เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1) [26/05/2562]

บทที่ 159 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1) [26/05/2562]

บทที่ 159 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1) [26/05/2562]


บทที่ 159 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1)

 

ทุกๆคนต่างก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ก่อนที่จะเปิดใช้งานบาเรีย

เอลฟ์ทั้งสี่ได้รับหน้าที่ทำการชำแหละ และยูอิลฮานจะทำการสร้างของขึ้นมาด้วยวัสดุที่ทำการชำแหละแล้วให้มาเป็นผลิตภัณฑ์ของน้ำตานางฟ้า ใบหน้าฟีริต้า แป้งคุกกี้และผลไม้ ในขณะเดียวกันเอริเซียกับยูมิลมีหน้าที่ทำการช่วยนำของทั้งหมดนี้ไปใส่ถังยักษ์และบรรจุใส่ห่อ

[หาาา!? นี่มันไม่เห็นมีการฝึกหอกในตารางเวลาเลยนะ!] (สเปียร่า)

"ฉันจะฝึกในเวลาว่าง ไม่ต้องห่วงน่า"

ในเมื่อไม่มีใครที่จะไล่ทันความเร็วในการทำงานของเขาได้ทำให้มันมีเวลาพอที่จะฝึกหอกสะบั้นจักรวาลได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งเวลาพิเศษเลย ยังไงก็ตามสเปียร่าก็ดูจะไม่พอใจ

[ทำไมนายต้องมาทำให้พรสวรรค์ของนายต้องมาเสียเปล่าแบบนี้...!] (สเปียร่า)

[เขามีพรสวรรค์มากเกินไปจริงๆ เธอจะทำอะไรกับเขาได้ล่ะ] (เอิลต้า)

[ฟุฟุ งั้นเธอก็ไม่อยากได้คุกกี้สินะ?] (เลีร่า)

[เธอทำให้ฉันโกรธแล้วนะ... ถึงแบนั้นฉันก็อยากจะกินคุกกี้เหมือนกัน!] (สเปียร่า)

อย่างที่สเปียร่าพูด ทางัดจะต้องเป็นการตั้งใจกับการฝึกและทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง เพียงแค่การได้เรียนเทคนิคการใช้อาวุธขั้นสูงก็จะยกระดับความสามารถโดยรวมของเขาขึ้นไปอีกมากและเขาก็จะสามารถต่อสู้กับศัตรูที่จะเข้ามาได้ง่ายๆ แต่เขาก็จะต้องทำแบบนี้ไปตลอดเพื่อช่วยทุกคน

แต่ยังไงก็ตามเพราะการขยายแบรนด์แวนการ์ดและการเปิดตัวของแบรนด์น้ำตานางฟ้า หากว่าพวกเขาควบคุมความวุ่นวายบนโลกหลังจากมหาภัยพิบัติขั้นที่สองได้ พวกเขาก็จะสามารถป้องกันเหตุการณ์น่ารำคาญหลายๆอย่างไม่ให้เกิดขึ้นได้

เมื่อความวุ่นวายสงบลงไปก็จะทำให้เผ่าพันธ์มนุษย์พัฒนาขึ้นไปต่ออีกได้และโดยสรุปแล้วเมื่อนั้นก็จะไม่มีความจำเป็นที่ยูอิลฮานจะต้องไปจัดการในทุกๆอย่างอีกต่อไป

"ดังนั้นฉันจะทำงาน จนกระทั่งถึงวันที่ฉันไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป"

[ฉันไม่มั่นใจเลยนะว่านายเจ๋งหรือโง่กันแน่... หืม ฉันคิดว่านี่มันเคยเกิดขึ้นมาก่อนนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เริ่มทำการผลิตใบชาขึ้นมาเป็นจำนวนมากเป็นอยากแรกด้วยการใช้วงจรมานาภายในถังยักษ์

วงจรมานาที่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นมาจากการที่เอาหัวใจมังกรหลายๆประเภทไปรวมกันไว้ภายในถัง! นี่คือการเสริมพลังลงไปและเปลื่ยนแปลงจำนวนมานาที่อยู่ภายในใบช้า กระบวนการนี้จะเร็วมากขึ้นไปตามสกิลการทำอาหารของยูอิลฮาน เขากระทั่งสามารถจะใช้ตาเปล่ามองการเปลื่ยนแปลงของใบชาได้เลย

"แล้วถ้าฉันยกระดับสกิลวิศวกรรมเวทย์ได้ ฉันจะใช้ถังยักษ์นี่ได้เชี่ยวชาญขึ้นป่ะ?"

[โดยปกติแล้ว เราจะคิดถึงการใช้อาวุธให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนนะ...] (สเปียร่า)

[ไม่ว่านายจะคิดยังไง ฉันก็ไม่ไว้ใจผู้หญิงคังมิเรย์คนนั้น ต่อให้ฉันจะต้องไปห้องสมุดสวรรค์ ฉันจะต้อง...] (เลียร่า)

[สิ่งต่างๆในหอสมุดที่เป็นสิ่งต้องห้ามได้ถูกลบออกไปแล้ว พวกเราจะต้องปล่อยให้สิ่งต่างๆขึ้นอยู่กับอาณาจักรมนุษย์เท่าที่เป็นไปได้] (เอิลต้า)

"ดีล่ะ ใบชาใกล้จะเสร็จแล้ว งั้นตอนนี้ก็..."

เขาได้หันไปทำอย่างอื่นหลังจากทำการหมักใบชาฟีริคต้าแล้ว และไปดูสิ่งที่เอลฟ์กำลังทำอยู่ ก่อนที่จะไปเริ่มทำอาวุธชั้นสูงด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่เขาใช้การตีเหล็กได้

"นั่นแหละ เผามันอีกนิด"

เขาได้อัดเพลิงนิรันดร์ที่ปกติจะอยู่ภายในปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายเข้าใส่หินพลังเวทย์เล็กน้อยทำให้เกิดการลุกไหม้ใหญ่ขึ้นมา ยูอิลฮานได้เมินเพลิงนิรันดร์ที่มันแลบลิ้นเล่นออกมา และไปจัดการวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นเหล็กก่อน

"ฟู่ ฮ่า"

การทำงานของเขาเป็นไปอย่างเร็วมากๆ มันไม่เพียงแต่ว่าเขาจะชินกับการทำงานซ้ำๆเท่านั้น แต่เพลิงนิรันดร์ก็ยังใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหลังจากได้กลายเป็นลูกน้องของเขา แถมในตอนที่เขาได้รับการอวยพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กมาเขายังได้รับบันทึกนับไม่ถ้วนรวมไปถึงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการตีเหล็กอีกด้วย

"แต่นี่มันยังไม่พอ มันไม่ได้ยังมีการอวยพรแบบ 'การอวยพรอันสูงส่ง' อยู่อีกหรอ?"

[หากช่างตีเหล็กคนไหนมาได้ยินเข้าพวกเขาคงจะต้องหยิบค้อนมาไล่ทุบนายแน่] (สเปียร่า)

[อาวุธทั้งหมดนี่อยู่ในระดับยูนีค...] (เลียร่า)

[มีระดับตำนานโผล่มาเป็นพักๆด้วย...] (เอิลต้า)

ดูเหมือนยูอิลฮานจะไม่ยับยั้งความสามารถของเขาเอาไว้ด้วย ดังนั้นเมื่อเขาใช้วัสดุที่มีคลาส 3 เป็นอย่างน้อยทำให้เกิดเป็นอาวุธระดับตำนานออกมาเป็นครั้งคราว

ปัญหาคือเมื่อไหร่ที่มีระดับยูนีค 50 อันก็จะเกิดระดับตำนานมา 1 อันเป็นอย่างน้อย เพียงเมื่อนับอุปกรณ์ระดับตำนานที่เขาสร้างในห้องทำงานนี้มันก็มากไปกว่าจำนวนอาวุธระดับตำนานที่ถูกสร้างขึ้นในต่างโลกอื่นๆที่ใช้เวลามาหลายต่อหลายปีจนนับไม่ถ้วนแล้ว

[มันน่าเสียดายนิดๆนะที่ของพวกนี้จะถูกส่งให้กับโลกอื่น...] (เลียร่า)

[ของพวกนี้เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งมากๆ นายไม่คิดหรอว่ามันจะมีสถานการณ์ที่จะมีคนที่ได้อาวุธไปจากนายหวนกลับมาต่อต้านนายน่ะ?] (สเปียร่า)

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันได้ใส่ออฟชั่นลับที่มีแต่ฉันเท่านั้นที่มองเห็นได้ไป ต่อให้พวกเขาตายไปและฟื้นคืนชีพขึ้นมา พวกเขาก็ไม่มีทางต่อต้านฉันได้"

[ชั่วร้ายมาก] (เลียร่า)

เมื่อมีระดับตำนานออกมา ยูอิลฮานจะทำการใช้เอนชานท์วิญญาณลงไป วิญญาณที่เขาใช้ลงไปก็คือวิญญาณที่ภักดีกับยูอิลฮานจากการสั่งสอนของโอโรจิ! แม้แต่สเปียร่าก็พูดไม่ออกกับความละเอียดรอบคอบของยูอิลฮาน

หลังจากจัดการทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็ได้วางเอาไว้เตรียมสำหรับการประมูลตามที่คังมิเรย์ได้บอกเขา สายตาของคนอื่นๆตาก็ลุกขึ้นเมื่อได้เห็นอุปกรณ์พวกนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีความคิดที่จะขายของพวกนี้ออกไปในราคาถูกๆ แถมต่อให้เขาจะโก่งราคามากแค่ไหนก็ยังจะมีคนมาซื้อเยอะอยู่ดี

แล้วเขาควรจะรับมาเป็นสกุลเงินงั้นหรอ? หากว่าเป็นโลหะหายาก เขาก็ได้มาจากที่ดาเรย์มากพอแล้ว ดังนั้นมันน่าจะดีที่สุดถ้าเราแลกเปลื่ยนเป็นแร่หากยากกับวัสดุหายากที่มีเฉพาะในโลกต่างๆจะดีกว่า การที่จะได้ทำอาวุธขึ้นมาจากวัสดุของโลกต่างๆนับไม่ถ้วนมันก็ทำให้เขาตื่นเต้นมากแล้ว

"เยี่ยม รีบไปต่อกันเถอะ!"

[นี่ยังเรวไม่พออีกหรอ!?] (เลียร่า)

ลูกน้องของเขาต่างก็ต้องดิ้นรนตามความเร็วของยูอิลฮานที่หมกหมุ่นกับงานแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ไม่อาจจะเมินสายตากดดันของสเปียร่าได้ทำให้เขาต้องแบ่งเวลาไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาลเป็นครั้งคราวด้วย

[เยี่ยมเลย นายทำได้ดีขึ้นแล้ว... นี่มันน่าทึ่งจริงๆ] (สเปียร่า)

"ฟู่... ฮ่าห์! ฮ่าห์!"

[หืม งั้นนี่มันยากในการจะอัดทุกๆอย่างไปในครั้งเดียวสินะ?] (เลียร่า)

ในเวลานี้เขาสามารถจะอัดทุกๆอย่างลงไปได้แล้วทั้งความคมของดาบ ความเร็วของแส้ และพลังของเขา จะเหลือก็แต่เขาจะต้องผสมพลังทั้งหมดนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยพลังของความเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด

แม้ว่านี่จะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด แต่ยูอิลฮานก็ไม่คิดว่าเขาจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีอย่างที่สเปียร่าบอก นี่คือสัญชาตญาณที่เขาได้รับมาจากการฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายมาหลายปี

แน่นอนว่าถ้าเราพูดออกไปมันก็ชัดเจนว่าสเปียร่าจะโกรธแน่ ดังนั้นเขาก็เลยแค่เหวี่ยงหอกไปเงียบๆขณะที่ชื่นชมในตัวเองที่อ่านใจของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้

[เร็วอีก! เหมือนกับในตอนที่นายเจอกับปีศาจสั่นสะเทือนนั่นแหละ!] (สเปียร่า)

"ทำไมเธอต้องพูดถึงมันอีกด้วย! ย๊ากกก!"

[อ่า หอกของเขาเร็วขึ้นอีกแล้ว!] (เลียร่า)

*****

ยูอิลฮานได้ใช้เวลายุ่งอยู่ตลอดเวลานานั่นจึงทำให้เขาอยากจะกลับไปพักอีกครั้ง

เขาได้ทดแทนการพักที่ไม่เพียงพอด้วยบลัดดริ้งและลมหายใจเพื่อเติมเต็มพลังงานการพักผ่อน แต่ว่าในเดือนที่สองก็ไม่มีบลัดดริ้งเหลืออีกแล้วแม้แต่หยดเดียว

ลมหายใจก็ยังลดลงไปด้วยความเร็วต่อเนื่องด้วย แต่เนื่องจากว่าเขาได้เตรียมเอาไว้เยอะอยู่ทำให้เขายังพอมีมันอยู่บ้าง

ปัญหาก็คือเครื่องดื่มลมหายใจมันมีแอลกอฮอล์สูงมากๆ

"เอิ๊ก ถ้าฉันเมาไปก็ใช้เวทย์ปลุกฉันด้วยนะ"

