- หน้าแรก
- โอกาสพลิกชีวิต ลิขิตด้วยมือผม
- บทที่ 15 ร้านค้าออนไลน์
บทที่ 15 ร้านค้าออนไลน์
บทที่ 15 ร้านค้าออนไลน์
บทที่ 15 ร้านค้าออนไลน์
ลั่วฝานกลับมาถึงหอพักในเวลาสามทุ่ม ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เขาก็เห็นจางหมิงฮ่าวกำลังถอดเสื้อยกน้ำหนักอยู่
เมื่อเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยของจางหมิงฮ่าว ลั่วฝานก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ลั่วฝานไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะในชาติที่แล้วหรือชาตินี้
"เสี่ยวลั่ว เลิกจ้องได้แล้ว มองไปกล้ามก็ไม่งอกออกมาหรอกนะ" จางซ่วยที่นอนแผ่หลากระดิกตัวอยู่บนเตียงเอ่ยแซวโดยไม่ขยับเขยื้อน
"พี่อ้วน ที่พี่อ้วนแบบนี้ก็เพราะเอาแต่นอนอืดทั้งวันนั่นแหละ" ลั่วฝานสวนกลับ
จางซ่วยชินชาเสียแล้วกับคำว่าอ้วน ดังนั้นคำพูดของลั่วฝานจึงไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย
ท่าทางทองไม่รู้ร้อนประหนึ่ง 'หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน' ของจางซ่วยทำเอาลั่วฝานไปต่อไม่ถูก ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ เขามีเรื่องสำคัญต้องทำ!
ลั่วฝานหยิบแล็ปท็อปเครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เชื่อมต่อกับเครือข่ายของมหาวิทยาลัย และเริ่มขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ทันที
การเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นเรื่องที่ลั่วฝานถนัดจนเหมือนเป็นสัญชาตญาณ ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาเคยเปิดร้านบนเถาเป่าถึงสองร้าน
ร้านหนึ่งรับลงวินโดว์และแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์จิปาถะ ส่วนอีกร้านขายพวกบทเรียนสอนใช้โปรแกรม PS และการตัดต่อวิดีโอ
ร้านค้าเล็กๆ สองร้านนี้สร้างรายได้ให้ลั่วฝานเดือนละแปดร้อยถึงหนึ่งพันหยวน ซึ่งอย่างน้อยก็เพียงพอสำหรับค่าบุหรี่และค่าน้ำมันรถ
ลั่วฝานกดเข้าเว็บไซต์เถาเป่าอย่างคล่องแคล่ว คลิกไปที่ศูนย์ผู้ขาย ล็อกอินเข้าสู่ระบบ และเริ่มกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
ปี 2009 เถาเป่ามอลล์เพิ่งก่อตั้งมาได้เพียงปีกว่าๆ ในเวลานี้มันยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น 'ทีมอลล์' (Tmall) ด้วยซ้ำ ร้านค้าที่เข้าร่วมยังมีน้อย แบรนด์ใหญ่ๆ ที่จะตบเท้าเข้ามาในอนาคตก็ยังไม่ปรากฏ
ในช่วงเวลาแห่งความอลหม่านนี้ ไม่เกินจริงเลยที่จะกล่าวว่าบนเถาเป่าเต็มไปด้วยโอกาสทอง
ในชาติที่แล้ว ลั่วฝานรู้จักรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มองเห็นช่องทางทำเงินจากการช้อปปิ้งออนไลน์โดยบังเอิญ เธอจึงลองผิดลองถูกเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง
ในขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆ ทำงานพาร์ทไทม์แจกใบปลิวหรือเป็นติวเตอร์ ได้เงินวันละ 200-300 หยวนก็หรูแล้ว แต่ร้านค้าออนไลน์ของรุ่นพี่คนนี้กลับมียอดขายทะลุ 100,000 หยวนทุกเดือน
ตอนนั้นลั่วฝานเคยไปทำงานพาร์ทไทม์กับเธอ รับหน้าที่เป็นแอดมินคอยตอบคำถามลูกค้าและช่วยแพ็คของส่งบ้างเป็นครั้งคราว เรียกได้ว่าเป็นพนักงานวงในของ 'บริษัท' รุ่นพี่คนนี้เลยก็ว่าได้
เท่าที่เขารู้ เดือนที่พีคที่สุดของรุ่นพี่คือช่วงเทศกาล 11.11 ในปี 2012 ซึ่งกวาดรายได้ไปกว่า 300,000 หยวน
เมื่อรุ่นพี่เรียนจบมหาวิทยาลัยในปี 2013 เธอก็มีเงินเก็บมากกว่าสองล้านหยวนแล้ว
ต่อมา ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนนี้ ทำให้เธอไปเตะตาเถาเป่าเข้าและได้เข้าทำงานที่อาลีบาบา
ก่อนที่ลั่วฝานจะย้อนเวลากลับมา รุ่นพี่ในวัย 32 ปียังคงครองตัวเป็นโสด ในตอนนั้นเธอก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของทีมอลล์โกลบอล มีรายได้ปีละหลายล้านหยวน และมาตรฐานผู้ชายของเธอก็สูงลิบลิ่วจนชายหนุ่มทั่วไปไม่อาจเอื้อม
(ปล. นี่คือเรื่องจริงของรุ่นพี่ที่โรงเรียนของผู้เขียนเอง เธอเคยกลับมาเล่าประสบการณ์ให้น้องๆ ฟังในปี 2017)
เพราะรู้เห็นและมีส่วนร่วมในการเติบโตของรุ่นพี่คนนี้ ลั่วฝานจึงมีความรู้สึกดีๆ ต่อร้านค้าออนไลน์เป็นพิเศษและรักษาร้านเล็กๆ สองร้านของเขาไว้เรื่อยมา
ถ้าเป็นไปได้ ลั่วฝานอยากจะจดทะเบียนในนามนิติบุคคลไปเลย แต่การจดทะเบียนแบบนั้นทางแพลตฟอร์มต้องมีการอายัดค่าธรรมเนียมบริการและเงินประกันจำนวนมาก รวมถึงต้องมีเครื่องหมายการค้าของบริษัทและเอกสารจุกจิกอีกเพียบ
ลั่วฝานในตอนนี้ยังไม่มีความพร้อมขนาดนั้น ดังนั้นในระยะนี้เขาจึงทำได้เพียงเปิดร้านเถาเป่าในนามบุคคลธรรมดาไปก่อน
ร้านค้าส่วนบุคคลก็มีข้อดี อย่างน้อยขั้นตอนการลงทะเบียนก็ง่ายกว่ามาก
ประมาณสิบนาทีต่อมา ร้านเถาเป่าของลั่วฝานก็เป็นรูปเป็นร่าง
ชื่อร้านก็ตั้งแบบเรียบง่ายว่า: 'กระท่อมอนิเมะ'
ขั้นตอนต่อไปคือรอวันพรุ่งนี้เพื่อตรวจสอบคุณภาพเสื้อผ้า ถ้าคุณภาพผ่าน ก็เริ่มสั่งผลิตได้เลย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลั่วฝานตื่นแต่เช้าตรู่ รีบล้างหน้าแปรงฟัน กินมื้อเช้า แล้วออกเดินทางทันที
วันนี้ที่มหาวิทยาลัยยังมีนักศึกษาใหม่มารายงานตัวกันอย่างเนืองแน่น แต่ไม่ใช่คณะของลั่วฝาน เพราะคณะของเขาลงทะเบียนเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ลั่วฝานวิ่งเหยาะๆ ออกจากเขตมหาวิทยาลัย หลังจากเดินวนหาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เจอสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง
หลังจากแจ้งความจำนงกับพนักงานต้อนรับ เธอก็จัดหาทนายความให้เขาทันที
ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีการปฏิเสธงานเพียงเพราะเห็นว่าลั่วฝานยังดูเด็กแต่อย่างใด
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพภูมิฐาน สวมแว่นกรอบดำและหิ้วกระเป๋าเอกสารก็เดินลงมา ดูจากรูปลักษณ์แล้วอายุน่าจะราวๆ 40 ปี
"พ่อหนุ่ม คุณคือคนที่ต้องการหาทนายใช่ไหม?" ชายวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึงโซนรับรอง
"ใช่ครับ ผมเอง"
"พนักงานต้อนรับแจ้งความต้องการของคุณให้ผมทราบแล้ว ผมสามารถจัดการให้ได้ ค่าบริการอยู่ที่ 3,000 หยวน"
"คุณรับประกันได้ไหมครับว่าหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว อีกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด?" ลั่วฝานถามเพื่อความมั่นใจ
"เราจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อกำกับดูแลให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาครับ สำนักงานกฎหมายของเราเปิดมา 12 ปี มีทนายความกว่า 20 คน เราไม่ยอมเอาชื่อเสียงมาทิ้งแน่นอน"
"ตกลงครับ งั้นรบกวนด้วยนะครับ ผมต้องเรียกคุณว่ายังไงครับ?"
"ผมแซ่หลิว เรียกทนายหลิวก็ได้ครับ"
"ครับทนายหลิว งั้นเรามาคุยรายละเอียดการร่างสัญญากันเถอะครับ"
ทนายหลิวพยักหน้าและหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ออกมา
ลั่วฝานใช้เวลาตลอดช่วงเช้าในการร่างสัญญาร่วมกับทนายหลิว
ทางสำนักงานกฎหมายยังมีบริการอาหารกลางวันให้ฟรีด้วย เป็นข้าวกล่องธรรมดาๆ รสชาติไม่ได้วิเศษอะไร แต่ก็พอกินกันตายได้ ของฟรีแบบนี้ลั่วฝานไม่เรื่องมากอยู่แล้ว
หลังมื้อเที่ยง ทนายหลิวและลั่วฝานก็เดินทางไปยังเมืองค้าส่งเสื้อผ้าด้วยกัน และตรงไปยังร้านของคุณลุงที่นัดไว้เมื่อวาน
คุณลุงมารออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นลั่วฝานเดินมา เขาก็รีบปรี่เข้ามาหาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวสกรีนลาย 'มิซากะ มิโคโตะ' ที่ด้านหน้า
"พ่อหนุ่ม ลองดูเสื้อตัวนี้สิ พอใจไหม?"
ลั่วฝานรับเสื้อมาตรวจสอบดู ด้วยประสบการณ์ที่เคยช่วยรุ่นพี่เปิดร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงในชาติก่อน เขาฟันธงได้ทันทีว่าคุณภาพผ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแน่นอน
"ลุงครับ เสื้อคุณภาพใช้ได้เลย มาคุยเรื่องราคากันเถอะ"
ทันทีที่ได้ยินว่าลั่วฝานพร้อมจ่าย คุณลุงก็เริ่มเปิดการแสดงทันที "โอ้! พ่อหนุ่ม ราคา 20 หยวนที่บอกไปเมื่อวานน่ะสุดๆ แล้วจริงๆ ลุงลดให้ไม่ได้แล้วนะ"
"ลุงครับ เขาว่ากันว่าคนขายบอกราคาเสียดฟ้า คนซื้อต้องต่อราคาเสียดดิน... ลุงจะไม่ให้ผมต่อรองเลยมันก็ไม่ถูกนะ อีกอย่าง 20 หยวนมันแพงไปจริงๆ ในเน็ตขายกันแค่ 8 หยวนเอง"
พอได้ยินราคาที่ลั่วฝานเสนอ คุณลุงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ได้ๆ! 8 หยวนมันน้อยไป แทบจะเท่าทุนแล้ว ให้ลุงได้กำไรบ้างเถอะ"
"งั้น 9 หยวน"
"9 หยวนก็ยังน้อยไป ลุงลดให้อีกหยวนนึง เหลือ 19 เอ้า"
...ในที่สุด หลังจากปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงราคากันได้ที่ตัวละ 10 หยวน
จากนั้นคุณลุงก็ไปตามผู้จัดการเมืองค้าส่งเสื้อผ้ามา ทั้งสองฝ่ายทำพิธีเซ็นสัญญาโดยมีทนายหลิวและผู้จัดการเป็นพยาน
ลั่วฝานสั่งผลิตเสื้อทั้งหมด 4,000 ตัว โดยแบ่งเป็น 10 ลวดลาย ลายละ 400 ตัว: เป็นเสื้อผู้ชาย 300 ตัว และเสื้อผู้หญิง 100 ตัว ไซซ์ส่วนใหญ่เป็นฟรีไซซ์ แต่สำหรับแบบผู้ชาย เขาได้สั่งจองไซซ์ L และ XL ไว้อย่างละ 25 ตัวสำหรับแต่ละลายด้วย เผื่อไว้สำหรับแฟนคลับหนุ่มๆ ที่เป็น 'โอตาคุเจ้าเนื้อ' ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย
กำหนดส่งของคือต้องถึงมือก่อนวันที่ 1 ตุลาคม หรือประมาณหนึ่งเดือนนับจากนี้ ลั่วฝานวางเงินมัดจำครึ่งหนึ่งเป็นจำนวน 20,000 หยวน และคุณลุงก็ออกใบเสร็จรับเงินที่ประทับตราถูกต้องให้
ลั่วฝานเหลือบมองชื่อที่คุณลุงเซ็นลงในสัญญา ถึงได้รู้ว่าแกชื่อ 'หวังเต๋อไฉ'