เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (2) [29-05-2019]

บทที่ 160 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (2) [29-05-2019]

บทที่ 160 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (2) [29-05-2019]


บทที่ 160 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (2)

 

"เจ้านี่ไม่ได้มีไว้ขาย"

[แน่นอน] (เลียร่า)

[พลังเวทย์ 40? นั่นมันสำหรับสเตตัส 8 เลเวลเลยนะ นี่มันเหมือนกันเลเวลเพิ่มขึ้น 8 เลเวลเป็นเวลา 8 นาทีเลยนะ เรื่องบ้าๆแบบนี้มันเป็นไปได้ด้วย] (เอิลต้า)

จริงๆแล้วสำหรับยูอิลฮานแล้วพลังเวทย์ของเขาเพิ่มขึ้น 75 เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเพราะเลเวลสกิลทำอาหารของเขาที่สูง แต่ว่าเขาได้เลือกที่จะไม่พูดออกไป แต่หันกลับไปอบคุกกี้ต่อแทน

[ไม่ใช่ว่านายควรจะดูว่าปฏิกิริยาเวทย์มันเกิดขึ้นมาได้ยังไงก่อนหรอ?] (สเปียร่า)

"ต่อให้เธออยากจะให้ฉันทำแบบนั้น ฉันก็ทำให้ไม่ได้หรอก ถังยักษ์นี่มันเกิดขึ้นมาจากความบังเอิญตั้งแต่แรกแล้ว"

[จะมีก็แต่สมมติฐานที่ว่าลมหายใจได้ทำปฏิกิริยากับเลือดมังกรอีกครั้งหนึ่งจากการใช้แป้งขนมปังเป็นสื่อกลาง ก็อย่างที่เราๆรู้กันว่ามังกรคือเผ่าพันธ์ที่ลี้ลับ] (เอิลต้า)

แม้ว่ายูอิลฮานจะบอกออกไปแล้ว แต่เอิลต้าก็ยังพูดซ้ำคล้ายๆกัน เมื่ออิลฮานหันไปมองเธอ เธอก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องและหันหน้าหลบไป แต่ว่าแก้มของเธอได้แดงขึ้นมา

[มังกร... งั้นฉันจะต้องไปฆ่าพวกมันสินะ...?] (สเปียร่า)

[มิลก็อยู่นะ นี่มันไม่ตลกเลย] (เลียร่า)

สเปียร่าที่คาดไม่ถึงว่าอาหารจะทำได้ขนาดนี้ดูจะมึนงงไปกับคุกกี้โดยสิ้นเชิงและมองดูยูอิลฮานทำคุกกี้ต่อไป ยูอิลฮานได้เก็บคุกกี้ใส่ถุงยัดลงไปในช่องเก็บของของเขาเพื่อกันการโดนมือปีศาจขโมยไป

"มาตั้งชื่อมันว่า 'คุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์' กัน"

[เรียบแต่เยี่ยมที่สุด] (เลียร่า)

[เป็นชื่อที่ดีเเลยนี่] (เอิลต้า)

คุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์เป็นชื่อที่ได้รับความคิดเห็นเชิงบวกจากทุกๆคน เครื่องดื่มลมหายใจ 100 ลิตรสามารถจะใช้สร้างคุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์ได้ประมาณ 50,000 ชิ้นและของพวกนี้ต่างก็ถูกยัดลงไปในช่องเก็บของของยูอิลฮาน สิ่งนี้มันจะทำให้ยูอิลฮานที่แกร่งอยู่แล้วแกร่งขึ้นไปอีก

ตารางงานของยูอิลฮานได้แน่นมากขึ้นไปซะอีกทั้งฝึกหอกสะบั้นจักรวาล สร้างอุปกรณ์ อบคุกกี้ แล้วก็ทำเครื่องดื่มลมหายใจ ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะทำทั้งหมดนี่ให้เสร็จในสองเดือนนี้... แต่ว่าตอนจบมันได้มาถึงแล้ว

"ท่านจักรพรรดิ เราไม่มีมอนสเตอร์ไว้ให้ชำแหละแล้วครับ"

"ฉันคิดว่าเราได้ทำอุปกรณ์ไว้สำรองในคลังมากพอแล้ว แถมสำหรับน้ำตานางฟ้าก็เหมือนกัน"

[อิลฮาน ตอนนี้เรามาเริ่มชำแหละปีศาจสั่นสะเทือนกันดีกว่า!] (เลียร่า)

"อั๊ก"

ยูอิลฮานได้ไอเลือดออกมาและบิดตัวไปมา ยังไงก็ตามนางฟ้าที่โหดร้ายไม่คิดจะปล่อยเขาไป

[ฉันตื่นต้นมากเลยกับสิ่งที่นายกำลังจะทำ] (เลียร่า)

[ดีเลย นี่มันเป็นมอนสเตอร์ที่พิเศษจริงๆ] (เอิลต้า)

[ฉันไม่อยากจะเห็นมันอีกเลย มันมีแต่จะทำให้ฉันนึกไปถึงมังงะนั่น] (สเปียร่า)

"มังงะไหนหรอ?" (มิไรย์)

มิไรย์ติดเบ็ดแล้ว ถ้าพวกลูกน้องเขารู้เรื่องมังงะนั่นสถานะจักรพรรดิของเขาจะลดลงไปแน่!

ยูอิลฮานได้หันไปทางทูตสวรรค์ทั้งสามคนด้วยการแสดงออกที่ชั่วร้าย

"พวกเธออยากได้อะไร?"

[คุกกี้]

[คุกกี้]

[จะ... คุกกี้]

เขาได้เปิดห่อคุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์ขึ้นมาใส่ไปในปากทูตสวรรค์คนล่ะชิ้น เขาได้รับสายตาจ้องมองที่มากยิ่งขึ้นไป เขาเลยได้วางแผนที่จะส่งพวกเธอออกไปตามกำหนดเวลาทันทีเพื่อไม่ให้ถูกขู่ไปมากกว่านี้อีก

จากนั้นเขาก็หยิบเอาศพปีศาจสั่นสะเทือนออกมาจากช่องเก็บของ

[โว้ว เจ้าสิ่งน่าขยะแขยงนี่มันอะไรกัน...?]

[ถึงมันจะตายแล้ว แต่ผิวหนังมันยังสั่นอยู่เลย...]

[หยี้ พวกเราไปฝึกซ้อมหรือหาอะไรทำกันดีกว่า]

ยูอิลฮานได้หยิบมีดชำแหละขึ้นและตกลงไปอยู่ในความคิดก่อนจะเริ่มทำงาน - เขาควรจะชำแหละมันยังไงดีนะ... จากผิวที่ยังสั่นอยู่นี่ ไม่ว่าเขาจะเชี่ยวชาญการชำแหละยังไงเขาก็ไม่อาจจะคิดหาวิธีจัดการกับมันได้ในทันที

'ที่มันยังสั่นอยู่ก็เพราะว่ามันคือคุณสมบัติภายในที่มาจากผิวหนังอยู่แล้วงั้นหรอ? ไม่สิ มันไม่ใช่แบบนั้น เนื้อเยื่อมันยังต่อกันอยู่ สำหรับหัวใจมัน... ใช่แล้ว ฉันรู้แล้ว มันจะต้องอวัยวะเวทย์ต่างหากอยู่'

หลังจากเขาตัดสินใจได้แล้วในที่สุดยูอิลฮานก็เริ่มใช้มีดในมือของเขา แม้ว่ามันจะยังสั่นอยู่แต่ก็น้อยกว่าตอนที่มันมีชีวิต เขาจึงสามารถจะตัดผ่านหนังของมันไปได้ด้วยการใช้พละกำลังและพลังเวทย์มหาศาล แถมเขายังได้ปิดท้ายด้วยการโยนคุกกี้ยัดไส้เวทมนตร์ลงไปในปากเพื่อเสริมพลังให้ประกายเพลิงที่ทรงพลังช่วยตัดด้วย

เขาได้เริ่มจากส่วนหัวที่เขาแทงไปจนพรุน ตัดร่างของมันแยกครึ่งและถลกหนังของมันออกมา

ในกระบวนการนี้เขาได้จัดการดึงพลังเวทย์ที่ติดกับผิวหนังออกมาด้วยซึ่งเขาได้ตัดผ่านเนื้อกับแยกกระดูกแยกออกมาเพื่อให้ชั้นพลังเวทย์ยังติดกับผิวหนังอยู่

ในที่สุดแล้วเขาก็ควักเอาหัวใจมันออกมาและหยิบลูกทรงกลมที่ไม่น่าไว้ใจที่กำลังสั่นอยู่ออกมา มันมีสีเทาขาว ซึ่งมันก็คืออวัยวะเวทย์ที่ทำให้เกิดการสั่นที่ผิวหนัง

[รู้สึกอึดอัดจริงๆ] (เลียร่า)

[นายกล้ามากเลยนะที่ใช้มือเปล่าๆจับมันนะ ฉันรู้สึกได้ถึงคำสาปรุนแรงจากมันได้เลย] (สเปียร่า)

"อ่อ สกิลต้านทานคำสาประดับสูงของฉันมันกำลังเพิ่มอยู่ทุกนาทีเลย"

อวัยวะเวทย์ของมันได้เก็บมานาจำนวนมหาศาลเอาไว้ทำให้เขาคิดว่ามันคือหินพลังเวทย์ด้วยซ้ำไป แต่ว่ามันต่างไปจากหินพลังเวทย์ที่ผู้ใช้สามารถควบคุมได้อิสระ เจ้าสิ่งนี้มันมีคุณสมบัติเดียวเลยก็คือการเปลื่ยนมานาไปเป็นพลังการสั่นสะเทือน

"ฉันคิดว่าฉันน่าจะใช้มันทั้งแบบนี้ได้อย่างเดียว"

[ทำไมนายถึงพูดอะไรปวกเปียกแบบนี้ได้ล่ะ? นี่ไม่สมเป็นนายเลย] (เลียร่า)

"ถึงแม้ว่าผิวหนังของมันจะมีอวัยวะเวทย์เล็กๆอยู่นับไม่ถ้วน แต่ว่าแกนกลางมันคือจุดเดียวกัน ถ้าจะให้ฉันอธิบายเจ้าสิ่งนี้ล่ะก็มันก็คืออาร์ติแฟคที่สมบูรณ์ในตัวมันเองอยู่แล้ว"

[งั้นมันก็เป้นเรื่องยากสำหรับนายที่จะทำอะไรเพิ่มเติมกับมันงั้นสิถูกไหม?] (เอิลต้า)

"ใช่แล้ว"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าด้วยรอยยิ้มแห้งๆ แน่นอนว่าเขาก็สามารถจะทำอะไรบางอย่างได้จากการเอาโครงสร้างของมันออกมาถ้าเขาพยายามดู แต่ว่ามันก็คงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการลอกเลียนแบบปีศาจสั่นสะเทือนในรูปแบบที่ด้อยกว่าเลย เขาจำเป็นต้องมองวัสดุนี่ให้ออก เขาได้คิดหาวิธีที่จะใช้เจ้าสิ่งน่าขยะแขยงนี่ จากนั้นเขาก็พึมพัมออกมา

"วิศวกรรมเวทย์"

ใช่แล้วบางทีด้วยวิศวกรรมเวทย์มันก็อาจจะเป็นไปได้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าการอวยพรของเทพแห่งช่างตีเหล็กกำลังบอกแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ในช่องเก็บของไว้ก่อน

[แล้วส่วนที่เหลือจะทิ้งหรอ?] (เอิลต้า)

[เนื้อกับกระดูกมันก็แปลกเหมือนกัน พวกมันมีพลังในคงสภาพพลังที่ได้รับมาและทำการเสริมกับเปล่งพลังออกมา]

[นี่มันเหมือน...] (เลียร่า)

"ใช่แล้ว มันเหมือนกับออฟชั่นเสียงสะท้อน แม้ว่าพลังเสียงสะท้อนมันจะด้อยกว่ามากในมุมมองที่มันต้องมีการสอดคล้องกันของพลัง แต่ว่าพลังในการเสริมพลังในตัวเองนี่มันดีทีเดียวเลย"

นี่มันก็เป็นเหตุผลที่พลังของเจ้าปีศาจสั่นสะเทือนมันแทบจะไม่มีเวลาดีเลย์เลย มันไม่ใช่แค่ผิวหนังเท่านั้นแต่ทั้งกระดูกกับเนื้อต่างก็มีอวัยวะเวทย์ในตัวมันเอง นี่มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าตัวนี้มันต่างไปจากตัวที่เขาเคยเจอมาจนถึงตอนนี้เป็นอย่างดี

ยังไงก็ตามถ้าหากว่าจะมีข้อเสียก็คือแม้แต่พลังภายนอกที่บุกเข้ามาในร่างมันก็ยังจะเสริมพลังให้กับพลังนั้น การสั่นสะเทือนจากในอวัยวะเวทย์ขงมันกับการสั่นสะเทือนจากการโจมตีของยูอิลฮานทำให้สมดุลของมันพังลงจนมันต้องตายไป

นี่มันหมายความว่านี่คือดาบสองคม แต่แน่นอนว่านี่จะกลายเป็นอาวุธพิเศษหากว่ายูอิลฮานจัดการกับมันอย่างเหมาะสม

"มันคงจะดีกว่านี้ถ้ามีมันอีกซักสองสามตัว"

[ฉันก็คิดอยู่เลยว่าทำไมนายไม่พูดแบบนี้ซักที...] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เริ่มทดลองแรกด้วยการใช้เพลิงนิรันดร์เผากระดูกของมัน แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาค่อนข้างน่าเศร้าใจ โดยปกติแล้วกระดูกของมอนสเตอร์ตัวส่วนจะมีคุณสมบัติเป็นโลหะ แต่ว่าเจ้าตัวนี้มันไม่ใช่จำพวกนั้น

นอกไปจากนี้มันจะถูกเผาไปทันทีเมื่อสัมผัสเข้ากับไฟ เมื่อเขาพยายามจะตัดมันออกก็จะเกิดการสั่นสะเทือนจนเกิดความยุ่งเหยิงขึ้นด้วย ดังนั้นวัสดุนี่มันค่อนข้างจะวุ่นวายน่ารำคาญมาก

"ฟู่"

[นายจะยอมแพ้แล้ว?] (เลียร่า)

"ไม่มีทางซะล่ะ คำว่า 'ถอย' มันไม่มีในพจนานุกรมของฉัน"

เพราะแบบนี้เขาก็เลยทำการทำลายเนื้อกับกระดูกให้กลายเป็นชิ้นๆและดูดความชื้นออกไปเพื่อทำให้มันกลายเป็นผง

เขาได้ใช้ออฟชั่นของเกราะกระดูกเต็มตัวของเขาเพื่อทำให้มันเป็นผงแบบนี้ เขาใช้พลังในการสร้างน้ำแข็งจากน้ำและมานารวบรวมเอาความชื้นจากกระดูกกับเนื้อเพื่อที่จะสร้างน้ำแข็งข้างนอกส่งผลให้ส่วนที่เหลือมันแห้งไปทันที

[สกิลนี่มันดูจะโกงมากในการต่อสู้เลยนะ] (เลียร่า)

"ก็แน่สิ จะมีศัตรูตัวไหนที่จะยังอยู่ได้หากถูกฉันดูดความชื้นออกไปจากตัวล่ะ"

ยูอิลฮานได้ตอบเอิลต้าอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเทผงไปในถังยักษ์ นี่มันก็เพราะว่าคุณสมบัติของมันในตอนนี้มันยังอ่อนแอเกินไปที่จะนำไปทำอะไรได้

คุณสมบัติภายในของผงมันทนทานเป็นอย่างมากทำมานามังกรที่บีบอัดอยู่ในถังยักษ์ก็ยังไม่อาจจะบุกเข้าไปง่ายๆ แต่เนื่องจากว่าจนถึงตอนนี้มันไม่มีอะไรที่ถังยักษ์เอาชนะไม่ได้เลยทำให้เขาตัดสินใจที่จะปล่อยไว้แบบนี้

ถ้าหากว่ามันเป็นไปตามที่ยูอิลฮานคาดหวังไว้ถ้างั้นอาวุธที่เขาผลิตขึ้นมาจะต้องเปลื่ยนอุตสหกรรมอาวุธไปอีกครั้งหหนึ่ง

[แล้วนายจะทำอะไรระหว่างรอมันครบเวลาล่ะ? นายจะไปฝึกดวลกับพวกนูนหรอ?] (เลียร่า)

"ไม่หรอก ถึงมันจะน่าเสียใจสำหรับพวกนั้นแต่ว่าพวกนั้นอ่อนแอเกินไปที่จะช่วยฉันฝึกแล้ว...อ่อจริงสิ ฉันน่าจะไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาลดีกว่า"

[หืม ดีเลย] (สเปียร่า)

จากการจ้องมองของสเปียร่าทำให้ยูอิลฮานได้แต่ต้องหยิบหอกของเขาขึ้นมา เขาได้ตัดสินใจที่จะเรียนมันให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้สเปียร่ามาจู้จี้จุกจิกอีก

นับจากนั้นก็ได้ผ่านไป 3 วัน

ในตอนนี้มันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วที่บาเรียจะหายไป ในที่สุดยูอิลฮานก็ตัดสินใจแล้วว่าผงมันบ่มไดที่แล้ว

[ทำไมมันเปลื่ยนเป็นสีแดงหมดเลยล่ะ?] (เลียร่า)

[นายคิดจะใช้ผงนี่ทำอะไรกัน?] (เอิลต้า)

[มองๆดูแล้วมันเหมือนผงคริสตัลเลยนะ แต่ว่าในเมื่อฉันรู้ว่ามันมาจากกระดูกกับเนื้อนี่มันยิ่งน่าขยะแขยงไปอีก] (สเปียร่า)

"ถ้าเธอได้เห็นความสามารถของมัน เธอจะต้องเปลื่ยคำพูดแน่"

ในระหว่างการบ่มในถังยักษ์สามวันมานามังกรได้เข้าไปบีบอัดอนุภาคของผงจนทำให้มันเล็กลงและแข็งกว่าเดิม ถึงขนาดที่เสริมคุณสมบัติของมันด้วยและในตอนนี้พวกมันก็มีคุณสมบัติที่จะระเบิดออกมาอย่างรุนแรงเมื่อยูอิลฮานจุดมันด้วยประกายเพลิง

เขาได้ทดสอบมันดูและตัดสินใจว่าผงนี่แค่หนึ่งกำมือก็น่าจะจัดการมอนสเตอร์คลาส 3 ได้แล้ว

[หืม] (เลียร่า)

[นี่มัน...] (เอิลต้า)

"ใช่แล้ว นี่คือดินปืน"

และนี่เป็นดินปืนที่ต่างไปจากปกติ มันมีพลังการระเบิดที่รุนแรงยิ่งขึ้นอีกจากพลังงานที่อัดอยู่ภายในมันไม่ว่าจะเป็นสายฟ้าหรือไฟก็ตาม!

นี่คือการปฏิวัติข้อบกพร่องของอาวุธมนุษยชาติให้ใช้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้อีกครั้ง

[ถ้างั้นนี่ก็คือนายทำได้จริงๆ] (เลียร่า)

[ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันคิดว่ามันจะเป็นวัสดุในเวอร์ชั่นที่ด้อยกว่าสกิลเสียงสะท้อนซะอีกนะ แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะถูกถังยักษ์เสริมพลังขึ้นมาได้] (เอิลต้า)

ด้วยการบีบอัดของผงนี้ในตอนที่สกัดความชื้นออกไปและการบีบอัดภายในถังยักษ์ทำให้ปริมาณลดลงไปอย่างมากจนยูอิลฮานได้มาเพียงแค่ 300 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ยังไงก็ตามหากเขาจุดทั้งหมดนี้ด้วยประกายเพลิง เมืองทั้งเมืองได้หายไปแน่นอน

[นี่มันคือวัสดุที่อันตรายเอามากๆเลย บางทีมันก็น่าจะเป็นวัสดุที่อันตรายที่สุดบนโลกแล้ว] (เอิลต้า)

[นายคิดจะขายมันด้วยงั้นหรอ!?] (สเปียร่า)

"ไม่หรอก ฉันแค่จะเอามันมาไว้ใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ฉันจะทำขึ้นไว้ใช้เอง"

ไพท์บังเกอร์อาวุธเดิมที่ยูอิลฮานสร้างขึ้นมาเริ่มด้อยพลังลงไปแล้ว แต่ว่าถ้าเขาเสริมดินปืนที่สร้างขึ้นใหม่นี่ลงไปล่ะ?

เขาได้คิดขึ้นมาว่าเขาจะต้องลองดูในเร็วๆนี้แน่นอน

[นายกำลังเตรียมตัวไว้เผื่อว่านายจะต้องไปในโลกนั้นใช่ไหมฦ] (เลียร่า)

[อ่า งั้นสิ่งที่นายกำลังเล็งคือ...] (เอิลต้า)

"ถูกแล้ว"

ยูอิลฮานได้ยอมรับออกมาโดยไม่ลังเล แม้ว่ามันจะดูอึดอัดมากๆที่จะพูดออกมาจากปากเขา แต่ว่าในตอนนี้มันก็ช่วยไม่ได้แล้ว

"ฉันต้องการอาวุธที่มีพลังมากพอจะทะลวงผิวหนังของปีศาจสั่นสะเทือนแม้ว่าฉันจะไม่ได้ปกปิดตัวตนอยู่ก็ตาม"

ไม่นานหลังจากนั้นบาเรียที่เกิดขึ้นมาจากนาฬิกาทรายแห่งการเวลากได้หายไปและกลุ่มของยูอิลฮานก็ได้ออกมาด้านนอก

ในตอนนี้ของทั้งสำหรับแบรนด์แวนการ์ดหรือของสำหรับแบรนด์น้ำตานางฟ้าต่างก็พร้อมแล้ว

ม่านของยุคแห่งการค้าของโลกนี้ได้เปิดฉากขึ้นมาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 160 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (2) [29-05-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว