เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 138 - ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6) [อ่านฟรีวันที่ 19/03/2562]

บทที่ 138 - ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6) [อ่านฟรีวันที่ 19/03/2562]

บทที่ 138 - ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6) [อ่านฟรีวันที่ 19/03/2562]


บทที่ 138 - ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6)

 

ยูอิลฮานกับเลียร่าได้รีบกลับไปที่โลกผ่านเกตทันที สเปียร่าก็ยังคงรอพวกเขาอยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนใต้น้ำ

[เธอน่าจะได้ยินจากเอิลต้าแล้วสินะ] (สเปียร่า)

[ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะรู้แล้วไงล่ะ เร็วเข้าเถอะ!] (เลียร่า)

[ถึงมันจะน่าอาย แต่ว่าต่อให้เรารีบยังไงก็ไม่มีอะไรที่เราทำได้] (สเปียร่า)

มันดูเหมือนว่าสเปียร่าจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ได้มีเหตผลมากกว่าเลียร่าเนื่องจากประสบการณ์ของเธอ แต่ถึงแบบนั้นหมัดของเธอก็กำแน่น นี่มันแสดงให้เห็นว่าภายในใจเธอก็ไม่ได้ต่างไปจากเลียร่านัก!

[เกตถูกปิดไปโดยสมบูรณ์แล้ว มันไม่มีที่กองทัพสวรรค์จะเชื่อมต่อกับที่นั่นที่เป็นโลกที่ถูกทิ้งได้ ตอนนี้เมื่อมาคิดดูแล้ว มันมีความตั้งใจซ่อนเร้นที่แตกต่างกันอยู่ของการกระทำของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสง] (สเปียร่า)

[เหตุผลอะไรที่พวกมันเข้ามา? นั่นก็เพราะจะลักพาตัวมิลของเราไปงั้นหรอ? เป็นเพราะเขาน่ารักสินะ? ฉันรู้อยู่แล้วในเมื่อเขาน่ารักเกินไป] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตะโกนออกมาอย่างโกรธเคืองเต็มที่ ยูอิลฮานได้เขกหัวเธอให้เธอใจเย็นลงไป

"ฉันได้ยินมาว่ามิลเข้าไปเพื่อช่วยคุณมิเรย์ ถ้าเป็นแบบนั้นหมายความว่าเป้าหมายของพวกนั้นมันไม่ใช่มิลแต่เป็นคุณมิเรย์"

[พูดให้ถูกคือนายูนาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับคังมิเรย์ หญิงสาวที่ได้รับพรจากเทพแห่งความงาม] (สเปียร่า)

"อ่อ เข้าใจแล้วเป็นเธอคนนั้น..." (เลียร่า)

เลียร่าได้หรี่ตาลงมา เมื่อเห็นแบบนี้ยูอิลฮานได้ถามออกมา

"เธอคิดว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นอยู่แล้วงั้นหรอ?"

[อืม ก็ใช่แหละ ฉันคิดว่าเธออาจจะเป็นเป้าหมายในสักวัน] (เลียร่า)

เลียร่าหยักไหล่ออกมาขณะที่พูดต่อ

[แล้วก็เป็นเป้าของทุกๆคนเว้นแต่กองทัพสวรรค์] (เลียร่า)

"ผู้หญิงคนนั้นมีพลังที่จะทำลายโลกอะไรแบบนั้นได้งั้นหรอ?"

[ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก เธอได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม นั่นมันก็มากพอที่เธอจะถูกเพ็งเล็งแล้ว มันยังเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเฟย์ต้าถึงได้เกาะติดกับเธอรวดเร็วแบบนั้นอีกด้วย] (เลียร่า)

[ใช่แล้ว ถ้าหากเป็นคนที่เล็งเป้ามาที่โลกอยู่ เธอคนนั้นก็จะถูกเพ็งเล็งแน่] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้มองดูทูตสวรรค์สองคนเงียบๆและขอคำอธิบายเพิ่ม บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขาได้ยอมรับความจริงที่ไม่อาจจะไปช่วยมิลได้แล้วทำให้เลียร่าได้อธิบายออกมาเศร้าๆ

[...เธอเป็นคนที่ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม นอกไปจากนี้ผู้นำของกองทัพจรัสแสง กองทัพปีศาจแห่งการทำลาย และสวนอาทิตย์อัสดงต่างก็เป็นผู้ชายกันทั้งนั้น] (เลียร่า)

"หือ?"

เขาได้เข้าใจในสถานการณ์ประมาณหนึ่งหลังจากได้ยินสิ่งนี้ แต่ว่าเข้าก็ไม่อยากจะไปเข้าใจลึกซึ้งถึงขนาดนั้นเมื่อเลียร่าได้ประกาศออกมา

[เธอจะยิ่งสวยงามมากยิ่งขึ้นเมื่อเธอได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงใช่ไหมล่ะ? บางทีเธออาจจะกลายเป็นความงามที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกทั้งมวล ถึงมันจะน่ารำคาญและน่าอาย แต่ว่าเธอจะสวยยิ่งกว่าฉันซะอีก] (เลียร่า)

[มั่นใจได้เลยว่าเธอคนนั้นสวยกว่าเธอแน่เลียร่า ไม่สิบางทีถ้าเป็นเธอที่ได้รับพรที่ไม่ได้ด้อย...] (สเปียร่า)

[ว๊ากกกกก! เงียบไปเลย! เงียบบบบบไปปปปปปป!] (เลียร่า) (TL:เลียร่าได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความรัก)

"ถ้างั้นเจ้าพวกนั้นก็พยายามจะ..."

ยูอิลฮานที่ไม่รู้ว่าทูตสวรรค์ได้ทะเลาะอะไรกัน ได้คิดถึงข้อเท็จจริงเรื่องนายูนา

"...ยกระดับเธอแล้วก็กินเธองั้นสิ?"

[อ่า ใช่แล้ว... ประมาณนั้นแหละ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้แต่รู้สึกสิ้นหวัง

"ให้ตายสิ ฉันตกใจจริงๆที่นี่มันเป็นปัญหาระดับต่ำที่สุดแล้วที่ฉันคิดไว้ในหัว!"

[พวกเราก็ยังคิดว่ามันอาจจะต้องเป็นแบบนี้อยู่ แต่ว่าพวกเราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ] (เลียร่า)

[ขอโทษนะยูอิลฮาน ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้นายต้องมาฟังเรื่องบทหนังเกรด C...] (สเปียร่า)

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญหลังจากได้ยินว่าพวกผู้นำของกลุ่มสิ่งมีชีวิตระดับสูงได้ทำการลักพาตัวหญิงสาวคนหนึ่งไปเมื่อเขาเพิ่งจะช่วยโลกพ้นวิกฤติ แถมมิลก็ยังติดไปอีกด้วย!

[พวกเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำแบบนี้ก็เพื่อจะลักพาตัวเธอไป หรือต่อให้เรารู้ก็ไม่ได้มีอะไรมากนักที่เราจะทำได้] (สเปียร่า)

มีแค่เขาหรือป่าวนะที่รู้สึกว่าคำพูดของสเปียร่าดูเย็นชามากนะ? บางทีนี่มันอาจจะเป็นมุมมองของทูตสวรรค์ที่มีต่อมนุษย์เป็นปกติก็ได้ เมื่อยูอิลฮานกำลังคิดแบบนี้เลียร่าก็ตะโกนออกมา

[ที่สำคัญกว่านั้นเลยคือมิล! ฉันไปจัดการเอิลต้าแน่ถ้าเธอไม่ได้พามิลกลับมาอย่างปลอดภัย!] (เลียร่า)

[โลกที่เอิลต้าไปคือโลกที่ถูกทิ้ง พวกเราก็ต้องห่วงความปลอดภัยของเธอเหมือนกัน] (สเปียร่า)

ความกังวลได้เริ่มกัดกินจิตใจยูอิลฮาน

ไม่ใช่ว่าเขาก็รู้จักโลกที่ถูกทิ้งเป็นอย่างดีหรอ? ชั่งเรื่องโลกไคโรที่มนุษย์หมาป่าอยู่ไป ถ้าหากว่าโลกที่เอิลต้าไปได้มีพลังสักครึ่งหนึ่ง ไม่สิ สักหนึ่งในสี่ของดาเรย์ล่ะ? นอกจากนี้พวกเอิลต้าก็ไม่อาจจะหนีมาได้ง่ายๆหากว่านี่มันเป็นแผนการร่วมมือกันของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสง!

"ฉันคิดว่าฉันน่าจะไปที่นั่นก่อนเลย ฉันจำเป็นต้องได้ข้อมูลมาจากคนที่นั่น!"

[อิลฮาน ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วงนะ ยังไงก็ตามมันมีสิ่งที่เราต้องทำกันก่อนเรื่องนั้น] (สเปียร่า)

จุดที่สเปียร่าชี้ก็คือเกตที่เลียร่ากับยูอิลฮานเพิ่งจะออกมา วังวนสีดำยังคงเชื่อมฟีราต้าเข้ากับโลกอยู่

"ใช่แล้ว พวกเราต้องทำลายมันทิ้ง"

ในเมื่อเขาได้ทำลายรากฐานของจักรวรรดิแลว เขาก็จะไม่มีวันเจอชาวฟีราต้าอีกครั้งแน่เมื่อเขาทำลายเกตไป บางทีเขาอาจจะได้เจอพวกนั้นอีกในการต่อสู้แข่งกัน แต่ว่าในเมื่อแผนของพวกนั้นล้มเหลวไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็มีแต่ต้องอัดพวกนั้นอีกครั้ง

ไม่นานนักเกตก็ได้หายไปจากการโจมตีร่วมกันของยูอิลฮาน เลียร่าและสเปียร่า พวกเขาทั้งสามคนในตอนนี้ได้จัดการแก้ไขวิกฤติไปแล้ว จากนั้นก็มุ่งตรงไปสู่นิวยอร์ก

[ตรงนั้นไง! มันดูวุ่นวายเลยทีเดียว!]

ในระหว่างที่ข้ามถนนที่ไม่รู้ชื่อของนิวยอร์กมา เลียร่าก็ได้ชี้นิ้วตะโกนขึ้น เมื่อยูอิลฮานมองตามไปเขาก็ได้เห็นตึกสูงเฉียดฟ้านับสิบล้มพังลงมาเหมือนโดมิโน่

[ฉันก็มองเห็นมนุษย์ด้วย เอาล่ะ มันไม่ได้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้พักจากการที่เกตปิดตัวลงนะ...] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้แต่สงสัย ยูอิลฮานก็ยังรู้เหตุผลเหมือนกัน เกตได้หัดตัวลงไปกลายเป็นลูกบอลขนาดใหญ่สีขี้เถ้า ตรงนั้นมีกลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังเผชิญหน้ากับมนุษย์อยู่

มันไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากเผ่าหมาป่าที่อยู่ใต้คำสั่งเอริเซีย เนื่องจากเอริเซียได้ตามมิลเข้าเกตไป มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเผ่าหมาป่าจะปกป้องที่นี่เอาไว้

"ไปที่นั่นกัน"

ยูอิลฮานได้มุ่งไปที่นั่นที่เป็นสนามรบเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้โดยไม่ลังเลใดๆ เขาได้ถอนการซ่อนตัวออกมาทำให้คนที่กำลังป้องกันที่นี่อยู่หลบไปด้านข้าง

"เขามาแล้ว"

"เป็นเขาจริงๆ ชู่วว จู่ๆเขาก็โผล่มาแบบนี้เสมอเลย"

"แล้วเขาไปทำอะไรมาจนถึงตอนนี้กันล่ะ?"

"เงียบหน่อย เขาอาจจะรู้อะไรก็ได้ บางทีเขาอาจจะทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้"

ยูอิลฮานได้ตรงเข้าไปหาเผ่าหมาป่าโดยไม่สนใจเสียงนินทาใดๆ หมาป่าที่แข็งแกร่งที่สุดได้เข้ามาหายูอิลฮานทันทีด้วยร่างมนุษย์ คนๆนี้เป็นคนที่ได้รับพรจากดวงจันทร์

"สวัสดีขอรับท่านยูอิลฮาน กระผมลิวตินู่"

"อ่า"

เผ่าหมาป่าได้เข้ามาต้อนรับยูอิลฮานอย่างเป็นทางการ ยูอิลฮานได้หยักหน้ารับและเข้าเรื่องหลักทันที

"งั้นบอกฉันทีว่าพวกเขาเข้าไปในเกตที่เหมือนไส้กรอกนี่ได้ยังไง"

"ฟู่"

หลังจากได้ยินคำพูดจากยูอิลฮานลิวตินู่ได้เริ่มถอนหยใจออกมา มันไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นแต่เผ่าหมาป่าทั้งหมดต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วย การถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความโกรธ

เรื่องราวมันได้เริ่มขึ้นสั้นๆและน่าตื่นเต้น

การต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้งนั้นฝั่งมนุษย์ได้เปรียบตั้งแต่เริ่มขึ้น

หมาป่าระดับสูงทั้งสี่พันตัวได้มีเฟมิลที่อยู่คลาส 4 เป็นผู้นำและเอลฟ์ที่ใส่อุปกรณ์ระดับตำนานกับอัจฉริยะจอมเวทย์ที่ปกปิดตัวตนตลอดเวลาแม้จะอยู่คลาส 2 มิล พวกเขาทั้งหมดนี้เป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคืออาวุธประเภทติดตั้งที่ยูอิลฮานฝากเอิลต้าเอามาให้คังมิเรย์เป็นสิ่งที่เจิดจรัสที่สุด

กองพันธมิตรแนวหน้ามีกลุ่มเทพสายฟ้าเป็นศูนย์กลางสอดประสาทจังหวะนำพาการต่อสูให้ไหลไปทำให้มอนสเตอร์คลาส 3 ที่พลั่งพรูกันออกมาจากโลกที่ถูกทิ้งได้ถูกกวาดล้างลงไปทีละตัวและขวัญกำลังใจของฝั่งมนุษย์ก็ได้พุ่งทะลุขีดสุด พวกเขาได้ต่อสู้อย่างสุดพลังโดยที่แทบไม่สูญเสียเลย

มันไม่นานนักที่กองกำลังมอนสเตอร์ได้ยิ่งบ้าคลั่งขึ้น บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่ามีคนทรยศในหมู่ทูตสวรรค์ทางฝั่งนี้ไปบอกถึงสถานการณ์กับทางฝั่งนู้น มันดูเหมือนว่ามันจะเร่งขึ้นให้รุนแรงขึ้นราวกับมอนสเตอรืที่แข็งแกร่งจากอีกโลกได้ถูกนำมารวมกันและทะลวงผ่านเกตมา

ในตอนแรกมนุษย์ตระหนกกับการที่จู่ๆกองกำลังมอนสเตอร์เพิ่มขึ้น แต่ว่าพวกเขาก็ยังรักษาความใจเย็นไว้ได้อยู่ ในจุดนี้อาวุธแบบติดตั้งของยูอิลฮานได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา อาวุธทั้งหมดร่วมไปถึงบาลิสต้าและฉมวกต่างก็มีฟังชั่นในการทำลายตัวเอง

[อิลฮาน ทำไมนายถึงได้เริ่มทำทุกๆอย่างที่มันทำลายตัวเองได้ในตอนที่ฉุกเฉินกันล่ะ?] (เลียร่า)

"ลิวตินู่ พูดต่อไป"

ระเบิดได้เกิดขึ้นไปทั่วและทำลายมอนสเตอร์ไปจนสิ้น! เอริเสียได้ตั้งกลุ่มหมาป่าขึ้นเหมือนอ่อนและพุ่งไปในที่ที่มอนสเตอร์ดูจะอ่อนแอ นี่มันเป็นไปได้เพราะว่าเอริเซียเป็นคนที่ควบคุมหมาป่า

ต้องขอบคุณมนุษย์ที่รู้ว่าพวกหมาป่าอยู่ภายใต้คำสั่งยูอิลฮานและได้ให้ความร่วมมือทำให้พวกเขาสามารถจะจัดการคลื่นมอนสเตอร์คลาส 3 กว่าห้าหมื่นตัวไปได้

"พวกเขาสู้กับมอนสเตอร์คลาส 3 ห้าหมื่่นตัวงั้นหรอ? มนุษย์พัฒนาขึ้นมามากเลยนี่"

"พวกคงจะล้มเหลวแน่หากไม่ได้การควบคุมจากท่าเอริเซียและพลังของเฟมิล โอ้อาวุธของท่านยูอิลฮานก็ด้วยครับ"

ยังไงก็ตามกำลังของฝั่งมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ ยูอิลฮานรู้สึกว่าผลจากตัวเขากับแวนการ์ดได้แสดงออกมาแล้ว ยังไงก็ตามจากนั้นหมาป่าได้ถอนหายใจขึ้น

"ในตอนนี้เองท่านยูมิลก็ได้ร่ายเวทย์"

"หือ? ทำไมยูมิลถึงโผล่ออกมาล่ะ?"

"เหตุผลเบื้องหลังของคลื่นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่มันไม่ใช่การกวาดล้างมนุษย์ แต่เพื่อสร้างความวุ่นวาย ที่พวกมันสร้างความวุ่นวายขึ้นมาก็เพื่อลักพาตัวนายูนา"

มอนสเตอร์คลาส 4 ที่ได้รับการฝึกซ่อนตัวมาเป็นพิเศษได้พยายามลักพาตัวนายูนา ยังไงก็ตามยูมิลที่เห็นการซ่อนตัวนั่นก่อนได้ร่ายเวทย์หยุดเอาไว้ และเมื่อมันแสดงตัวออกมาแล้ว คังมิเรย์ที่อยู่ใกล้ๆก็ได้รู้ถึงตัวตนของมันและพุ่งเข้าไปหาทันที

มอนสเตอร์คลาส 4 ได้ลักพาตัวนายูนาล้มเหลวเพราะยูมิล ยังไงก็ตามในจุดนี้นายูนากับคังมิเรย์ได้โดนมอนสเตอร์กวาดต้อนจนในที่สุดพวกเธอก็ตกลงไปในเกต

ยังไงก็ตามยูมิลได้คว้าแขนเสื้อคังมิเรย์เอาไว้และเข้าไปกับเธอก่อนที่คนอื่นจะพูดอะไรได้ทัน และเอริเซียที่รูเแบบนั้นได้บอกกับทุกๆคน หมาป่าระดับสูงสุดไม่กี่คนรวมไปถึงเฟมิลได้พุ่งเข้าไปในเกตและเอลฟ์ก็ตามเข้าไป เอิลต้าที่รู้ตัวช้าหน่อยก็ยังรีบตามเข้าไป

"ท่านเอิลต้าได้ทิ้งคำสุดท้ายว่า 'ชิ ช่วยไม่ได้แล้ว'"

[นั่นฟังดูเหมือนกับว่าเอิลต้าตายแล้ว!] (เลียร่า)

เลียร่าได้ร้องออกมา แต่ว่าในปัจจุบันเธอได้ซ่อนตัวตนจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอื่นๆนอกจากยูอิลฮานอยู่ดังนั้นมันไม่มีทางที่พวกหมาป่าจะได้ยินเสียงของเธอ

[ถ้างั้นความผิดของเอิลต้าที่ใหญ่ที่สุดคือไม่ดูแลมิลให้ดี] (สเปียร่า)

[แล้วไงต่อ? เกิดอะไรขึ้นกับเกต? ทำไมมันถึงปิดลงล่ะ?] (เลียร่า)

เมื่อยูอิลฮานได้ถามออกไปพวกหมาป่าก็กัดฟันแน่นพูดออกมา

"ฉันมั่นใจว่าเป้าหมาของพวกมันคือนายูนาตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากพวกเธอถูกกวาดต้อนเข้าไปในเกตแล้ว จูๆเกตก็เริ่มหดตัวลงไป พวกทูตสวรรค์ต่างตกใจและมารวมตัวกันที่เกต แต่ว่าสถานการณ์มันเกินกว่ามือพวกเขาแล้ว หนึ่งในพวกเขาบอกเหมือนกับว่าโลกนั่นได้ปิดตัวลงไปโดยสมบูรณ์แล้ว"

[ปิดตัวเองลงไปโดยสมบูรณ์? มันเหมือนกับโลกก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่งั้นหรอ? นี่มันเป็นไปได้ด้วยงั้นหรอ?] (เลียร่า)

เลียร่าได้ถามออกมา ยังไงก็ตามขนาดเธอที่อยู่ในคลาส 6 ยังไม่รู้คำตอบ แล้วใครจะไปรู้กันล่ะ? ทั้งกลุ่มได้ตกลงสู่ความเงียบ ยูอิลฮานได้ถอนหายใจพร้อมพึมพัมออกมา

"ให้ตายสิ ท้ายที่สุดทูตสวรรค์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิดเลย..."

[โอใช่ แล้วเฟย์ต้าล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?] (เลียร่า)

[ไม่ใช่ว่าฉันบอกไปแล้วหรอ? เธอเป็นคนทรยศ แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเธอทรยศตั้งแต่แรกหรือมาเปลื่ยนเอากลางทางก็ตาม แต่มันดูเหมือนว่าเอิลต้าได้ฆ่าเธอไปแล้ว] (สเปียร่า)

[อ่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอมันไร้ประโยชน์] (เลียร่า)

"ทูตสวรรค์ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิดเลยนี่!"

คำอธิบายสถานการณ์ได้จบลงแล้ว แม้ว่าจะตกใจอยู่พักหนึ่ง มนุษย์กได้เริ่มล่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่หลุดมาบนโลกก่อน และเมื่อยูอิลฮานมาถึงมันก็จบลงแล้ว

"นี่มันแทบจะทำให้ฉันบ้าไปแล้ว"

แม้ว่าเขาจะคิดว่ามันจะอันตรายนิดๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่ายูมิลที่แข็งแกร่งมากๆจะเข้าไปในโลกที่ถูกทิ้งด้วยตัวเอง แม้ว่าตัวยูอิลฮานก็ทำเหมือนกัน เขารู้ถึงอันตรายของมันเป็นอย่างดีเพราะเขาก็เคยเข้าไปมาแล้ว

เขารู้สึกขอบคุณเอริเซีย เขาขอบคุณที่เธอได้ตามเข้าไปเป็นกำลังเสริมให้ยูมิล ถ้าหากไม่ใช่เพราะเธอ ยูอิลฮานก็คงกังวลมากยิ่งกว่านี้อีก ยังไงก็ตามตอนนี้เขาก็กังวลมากพอแล้ว

แล้วก็เอิลต้า เขาให้อภัยเธอไม่ได้ เธอจะต้องชดใช้มแน่เมื่อเธอกลับมา และดังนั้นเขาก็ต้องการให้เธอกลับมาอย่างปลอดภัย

ยูอิลฮานที่จิตใจสับสนได้มองไปที่บอลสีขี้เถ้าที่มีพลังเวทย์ของเกตเหลืออยู่ และพูดออกมา

"เลียร่าช่วยทำอะไรซักอย่างที"

[ฉันทำอะไรไม่ได้] (เลียร่า)

"ถ้าเธอเปิดมันได้ ฉันจะยอมทำทุกๆอย่างที่ฉันทำได้เลย"

[...โอเค ฉันจะพยายาม แต่ช่วยรักษาสัญญาด้วยนะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้กลืนน้ำลายและหยิบเอาหอกออกมาจากอก สเปียร่าเขกหัวเธอเพื่อให้เธอใจเย็นลงไป

[มันไม่มีอะไรที่เธอทำได้หรอ มันมีแต่จะเสียแรงเปล่า] (สเปียร่า)

[แต่อิลฮานบอกว่า!] (เลียร่า)

[มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะมีอะไรท่มันเป็นไปได้ มันก็คงเป็นการออกมาจากข้างในโลกนั่น] (สเปียร่า)

ออกมาจากข้างในโลกนั่น? ในโลกที่มีทั้งอิทธิพลของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายและกองทัพจรัสแสงงั้นหรอ? ด้วยตัวมิลเองน่ะนะ? ยูอิลฮานได้ยิ้มขมๆ

ความรู้สึกไร้พลังได้ปกคลุมร่างของเขา เขาเพลิงจะจัดการกวาดล้างฟีราต้ามา แต่ว่าในตอนนี้มันกลับเป็นแบบนี้...

เขาไม่น่าให้พวกมิลมาที่นี่เลย ถ้าเขาให้พวกมิลรออยู่ที่บ้านเขา ถ้างั้นเรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้น มันเป็นความผิดของยูอิลฮานที่ส่งพวกเขามาในที่อันตรายแบบนี้ การตัดสินใจที่พลาดของเขามันทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้น

และเมื่อเขาสรุปได้แบบนี้ จิตใจของเขาที่เก็บไว้ได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในฟีราต้าก็ได้พังทลายลงไป แม้ว่ายูอิลฮานได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดจากการข้ามผ่านวิกฤติและอันตรายด้วยตัวเอง แต่ว่าเมื่อคิดว่าเขาต้องเสียคนสำคัญไปเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดมันได้ทำให้จิตใจของเขาถึงขีดสุดในทันที

ปากของเขาได้พึมพัมออกมาอัตโนมัติอย่างไร้พลัง

"โอ้... นี่มันไม่เข้าท่าเลย..."

สเปียร่ากับเลียร่าได้รีบจับตัวเขาไว้ไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น ถ้านี่เป็นที่บ้านก็คงจะไม่เป็นไร แต่ว่าที่นี่เป็นที่ที่หัวหน้าหลายๆกลุ่มต่างก็มองมาที่เขา มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่จะแสดงด้านที่อ่อนแอของเขาออกมา

[อิลฮาน ให้พวกหมาป่ารออยู่ที่นี่แล้วก็กลับบ้านไปนอนก่อนเถอะ ฉันก็เป็นห่วงมิลมากเหมือนกัน แต่ว่าฉันห่วงนายมากกว่าอีก ในวันนี้นายกดดันตัวเองมามากพอแล้ว ดังนั้นไปพักก่อนเถอะ ไวค่อยคิดเรื่องนี้หลังจากนั้นโอเคนะ?] (เลียร่า)

[เธอพูดถูกแล้วยูอิลฮาน ฉันจะเฝ้าดูที่นี่เอง ดังนั้นไปพักกับเลียร่าเถอะ] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว เขาได้มองไปรอบๆ ทุกๆคนกำลังมองเขาอยู่ สถานการณ์ในตอนนี้มันยุ่งเหยิงมาก สงครามได้จบลงก่อนเวลา และพวกเขาก็กำลังรอให้คนมาจบทุกอย่างนี่

"ที่นี่จะเป็นหน้าที่หมาป่าคุ้มกันเอง"

ยูอิลฮานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หมดพลัง

"ต่อให้เกตเปิดขึ้นอีกครั้ง ฉันจะป้องกันที่นี่เอง ดังนั้นการต่อสู้มันจบลงแล้ว กลับไปที่บ้านเถอะ เตรียมตัวไว้สำหรับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สอง"

ทุกๆคนได้ถอนหายใจออกมา ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะไม่ได้เป็นผู้ปกครองพวกเขา แต่พวกเขาทุกคนก็เชื่อคำพูดของยูอิลฮาน ถึงมันจะสั้นแต่ก็เป็นการต่อสู้ที่รุนแรง มันได้จบลงและผู้คนที่ปกป้องโลกได้แยกกันไปหลังจากเคารพกันและกัน

แม้แต่มิเชล สมิธสันก็ยังกลับบ้านไปแต่โดยดี และยูอิลฮานก็ยังได้เห็นว่าเขามีอารมณ์มากทีเดียวเกี่ยวกับคังมิเรย์ที่หายไป บางทีมันอาจจะถูกก็ได้ที่จะพูดว่าเขารู้สึกเห็นใจกันเนื่องจากพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนๆกัน

[ยูอิลฮานไปพักเถอะ ปล่อยที่นี่ให้เป็นหมาที่ฉันแล้วก็พวกหมาป่านี่เอง] (สเปียร่า)

"เธออยากจะให้ฉันไว้ใจเธองั้นสินะ?"

ยูอิลฮานหัวเราะขึ้นมากับคำพูดของสเปียร่าและกระซิบกับลิวตินู่ให้ดูแลที่นี่ ลิวตินู่ได้หยักหน้าอยางตั้งใจและกลับไปรวมกับพวกหมาป่า

นี่เป็นอย่างสุดท้ายแล้ว ยูอิลฮานได้กลับไปที่กับเกาหลีกับเลียร่าและเขาได้จัดการอุปกรณ์ของเขาและอาบน้ำก่อนที่จะไปนอนหลับลงไป

ยังไงก็ตามในทันทีที่เขาหลับสนิทข้อความสีเขียวก็ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องราวกับมันรอให้เขาหลับอยู่

[ยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 100 ยูมิลได้วิวัฒนาการไปเป็นมังกรเร้นลับแรกรุ่น]

[พลังของมังกรหนุ่งได้สอดประสานแข็.แกร่งขึ้นกับผู้ทำพันธสัญญา พัฒนาการของยูมิลและมันทำให้สามารถจะใช้งานมังกรโลหิตได้!]

[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 23 จากการพัฒนาของลูกน้อง]

[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 25 จากการพัฒนาของลูกน้อง]

[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 28 จากการพัฒนาของลูกน้อง]

นี่เป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ แต่ว่าน่าเสียดายที่ยูอิลฮานหลับลงไปแล้วและเขาก็ไม่ได้เห็นข้อความพวกนี้เลย

ยังไงก็ตามมันก็โชคดีที่พายุข้อมูลพวกนี้เป็นแค่การเริ่มต้นการพัฒนาที่แท้จริงเท่านั้น แม้อย่างนั้นก็มีเพียงแค่ยูมิลกับพรรคพวกเท่านั้นที่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกที่ถูกทิ้ง

จบบทที่ บทที่ 138 - ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกของฉัน! (6) [อ่านฟรีวันที่ 19/03/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว