เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132 - บุก (8) [อ่านฟรีวันที่ 07/03/2562]

บทที่ 132 - บุก (8) [อ่านฟรีวันที่ 07/03/2562]

บทที่ 132 - บุก (8) [อ่านฟรีวันที่ 07/03/2562]


บทที่ 132 - บุก (8)

 

จักรวรรดิไม่ได้มีแค่ไว้เรียกให้ดูเท่เท่านั้น จักรวรรดิคาดร้าได้มีอยู่มาเป็นพันปีนับจากหายนะครั้งที่หนึ่งจนมาถึงตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อจัรพรรดิ 'พาจิน เมคคาดีร่า' ที่ดูไม่ต่างไปจากสัญลักษณ์ทางประวิตศาสตร์และพลังของจักรวรรดิ

ไม่เพียงแต่จะมีจอมเวทย์จำนวนมากในช่วงเวลาหลายปีที่ได้รวบรวมพลังของพวกเขาเพื่อสร้างวงเวทย์ป้องกันนับไม่ถ้วนบนปราสาทเท่านั้น แต่สุดยอดมนุษย์ที่ทรงพลังมหาศาลและมีความภักดีกับจักรวรรดิด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีราชองค์รักษ์ที่เป็นอัศวินที่ป้องกันปราสาทหลวงและอัศวินที่มีภารกิจปกป้องเหล่าราชวงศ์อีกด้วย องค์รักษ์พวกนี้ต่างก็อยู่ในระดับที่แตกต่างจากพวกที่ถูกส่งไปที่โลกอย่างสิ้นเชิง

แต่ไม่ว่ายังไงความคิดของยูอิลฮานคือ

"เฮ้ ถึงเจ้าพวกนี้จะถูกส่งไปที่โลกก็ถูกฉันจัดการอยู่ดี แต่ว่าทำไมพวกมันถึงไม่ถูกส่งไปแล้วกลับส่งพวกขยะไปแทนล่ะ"

[ในที่สุดนายก็โอหังนิดๆแล้วนี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตอบกลับไปขำๆ ยังไงก็ตามหลังจากที่พูดอยู่เธอก็โผล่หัวมาจากอ้อมแขนยูอิลฮานและมองไปรอดๆ จากนั้นเธอก็หดหัวลงไปและพูดออกมา

[บาทีมันอาจจะไม่ใช่การโอหัง...]

ปราสาทกำลังลุกไหม้ คนจำนวนของราชองค์รักษ์ที่มีแต่คนคลาส 3 เท่านั้นกำลังตายไป พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตายไปจากการโจมตีด้วยแส้เพียงครั้งเดียวอีกด้วย จากนั้นศพของพวกเขากถูกยูอิลฮานเก็บลงไปในช่องเก็บของทันที

"ความโอหังมันเป็นเรื่องต้องห้าม มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำ เกียรติยศที่เธอรู้ว่ามันไม่มีเลยเมื่อเธอคิดว่าเธอเป็น..."

[ไม่ ชู่วววว!](เลียร่า)

"ใช่ ใช่ จริงๆแล้วฉันก็เป็นคนสันโดษ ดังนั้นฉันก็เลยไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นเลยด้วย ฉันไดแต่จำลองถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีมันและระวังตัวเอง"

ในขณะเดียวกันไฟก็ยังคงลุกลามอยู่ เกราะที่มีราคาแพง แจกัน รูปวาด เครื่องปั้นดินเผาและแม้กระทั่งเวทย์ป้องกันที่ร่ายไว้ทั่วปราสาทต่างก็มอดไหม้ ที่มันเป็นแบบนี้ไปได้ก็เพราะเพลิงโลหิตที่เป็นการรวมกันของพลังเวทย์และเลือดของมนุษย์ แถมยังได้เกิดใหม่ขึ้นอีกครั้งจากการช่วยของประกายเพลิง

แน่นอนว่าเมื่อยูอิลฮานเห็นอัศวินคนใดที่กำลังหนี เขาก็จะค่อยๆเข้าไปใกล้ก่อนที่จะตัดคอคนๆนั้นออกในทันที แส้ของเขาแม้ว่ามันจะเร็วมากๆแต่มันก็ไร้ซึ่งเสียงใดๆ มันคืออาวุธที่ดีที่สุดที่ใช้ภายใต้การซ่อนตัวอยู่

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 37,162,521]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 35,123,643]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 141 พละกำลังเพิ่มขึ้น 1 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น2]

ต้องขอบคุณแหล่งประสบการณ์ดีๆนี้ทำให้เขาได้เลเวลขึ้นมาอีกหนึ่งแล้ว ความจริงที่ว่าแขนของเขาในตอนนี้มีพลังมากขึ้นทำให้เขายินดี แต่ในอีกทางหนึ่งเขาก็สับสนเล็กน้อย

"ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะไม่ไปไหนคนเดียวในความวุ่นวายนี่แล้วไปรวมตัวกับคนอื่น"

[โอ้ งั้นสินะ มีคนไม่มากหรอที่คิดว่าผู้บุกรุกของพวกเขาได้รับสกิลการปกปิดตัวตนในเวอร์ชั่นขั้นสูงนะ...] (เลียร่า)

 

พวกนั้นสังเกตเห็นยูอิลฮานช้าไปตั้งแต่แรกแล้ว แน่นอนว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติในเมื่อพวกเขาคิดว่าคลาส 4 ทั้งสองคนที่ถูกส่งออกไปได้จัดการแล้ว

แต่ปัญหาก็คือการตัดสินใจนั่นทำให้พวกเขาแทบตาย

เพียงเมื่อปราสาทหนึ่งในสี่ส่วนได้ตกอยู่ในกองเพลิงผู้ปกครองที่นี่ก็รู้ตัวว่าอาจารย์และศิษย์คลาส 4 ต่างล้มเหลวและส่งอัศวินที่แข็งแกร่งออกมาที่นี่ แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้รู้ว่าศัตรูของพวกเขาอยู่ที่ไหนทำให้พวกเขาแยกตัวกันออกไปเป็นหลายๆกลุ่มหลายๆทีม

"อั๊ก"

"อ๊ากกก"

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 42,101,423]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 51,231,531]

และพวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกยูอิลฮานสังหารไปทีละกลุ่มๆอย่างรวดเร็ว

"เยี่ยม มีพวกที่มีเลเวลมากกว่า 170 เยอะเหมือนกัน บางทีการที่เลเวลจะอัพอีกครั้งก็ไม่ใช่แค่ฝันไปแล้ว"

จากการคำนวณการที่เขาจะเลเวลอัพอีกครั้งคือเขาต้องฆ่าอีกประมาณ 2000 กว่าคน ร่างกายของยูอิลฮานก็ได้เต็มไปด้วยพลัง ในขณะเดียวกันเขาก็จับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ออร่าของคลาส 4 กำลังตรงมาที่โถงทางเดินที่เขาอยู่

"โอ้ นี่เป็นเจ้าหนุ่มคนนั้น"

[เขากำลังตรงมาที่นี่! ฉันมั่นใจได้เลยว่ามีการติดตั้งสัญญาณบางอย่างไว้กับอัศวินที่นายเพิ่งฆ่าไป] (เลียร่า)

ไม่ว่ายังไงถ้ามันเป็นสัญญาณเตือนที่เล็งเป้าที่ยูอิลฮานมันจะไม่ได้ผลในตอนที่ยูอิลฮานซ่อนตัวอยู่เลย ดังนั้นคำตอบเดียวก็คือสัญญาณจะถูกส่งออกไปเมื่อพวกอัศวินตาย! ยูอิลฮานได้กำหมัดของเขา

"เขากำลังตรงมาที่นี่สินะ!? เข้าใจแล้ว!"

ยูอิลฮานได้นั่งลงไปที่พื้นและติดตั้งกับระเบิดที่จะทำงานในทันทีที่คนผ่านทางนี้ มันเป็นระเบิดขนาดพิเศษที่ยูอิลฮานใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 จำนวนมากสร้างขึ้นมา นอกไปจากนี้ระเบิดยังได้รับผลจากการปกปิดของยูอิลฮานทำให้ไม่มีใครสัมผัสได้อีกด้วยย

ที่ชั่วร้ายไปกว่านั้นอีกก็คือการระเบิดของกับระเบิดจะไม่นับเป็นการโจมตีของยูอิลฮาน ดังนั้นต่อให้ใครโดนระเบิด การปกปิดตัวตนของยูอิลฮานก็จะไม่ได้หายไป

[นายคิดได้แต่เรื่องที่ชั่วร้ายแบบนี้ได้ยังไงกันนะ...?] (เลียร่า)

"มันมาแล้ว ถ้าที่นี่ระเบิด ทั้งโถงทางเดินนี่ก็จะระเบิดไปด้วย ระวังให้ดีล่ะ

แต่หากเขาออกไปจากที่นี่กับระเบิดก็จะไม่ได้รับผลของการปกปิดอีกต่อไปและเขาก็คงจะไม่อาจใช้กับระเบิดฆ่าชายคนนี้ได้แน่ๆ เขาต้องใช้การซุ่มโจมตีเสริมเข้าไปด้วย ดังนั้นยูอิลฮานจึงใช้การป้องกันที่ดีที่สุดของเขา เอจิส

ด้วยการรวมของโล่ทั้งห้าอัน เอจิสเป็นโล่ที่สามารถจะกระจายมันออกป้องกันเป็นวงกว้างและถ้าหากเอามารวมกันที่เดียวมันก็เป็นโล่ที่หนาได้อีกด้วย นี่มันเหมาะกับชื่อโล่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ

"โอ้ นี่มันน่าสนใจ"

วืดดด

ในตอนที่ยูอิลฮานอัดมานาลงไป เอจิสก็ได้มาเรียงตัวเองหน้ายูอิลฮาน การควบคุมพวกมันง่ายยิ่งกว่าการใช้ออฟชั่นเก็บของระยะไกลของช่องเก็บของซะอีก และยูอิลฮานก็ยังสามารถใช้โล่พวกนี้ปกคลุมตัวเขากับเลียร่าได้อีกด้วย

"สัญญาณมันมาจากตรงนี้!"

เมื่อยูอิลฮานเตรียมการเสร็จ ชายคนนั้นก็ได้วิ่งเข้ามา จากการที่ยูอิลฮานตั้งใจทิ้งศพอัศวินเอาไว้กับกับระเบิดทำให้ชายคนนั้นเบิกตากว้างและวิ่งเข้ามาทันที

[ชั่วร้ายจริงๆ] (เลียร่า)

"เพต้า อิโคโระ! ได้ยังไงกัน...! อ๊ากกกก ไอ้สารเลวเอ้ย!"

ตูมมมมมมมม!

[ติดคริติคอล!]

กับระเบิดได้ระเบิดออกมา เกราะและหมวกที่ชายคนนั้นใส่อยู่ได้ถูกละลายลงไปในทันทีและมันก็ไม่ได้จบแค่นั้น เขายังมีแผลสาหัสที่ถึงจุดที่มองเห็นกระดูกได้เลยจากตรงหน้าอกและคออยู่

"อ๊า อ๊ากกกกก!"

ชายคนนี้ไม่อาจจะเข้าใจสถานการณ์ได้พักหนึ่งและร้องเสียงแปลกๆออกมา

มันก็ไม่ได้น่าสงสัยอะไร หากว่ามันมีระเบิดขนาดใหญ่แบบนี้มันก็ไม่มีทางเลยที่จะไม่มีเศษเสี้ยวมานาอยู่ แต่ว่าต่อให้ชายคนนี้จะมีสัมผัสที่เฉียบแหลมยังไงจากการที่กลายมาเป็นคลาส 4 ก็ยังไม่อาจจะรู้ตัวเลย และนี่มันหมายความว่าจอมเวทย์คนนั้นมันแข็งแกร่งกว่าเขา แต่ว่ามันก็ไม่มีทางที่จะมีจอมเวทย์แบบนี้อยู่บนโลกได้นี่

"คำตอบก็คือยมทูตไง ง่ายใช่ไหมล่ะ?"

[ใครจะไปรู้ล่ะ!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เก็บเอจิสกลับไปก่อนจะตอบคำถามออกมา แม้ว่าชายคนนั้นจะไม่ได้ยินก็ตาม ไม่สิ จริงๆแล้วชายคนนั้นกำลังจะถูกถล่มไปพร้อมกับซากกำแพงดังนั้นมันไม่มีทางที่เขาจะตั้งสมาธิกับอะไรได้

"ฮ่าห์"

ยูอิลฮานที่คว้าเสาที่เขารู้ว่ามันจะถล่มมาจากกำแพงอยู่แล้วมาแล้วเหวี่ยงแส้ของเขาไปที่คอของชายที่กำลังล้มอยู่

 

แส้ดูเหมือนจะยืดออกไปเป็นสิบเมตรจากเพลิงโลหิตก่อนที่จะตัดคอของชายคนนั้นได้สำเร็จ มันไม่ได้จบแค่นั้นแต่ไฟก็ยังกระจายไปทั่วตัวของเขาและเผาทุกๆสิ่ง

สำหรับยูอิลฮานแล้วมันไม่มีเหตุการณ์ที่เขาจะปราณีศัตรูที่แพ้หรือหลบหนีเด็ดขาด

เขาคิดว่าเขาจำเป็นต้องตรวจว่าชายคนนั้นตายแล้ว เขาได้จัดการเผามันทิ้งไป แม้ว่าเขาจะไม่เคยเจอเนโครแมนเซอร์แต่ว่าถ้าหากมีคนแบบนั้นอยู่แลวมาได้ศพที่ยูอิลฮานฆ่าไปและทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นอีกจะเป็นยังไงกันล่ะ? เขาคงจะต้องหงุดหงิดมากแน่

"อ๊าาา ดูค่าประสบการณ์นั่นสิ

[อิลฮานทั้งกำแพงซ้ายขวามีรูขนาดใหญ่อีก] (เลียร่า)

"มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ฉันได้ใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 จำนวนมากในการทำกับระเบิดฉุุกเฉินสังหารหมู่นี่ จริงๆแล้วฉันยังทึ่งเลยที่ปราสาทยังไม่พังลงมา"

การระเบิดของกับระเบิดมันได้นำผลลัพธฺที่ยิ่งใหญ่ออกมา

แม้ว่าเพดานจะไม่พังลงมาอย่างน่าทึ่ง แต่ว่ามันไม่ใช่แค่พื้นและกำพงเท่านั้นที่พัง แต่ส่วนหนึ่งของปราสาทที่อยู่มาหลายต่อหลายปีก็ได้พังลงไปเพราะสิ่งนี้

ทหารได้พยายามจะดับไฟที่อยู่ด้านนอกปราสาทได้มองมาที่โถงทางเดินที่ถูกระเบิดด้วยปากที่อ้าค้างไว้ และอีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ได้ต่างกันนัก ไม่นานนะรายงานนี้ก็ไปถึงเบื้องบนทำให้ที่นี่จะต้องเต็มไปด้วยผู้คนในไม่ช้าแน่ แม้ว่าจะมีไม่กี่คนที่เข้ามาได้เพราะที่นี่ไม่มีพื้นแล้วก็ตาม

ถ้ามันเป็นไปได้เขาก็อยากจะวางกับดักสังหารศัตรูอีก แต่ว่าแผนนี้มันไม่ได้ดีนัก ยูอิลฮานได้เรียกโล่ของเอจิสออกมาอันหนึ่งและกระโดดขึ้นไปเป็นที่หยั่งเท้าของเขา

ในแขนของเขามีหัวของอัศวินที่เขาเพิ่งจะจัดการไปอยู่ แม้ว่าร่างกายจะถูกเผาไปหมดแล้ว แต่หัวก็ยังคงอยู่

[แล้วนายจะเอาหัวนั่นไปทำอะไรน่ะ?] (เลียร่า)

"แน่นอนว่าเอาไว้ล่อไงล่ะ ลองคิดดูสิว่าถ้าฉันเอาหัวไปทิ้งไว้ซักทีพร้อมกับระเบิดมันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันมั่นใจว่าต้องมีไอ้โง่มาติดกับแน่ๆ"

[...]

ชั่ว ชั่วมากๆ นี่ยังเป็นคนอยู่แน่หรอ?

ไม่ว่าเลียร่าจะเป็นพวกกับยูอิลฮานยังไง แต่เธอก็คิดว่ามันคงจะดีกว่าหากแผนนี้ล้มเหลว แต่ว่าน่าเสียดายที่แผนได้ประสบผลสำเร็จอย่างน่าทึ่ง

"อ๊ากกกกกกกกก เฟสโต้!!!!!!!!!"

อาจารย์ที่ได้รู้ชัดเจนแล้วว่าศิษย์ของเขาตายไปจากสภาพศพได้พุ่งเข้ามาในทันทีที่เห็นหวัอยู่และกับระเบิดก็ทำงานในทันที

"อึ๊ก!?"

ยังไงก็ตามได้มีฉากที่น่าประทับใจเกิดขึ้น อาจารย์ที่ได้รู้ว่ากับระเบิดกำลังจะระเบิดได้โอบกอดหัวเอาไว้ทันทีและหมอบตัวลงป้องกันระเบิดเกิดเป็นผลทำให้เขาบาดเจ็บมากขึ้น

การกระทำของเขาที่อยากจะปกป้องหัวของศิษย์มันผิดอย่างมากเนื่องจากยูอิลฮานได้ฝังระเบิดไว้ภายในนั้น

อาจารย์ที่ได้รับแรงกระแทกทั้งจากภายในและภายนอกได้บาดเจ็บอย่างร้ายแรงจากความรักโง่ๆที่เขามีต่อศิษย์ ใบหน้าของเขาได้ไหม้ไปเกือบหมดแล้ว การมองเห็นของเขาได้เสียไปแล้วและหัวใจของเขาแทบจะโผ่ลออกมาให้เห็น ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังมีกระดูกแทงออกมาจากด้านหลังเขาด้วย

"ว้าว มนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ พวกเราอ่อนแอกว่ามอนสเตอร์แม้ว่าจะมีเลเวลที่สูงแล้ว"

สิ่งที่น่าทึ่งคือเขายังคงยืนอยู่ได้ด้วยขาตัวเองแม้จะบาดเจ็ฐขนาดนี้ เมื่อให้หัวของศิษย์ที่หายไปอย่างสิ้นเชิงโดยไร้เศษฝุ่นใดๆเขาได้แต่ตะโกนออกมา

"อ๊ากกก!ไอ้ชาติชั่ว แกมันยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม!?"

"อ้าว แล้วนี่คนที่ไปถลกหนังคนอื่นนี่ยังเป็นมนุษย์อยู่หรอ?"

ยูอิลฮานได้สะบัดแส้ของเขาอย่างรุนแรงใส่ชายวัยกลางคนที่พล่ามไร้สาระ ถ้าเขามีเวลาเขาจะไม่ให้คนๆนี้ตายง่ายๆแน่ มันน่าเสียดายจริงๆ

แส้ของเขาได้ระบายความโกรธของเขาออกไปเป็นคลื่นอย่างเงียบๆตัดคอของชายคนนี้ไปอย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นยูอิลฮานก็เผาร่างของเขาและเอาหัวมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 11,493,018,347]

"โว้ว!"

เขาได้ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่ามันก็ถูกแล้ว เขาเพิ่งจะได้รับค่าประสบการณ์ประมาณ 11 และอีกครึ่งพนัล้าน! แต่ไม่ว่าคนที่เขาฆ่าจะเลเวลสูงยังไง เขาคนนั้นก็มีเลเวลไม่เกิน 250! เลียร่าได้พูดโม้ออกมา

[ดูสิ เขาเป็นมนุษย์ที่น่าทึ่งจริงๆ จำนวนค่าประสบการณ์เป็นตัวพิสูจน์!] (เลียร่า)

"แม้แต่คาโร่ก็ยังให้ค่าประสบการณ์แค่หนึ่งในสามจากนี่เองแม้ว่าเขาจะเลเวล 242..."

ถ้างั้นมันดูเหมือนจะได้รับค่าประสบการณ์ที่เพิ่มเติมตามเลเวลด้วย ยูอิลฮานได้อุทานออกมา

ยังไงก็ตามที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือเลเวลเขาก็ยังไม่อัพ

"เลเวล 141 ไม่เพิ่มขึ้นแม้ว่าจะฆ่าเลเวล 250 ไป... โลกนี่มันโหดร้ายจริงๆ"

[นายนี่แปลกนะ คิดจะเพิ่มเลเวลสองครั้งในวันเดียวแม้ว่าเลเวลจะสูงกว่า 140 งั้นหรอ...] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้เอาหัวชายวัยกลางคนมาและไปจุดต่อไป ยังไงก็ตามข้อความสีเขียวสั้นๆได้ปรากฏขึ้นที่ม่านตาของยูอิลฮาน

[มันเป็นไปได้ที่จะวิวัฒนาการผสมระหว่างความเชี่ยวชาญแส้กับความเชี่ยวชาญดาบ!]

[มันเป็นไปได้ที่จะผสมสกิลด้วยการใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 หนึ่งพันก้อนและหินพลังเวทย์คลาส 4 หนึ่งก้อน จะดำเนินการหรือไม่?]

"...โอ้ว"

มันดูเหมือนว่าการโจมตีด้วยความโกรธของยูอิลฮานจะทำให้เกิดบางอย่างขึ้นมา

มันเป็นผลจากการที่เขาอัดพลังของดาบลงไปในแส้ก่อนหน้านี้ เหมือนกับที่เขาทำกับหอก เขากำลังจะได้ทำการวิวัฒนาการผสมสกิลอาวุธ

"ไม่ ฉันจะไม่ทำแบบนั้น"

แน่นอนว่ายูอิลฮานได้ปฏิเสธไปในทันที ถ้าเข้าใช้วัตถุดิบในการวิวัฒนาการผสมของดาบกับแส้ไป ถ้างั้นเขาก็จะไม่อาจจะใช้มันทำการวิวัฒนาการผสมได้อีก เป้าหมายของเขามีอยู่แล้วนั่นคือหอกสะบั้นจักรวาล

"ฉันจำเป็นต้องอัดพลังของแส้ลงไปในหอกแต่ว่าทำไมมัน... โอ้? ฉันคิดว่าฉันเข้าใจแล้ว"

ยูอิลฮานได้รู้สึกได้ว่าความอิสระและไร้ความควบคุมของแส้กำลังถูกอัดลงไปบนหอกที่มีความแหลมคมของดาบอยู่

[ถ้านายเรียนรู้ในสิ่งนี้สเปียร่าจะต้องรู้สึกได้จางๆ] (เลียร่า)

"เอาล่ะยังไงก็ไปกันต่อเถอะ ยังมีมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำลายและฆ่า"

[ป่ะ] (เลียร่า)

***

ในขณะเดียวกันคนที่พวกเขาเพิ่งพูดถึง สเปียร่าก็กำลังประสบกับช่วงเวลาชีวิตของเธอเอง

ในตอนแรกเธอแค่เฝ้าดูเกต ก่อนที่จะหยิบหอกออกมาถือหลังผ่านไปหลายชั่วโมง

ในระหว่างรอนี่มันคือโอกาสที่ดีที่สุด แต่ว่าตัวเธอก็ไม่ได้ชอบแบบนี้มากนัก

[ฟู่] (สเปียร่า)

ท่าทางของเธอดูขมขื่นเล็กน้อย เธอไม่ได้ชอบสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้เลยจริงๆ

[ฉันขอโทษ] (สเปียร่า)

เธอได้พึมพัมออกมา ขอโทษใครกันล่ะ? คำพูดของเธอมันไม่ได้ไปถึงใครและมันกระจายลงไปในน้ำ

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาหอกของเธอก็แทงออกไปแยกเป้าหมายของเธอออกครึ่งหนึ่งสำเร็จ

...

[อ๊ากกก!]

ทูตสวรรค์ที่เข้ามาใกล้เกตได้ถูกตัดครึ่ง ชื่อของคนๆนั้นคือรูเปต้า แน่นอนว่าทูตสวรรค์คนนี้ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับยูอิลฮานเลยสักนิด

[ดะ ได้ยังไงกัน? นี่มัน... ไม่มีสัญญาณอะไร...] (รูเปต้า)

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งแน่นอน แม้ว่าตัวจะขาดครึ่งเธอก็ยังยืนอยู่ได้ยังไง?

ยังไงก็ตามเรื่องแบบนี้มันไม่ได้สบายนานนัก สเปียร่าที่รู้สึกอึดอัดที่ใช้การ 'ซุ่มโจมตีจากการซ่อนตัว' ได้อธิบายอย่างใจดี

[พวกเราก็สามารถจะยืมพลังจากผู้ทำพันธสัญญาได้เหมือนกับที่มนุษย์ยืมพลังของทูตสวรรค์นั่นแหละแต่ยังไงก็ตามการซุ่มโจมตีมันไม่ใช่สิ่งที่ฉนสนใจ รูเปต้าถ้าเธอไม่ใช่คนทรยศ ฉันก็คงจะเปิดเผยตัวสู้กับเธออย่างตรงไปตรงมาแล้ว] (สเปียร่า)

[เธอได้ยังไงกัน....!] (รูเปต้า)

แน่นอนว่าทูตสวรรค์ก็มีขีดจำกัดอยู่! เขาได้หายไปเป็นสีขาวและฝุ่นสีเลือด และสเปียร่าได้ถอนหายใจก่อนจะถอนหอกกลับมา

[มันเหมือนกับว่าพวกนี้คิดเอาไว้แล้วว่ายูอิลฮานจะไปที่ฟีราต้า ช่วยบอกทีว่ามันไม่ใช่] (สเปียร่า)

ไม่ว่าพวกนี้จะหยาบคายยังไง พวกมันก็ไม่เคยล่อยูอิลฮานด้วยทั้งโลก

ยังไงก็ตามบางทีพวกมันก็อาจจะคาดหวังบางอย่างอยู่ ไม่ใช่ว่ามันก็แสดงออกมาแล้วเหมือนกันหรอ? ยูอิลฮานได้แสงความสงสัยต่อการเชือมต่อโลกที่ถูกทิ้งซ้ำๆและกระทั่งเข้าไปในเกต และคาดเดาว่าเขาจะเข้าไปข้างในไม่ใช่แค่ปิดผนึกมัน

'งั้นมันแสดงว่าศัตรูคือคนที่รู้ในบุคลิกของยูอิลฮานอย่างละเอียดงั้นสิ? แม้ว่ามันจะดูเหมือนฉันจะไม่ถูกคำนวนก็ตาม'

นี่มันเป็นเรื่องปกติ การกระทำของเธอ เธอไม่ได้บอกใครเลย ต้องขอบคุณในเรื่องนี้ทำให้เธอได้จัดการพวกมันได้สำเร็จ

[สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั่น...] (สเปียร่า)

เธอได้พึมพัมออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้น

สิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่ไม่ใช่ฟีราต้าที่ยูอิลฮานอยู่ข้างในตอนนี้ แต่เป็นสนามรบในนิวยอร์กที่ลูกน้องของยูอิลฮานมุ่งตรงไป

'พวกคนทรยศจะต้องรู้ว่ายูอิลฮานจะไม่ปรากฏตัวหากเขามาที่นี่'

แม้ว่าเธอจะคาดเดาสิ่งนี้ไดแต่แรกว่ามันไม่ได้มีคนทรยศเพียงคนเดียว นอกไปจากนี้หนึ่งในพวกนั้นก็น่าจะอยู่ในสนามรบนั่นด้วย

'ถึงฉันจะไม่สนใจว่าจะมีมนุษย์กี่คนต้องตายแต่...'

ในสนามรบมีคนจำนวนมากที่ข้องเกี่ยวกับยูอิลฮาน ข้ามเรื่องของเฟมิล เอริเซียไป ยังมีเอลฟ์ที่ยูอิลฮานเป็นห่วงแม้ว่าเขาจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจก็ตามและยังมีลูกของเขายูมิลที่เขารักมาก!

[ถ้าพวกมันแตะต้องมิล ฉันจะฆ่าพวกมันทั้งหมด] (สเปียร่า)

ในความเป็นจริงแล้วสเปียร่าก็ค่อนข้างจะชอบมิลเหมือนกัน

 

จบบทที่ บทที่ 132 - บุก (8) [อ่านฟรีวันที่ 07/03/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว