- หน้าแรก
- หิมะสีเลือด เกิดใหม่ครั้งนี้ขอทวงแค้นให้สิ้นซาก
- บทที่ 25: บุตรแห่งหมาป่าหิมะ
บทที่ 25: บุตรแห่งหมาป่าหิมะ
บทที่ 25: บุตรแห่งหมาป่าหิมะ
"ไม่เป็นไรนะ ฉันเองก็ตัวคนเดียวเหมือนกัน จากนี้ไปเรามาเป็นครอบครัวเดียวกันเถอะ"
"อื้อ ตกลง เจียงฉีจะไม่ทิ้งหนูใช่ไหม?"
"ไม่ทิ้งแน่นอน"
เจียงฉีตอบอย่างหนักแน่น
เธอไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่เธอจะไม่มีวันทอดทิ้งคนในครอบครัว
ในเมื่อหงส์ไฟตัวนั้นเป็นแม่ของชื่อเจวี๋ย และท่านก็จากไปนานแล้ว เธอจึงตัดสินใจไม่เก็บมาคิดแค้น
อีกอย่าง ด้วยความคืบหน้าการตื่นรู้ 10% แถมยังได้หงส์ไฟมาเป็นคู่หู ถ้าไม่เจอเรื่องเฉียดตายมาบ้าง เธอก็คงระแวงว่าเป็นกับดักแน่ๆ
อยากได้ของดีก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ เธอรับได้
เมื่อการนับถอยหลังสิ้นสุดลง เจียงฉีและชื่อเจวี๋ยในอ้อมกอดก็หายตัวไปจากถ้ำลาวาอันร้อนระอุพร้อมกัน
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับมาอยู่ที่ดินแดนของตนเอง ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว
เจียงฉีรีบเอาผ้าห่มห่อเปลือกไข่ของเจ้าหนูชื่อเจวี๋ยแรกเกิด แล้ววางไว้ข้างเตาผิงเพื่อให้ความอบอุ่น
"ขอบคุณนะเจียงฉี แต่หนูไม่กลัวหนาวหรอก"
พอได้ฟังชัดๆ เสียงของเจ้าหนูชื่อเจวี๋ยช่างเล็กแหลมและน่าเอ็นดูเหมือนเด็กน้อย
เจียงฉีในฐานะ "คุณแม่" มือใหม่ยิ้มอย่างอ่อนโยน "เก่งมากจ้ะ งั้นหนูเล่นอยู่ในบ้านสักพักนะ ฉันจะออกไปจัดการธุระในเมืองหน่อย"
"ได้เลย!"
เมื่อก้าวออกมา ก็เห็นเวลเลียและอีกสองคนยืนรออยู่ที่ประตู ทหารที่ออกไปขุดแร่มาทั้งวันก็เพิ่งกลับมาถึงพอดี เธอเดินตรงไปที่ประตูเมืองเพื่อดูว่าผู้พเนจรที่มาวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อประตูเปิดออก ปรากฏว่าเป็นแม็กซ์คนเดิม
ทำไมถึงกลับมาอีก?
"ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดอนุญาตให้แม็กซ์ติดตามท่านด้วยเถิด"
มองดูมนุษย์หมาป่าหิมะตรงหน้า เจียงฉีพยักหน้า "เข้ามาสิ ไฟรด์เป็นพ่อบ้านของที่นี่ เขาจะพาเจ้าไปที่พัก เดี๋ยวค่อยไปกินข้าวที่โรงอาหารนะ"
เธอวางแผนจะรับแม็กซ์ไว้อยู่แล้ว
ต่อให้ต้องงัดข้อกับเผ่าหมาป่าหิมะ เธอก็ใช่ว่าจะไร้ทางสู้
กำลังพลทหารในดินแดนตอนนี้เกือบหมื่นนาย ขอแค่พัฒนาให้เร็วและดีกว่านี้อีกนิด ก็น่าจะพอต้านทานไหว
การรับแม็กซ์เข้ามาไม่ได้ขัดแย้งกับแผนการพัฒนาเมืองของเธอแต่อย่างใด
เธอขนผลึกหลอมเหลวเกือบหกช่องในกระเป๋าไปเก็บที่ห้องเก็บของจนเต็มเอี๊ยด
ดูท่าว่าถ้าได้หินขยายกระเป๋ามาครั้งหน้า คงต้องเอาไปอัปเกรดห้องเก็บของเป็นอันดับแรกแล้วล่ะ
ตอนนี้ทรัพยากรพื้นฐานที่ต้องใช้ในการอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างเพิ่มสูงขึ้นมาก ทรัพยากรที่ทหารหามาได้แต่ละวันแทบจะพอแค่อัปเกรดสิ่งปลูกสร้างให้เป็นเลเวล 8 ได้แค่อย่างเดียว
ในดินแดนของเจียงฉี ตอนนี้บ้านพักหลักเลเวล 8 สถาบันวิจัยเลเวล 8 ส่วนอย่างอื่นเลเวล 7 กันหมดแล้ว
พอกลับเข้ามาในบ้าน เธอเอาผลึกหลอมเหลวมาทำเป็นเตียงเล็กๆ ให้ชื่อเจวี๋ย วางไว้ข้างเตียงนอนของเธอเอง แถมยังทำเก้าอี้โยกหินบุด้วยผลึกหลอมเหลวให้อีกตัว
ถึงเจ้าตัวเล็กจะไม่กลัวหนาว แต่ผลึกหลอมเหลวเป็นของจากถิ่นกำเนิด เธอน่าจะชอบพลังงานที่แผ่ออกมาจากมัน
เธอพาชื่อเจวี๋ยไปกินข้าวที่โรงอาหาร และแนะนำให้รู้จักกับไฟรด์และคนอื่นๆ
ระหว่างที่ชื่อเจวี๋ยกำลังจัดการอาหารในจานอย่างเอร็ดอร่อย เจียงฉีก็นั่งไล่อ่านช่องแชต
เห็นทุกคนกำลังถกกันเรื่องกระดานจัดอันดับ เจียงฉีเลยเปิดดูบ้าง พบว่า 【กระดานจัดอันดับสัตว์เลี้ยง】 ถูกเปิดใช้งานแล้ว และมีเพียงชื่อ 【ฉี】 โดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดพีระมิด ตามมาด้วยชื่อและเผ่าพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง
【ผู้เล่น: ฉี | ชื่อสัตว์เลี้ยง: ชื่อเจวี๋ย | เผ่าพันธุ์สัตว์เลี้ยง: หงส์ไฟ】
ในชีวิตที่แล้วก็มีคนทำสัญญากับสัตว์เลี้ยงเหมือนกัน แค่ไม่เร็วขนาดนี้ และส่วนใหญ่ก็เป็นสัตว์ในทุ่งหิมะนั่นแหละ
นึกถึงสัญญาว่าจ้างสัตว์เลี้ยงระดับต้นสิบใบในกระเป๋า เจียงฉีไม่รอช้า จับโยนลงร้านค้าตั้งราคาใบละ 6 เหรียญทองทันที
การกระทำนี้เรียกแขกได้ตามคาด ผู้เล่นคนอื่นแตกตื่นกันใหญ่ เปิดประเด็นถกเถียงเรื่องสัญญาและเรื่องที่สัตว์เลี้ยงของเธอเป็นหงส์ไฟกันยกใหญ่
เจียงฉีไม่ได้ตอบกลับใคร เพราะกำลังรอให้แม็กซ์กินข้าวเสร็จ จะได้ถามเรื่องสกิลของเขา
สกิล 'คลุ้มคลั่งคืนจันทร์เต็มดวง' พอจะเดาได้ จากนิยายและหนังบนโลกเดิม ก็น่าจะหมายถึงพลังโจมตีเพิ่มขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงนั่นแหละ
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างโรงอาหาร พระจันทร์ในทุ่งหิมะนี่ดูเหมือนจะเต็มดวงทุกคืนเลยแฮะ
แต่สกิลที่สอง 'บุตรแห่งหมาป่าหิมะ' นี่สิ เจียงฉีเดาไม่ออก หรือจะเป็นการข่มด้วยสายเลือด?
เมื่อเห็นว่าเธอมีเรื่องจะคุยกับแม็กซ์ คนอื่นๆ ก็รีบกินรีบเก็บกวาด แล้วแยกย้ายกันไปทำงาน
ยกเว้นชื่อเจวี๋ยที่นั่งตาแป๋วอยู่
แม็กซ์นั่งลงอย่างนอบน้อมที่เก้าอี้ตัวล่าง รอคำถามจากเจียงฉี
"พ่อบ้านบอกว่าเผ่าหมาป่าหิมะจะตามล่าเจ้า พอจะเล่าสถานการณ์ในเผ่าให้ฟังได้ไหม?"
