เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 - บุก (7) [อ่านฟรีวันที่ 05/03/2562]

บทที่ 131 - บุก (7) [อ่านฟรีวันที่ 05/03/2562]

บทที่ 131 - บุก (7) [อ่านฟรีวันที่ 05/03/2562]


บทที่ 131 - บุก (7)

 

เมื่อเขาเข้ามาในเกต สภาพแวดล้อมก็เปลื่ยนไปเป็นทุ่งหญ้ากว้าง สิ่งที่เป็นส่วนที่น่าประทับใจที่สุดเลยก็คือมีดวงอาทิตย์สองดวงบนท้องฟ้า

เขารู้สึกแปลกนิดๆที่อยู่ๆถูกวาปจากใต้ก้นทะเลขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ว่าในจุดนี้ไม่มีอะไรที่จะทำให้ยูอิลฮานตกใจจริงๆได้แล้ว

ไม่ว่ายังไงที่แห่งนี้ที่เขาอยู่ก็คือบนพื้นดินดังนั้นยูอิลฮานเขาได้เปลื่ยนเกราะที่ใส่อยู่อย่างรวดเร็วโดยที่แทบไม่แสดงเนื้อหนังให้เห็นเลยดังนั้นเลียร่าที่มองดูอยู่ได้แต่เดาะลิ้นออกมา

[นายควรจะโชว์สักหน่อยนะ] (เลียร่า)

"ไม่ว่ายังไงข้างในก็มีเกราะหนังอยู่นี่ ไม่ใช่ว่าฉันเคยบอกไปแล้วหรอ?"

เมื่อยืนยันว่าเกราะทุกๆส่วนใส่ได้ถูกแล้ว เขาก็ได้ผูกเชือกรองเท้าอีกครั้งและมองไปรอบๆ

ข้างหลังเขาก็คือเกตที่เชื่อมต่อกับดันเจี้ยนใต้ทะเลบนโลก นอกจากนี้ยังมีจอมเวทย์ที่จัดการกับเกตอยู่ข้างๆด้วย ไกลออกไปประมาณยี่สิบเมตรจากยูอิลฮาน มีกองพันทหารที่เหมือนกับชุดก่อนหน้านี้ที่ยูิลฮานเพิ่งจัดการไปอยู่ด้วย

นั่นมันก็หมายความว่ายูอิลฮานได้ถอดเปลื่ยนเกราะภายในพริบตาเบื้องหน้าของคนทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าคนพวกนี้ไม่อาจจะเห็นยูอิลฮานได้เนื่องจากเขาอยู่ในสถานะปกปิดตัวตน สถานที่แห่งนี้ยังคงเงียบสนิทดังเดิม

"จากตรงนี้ฉันเห็นกำแพงอยู่ไกลๆด้วยแหละ ที่ตรงนี้น่าจะเป็นสวนภายในปราสาทงั้นหรอ?"

[ไม่ใช่ว่ามันควรจะมิดชิดกว่านี้หน่อยหรอ? ว้าวที่นี่มันสูงมากเลยแหะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานที่มองดูรอบๆราวกับเขามาเที่ยวได้ประเมินตำแหน่งคร่าวๆก่อนจะยืดร่างกาย ตอนนี้เขาได้เห็นทุกสิ่งที่จำเป็นต้องเห็นแล้ว ที่เหลือก็คือทำให้สิ่งที่ต้องทำ

"จอมเวทย์พวกนี้..."

[นายฆ่าพวกนี้ได้ ฉันสามารถสร้างการเชื่อมต่อใหม่ได้ตราบเท่าที่การเชื่อมต่อเดิมถูกตั้งค่าเอาไว้](เลียร่า)

"เข้าใจแล้ว"

เมื่อยูอิลฮานดีดนิ้วออกมาร่างของจอมเวทย์ก็ได้ระเบิดออกในทันที พูดให้ชัดคือร่างของพวกเขาถูกหอกหนักพันตันบดขยี้ทันที

"อ๊ากกก!"

"บะ บ้าอะไรเนี้ย!"

"ทุกคนใจเเย็นไว้! ฉันบอกให้ใจเย็นไง!"

ความโกลาหลได้ปะทุขึ้นเมื่ออยู่ๆร่างของจอมเวทย์ก็ระเบิดออกมา ความโกลาหลนี้คือคำที่ยูอิลฮานรักมันมากที่สุด เขาจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงเวลาแบบนี้

ในคราวนี้ก็ไม่เว้น

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 6,201,293]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์....]

[คุณได้รับ...]

จากการที่ที่นี้มีหลายคนที่อยู่ในคลาส 3 ด้วยทำให้ยูอิลฮานก็ยังหยิบหอกขว้างออกมาสังหารกองทัพไปด้วยซึ่งต่างไปจากตอนที่เขาอยู่ในทะเล

มันไม่ใช่แค่หอกขว้างเท่านั้น ยูอิลฮานยังได้หยิบเอาสิ่งหนึ่งออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะใช้หอกขว้างฆ่าบางคนได้ในครั้งเดียว

ยังไงก็ตามสิ่งที่เขาหยิบออกมามันไม่ใช่หอก แต่เป็นแส้ แส้สีดำที่มีที่จับหนังมังกรและมีรวดลายของมังกรสลักไว้

[แส้มังกรดำ'หนาม''หลงไหล''บ้าคลั่ง']

[ระดับ - ตำนาน]

[พลังโจมตี - 6,200]

[ความทนทาน 7,200/7,200]

[ออฟชั่น -

1.เพิ่มความเร็วโจมตี 40% และทำให้ติดคำสาปแบบสุ่ม: เลือดไหลอย่างมาก เลือดไหล อัมพาติ โอกาตติดคำสาป 100%

2.หากความเชี่ยวชาญแส้มากกว่า 60 จะเกิดบุปผาเพลิงโลหิตขึ้นเมื่อใช้แส้ พลังของเพลิงจะยิ่งแข็งแกร่งตามความเชี่ยวชาญแส้และตามจำนวนเลือดของศัตรูที่ดูดกลืนลงไป

3.เพิ่มการโจมตีด้วยหนามที่ติดกับแส้]

[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน - ความเชี่ยวชาญแส้เลเวล 50 หรือสูงกว่า]

[แส้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุดของความปรารถนาในการจู่โจมของผู้สร้าง ถ้าหากว่าจะมีข้อเสียก็คงจะเป็นการที่มันทำให้เหยื่อตายเร็วเกินกว่าจะได้รู้สึกเจ็บปวด]

แม้ว่าคำอธิบายบนอาร์ติแฟคจะฟังดูน่าขนลุกนิดๆและพลังโจมตีมันก็ยังต่ำกว่าหอกมังกรแปดหาง แต่แส้นี้มีความสามารถที่หอกมังกรแปดหางไม่มีอยู่ นั่นมันก็คือออฟชั่นการโจมตีเสริมที่หลากหลายเป็นพิเศษที่จะโจมตีทุกๆอย่างที่อยู่ในระยะของมั

สิ่งที่ยูิลฮานชอบที่สุดก็คือออฟชั่นที่สอง หอกมังกรแปดหางก็มีเพลิงม่วงเหมือนกัน แถมเพลิงม่วงยังแข็งแกร่งกว่าเพลิงโลหิตนิดหน่อบอีกด้วย แต่ว่าแส้มีระยะที่ไกลยิ่งกว่าทำให้มันสามารถจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าหอกภายในระยะเวลาที่กำหนด

ยิ่งไปกว่านั้นออฟชั่นที่สองจะได้ฉายแสงอย่างแท้จริงก็เมื่อได้ผสานกับประกายเพลิง มันจะทำให้ประกายเพลิงเผาผลาญพลังชีวิตเพื่อทำให้ระยะกว้างขึ้นและเผาผลาญมานาทำให้แข็งแกร่งขึ้น

ไม่ว่าแส้จะยาวสักแค่ไหนแต่การใช้งานประกายเพลิงของแส้ก็ไม่ได้ทำให้เสียมานาเพิ่มมากขึ้น! และถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้เอามาวัดจริงๆ แต่ยูอิลฮานก็น่าจะเป็นคนที่ได้รวบรวมพลังชีวิตมากที่สุดบนโลกใบนี้แล้ว

"ศัตรูต้องยังอยู่ใกล้ๆนี้ อย่าตระหนกแล้วก็ดูแลเส้นทางถอยไว้! เรียกจอมเวทย์ที่ตรวจจับการซ่อนตัวมาด้วย... อ๊ากกกก!"

อัศวินระดับสูงที่กำลังออกคำสั่งอย่างใจเย็นได้ถูกเผาจนตายไปในทันที สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในทันทีที่แส้อันรวดเร็วของยูอิลฮานรัดร่างของ

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 14,252,340]

ยูอิลฮานได้ดึงแส้กลับมาก่อนจะฟาดออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว น่าทึ่งที่แส้ไม่ได้สร้างเสียงใดๆเลยในตอนที่ลอยผ่านอากาศและรัดอัศวินระดับสูงคนต่อไป

[ติดคริติคอล!]

"อ๊ากกก!"

การโจมตีแส้ของเขามันประกอบไปด้วยสามขั้นตอนหลักๆ

อย่างแรกคือในตอนที่แส้รัดเป้าหมาย แรงกระแทกกับความคมของเศษเกล็ดมังกรจะทำลายอุปกรณ์ป้องกันของเป้าหมายในทันที ต่อมาเมื่อมันสัมผัสโดนหนามที่แหลมคมจะผุดออกมาเจาะลึกไปในเนื้อเป้าหมาย และท้ายที่สุดเพลิงโลหิตจะดูดเลือดของเป้าหมายและเข้าไปในร่างเป้าหมายผ่านบาดแผลและระเบิดออกมา

[ฟังดูจะเจ็บมากเลยนะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดออกมาตรงๆ ใช่แล้ว ไม่ว่ยังไงมันก็น่าจะเจ็บเอามากๆ พวกนั้นกระทั่งไม่อาจจะทนความเจ็บปวดได้และตายไปเอง!

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 16,942,342]

"มะ แม้แต่กัปตันกองทหารแห่งอัศวินเลว์..."

"ระ เราไม่เจอแม้แต่เงาของศัตรูเลย"

"ด้วยพลังของเราทำอะไรไม่ได้เลย"

"ระ ระ เรากำลังต้องชดใช้ที่พยายามจะไปยุ่งกับการต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์"

เมื่อกัปตันและหัวหน้ากัปตันแห่งอัศวินได้เริ่มถูกเผากันจนตายไป พวกลูกน้องหลายพันคนได้หมดกำลังใจและเดินไปมาอย่างหมดหวัง

ยังไงก็ตามการโจมตีของแส้แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น ในขณะเดียวกันที่ฝนหอกตกลงมาซ้ำๆ ยูอิลฮานก็วิ่งไปสะบัดแส้ยาวออกไปด้วยพลังของประกายเพลิง แม้ว่าแส้จะยืดออกไปหลายสิบเมตรมันก็ไม่ได้สูญเสียพลังไปเลยขณะที่กวาดผ่านทุกสิ่งในมุมมองของเขา ตัดและเผาอัศวินทั้งหมดไป

"ชะ ช่วยด้วย...!"

"หนี หนีไปจากที่นี้...อ๊ากกกก!"

[คุณได้...]

ปีนใหญ่เรเซอร์จะสร้างฉากแบบนี้ได้ไหมนะ? แส้ของยูอิลฮานได้ยืดออกไปเป็นเส้นตรงเจาะทะลวงทุกสิ่งในสิ่งเท้าและเมื่อยูอิลฮานจะบัดข้อมือเบาๆ แส้ก็จะขยับไปตามการเคลื่อนไหวของเขาและตัดทุกๆสิ่งที่ขวางทาง

การโจมตีเบาๆของยูอิลฮานได้ฆ่าคลาส 2 ไปนับสิ้นในทันที คนบนโลกจะต้องทึ่งแน่หากมาได้เห็นภาพนี้ ไม่สิบางทีทาคากากิ อสุฮะที่เป็นคนใช้แสด้วยกันก็อาจจะโกรธไปเลยพร้อมบอกว่านี่ไม่ใช่แส้ แต่เป็นอาวุธทำลายล้างขนาดใหญ่แทน

ทำไมเป็นแบบนั้นนะหรอ? ก็เพราะไม่เมื่อใดก็ตามที่ยูอิลฮานทำให้เกิดความวุ่นวาย เพลิงจากแส้ก็จะตกกระจายลงไปบนพื้นหญ้าทำให้เกิดไฟขึ้นมา

ในเมื่อที่นี่เป็นที่ที่ไม่ใชาโลกของเขาซึ่งยูอิลฮานก็ไม่จำเป็นต้องสนอะไรด้วยทำให้เขาไม่ต้องระวังในการใช้ไฟเลย นี่มีแต่จะทำให้เขายินดีกับมัน

[คุณได้รับ....]

[สกิลยมทูตได้กลายเป็นเลเวล 34 มันเป็นไปได้ที่จะเสริมความสามารถของคุณถึงขีดสุดที่ 65%]

แม้แต่สกิลยมทูตที่ไม่ได้เพิ่มเลเวลบ่อยนักจากการที่มันเป็นสกิลระดับสูงก็ยังเพิ่มเลเวลขึ้นเช่นกัน แน่นอนว่าด้วยการที่การปกปิดตัวตนของยูอิลฮานไม่ได้หายไปเลยหลังจากมาในโลกนี้ทำให้ความสามารถสกิลยมทูตของเขาที่เสริมพลังขึ้นมาได้ไปถึงขีดสุดทันที

"เพราะว่าที่นี่เป็นฐานหลักของพวกนั้นหรือว่ามันเพราะว่าพวกระดับสูงแค่มารวบตัวที่นี่กัน? ฉันมั่นใจเลยว่ามีคลาส 3 ที่นี่เยอะมาก"

[อิลฮาน ฉันรู้สึกได้ถึงคลาส 4 ที่กำลังใกล้เข้ามาจากที่ใกล้ๆ แล้วก็มีสองคนด้วย!] (เลียร่า)

"แน่สิ มันก็คงจะแปลกแน่หากไม่มีใครสังเกตเห็นถึงเรื่องวุ่นวายที่นี่"

เขาก็ตั้งใจจะทำสิ่งนี้เหมือนกัน ยูอิลฮานไม่อาจจะไปเผาทั้งประเทศตรงๆได้ ดังนั้นเขาต้องทำไงล่ะ? เขาก็ต้องวางใยล่อเหยื่อเข้ามาให้เขาจัดการในระยะของเขาเองไงล่ะ และในเวลาเดียวกันนี้มันก็ยังเป็นเรื่องง่ายที่จะหาเป้าหมายหลักจากการสอบสวนของโอโรจิด้วย

ยังไงก็ตามคลาส 4 สองคนแล้วพวกนี้ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์แต่เป็นมนุษย์ที่มักจะมีไม้ตายอยู่เสมอด้วย นี่มันน่าตกใจจริงๆ ตามจริงแล้วเขาคิดว่าจะะได้ฆ่าคลาส 3 เป็นร้อยคนได้ง่ายๆซะอีก นี่มันผิดคาดแล้ว ในเมื่อมันกลายมาเป็นแบบนี้เขามีแต่จะต้องเปลื่ยนแผนใยแมงมุมของเขา

ที่นี่ไม่ใช่โลกที่ถูกทิ้ง ไม่มีศัตรูที่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับพลังจากการสนับสนุนของทูตสวรรค์และเขาก็ไม่อาจจะใช้ประโยชน์ของอาวุธต่อต้านเผ่ามังกรได้อีกด้วย เขาไม่อาจจะพูดได้เลยว่านี่มันเป็นเรื่องง่าย

สิ่งเดียวที่ยูอิลฮานไว้ใจได้ในตอนนี้ก็คือการโจมตีที่หนักหน่วงจากการสนับสนุนจากการซุ่มโจมตีตอนที่สกิลยมทูตทำงานอยู่ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นกำแพงของคลาส 4 ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะก้าวข้ามได้ง่ายๆ

"ให้ตายสิ ฉันคิดวาจะมาหลังจากฉันกวาดล้างลูกน้องเสร็จแล้วซะอีก"

ยูอิลฮานได้หยุดคิดลงและสะบัดแส้ของเขาออกไปเป็นวงกว้าง เขาสะบัดแส้ออกไปราวกับจะเผาที่นี่ทิ้งให้ราบ

"ไอ้สารเลวเอ้ย!"

"เสียงคนดังมาจากตรงนั้น"

ยูอิลฮานได้อุทานออกมาเงียบๆเมือได้ยินเสียงที่ดังมาจากไกกลๆ ในเวลาเดียวกันแส้ที่สะบัดออกไปของเขาก็ได้จัดการตัดคออัศวินนับสิบไปอย่างเงียบๆ

"ยังไงก็ตามมันดูเหมือนว่าขาของพวกนั้นจะไม่เร็วเท่าเสียงนะ"

[คำของพวกตัวโกงชัดๆ... แน่นอนว่าศัตรูไม่มีทางได้ยินเสียงนายอยู่แล้ว] (เลียร่า)

"เงียบน่า จิตใจที่่อ่อนแอของฉันกำลังบอบช้ำ"

[คนที่ 'จิตใจอ่อนแอ' กำลังทำการสังหารหมู่แบบนี้แน่นะ?]

"นั่นแหละ แล้วนี่มันก็แค่แหล่งค่าประสบการณ์"

แม้ว่าจะพูดคุยอยู่ข้อมือของเขาก็ยังคงสะบัดอย่างไม่ลดละ

มันดูเหมือนว่าคลาส 4 ทั้งสองคนที่พุ่งเข้ามาอย่างสุดกำลังอย่างมาก แต่ว่าพวกเขาก็ช้าไปกว่าการล่าของยูอิลฮานอย่างมาก ค่าประสบการณ์ของยูอิลฮานมีแต่จะพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

"อ่า มันจะไปอยู่ในเพลิงนี้ได้ยังไงกัน...!"

"ต้องเป็นนักรบเวทย์แน่ ฉันมั่นใจเลย บ้าเอ้ย คนที่รอดอยู่โต้กลับ"

ที่รอบๆนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว เพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างไม่สิ้นสุดและกลิ่นควันโชคที่รบกวนทุกคนเว้นแต่ยูอิลฮาน

กองทัพได้เสียพลังของกลุ่มลงไปแล้ว พวกเขาได้กระจายกันออกไปเป็นส่วนๆและพวกเขาก็ถูกฉีกกระฉากทิ้งไปท่ามกลางเปลวเพลิง

"ฉันจะหาแกแล้วฆ่าแกซะ"

"หัวหน้า!"

เมื่อเสียงของหัวหน้าได้เข้ามาใกล้ยูอิลฮาน ผู้รอดชีวิตจากกองทัพก็เหลือศูนย์แล้ว จะมีเหลือก็แกคลื่นเพลิงที่รุนแรงที่โหมกระหน่ำไปทางกำแพงปราสาท มันค่อนข้างน่าประทับใจที่เกตยังคงอยู่ได้

"โอ้พระเจ้า ทั้งกองทัพได้ถูกกำจัดไปแล้ว..."

นี่คือเสียงของหัวหน้าวัยกลางคนที่ได้มาเห็นฉากนี้หลังจากมาถึงไม่นาน งั้นนี่ก็ดูจะเป็นไปไม่ได้สินะที่จะหลอกลวงคลาส 4 ด้วยไฟนะ แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ต้องการอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว

"กำจัดหรอ? พวกเขาเนี้ยนะถูกกำจัด!? มันจะเป็นไปได้ยังไง! พวกเขาจะต้องไปที่โลกแล้วแน่ๆ!"

"ไม่ พวกเขาตายแล้ว! ทั้งหมดเลยนั่นแหละ มันเพราะไอ้สารเลวมนุษย์โลกโง่นั่น"

โอ้ ผู้บุกรุกก็มีระดับที่ต่างกันสินะ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ว่าเขาก็ปฏิบัติกับคนอื่นเหมือนคนโง่ที่จะทำอะไรพวกเขาก็ได้งั้นสิ

ในเมื่อเป็นพวกเหยียดชนชั้นแบบนี้ ยูอิลฮานก็ยิ่งรู้สึกสดชื่น แม้ว่าเขาจะไม่มีความสำนึกก็ตาม แตในที่สุดมันก็ชัดเจนแล้ว

[ชายกลางคนนั่นดูแข็งแกร่งมาก! หือ เขาแข็งแกร่งจริงๆหรอ? ถ้าเขาฝึกซักสามร้อยปีเขาก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงได้เลยไม่ใช่หรอ?] (เลียร่า)

"ไม่หรอก เขาจะต้องตายในวันนี้"

มันดูเหมือนว่าคลาส 4 ทั้งสองคนนี้จะเป็นอาจารย์กับศิษย์ ชายวัยกลางคนอาจจะดูเป็นแบบนั้น แต่ตามที่เลียร่าบอกเขาก็น่าจะอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว

"ฉันจำเป็นต้องฆ่าพวกนี้..."

[มันยากนะ คนที่อายุน้อยนั่นดูจะไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่เห็น เขาน่าจะมีเลเวลอย่างน้อยก็ 220 แล้ว](เลียร่า)

"ฉันรู้น่า"

มันเป็นเรื่องยากที่จะฆ่าสองคนนี้ถึงแม้เขาจะใช้การซุ่มโจมตี และเมื่อมันเกิดขึ้นเขาก็จะต้องสู้กับสองคนนี้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานกำลังคิดที่จะสู้กับทั้งสองคนนี้ด้วยข้อสรุปที่ฉลาดกว่า

"เลียร่า เธอบอกว่าเกตจะปิดสินะ?"

[ใช่แล้ว เว้นก็แต่ฉันจะเปิดมันหรือไม่ก็ให้จอมเวทย์คลาส 3 สิบคนหรือจอมเวทย์คลาส 4 ร่ายสักสิบนาที มันก็จะยังอยู่] (เลียร่า)

"โอเคเลยยย"

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นก่อนจะเริ่มพุ่งออกไป ทิศทางที่เขาพุ่งไปก็คือทิศทางที่ทั้งสองคนนั้นมา แน่นอนว่าการปกปิดตัวตนของเขาก็ยังคงอยู่

"ฮัสต้า ลา วิสต้า"

ชายกลางคนกับเด็กหนุ่มได้กัดฟันกรอดในขณะที่ระบายความโกรธลงบนพื้นที่ไร้ความผิด แม้ว่ายูอิลฮานจะเพิ่งวิ่งผ่านพวกเขาไปก็ตาม

"มันต้องยังอยู่นี่ มันกำลังรอให้เราลดการระวังตัวลงในไฟนี่แน่! เราจะต้องหยุดไฟนี่ให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!"

"ผมเข้าใจแล้วอาจารย์ ผมจะต้องฆ่ามันให้ได้"

เมื่อมองย้อนกับไปเห็นฉากอาจารย์กับศิษย์ร่วมมือกัน ยูอิลฮานได้แต่แสดงความเคารพกับการกระทำที่หลงผิดและโง่เง่าไร้ประโยชน์ของทั้งสองคน

"ใช่แล้ว ใช่เลย ทุ่มความสามารถทั้งหมดไปับที่นั่นแหละ ทุ่มไปจนกว่าจักรวรรดิจะล่มสลายเลย!"

นอกไปจากนี้เขาก็ยังจะต้องบาดเจ็บจากไฟพวกนั้นด้วย

[โอ้ ฉลาดจริงๆ]

"ฉันมันคนมีความสามารถอะนะ"

ยูอิลฮานที่ภูมิใจขึ้นหลังจากถูกยกย่องได้ตั้งใจขยับขาวิ่งเข้าไปโจมตีภายในปราสาทที่ไร้การป้องกันจากทั้งสองคน

มันเป็นเวลากว่ายี่สิบนาที่ที่ทั้งสองคนจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ และในเวลานั้นเองทุกๆอย่างที่สำคัญในปราสาทได้ถูกเผาไหม้เป็นเถ้าไปหมดแล้ว

จบบทที่ บทที่ 131 - บุก (7) [อ่านฟรีวันที่ 05/03/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว