- หน้าแรก
- จากวารีสู่เมฆา
- บทที่ 8 เปิดแดนลี้ลับ
บทที่ 8 เปิดแดนลี้ลับ
บทที่ 8 เปิดแดนลี้ลับ
บทที่ 8 เปิดแดนลี้ลับ
“ท่านเทพปลาคาร์ฟพูดจานอบน้อมเกินไป ข้าผู้น้อยมาที่นี่ตามคำสั่งของท่านเจ้าพ่อเมือง มีเรื่องจะฝากฝัง”
ใคร ๆ ก็ชอบคำพูดไพเราะ เจ้าปลาคาร์ฟตัวน้อยเอ่ยอย่างอ่อนน้อม ทำให้เทพกลางคืนมีความรู้สึกที่ดีต่อเขามากขึ้นไม่น้อย
ถึงกับพยายามแยกเขี้ยวโชว์รอยยิ้มที่แม้จะน่าเกลียด แต่ก็ยังถือว่าพอเป็นมิตรอยู่บ้าง
“ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของอำเภอฉางหนิงจรดถึงเขาเหวียนหลิง แม่น้ำเฟิงจะถูกปิดชั่วคราว ท่านเจ้าพ่อเมืองจะเปิดแดนลี้ลับเสี่ยวชั่งหลางเพื่อให้ศิษย์สำนักเซียนเข้ามาจับแก่นธาตุน้ำดำ”
“แดนลี้ลับจะเปิดครึ่งเดือน หากท่านว่างก็เข้าไปชมความคึกคักภายในได้”
เทพกลางคืนเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้โยวหมิงฟัง
โยวหมิงรับตำแหน่งเทพมาเพียงครึ่งปี ยังไม่เคยรู้เรื่องเช่นนี้ คาดไม่ถึงเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายเทพและฝ่ายเซียนในโลกนี้จะกลมเกลียวกันถึงเพียงนี้ แบบนี้เรียกได้ว่าฝ่ายเทพเปิดด่านลับให้ฝ่ายเซียนลงเล่นยังไงยังงั้น
“ท่านไม่รู้หรอก ทุกครั้งที่แดนลี้ลับนี้เปิด ก็จะเป็นช่วงที่ครึกครื้นที่สุดของอำเภอฉางหนิงเลยล่ะ สำนักเซียน วัด และศาลเจ้าจากสามเมืองสิบเอ็ดอำเภอรอบ ๆ มณฑลปิ่งโจวต่างพากันส่งศิษย์มาที่นี่ แก่นธาตุน้ำดำที่พบในแดนลี้ลับนี้นอกจากนำไปสร้างสมบัติได้ ยังใช้ฝึกฝนขั้นเสวียนกวงได้อีกด้วย”
“ของแบบนี้ล่ะก็ เป็นที่ต้องการของพวกสำนักเซียนสุด ๆ เลย”
“บอกตามตรงเลยนะ ทุกครั้งที่เห็นพวกศิษย์เซียนที่ทำตัวสุภาพเรียบร้อยตีกันเละเทะในแดนลี้ลับ ข้าก็สะใจเป็นบ้า”
เทพกลางคืนดูเหมือนจะมีนิสัยขี้แกล้ง พอเริ่มสนิทกับโยวหมิงก็เริ่มพูดเปิดเผยมากขึ้น
“อย่างนั้นหรือ? แล้วในแดนลี้ลับไม่ห้ามสู้กันหรือ? ถ้าพลั้งมือฆ่ากันตายขึ้นมา จะกลายเป็นงานมงคลกลายเป็นงานศพไม่ใช่หรือ?”
โยวหมิงจึงถามต่อด้วยความสงสัย
“เจ้าพูดได้น่าคิด แต่อย่าห่วง แดนลี้ลับนี้มีพลังฝ่ายเทพค้ำจุนอยู่ เปรียบเสมือนโลกจำลองหนึ่ง ต่อให้โดนตีตายข้างในก็แค่ถูกขับออกมา ไม่ถึงกับเสียชีวิตจริง”
“กลายเป็นว่าตอนนี้ใครมีเรื่องเคืองใจกัน ก็พากันเข้าไปในนั้นสะสางให้รู้แล้วรู้รอด”
“สู้กันให้ตายเท่าไรก็ไม่มีใครเป็นอะไร ที่สำคัญใครอยู่รอดได้ถึงสุดท้าย ก็เก็บแก่นธาตุน้ำดำไปมากที่สุดอีกด้วย”
เทพกลางคืนหัวเราะอารมณ์ดีพลางอธิบาย
โยวหมิงฟังแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ นี่ไม่ใช่แค่ด่านลับธรรมดา แต่ยังเหมือนสนามประลอง แข่งกันเพื่อชิงทรัพยากร
“ไม่ทราบว่า...พวกของเราเข้าไปจับแก่นธาตุน้ำดำด้วยได้ไหม?”
เจ้าปลาคาร์ฟน้อยเริ่มมีความคิดบางอย่าง จึงลองถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง
เทพกลางคืนได้ยินดังนั้นก็ตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะมองเขาขึ้นลง แล้วก็หัวเราะออกมา
“ที่แท้ท่านเทพปลาคาร์ฟก็ฝึกเซียนด้วยนี่เอง แปลกดีแฮะ”
“แหม เรื่องแค่นี้ไม่มีอะไรหรอก แดนลี้ลับนี่เป็นของฝ่ายเทพเรานะ พวกศิษย์สำนักเซียนจะเข้ามายังต้องใช้ทรัพยากรและศิลาวิญญาณแลกเปลี่ยน เจ้าจะเข้าไปเล่นบ้าง ท่านเจ้าพ่อเมืองยิ่งยินดีเลยล่ะ”
“แต่ต้องเตรียมใจไว้อย่างหนึ่งนะ ทุกครั้งที่แดนลี้ลับเปิด แทบไม่มีเทพฝ่ายเราคนไหนเข้าไป ถ้าเกิดมีใครมาแย่งกับเจ้าข้างใน ก็คงไม่มีใครเข้าช่วย”
ฝ่ายเทพส่วนใหญ่มักไม่ชอบยุ่งกับเรื่องต่อสู้ชุลมุน
ด้วยเกียรติของเทพโดยเฉพาะเทพประจำสถานที่ พวกเขามักถือว่าตนเป็นเหมือนข้าราชการดูแลภูผาแม่น้ำ งานต่อสู้หรือบู๊ล้างผลาญปล่อยให้เทพฝ่ายยมโลกหรือทหารเทพจัดการ ส่วนพวกเขาแค่สั่งการจากระยะไกลก็พอ
เทพฝ่ายธาตุน้ำส่วนหนึ่งพอจะสู้ได้ เพราะหลายองค์มีต้นกำเนิดเป็นอสูรแล้วถูกแต่งตั้งให้เป็นเทพ อย่างโยวหมิงก็คล้ายกัน แต่เทพพวกนั้นฝึกฝนด้วยสายวิถีอสูร พัฒนาเลือดสายพันธุ์และร่างกายเพื่อให้ได้พลังพิเศษ ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเซียน จึงไม่สนใจเรื่องของสำนักเซียนเช่นกัน
ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา แทบไม่เคยมีเทพแบบเจ้าปลาคาร์ฟที่อยากเข้าไปในแดนลี้ลับเลย
“เฮ้ ช่างแปลกดีแท้ ฝ่ายเทพของเราดันมีคนขยันอย่างนี้ด้วย”
เทพกลางคืนถือโคมวิญญาณ ลอยออกจากเขาเหวียนหลิงอย่างล่องลอย
“ตอนนี้ข้าไม่มีคอขวดในการฝึกพลัง ขอแค่มีทรัพยากรกับตำราต่อเนื่อง ก็สามารถฝึกต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ”
โยวหมิงกลับมายังสระวิญญาณ เรื่องราวที่เพิ่งได้ยินมากระตุ้นให้เขาตื่นตัวขึ้นทันที
ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นไข่เชี่ยว หากจะบรรลุถึงช่วงปลายหรือสมบูรณ์ของขั้นนี้ก็แค่ใส่รหัสโกงเพิ่มในแผงควบคุมอีกไม่กี่ครั้งเท่านั้น
แต่การจะข้ามจากไข่เชี่ยวไปยังเสวียนกวง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องได้รับพลังชั่วร้าย ในปริมาณมาก จากนั้นใช้พลังเวทของตนหลอมรวมกับพลังชั่วร้ายเพื่อกลั่นกรอง จนกลายเป็นเส้นแสงเสวียนกวงที่แน่นหนา
เมื่อสร้างเสวียนกวงได้สำเร็จ พลังนั้นจะแผ่ไพศาลดั่งสวรรค์ครอบคลุมทุกทิศ ยามรวมตัวจะเป็นเส้นพลังละเอียดแข็งแกร่งยิ่ง ยามแผ่ขยายจะอ่อนช้อยควบคุมได้ดังใจ เรียกได้ว่าเปี่ยมด้วยความลึกล้ำ
และมีเพียงการเข้าสู่ระดับนี้เท่านั้นที่ผู้ฝึกจึงจะมีพลังต่อสู้ที่แท้จริง
หากเขาต้องการซื้อพลังชั่วร้ายเพียงหนึ่งสาย คงต้องใช้พลังเทพถึงร้อยสาย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือค่าแรงของเขาทั้งปีหากไม่กินไม่ใช้
แต่ในแดนลี้ลับเสี่ยวชั่งหลางนี้มีแก่นธาตุน้ำดำ ซึ่งสามารถใช้กลั่นกรองเป็นเสวียนกวงได้เช่นกัน ที่สำคัญยังเป็นธาตุน้ำเหมือนกัน นี่มันเหมือนโชคชะตาช่วยส่งหมอนให้กับคนที่กำลังง่วง
เจ้าปลาคาร์ฟน้อยย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย
อย่างไรก็ตาม อย่างที่เทพกลางคืนบอกไว้ การจะได้แก่นธาตุน้ำดำในแดนลี้ลับไม่ใช่เรื่องง่าย ศิษย์จากสำนักเซียนมากมายล้วนไม่ใช่คนที่จัดการง่าย ๆ
ตอนนี้โจทย์ก็ชัดเจน เขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองให้ได้เร็วที่สุด
มีเพียงสองทางเท่านั้น: ทะลวงขอบเขตพลัง หรือฝึกวิชาใหม่ที่ทรงอานุภาพ
แต่เพราะไม่มีพลังชั่วร้าย จึงไม่อาจทะลวงเข้าสู่ระดับเสวียนกวงได้ ขณะที่บันทึกคลื่นสมบัติน้ำเจียงไห่นั้นยากเกินไป ยังไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้ได้จริง รวมถึงสามคาถาในนั้นก็ยังไม่ได้แตะต้องเลย
โยวหมิงวางแผนไว้ว่าจะไปเรียนอักษรแมลงแห่งตำราสวรรค์กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเก็บรักษาตำราในวันพระและวันโกน เพื่อดูว่าจะมีความคืบหน้าหรือไม่
ดังนั้นในตอนนี้ ทั้งสองทางหลักในการเพิ่มพลังของเขาจึงถูกปิดตาย
อย่างไรก็ตาม ในใจของโยวหมิงยังมีอีกเส้นทางหนึ่ง
เพียงแต่วิธีนี้ยังเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลจริงหรือไม่
โยวหมิงหยิบตำราสองเล่มที่เขาคัดลอกด้วยตนเองออกมา
เล่มหนึ่งชื่อวิชาล้างกายเมฆไหล อีกเล่มชื่อวิชาฝึกกระดูกสระน้ำเย็น
ทั้งสองเป็นตำราระดับฝ่า เป็นวิชาฝึกฝนร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของร่างโดยเฉพาะ
แต่กุญแจสำคัญของเส้นทางที่สามนี้อยู่ที่วิชาล้างกายเมฆไหล
“เคล็ดวิชานี้เปรียบเสมือนเมฆล่องลอย อ่อนนุ่มไร้รูปร่าง ไหลเวียนเป็นวงกลม ทำให้โลหิตไหลเวียนดี เส้นเอ็นและกระดูกผ่อนคลาย ผู้ฝึกจะเชื่อมโยงภายในภายนอกเป็นหนึ่งเดียว จิตใจสงบนิ่ง พลังแทรกซึมถึงปลายมือปลายเท้า…”
นี่เป็นวิชาฝึกกาย
แต่ต่างจากวิชาฝึกกายทั่วไปที่ฝึกจากภายนอกเข้าใน วิชานี้ฝึกจากภายในสู่ภายนอก
ผู้ฝึกต้องกลั่นกรองพลังเวทให้บริสุทธิ์ ใช้พลังเวทของตนเองเป็นยาหลักในการหล่อหลอมร่างกาย
ตำรานี้ค่อนข้างแปลกและไม่เป็นที่นิยม นักฝึกน้อยนัก เพราะต้องใช้เวลานานมากในการหล่อหลอมพลังเวทเพื่อมาบำรุงร่างกาย เมื่อเทียบกับวิชาอื่นที่ใช้วัตถุช่วย เห็นผลเร็วกว่า พลังที่ได้ก็รุนแรงกว่า
แต่ตำรานี้ก็ไม่ใช่ไร้ข้อดี เพราะไม่พึ่งสิ่งภายนอก ทำให้ร่างที่ได้มานั้นบริสุทธิ์กว่า อีกทั้งหากฝึกต่อเนื่องยาวนาน อาจช่วยพัฒนาอุปนิสัยและรากฐานของตนให้แกร่งขึ้นได้ด้วย