- หน้าแรก
- โต้วหลัว จ้าวอสรพิษเนตรสามบุปผา วิญญาณยุทธ์งูมรกต
- บทที่ 4: อวี้เสี่ยวกังอยากรับศิษย์
บทที่ 4: อวี้เสี่ยวกังอยากรับศิษย์
บทที่ 4: อวี้เสี่ยวกังอยากรับศิษย์
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด!
ทันทีที่อวี้เสี่ยวกังเอ่ยถามเรื่องนี้ ชิงมู่ก็ล่วงรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาเยือนของอีกฝ่ายได้ทันที
เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว พลางคิดในใจว่า 'แย่แล้วสิ'
ท่านอาจารย์ใหญ่แซ่อวี้คนนี้ อยากจะรับเขาเป็นศิษย์จริงๆ เสียด้วย!
แต่ชิงมู่ไม่มีความคิดที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ใครหน้าไหนทั้งนั้น
วิญญาณยุทธ์ของเขาคือ 'เนตรอสรพิษสามบุปผา'
ตราบใดที่เขาตั้งใจฝึกฝนและปลุกเร้าความสามารถทั้งหมดของเนตรอสรพิษสามบุปผาออกมาได้ ในภายภาคหน้า การจะเป็นผู้ไร้เทียมทานก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร!
ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบารมีใคร หรือไปก้มหัวเป็นศิษย์ใครทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคนที่เรียกตัวเองว่า 'อาจารย์ใหญ่' อย่างอวี้เสี่ยวกังคนนี้
ในฐานะผู้ที่ข้ามภพมา ชิงมู่ย่อมรู้ดีว่าแท้จริงแล้วอวี้เสี่ยวกังเป็นคนเช่นไร!
ไอ้ฉายา 'ปรมาจารย์แห่งทฤษฎีวิญญาณ' อะไรนั่น มันเป็นแค่คำคุยโวโอ้อวดเกินจริงทั้งเพ
นอกจากการแอบขโมยความรู้เกี่ยวกับวิญญาณจารย์และสัตว์วิญญาณมาจากสำนักวิญญาณยุทธ์แล้ว เขาก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ไร้ซึ่งความสามารถที่แท้จริง!
ไอ้พวก 'สิบสมมติฐานหลักของวิญญาณยุทธ์' หรือ 'ทฤษฎีขีดจำกัดการดูดซับวงแหวนวิญญาณ'
อย่างหนึ่งก็ลอกเลียนแบบมาจากความรู้พื้นฐาน อีกอย่างก็เป็นเรื่องไร้สาระที่ขัดแย้งในตัวเอง
ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือทฤษฎีบางอย่างของเขาอาจทำให้คนถึงตายได้!
นอกจากถังซานที่สมองมีปัญหาแล้ว จะมีใครในโลกวิญญาณจารย์บ้างที่ไม่รู้ธาตุแท้ของอาจารย์ใหญ่แซ่อวี้ผู้นี้?
แม้แต่หวังเซิ่งและนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนนั่วติงก็ยังรู้เลย
เขาเป็นได้แค่ตัวตลกที่รู้ดีแต่เรื่องเกาะคนอื่นกินเท่านั้น!
ถึงแม้ในใจจะดูแคลนอวี้เสี่ยวกังเพียงใด
แต่ด้วยความที่ยังเป็นเพียงเด็กที่ปีกยังไม่กล้าขาแข็ง ชิงมู่จึงไม่อยากจะไปมีเรื่องขัดใจกับท่านอาจารย์ใหญ่ผู้นี้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงรู้สึกปวดหัวตุบๆ
เมื่อเผชิญกับคำถามของอวี้เสี่ยวกังเขาจึงจำต้องเล่นตามน้ำไปก่อน
"อื้ม ใช่ครับ"
"ขอโทษนะครับ คุณลุงเป็นใครเหรอครับ?"
ชิงมู่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักตัวตนของอวี้เสี่ยวกังเขาพยักหน้าพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
"ข้า?"
อวี้เสี่ยวกังยืนไพล่มือไว้ด้านหลัง ใบหน้าที่แข็งเกร็งฝืนยิ้มอย่างหยิ่งยโสออกมาเล็กน้อย พยายามวางมาดขรึมและดูมีความลับ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
"นามของข้านั้น ข้าลืมเลือนไปนานแล้ว"
"ผู้คนต่างเรียกขานข้าว่า 'อาจารย์ใหญ่' เจ้าก็เรียกข้าว่าอาจารย์ใหญ่เหมือนคนอื่นเถิด"
ชิงมู่: ...
ต้องเก๊กขนาดนี้เลยเหรอ?!
ชิงมู่เต็มไปด้วยคำก่นด่าและคำเหน็บแนมในใจ
ไอ้ที่บอกว่า 'ลืมเลือนนามไปนานแล้ว' อะไรนั่น
จริงๆ ก็แค่อยากให้คนอื่นเรียกว่าอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่รึไง!
แต่เอาเถอะ ถ้าอวี้เสี่ยวกังชอบเล่นบทนี้ เขาก็จะเล่นด้วย!
ชิงมู่ไม่ได้ฉีกหน้าอีกฝ่าย แต่กลับแสร้งทำสีหน้าบรรลุแจ้งและเอ่ยอย่างนอบน้อม
"ที่แท้ก็ท่านอาจารย์ใหญ่นี่เอง! อาจารย์ใหญ่ครับ ท่านเองก็เป็นอาจารย์ของโรงเรียนนี้หรือครับ?"
"แล้วไม่ทราบว่า ท่านอาจารย์ใหญ่มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?"
เมื่อเห็นว่าชิงมู่ดูตกตะลึงและเลื่อมใสในฉายาอาจารย์ใหญ่ของตน อวี้เสี่ยวกังก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาค่อยๆ เอ่ยประโยคที่เตรียมไว้แล้วออกมา
"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าครอบครองพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด และวิญญาณยุทธ์ของเจ้ายังกลายพันธุ์เป็นดวงตาอีกด้วย"
"ในโลกวิญญาณจารย์ยังไม่เคยมีกรณีของวิญญาณยุทธ์เช่นนี้มาก่อน เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะฝึกฝนมันอย่างไร?"
ชิงมู่รู้ดีถึงเป้าหมายที่แท้จริงของคำถามนี้
ทว่าเขาก็ยังเลือกที่จะให้ความร่วมมือ เพราะด้วยสถานะและภูมิหลังของเขาในตอนนี้ เขาไม่ควรจะรู้อะไรลึกซึ้ง
"ยังเลยครับ"
ชิงมู่ถอนหายใจและส่ายหน้า
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน อวี้เสี่ยวกังก็ยิ้มจางๆ และพูดต่อ
"วิญญาณยุทธ์ดวงตาของเจ้านั้นแปลกประหลาดมาก อาจารย์ทั่วไปคงยากที่จะชี้แนะแนวทางการฝึกฝนให้เจ้าได้"
"พวกเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสัตว์วิญญาณประเภทใดที่วงแหวนวิญญาณของมันจะเหมาะสมกับวิญญาณยุทธ์ของเจ้ามากที่สุด"
"อย่างไรก็ตาม ในฐานะปรมาจารย์แห่งทฤษฎีวิญญาณ แม้พลังฝีมือข้าจะไม่โดดเด่น แต่ข้ามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์และสัตว์วิญญาณนานาชนิด"
"สำหรับวิญญาณยุทธ์ดวงตาเช่นเจ้า เจ้าจำเป็นต้องเลือกดูดซับวงแหวนวิญญาณจากสัตว์วิญญาณที่มีความสามารถเกี่ยวกับดวงตาเท่านั้น"
"ตัวอย่างเช่น: เมดูซ่า, อีกาโลหิตเนตรยมโลก, ยักษ์ตาเดียว และอื่นๆ"
พูดมาถึงตรงนี้ อวี้เสี่ยวกังก็หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย พลางชำเลืองมองชิงมู่ด้วยหางตา
แต่เมื่อเห็นว่าชิงมู่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เขาก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
ไอ้เด็กนี่มันบื้อจริงๆ!
ข้าผู้เป็นถึงอาจารย์ใหญ่อุตส่าห์พูดมาขนาดนี้
เจ้าควรจะเข้าใจได้แล้วว่ามีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถชี้แนะเจ้าได้
ทำไมยังไม่รีบคุกเข่ากราบกรานขอเป็นศิษย์อีก?!
แต่น่าเสียดาย...
แม้ความรู้เรื่องสัตว์วิญญาณของอวี้เสี่ยวกังจะถือว่าดีใช้ได้
และพวกเมดูซ่า, อีกาโลหิตเนตรยมโลก หรือยักษ์ตาเดียว ก็เหมาะกับวิญญาณจารย์สายดวงตาจริงๆ
แต่ชิงมู่รู้ดีว่า ความสามารถของ 'เนตรอสรพิษสามบุปผา' ของเขานั้น เกี่ยวข้องกับงูเป็นหลัก
ดังนั้น วงแหวนวิญญาณจากสัตว์วิญญาณประเภทงูย่อมต้องดีกว่าแน่นอน!
เพราะฉะนั้น ต่อให้อวี้เสี่ยวกังจะพยายามอวดภูมิรู้เพื่อล่อให้เขามาเป็นศิษย์แค่ไหน ชิงมู่ก็แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความนัยนั้น เพียงแต่ทำท่าตั้งใจฟังไปอย่างนั้นเอง
เมื่อเห็นชิงมู่ยังคงทำหน้ามึน อวี้เสี่ยวกังก็รู้สึกหมดหนทาง
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แรกเริ่มเดิมที เพราะเขาไม่สามารถวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ 'หลัวซานเผ่า' ให้กลายเป็น 'มังกรฟ้าอัสนีบาต' ได้ เขาจึงต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยการค้นคว้าทฤษฎีที่จะสั่นสะเทือนทวีปโต้วหลัว
แต่อนิจจา 'สิบสมมติฐานหลักของวิญญาณยุทธ์' และ 'ทฤษฎีขีดจำกัดการดูดซับวงแหวนวิญญาณ' ที่เขาค้นคว้าด้วยสติปัญญาอันปราดเปรื่อง กลับไม่ได้รับการยอมรับจากใครในโลกวิญญาณจารย์เลย
แม้จะเจ็บแค้นเคืองโกรธ แต่ท่านอาจารย์ใหญ่อวี้ก็ทำได้เพียงวางแผนใหม่
เขาจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการรับศิษย์ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ และปั้นให้กลายเป็นวิญญาณจารย์ผู้เกรียงไกร!
เดิมทีเขาตั้งใจจะรับศิษย์ที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับแปดหรือเก้า
แต่หลังจากอยู่ที่โรงเรียนนั่วติงมาหลายปี
อย่าว่าแต่ระดับแปดหรือเก้าเลย แม้แต่วิญญาณจารย์ทั่วไปที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับสี่หรือห้า เขายังแทบไม่เคยเห็น
บัดนี้ เขาได้พบกับผู้ครอบครอง 'วิญญาณยุทธ์คู่' ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดแล้ว
เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด!
"อะแฮ่ม... ชิงมู่! วิญญาณยุทธ์เนตรอสรพิษสามบุปผาของเจ้าเป็นวิญญาณยุทธ์ดวงตาที่กลายพันธุ์"
"มองไปทั่วโลกวิญญาณจารย์ ไม่มีใครสามารถชี้แนะแนวทางการฝึกฝนให้เจ้าได้"
"มีเพียงข้า แม้จะไร้พรสวรรค์ แต่ข้าสามารถชี้ทางให้เจ้าได้ เจ้าเต็มใจจะมาเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?"
อวี้เสี่ยวกังกระแอมไอสองสามครั้ง ฝืนยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าแข็งทื่อ ในที่สุดก็เลือกที่จะพูดออกมาตรงๆ
ทว่า ชิงมู่ได้ตัดสินใจไว้แล้ว และปฏิเสธอย่างสุภาพ
"ขอโทษด้วยครับ! ท่านอาจารย์ใหญ่ ผมเพิ่งเข้าเรียนและยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกวิญญาณจารย์เลย"
"ตอนนี้ผมยังไม่อยากฝากตัวเป็นศิษย์ใครครับ"
คำตอบนี้ทำเอาอวี้เสี่ยวกังร้อนรนขึ้นมา
ไอ้เด็กนี่ ทำไมมันถึงได้หัวทึบแบบนี้!
ข้าอุตส่าห์บอกความรู้ล้ำค่าให้เจ้าตั้งมากมาย
ข้าอุตส่าห์ชี้แนะวิธีฝึกฝนวิญญาณยุทธ์เนตรอสรพิษสามบุปผาให้เจ้า
แล้วเจ้ายังไม่ยอมเป็นศิษย์ข้าอีกหรือ?
คิดจะมาหลอกถามความรู้ฟรีๆ หรือไง?!
แต่อวี้เสี่ยวกังสูดหายใจลึกๆ สองสามครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ และตัดสินใจงัดไม้ตายออกมาเพื่อพิชิตใจชิงมู่ให้ได้
เขาจะทำให้ชิงมู่ยอมสยบเป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ!
"ก็จริงของเจ้า เจ้าเพิ่งเข้าโรงเรียน"
"เจ้ายังไม่เข้าใจโลกวิญญาณจารย์เลยแม้แต่น้อย การจะฝากตัวเป็นศิษย์ย่อมต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน"
อวี้เสี่ยวกังแสร้งทำเป็นถอนหายใจด้วยความเห็นอกเห็นใจพลางกล่าว
"แต่วิญญาณยุทธ์เนตรอสรพิษสามบุปผาของเจ้านั้น เป็นวิญญาณยุทธ์ที่กลายพันธุ์ไปในทางร้ายอย่างเห็นได้ชัด"
"การที่เจ้ามีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ตามหนึ่งใน 'สิบสมมติฐานหลักของวิญญาณยุทธ์' ของข้า พลังวิญญาณแต่กำเนิดจะแปรผันตรงกับคุณภาพของวิญญาณยุทธ์ ดังนั้นเจ้าจะต้องมีวิญญาณยุทธ์ที่สองซ่อนอยู่อย่างแน่นอน"
"วิญญาณยุทธ์คู่บนทวีปโต้วหลัวถือเป็นพรสวรรค์ที่ทรงพลังที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุดเช่นกัน"
"หากเจ้าฝึกฝนอย่างสะเพร่า ร่างกายเจ้าอาจระเบิดและตายได้ง่ายๆ!"
อวี้เสี่ยวกังเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เต็มไปด้วยคำเตือนที่ฟังดูน่าสะพรึงกลัว