แม็กซ์ลังเลเล็กน้อย "เรียนท่านเจ้าเมือง ข้าเป็นทายาทของราชาหมาป่าองค์ก่อน ผู้นำคนปัจจุบันของเผ่าคือคู่ปรับของพ่อข้า ท่านไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้อิทธิพลของพวกมันถดถอยลงมาก และกำลังถูกเผ่าอื่นกดดันและกลืนกิน พวกมันไม่มีกำลังเหลือพอจะมาตามล่าข้าหรอก อย่างมากก็แค่ดักปล้นทีมหาของของท่านตามป่าเขาเท่านั้น"
"อ๋อ เข้าใจแล้ว งั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
เจียงฉีถอนหายใจโล่งอก ชนเผ่าท้องถิ่นพวกนี้บางทีก็น่าปวดหัวเหมือนกัน
เจียงฉีถามต่อ "แล้วช่วยเล่าเรื่องความสามารถของเจ้าให้ฟังหน่อยได้ไหม? ข้าค่อนข้างสงสัยน่ะ"
"คลุ้มคลั่งคืนจันทร์เต็มดวง คือการได้รับพรจากเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในยามค่ำคืน ทำให้ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น หลังใช้จะอ่อนแรงชั่วคราวแต่ฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนบุตรแห่งหมาป่าหิมะ เป็นความสามารถทางสายเลือด ราชาหมาป่าทุกตนสามารถเมินเฉยต่อความโหดร้ายของทุ่งหิมะยามค่ำคืน และเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระขอรับ"
เฮ้ย!
เจียงฉี ราชินีแห่งการทำงานหนัก รู้สึกใจเต้นรัวเร็วขึ้นมาทันที ข้างๆ กัน ชื่อเจวี๋ยสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเธอ จึงถามขึ้นในใจด้วยความสงสัย "เจียงฉี เป็นอะไรไป? ชอบเจ้ามนุษย์หมาป่านี่เหรอ?"
"มันคือจังหวะตกหลุมรัก! อาการใจเต้นตึกตักไงล่ะ!"
ชื่อเจวี๋ย: ?
ไม่เห็นเข้าใจเลย
ในหัวของเจียงฉี ร่างแผนการขุดแร่อันยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที
คนอื่นขุดได้แค่ตอนกลางวัน แต่เธอสามารถพาแม็กซ์ออกไปขุดตอนกลางคืนได้ด้วย!
แค่นี้ก็ทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่นแล้ว!
ด้วยความตื่นเต้น เธอคว้ามือแม็กซ์หมับ แม็กซ์มองเจียงฉีด้วยความงุนงง แล้วหันไปมองชื่อเจวี๋ยที่งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน
"แม็กซ์ จากนี้ไปเจ้าคือคนของดินแดนเรา ไม่ต้องห่วง ถ้าเผ่าหมาป่าหิมะโผล่มา ข้าจะจัดการไล่พวกมันไปให้เจ้าเอง อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะ คืนนี้ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่น"
แม็กซ์รู้สึกตื้นตันกับความโปรดปรานที่ได้รับอย่างไม่คาดฝัน เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับความสำคัญจากเจ้าเมืองตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
เจียงฉีเดินกลับห้องอย่างอารมณ์ดีราวกับได้แก้วสารพัดนึก พลางอธิบายให้ชื่อเจวี๋ยฟัง
"ในทุ่งหิมะเนี่ย กลางคืนออกไปไหนไม่ได้เพราะจะหลงทางง่าย แต่ถ้ามีแม็กซ์ เราก็ออกไปข้างนอกด้วยกันได้ ต่อให้ขุดแร่แค่สี่ชั่วโมงถึงเที่ยงคืน ก็รับรองว่าได้ของกลับมามหาศาลแน่"
"อ๋อ งั้นเจียงฉี คืนนี้เราจะออกไปข้างนอกกันเหรอ?"
เจียงฉีส่ายหน้า "ไม่ใช่คืนนี้ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน จากนี้ไปเราจะออกไปกันวันเว้นวัน"
เมื่อเดินมาถึงเตียง เจียงฉีเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันไปถาม "ลูกไก่ไฟ" ตัวกลมที่เพิ่งขดตัวลงบนเตียงผลึกหลอมเหลว "ในทุ่งหิมะไม่มีอะไรบันเทิงเท่าไหร่ หนูเบื่อไหม?"
ชื่อเจวี๋ยพยายามผงกหัวขึ้นจากผ้าห่มหนาเตอะที่เจียงฉีปูไว้ให้ "ไม่เบื่อเลย! ที่นี่เย็นสบายดี ดินแดนเจียงฉีก็กว้าง แถมยังได้ออกไปเที่ยวทุกวัน ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในไข่ตั้งเยอะ!"
"อุดอู้? หนูเพิ่งเกิดไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงรู้สึกอุดอู้ล่ะ?"
เจ้าตัวน้อยชื่อเจวี๋ยส่ายหัว จุกขนสีแดงเพลิงบนหัวส่ายไปมาดุ๊กดิ๊ก "เปล่านะ ร่างกายหนูโตเต็มที่พร้อมฟักตั้งนานแล้ว แต่แม่บอกให้รอจนกว่าจะมีคนมารับ ถึงจะออกมาได้ แม่คุยกับหนูทุกวันเลย ถึงในไข่จะมืด แต่พอได้ยินเสียงแม่ หนูก็ไม่กลัวแล้ว"