- หน้าแรก
- ผมไม่ตลกแต่ระบบ ทำให้ผมเป็นไอดอลสุดปั่น
- บทที่ 32 - มองดูสถานการณ์โลก ทิวทัศน์ที่นี่ยังงดงามกว่า!
บทที่ 32 - มองดูสถานการณ์โลก ทิวทัศน์ที่นี่ยังงดงามกว่า!
บทที่ 32 - มองดูสถานการณ์โลก ทิวทัศน์ที่นี่ยังงดงามกว่า!
บทที่ 32 - มองดูสถานการณ์โลก ทิวทัศน์ที่นี่ยังงดงามกว่า!
พูดจบเย่เซวียนยังแอบกระซิบกับโอวหยางมี่ว่า
"ง่ายนิดเดียว"
ผู้ชมที่สังเกตเห็นจุดนี้ขำก๊ากกันอีกรอบ
"ตลกชะมัด ฮ่าฮ่าฮ่า"
เถียนอวี่รีบอธิบาย
"ไม่ใช่ครับ คุณลุง ผมไม่ได้ให้พูดถึงเมื่อวานแบบนี้ ผมหมายถึงให้พูดถึงอดีตที่ผ่านมา"
โอวหยางมี่ทำใจกล้า พูดขึ้นมาบ้าง
"เมื่อวานซืน? เมื่อวานซืนพวกเราสองคนได้รับแจ้งจากทางตำบล ขอบคุณค่ะ!"
ผู้ชมขำกันอีกแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า สองคนนี้มาแต่งประโยคกันอยู่เรอะ"
"มีพลังความฮาแบบแปลกๆ มหัศจรรย์จริงๆ"
"คุยกันคนละเรื่องเดียวกันชัดๆ ฮ่าฮ่าฮ่า"
เถียนอวี่เริ่มเพลีย สงสัยเขาจะพูดไม่เคลียร์เอง เขาจึงอธิบายใหม่
"คุณลุงคุณป้าครับ ที่ผมพูดว่าวันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้เนี่ย ไม่ใช่วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้แบบนั้น"
ทั้งสองคนงง ตานี่พูดอะไรของเขา?
"งั้นมะรืนเหรอ?"
เย่เซวียนถามด้วยความสงสัย
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ซื่อ ซื่อบริสุทธิ์จริงๆ"
"สีหน้าพวกเขาฮามาก เหมือนจะบอกว่า 'เอ็งพูดภาษาต่างดาวอะไรของเอ็ง' ฮ่าฮ่าฮ่า ขำไม่ไหว"
ผู้ชมในไลฟ์สดหัวเราะชอบใจ
เถียนอวี่เริ่มร้อนรน ตบขาขวาเบาๆ
"ไม่ใช่มะรืนครับ"
"แล้วมันวันไหนล่ะ?"
โอวหยางมี่ทนเก็บความสงสัยไม่ไหวถามออกไป
เถียนอวี่ยิ้มอย่างจนใจ
"ไม่ใช่วันไหนทั้งนั้นครับ"
เขาอธิบายให้ทั้งสองฟัง
"ความหมายของผมก็คือ ให้พวกเรารำลึกอดีต วิจารณ์ปัจจุบัน แล้วก็มองไปยังอนาคตครับ"
"อ๋อ!"
เย่เซวียนร้องอ๋ออย่างเข้าใจ
"คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ?"
เถียนอวี่ถาม
เย่เซวียนยื่นมือออกไปทำท่าสั่งสอนอย่างรู้ดี
"งั้นมันก็คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต!"
โอวหยางมี่ยิ้มอย่างเอือมระอา
"งั้นมันก็ไม่ใช่วันวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้น่ะสิ"
"ใช่ คำถามพ่อหนุ่มมีปัญหานะเนี่ย"
"ไม่มีใครเขาถามกันแบบนี้หรอก"
เย่เซวียนและโอวหยางมี่รับส่งมุกกันคนละประโยค แล้วหันมายิ้มให้กัน
พิธีกรคนนี้ตั้งคำถามยังไม่รู้เรื่องเลย
ต้องให้พวกเขาสรุปความให้
พอคิดได้แบบนี้ทั้งสองคนก็ผ่อนคลายลงเยอะ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า——"
"ขำตายชัก ที่เขาพูดก็ถูกนะ"
กรรมการทั้งสามรู้สึกเซอร์ไพรส์เล็กน้อย
"พวกเขาขยายความหัวข้อนี้ด้วยวิธีตลกๆ แบบนี้ จัดการได้ดีมากเลยนะ"
โจวซิงซิงชี้ไปที่หน้าจอด้วยความประหลาดใจ พูดกับอีกสองคน
"ใช่ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวิธีแก้โจทย์แบบนี้ เย่เซวียนนี่คาดเดาไม่ได้จริงๆ"
เฉินซือเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย
เสิ่นเถิงขำจนตัวงอ ในฐานะนักแสดงตลก เขายิ่งเก็ตมุกพวกนี้ได้ไวกว่า
"ผมว่าการจัดการกับจังหวะตลกของพวกเขาเป็นธรรมชาติมาก ไม่ดูขัด ไม่แข็ง ไม่น่าอาย ฝีมือเก๋าเกมจริงๆ"
คำพูดของเสิ่นเถิงได้รับการเห็นด้วยจากทั้งสองท่าน
คำชมของกรรมการทำให้ผู้ชมในไลฟ์สดถึงบางอ้อ
"ที่แท้นี่คือการตีโจทย์แตกแล้วเหรอเนี่ย?!!"
"เชี่ย ตีโจทย์ 'อดีตและอนาคต' ด้วยวิธีนี้ ฉันไม่ทันสังเกตเลย"
"มัวแต่ขำไปกับการแสดงเนียนๆ ของพวกเขา จนลืมจุดนี้ไปเลย"
ผู้ชมต่างกดส่งคอมเมนต์ด้วยความทึ่ง และส่งของขวัญฟรีอย่างเอฟเฟกต์ "666" "เจ๋งเป้ง" กันรัวๆ
เกิดเป็นกระแสการเปย์ของขวัญขึ้นในโซนของขวัญชั่วขณะหนึ่ง
เถียนอวี่ยิ้มแก้สถานการณ์
"ผมผิดเองแหละครับผม"
"งั้นใครจะเริ่มก่อนดีครับ?"
เย่เซวียนขยับตัวนิดหน่อย
"ฉันเริ่มก่อนแล้วกัน ฉันเตรียมตัวมา"
เถียนอวี่มองเขาด้วยความแปลกใจ
"เตรียมตัวมาแล้วเหรอครับ?"
เห็นแค่เย่เซวียนล้วงสมุดเล่มเล็กสีแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านขวา
เขากางสมุดออก จ้องมองข้อความข้างใน แล้วอ่านทีละคำอย่างตั้งใจ
"สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ปวงชนร่วมแรงร่วมใจ สามัคคีข้ามศตวรรษ อุทกภัยลูกใหญ่ก็ทำอะไรไม่ได้"
อ่านจบก็เหลือบมองกล้องทีหนึ่ง
"ขอบคุณครับ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
ผู้ชมในไลฟ์สดหลุดขำกันถ้วนหน้า
"นี่พูดถึงน้ำท่วมทางเหนือเมื่อปีที่แล้วใช่ไหม?"
"โห เอามาเล่นตรงนี้ได้ด้วย"
"น่าสนใจ รอบนี้ไม่ใช่เสียดสี แต่เป็นการชื่นชม"
"รายการนี้เหมาะจะไปอยู่บนงานกาล่าตรุษจีนจริงๆ นะเนี่ย!"
คอมเมนต์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
"กลอนบทนี้คล้องจองจำง่ายดีนะ"
ทุกคนส่งเอฟเฟกต์ปรบมือรัวๆ
กรรมการทั้งสามก็อดปรบมือให้เขาไม่ได้
"มุกนี้เขียนได้ดีจริงๆ"
"กระชับได้ใจความ แถมยังเข้ากับสถานการณ์ เอาเรื่องน้ำท่วมปีที่แล้วมาผูกเรื่องได้"
"ใช่ครับ นี่มันเข้ากับหัวข้อ 'อดีต' พอดีเป๊ะเลย"
กรรมการทั้งสามผลัดกันชม
พวกเขาคิดว่าเย่เซวียนน่าทึ่งแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะทำให้ทึ่งได้ยิ่งกว่าเดิม
เถียนอวี่ยิ้มพูดว่า
"เป็นบทกลอนนะครับ"
โอวหยางมี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ล้วงสมุดเล่มเล็กสีเขียวออกมาจากกระเป๋าบ้าง
"คุณป้าก็เตรียมมาเหมือนกันเหรอครับ?"
เถียนอวี่มองเธอด้วยความแปลกใจ
"ใช่จ้ะ ฉันขอยืนพูดนะ"
โอวหยางมี่ว่า
เธอลุกขึ้นยืน มือสั่นระริก แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นภายในใจ
"บังหน้า"
เย่เซวียนเห็นเธอยกสมุดสูงเกินไป เลยยื่นมือไปดึงมือเธอลงมาหน่อย
โอวหยางมี่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ลมฤดูใบไม้ผลิพัดเข้าประตู ประชาชนฮึกเหิม ทางโน้นวุ่นวายขายปลาช่อน ตะวันตกรวมหัวรังแกคน"
พูดจบก็โค้งคำนับให้กล้อง
"ขอบคุณค่ะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ผู้ชมในไลฟ์สดขำลั่น
"พูดได้ดี! ทันเหตุการณ์สุดๆ!"
"มีของดีขนาดนี้ ปีนี้กดดันทีมงานกาล่าตรุษจีนแย่เลย"
"ฉันว่านี่สนุกกว่างานกาล่าอีก เสียดสีได้สะใจมาก"
เย่เซวียนประคองเธอนั่งลง
"เขามาแกล้งเรา เธอจะไปขอบคุณเขาทำไม?"
"ก็มารยาทไงจ๊ะ"
โอวหยางมี่ตอบเสียงอ่อย
เถียนอวี่ยิ้มอย่างอ่อนใจ
"นี่รายการทอล์กโชว์อะไรเนี่ย? กลายเป็นงานแข่งต่อกลอนไปซะแล้ว"
จากนั้นเขาก็พูดกับทั้งสองคน
"คุณลุงคุณป้าครับ วันนี้วันตรุษจีน ช่วงเทศกาลเราไม่พูดเรื่องชวนปวดหัวพวกนั้นดีกว่าครับ"
"เรามาคุยเรื่องที่น่ายินดีกันดีกว่า"
เย่เซวียนได้ทีขี่แพะไล่ ชี้ไปที่โอวหยางมี่
"ตอนอยู่บ้านฉันก็บอกยายแก่แล้ว ว่าเธอเขียนท่อนนี้ไม่ได้เรื่อง"
"เรื่องระหว่างประเทศน่ะ สหประชาชาติยังเอาไม่อยู่ แล้วเธอจะไปสาระแนอะไรกับเขา"
โอวหยางมี่เถียงเสียงอ่อย
"งั้นตาพูดสิ"
เถียนอวี่ให้เย่เซวียนลุกขึ้น
"คุณลุงพูดหน่อยครับ พูดถึงสถานการณ์ดีๆ บ้านเราหน่อย"
เย่เซวียนรีบถือสมุดปกแดงลุกขึ้นยืนทันที
เขาทำสีหน้าจริงจังพูดว่า
"เรียนท่านผู้นำและสหายทุกท่าน"
เถียนอวี่มองเขาตาโต
"จะมารายงานผลการปฏิบัติงานเหรอครับ?"
เย่เซวียนงง
"พูดแบบนี้ไม่ได้เหรอ?"
เถียนอวี่จนปัญญา
"เฮ้อ ได้ครับ เชิญพูดเลยครับ เชิญ"
เย่เซวียนถึงได้พูดต่อ
"ประเทศจีนไม่ธรรมดา พืชผลก้าวหน้าเก็บเกี่ยวได้มหาศาล ไล่น้ำท่วมหนีไป ชาวประชาสุขใจ สรรเสริญผู้นำดี โดยเฉพาะทหารลูกหลานประชาชนนั้นหาใครเปรียบยาก"
"ต่างประเทศวุ่นวายขายปลาช่อน วันๆ เอาแต่ชิงดีชิงเด่น วันนี้คนนั้นลงจากอำนาจ พรุ่งนี้คนนี้โดนไล่ออก วิกฤตการเงินยังไม่ทันจาง ก็จะถอดถอนผู้นำอีกแล้ว"
"มองดูสถานการณ์โลก ทิวทัศน์ที่นี่ยังงดงามกว่า!"
เย่เซวียนพูดจบประโยคสุดท้ายด้วยเสียงดังฟังชัด
"ขอบพระคุณครับ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"คำคมมาเป็นชุดเลยเว้ยเฮ้ย!"
(จบแล้ว)