[ไม่ต้องห่วง ฉันจะใช้เวทย์ที่รุนแรงจัดการเป่านายให้นายไปจากจักรวาลเอง] (สเปียร่า)

[ไม่ต้องส่งเขาไปไหนเลย! จับเขาไว้ก่อน!] (เอิลต้า)

เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนกับอีกสัปดาห์ ในที่สุดแล้วยูอิลฮานก็ทำผลไม้กับใบชาเสร็จและเขาก็ได้ไปเริ่มทำคุกกี้ที่ซึ่งนับได้ว่าเป็นสินค้าหลัก

นี่มันไม่ได้มีเนย ไข่ น้ำตาล หรืออะไรที่พิเศษเลย เขาก็แค่เอาแป้งคุกกี้ปกติธรรมดาไปใส่ไว้ในถังยักษ์เท่านั้นเอง เพราะแค่นี้ก็ได้ทำให้มันมีรสชาติเปลื่ยนไปเป็นดีมากๆ

แม้ขณะที่กำลังมองดูวงจรมานาที่เกิดอยู่ข้างใน ยูอิลฮานกับทูตสวรรค์ก็ยังไม่มีความมั่นใจที่จะสร้างปรากฏการณ์วงจรนี้ขึ้นได้อีกเลย พวกเขาได้แต่หวังในปาฏิหาริย์จากหัวใจมังกรคลาส 4 เป็นพันดวงเท่านั้นเอง

แต่ในคราวนี้ยูอิลฮานได้ทำคุกกี้แบบใหม่ขึ้นด้วยการเติมชาฟีริต้าลงไปในแป้งด้วยและมันได้รับการตอบรับจากทูตสวรรค์เป็นอย่างดี

[นี่มันบ้าไปแล้ว!] (เลียร่า)

[นี่มันจะทำให้ทั่วทั้งโลกต้องร้องไห้] (เอิลต้า)

[แค่กินมันสกิลการทำอาหารของฉันก็เพิ่มขึ้น 3 แล้ว ถึงนี่มันจะไม่น่าพอใจแต่ฉันก็ต้องยอมรับเจ้าคุกกี้นี่... งับงับ] (สเปียร่า)

[เฮ้ นี่มันของฉัน อย่ากินมันนะ!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้หันกลับไปทำคุกกี้ของเขาต่อโดยไม่สนการต่อสู้ของทูตสวรรค์ที่เกิดขึ้นจากการแย่งคุกกีกัน

ในอีกฝั่งหนึ่งยูมิลกับเอริเซียก็ได้ใช้แม่พิมพ์แยกคุกกี้ก่นจะนำไปอบในเตาอบอีกที เมื่อทำการอบแล้วพวกเขาก็นำมาใส่ถุงหลังจากมันเย็นลงมาแล้วซึ่งจากนั้นก็เอาไปใส่ลงในช่องเก็บของของอิลฮาน

'หืมมม ฉันน่าจะทำให้มันเสร็จเร็วๆแล้วก็เริ่มทำอีก...'

[กรี๊ดดดดดด!]

ยังไงก็ตามขณะที่เขากำลังนวดแป้งไปจิบลมหายใจไป เอิลต้ามี่ถูกสเปียร่าอัปเปอร์คัดก็ได้ลอยมาชนกับหลังของยูอิลฮาน จนเขาทำเครื่องดื่มลมหายใจที่อยู่ปากของเขาหกใส่แป้งคุกกี้

แป้งคุกกี้ได้ผสมเข้ากันกับลมหายใจและได้ถูกย้อมเป็นสีแดงในไม่ช้าหลังจากนั้น

"อ่า"

[อ่า...] (เอิลต้า)

[สเปียร่าทำน่ะ] (เลียร่า)

[เธอเป็นนักเรียนขี้ฟ้องงั้นหรอ?] (สเปียร่า)

เมื่อยูอิลฮานตัวแข็งทื่อไป เอิลต้าก็ได้ตัวแข็งไปเชนกันในขณะที่เลียร่าได้บอกฟ้องยูอิลฮาน ยิ่งเขานิ่งไปนานแค่ไหนทูตสวรรค์ก็ยิ่งกังวลมากเท่านั้น แต่ว่าจริงๆแล้วยูอิลฮานไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะความโกรธเลย

[สกิลทำอาหารได้กลายเป็นเลเวล 78!]

เขาได้นิ่งไปเพราะการค้นพบครั้งใหม่!

"ใช่แล้วแอลกอฮอล์ก็ผสมเข้าไปกับแป้งคุกกี้ได้!"

[เฮ้ นั่นมันมีพิษมากเลยนะ แอลกอฮอล์ก็เยอะด้วย!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เมินการตอบกลับของเลียร่าและนวดแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มลมหายใจ

ไม่ว่ายังไงก็ตามมีแอลกอฮอล์ผสมลงไปในแป้งปากเกินไปดังนั้นเขาเลยเติมแป้งลงไปอีก และนวดแป้งอย่างระวังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็ใส่มันลงไปในถังยักษ์ ทูตสวรรค์ได้เฝ้าดูกระบวนการนี้ตลอดเวลานี้

[นี่มันเป็นไปได้ที่จะทำให้ฉันเมาได้เลยน่ะ] (เลียร่า)

[เธอจะกินไม่ได้แน่ถ้าไม่มีการต้านพิษระดับสูง...] (เอิลต้า)

"ดูเงียบๆก่อน"

แป้งคุกกี้ได้ถูกวางไว้ในศูนย์กลางของถังยกษ์ มานาของมังกรที่เต็มถังได้สัมผัสถึงสิ่งแปลกปอลมและแทรกซึมเข้าไปในแป้งจนเกิดการเปลื่ยนแปลงไป

วงจรมานาแปลกๆที่หมุนวนรอบๆแป้งซึ่งยูอิลฮานมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทูตสวรรค์ก็ยังสังเกตุเห็นและแสดงความเห็นออกมา

[อย่าบอกนะว่านายคิดว่านายจะอัพเกรดถังยักษ์ได้ด้วยหัตถกรรมมานา?] (เลียร่า)

[นี่มันเป็นความคิดที่น่ากลัวมา ไม่ใช่ว่านี่มันก็อยู่ในสมดุลที่แปลกอยู่แล้วหรอ? ถ้าเราเข้าไปยุ่งอะไรมากกว่านี้อีก เราอาจจะต้องเสียอาร์ติแฟคนี้ไปก็ได้นะ] (เอิลต้า)

[หืม คุกกี้นี่มันดูน่าอร่อยน่ะ...] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้เกิดความคิดที่ว่าจะอัพเกรดถังยักษ์ด้วยการหัตถกรรมมานามันไม่ใช่ความฝันที่ห่างไกลอีกแล้ว เมื่อเขาได้มีความรู้ในเรื่องของวิศวกรรมเวทย์ที่ลึกซึ้ง เพราะบางอย่างความฝันของเขาเรื่องวิศวกรรมเวทย์ก็ได้กลายเป็นยิ่งใหญ่มากยิ่งๆขึ้น

ในขณะเดียวกันในที่สุดแป้งคุกกี้ก็ได้เริ่มส่งแสงออกมา ลมหายใจที่ซึ่งได้ผ่านถังยักษ์มาครั้งหนึ่งแล้วก็ยังสอดคล้องกับมานาในถังขณะที่ผสมรวมเข้าไปในแป้งคุกกี้และทำให้เกิดปฏิกิริยาเวทย์ที่เข้าใจได้ยากขึ้น

[คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม?] (เอิลต้า)

"มันค่อนข้างชัดเจนเลย..."

แป้งคุกกี้ยังคงส่งงแสงสีแดงออกมาก่อนที่พักหนึ่งแสงจะค่ยๆลดลงอีกครั้ง ยูอิลฮานได้ทิ้งแป้งเอาไว้อีกเล็กน้อย แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะทน 'นายรู้ว่าจะต้องทำอะไรใช่ไหม?' ที่มาจากทูตสวรรค์สั้งสามคนได้ทำให้เขาหยิบเอาแป้งขึ้นมา

"มิล!"

"ครับ!"

การนำไปใส่เตาและอบไม่ได้ใช้เวลานานนัก ยูอิลฮานได้เข้าไปเปิดเตาอบด้วยตัวเองและกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ได้ก็กระจายไปทั่วที่ทำงาน ในตอนนี้เอง

[สกิลการทำอาหารได้เพิ่มเป็นเลเวล 80! ในตอนนี้คุณสามารถจะทำอาหารได้อร่อยยิ่งขึ้น คุณยังสามารถจะดึงผลลัพธ์ของอาหารได้เหนือกว่าวัตถุดิบที่นำมาทำด้วย]

"สกิลทำอาหารเพิ่มเลเวลขึ้นสองเลเวลในทีเดียว..."

"นี่มันดูน่าอร่อยจัง"

[อึก]

เมื่อระหว่างการนวดและการอบ คิดๆดูแล้วสกิลทำอาหารของยูอิลฮานก็อยู่สูงมากๆแล้วเพราะจากสถานกาณณ์ต่างๆ การเพิ่มเลเวลแบบนี้จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะคาดเดาว่าคุกกี้นี้มันไม่ใช่ของธรรมดาๆแน่

เอลฟ์ที่ทำการชำแหละอยู่อีกด้านรวมไปถึงเอริเซียที่กำลังเอาคุกกี้มารวมกันอยู่ต่างก็มองมาที่ยูอิลฮานด้วยสายตาที่คาดหวัง แต่เพราะว่ามีเครื่องดื่มลมหายใจผสมอยู่ทำให้เขาไม่ปล่อยให้ลูกน้องเขากินคุกกี้ได้ง่ายๆ

จะมีก็แต่ยูอิลฮาน ทูตสวรรค์ กับยูมิลที่มีสกิลต้านทานพิษเท่านั้นที่นคุกกี้นี้ได้!

"พิษมันจะไม่แรงขึ้นใช่ไหม?"

[ถ้าเราไม่ลองกินก็ไม่รู้หรอก!]

เลียร่าได้โยนคุกกี้ลงไปในปากของเธออย่างกล้าหาญ หลังจากนั้นสเปียร่าก็ทำตามทันที ตามมาด้วยเอิลต้ากับยูมิล ในตอนนี้เมื่อเป็นแบบนี้แล้วยูอิลฮานก็ยังกัดคุกกี้ลงไปคำหนึ่ง

"หืม?"

ยูอิลฮานได้อุทานออกมาอย่างตกใจ เขาได้กินส่วนที่เหลือและเศษลงไปทันที

"พ่อครับ นี่มันอร่อยสุดๆเลย!"

[อร่อย... จะอร่อยไปแล้ว!] (เอิลต้า)

ดวงตาของยูมิลได้เต็มไปด้วยดาว เอิลต้าก็ยังเบิกต้ากว้างออกมา ยูอิลฮานได้ยอมรับในความเห็นของพวกเขา แม้ว่าเขาจะเป็นคนทำขึ้นมาเอง เขาก็ยังคิดว่าคนจะต้องยอมทำทุกๆอย่างเพื่อแลกมันได้เลย

ยังไงก็ตามมันยังมีสิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นอีก

[ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าองค์ประกอบพิษทั้งหมดได้เปลื่ยนไปมีรส...] (เลียร่า)

"เดี๋ยวนะ พิษทั้งหมดหายไป?"

ใช่แล้ว ราวว่าพิษทั้งหมดของเครื่องดื่มลมหายใจได้เปลื่ยนไปจนไม่มีพิษเหลือ

"ถ้างั้นท่านจักรพรรดิ...?"

"ดีเลย มากินนี่เลย"

"ครับท่าน!"

ในทันทีที่พวกเขาได้รับคำอนุญาติของยูอิลฮาน ทั้งเอลฟ์และแม้แต่เอริเซียก็ยังมารวมกันกินคุกกี้คนล่ะชิ้น เมื่่อได้เห็นพวกเธอมีความสุขกับกลิ่นและรสชาติของคุกกี้แล้ว เขาก็รู้สึกถึงความนุ่มนวลที่กระจายไปทั่วร่างเขา

มันเป็นความรู้สึกที่เอื้ออารีที่เหมือนจะห่อหุ้มทุกชีวิต! ยูอิลฮานคิดว่านี่มันก็แค่ความรู้สึกชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่ใช่ ในเวลาต่อมามานาของยูอิลฮานก็ตอบสนองและส่งคลื่นออกมาราวกับจะต้อนรับมัน

[พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 65 เป็นเวลา 45 นาทีจนกว่าพลังของคุกกี้จะหาย การกินเพิ่มขึ้นจะขยายเวลาขึ้นอีกได้]

[คุณได้รู้ถึงความลับแห่งการมอบพลังให้กับคนที่กินอาหาร สกิลทำอาหารได้เพิ่มเป็นเลเวล 90!]

[ผลของบัฟจะเพิ่มขึ้นไปตามเลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้น]

"..."

ยูอิลฮานได้อ่านข้อความนี้และมองดูคนอื่นๆทุกๆคนที่ดูจะเป็นเหมือนกับเขา ทุกๆคนจะต้องคิดเหมือนๆกันอยู่แน่

[บัฟจากอาหาร... นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันในฐานะทูตสวรรค์เลย...]

จบบทที่ บทที่ 159 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (1) [26/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว