอื่นอีก “ในเมื่อได้กล้องแล้ว เราจะทำอะไรกันต่อดี?”

หญิงมัดผมหางม้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสนอว่า “เราควรถ่ายรูปคนในโรงเรียนแบบสุ่มดู เผื่อกล้องนี้จะมีปัญหาอะไร” ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดี เพราะไม่มีใครรู้ว่าการใช้กล้องจะเรียกผีมาหรือเปล่า ถ้าจะทดลองก็ต้องลองกับพวกนักเรียนก่อน

บังเอิญมีนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากอาคารอุปกรณ์ พวกเธอแต่งตัวทันสมัย ชายคนนั้นหยิบกล้องขึ้น คุกเข่าลง ตั้งใจจะถ่ายรูปพวกเธอ

“แบบนี้มันดีแน่เหรอ...” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงเบาๆ นุ่มๆ ทุกคนหันไปมอง เป็นเด็กสาวในชุดนอน เธอก้มหน้าต่ำ เหมือนรู้ว่าความคิดเห็นของตัวเองคงไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ก็ยังรวบรวมความกล้าแล้วพูดต่อ “ยังไงพวกเขาก็เป็นคนบริสุทธิ์  พวกเราต่างหากที่เป็นคนนอก” เสียงของเธอค่อยๆ แผ่วลง

เจ้าอ้วนกำลังจะชมฝีมือการแสดงของเธอ แต่ชายใส่เสื้อกล้ามก็โผล่ออกมา เขาน่าจะชื่อโจวต้าฟู่ เขาด่ากราดใส่เธอทันที ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อง “ถ้าอยากตายก็ไม่ต้องลากคนอื่นไปด้วย”

เห็นได้ชัดว่าชายที่ถือกล้องก็รำคาญเช่นกัน แต่เขาเหมือนรอฟังคำตอบจากหญิงมัดผมหางม้ามากกว่า เพราะดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่ให้คำตัดสินสุดท้าย เธอยังไม่พูดในทันที แต่กลับหันไปมองเด็กสาวในชุดนอน สายตาเต็มไปด้วยการวิเคราะห์และตัดสิน เจียงเฉิงสังเกตเห็นทุกอย่าง ความสงสัยในใจของเขาค่อยๆ คลายลง

“ทุกคนครับ” เสียงของชายในสูทดังขึ้น เขายังคงท่าทีสง่างาม “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกันนะครับ”

เขาเดินออกมาจากทางเดินในป่า ชายสวมหมวกเดินตามหลังมาด้วยหน้าตามืดมน เจียงเฉิงเหลือบไปดูทิศทางที่พวกเขามา ป่านั้นค่อนข้างรก และทางเดินนั้นก็แทบมองไม่เห็น

“เรานัดกันไว้เที่ยงไม่ใช่เหรอ?” เจ้าอ้วนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก “พวกคุณหายไปไหนมา?”

ชายสวมหมวกทำท่าจะตอบโต้ แต่ถูกชายในสูทพูดแทรกก่อน “ขอบคุณที่เป็นห่วง เราไปเจอบางอย่างเข้า และรีบกลับมาหลังจัดการมันเรียบร้อย หวังว่าแผนเดิมจะยังไม่ถูกขัดจังหวะนะครับ”

“โชคดีที่ยังไม่…” เจียงเฉิงตอบ “พวกคุณหายไป เราก็เลยคิดว่า” เขาหยุด ก่อนพูดต่อแบบเหนียมๆ “ต้องเข้าใจนะครับ นี่คือแดนฝันร้าย อะไรก็เกิดขึ้นได้ พอพวกคุณมาช้า เราก็เลยนึกว่าพวกคุณตายไปแล้ว”

รอยยิ้มของชายในสูทแข็งค้างทันที

“นี่มันหมายความว่าไงกัน?” ชายสวมหมวกดูเหมือนจะมีเรื่องติดค้างในใจอยู่แล้ว พอได้ยินก็เริ่มม้วนแขนเสื้อขึ้น

“เข้าใจผิดแล้วครับ!” เจียงเฉิงโบกมือแล้วรีบหลบหลังหญิงมัดผมหางม้า ทำท่ากลัว “ผมไม่ได้จะดูหมิ่นอะไรพวกคุณเลย ผมแค่...สงสัยว่าพวกคุณอาจจะไม่ใช่มนุษย์!”

“บัดซบ...” สถานการณ์เริ่มแย่ หญิงมัดผมหางม้าจึงต้องก้าวออกมาขัด และเหนือความคาดหมายของทุกคน เธอกลับเลือกเข้าข้างเจียงเฉิง

เธอบอกกับชายในสูทและชายสวมหมวกว่า “ฉันคิดว่าความสงสัยของเขาไม่ใช่ไม่มีมูล พวกคุณต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่ผี”

จบบทที่ บทที่ 41 เราแน่ใจหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว