- หน้าแรก
- ไร้พลังเวทแล้วไง ข้าใช้กายาแปดด่านสยบมาร
- บทที่ 19 จุดจบของราชาวานรและฟังก์ชันใหม่ของสูตรโกง?
บทที่ 19 จุดจบของราชาวานรและฟังก์ชันใหม่ของสูตรโกง?
บทที่ 19 จุดจบของราชาวานรและฟังก์ชันใหม่ของสูตรโกง?
บทที่ 19 จุดจบของราชาวานรและฟังก์ชันใหม่ของสูตรโกง?
ท่ามกลางป่าอันมืดมิด พลังไสยเวทอันมหาศาลส่องแสงเจิดจ้า ฉีกกระชากม่านอากาศจนเกิดรอยแยก กรงเล็บยักษ์สองข้างยึดจับขอบรอยแยกนั้นไว้ ก่อนจะตะเกียกตะกายพาเอาร่างกายออกมา
ศีรษะที่ดุร้ายและน่าเกรงขามโผล่พ้นออกมา
"โฮก—!"
คลื่นพลังไสยเวทที่น่าสะพรึงกลัวทำลายล้างเหล่าวิญญาณคำสาปชั้นต่ำที่รุมล้อมอยู่รอบๆ จนสลายไปราวกับมดปลวกในพริบตา
นี่เองก็เป็นวิญญาณคำสาประดับกึ่งพิเศษเช่นกัน เกะโท สุงุรุ ไม่ได้คิดจะใช้วิญญาณคำสาประดับพิเศษเพื่อกดดันระดับกึ่งพิเศษหรอก
นั่นมันเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนเกินไป
ทันทีที่วิญญาณคำสาประดับกึ่งพิเศษที่เกะโทเรียกออกมาปรากฏตัว มันก็ยื่นกรงเล็บแหลมคมเข้าโจมตีราชาวานรซานเซียวทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ราชาวานรก็แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับมนุษย์ "โอ๊กกก—!"
สิ้นเสียงคำรามด้วยความโทสะ รัศมีกว่าสิบเมตรก็ถูกปกคลุมด้วยพลังไสยเวทอันหนาแน่น
เซนอิง จินเจี๋ยเห็นท่าไม่ดี จึงหิ้วปีกอามาไนและนานามิด้วยมือคนละข้างแล้วถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็ว
ทรงกลมสีดำทมิฬเข้าปกคลุมร่างของเกะโท สุงุรุและราชาวานรเอาไว้ภายใน
"กางอาณาเขตงั้นเหรอ!?"
ใบหน้าของอามาไนซีดเผือดด้วยความตกใจ วิญญาณคำสาปตัวนี้สามารถกางอาณาเขตได้ นี่มันเกินความสามารถที่พวกเขาจะรับมือได้ไปไกลโข
สีหน้าของนานามิเองก็เคร่งเครียดไม่แพ้กัน การรับมือกับวิญญาณคำสาประดับนี้ แต่กลับส่งเขาที่เป็นเพียงระดับ 1 ว่าที่ กับอามาไนที่เป็นระดับ 2 มาเนี่ยนะ
มันสมเหตุสมผลตรงไหน?
หรือว่าเบื้องบนจะรู้อยู่แล้วถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ ถึงได้ส่งอาจารย์คุมทีมระดับนี้มาด้วย?
"น่าจะเป็นแค่เวอร์ชันลดทอนมากกว่า"
เซนอิง จินเจี๋ยวางทั้งสองลงพลางมองไปที่ทรงกลมอันเงียบงันเบื้องหน้า นี่คืออาณาเขตงั้นรึ?
เขาจับสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นภายในไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของอาณาเขตนี้ มันน่าจะเป็นเพียงรูปแบบเริ่มต้นของอาณาเขตที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเท่านั้น
เจ้าลิงยักษ์นี่ก็นับว่าดวงซวยจริงๆ ดันมาเจอกับเกะโทผู้ใช้วิชาควบคุมวิญญาณคำสาปในช่วงที่มันกำลังจะวิวัฒนาการพอดี
วิชาควบคุมวิญญาณคำสาป... เป็นไสยเวทที่มีขีดจำกัดสูงส่งอย่างยิ่ง
เพียงแต่เกะโท สุงุรุยังไม่รอบคอบพอ ไม่อย่างนั้นไม่ช้าก็เร็ว เขาจะได้กลายเป็นผู้ใช้คุณไสยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไสยเวทแน่ๆ
ไม่ว่าจะเป็นแผนภาพมรณะครรภ์คำสาป, มหาภูตพรายทั้งสี่ หรือแม้แต่สุคุนะ... ในทางทฤษฎีแล้ว ตราบใดที่เกะโทแข็งแกร่งพอ เขาก็สามารถควบคุมพวกมันได้ทั้งหมด แม้แต่วิวัฒนาการขั้นสุดท้ายของท่านเทนเกนก็ยังเป็นวิญญาณคำสาป
ถ้าเขารอบคอบกว่านี้อีกนิด นอกเหนือจากสุคุนะที่ผิดปกติเกินไปแล้ว เขาก็น่าจะจัดการดูดกลืนวิญญาณคำสาปอื่นๆ ทั้งโลกได้ไม่ยาก
ในขณะที่คิดอยู่นั้น อาณาเขตตรงหน้าก็เริ่มเกิดรอยปริร้าว
เพล้ง!
วินาทีต่อมา อาณาเขตก็ระเบิดออก ราชาวานรขนขาวกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"ในฐานะระดับกึ่งพิเศษ แกก็แข็งแกร่งพอตัวแล้วนะ"
เกะโทผายมือออกพร้อมรอยยิ้ม ข้างกายเขามีวิญญาณคำสาปหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมยาวสลวย เอามือซุกไว้ในแขนเสื้อ ดวงตาหยีเล็กดูตลกขบขันยืนอยู่
วิญญาณคำสาประดับพิเศษ 'ทามาโมะ โนะ มาเอะ' (นางจิ้งจอกเก้าหาง)
วิญญาณคำสาปที่สามารถครอบครองอาณาเขตของตัวเองได้นั้นย่อมไม่ธรรมดา และพวกมันสามารถกลายมาเป็นขุมพลังที่สมบูรณ์แบบให้กับเขาได้
"โฮกกก!!"
ดวงตาของราชาวานรเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้นขณะจ้องมองเกะโท
มันแค่อยากซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาและค่อยๆ วิวัฒนาการเป็นระดับพิเศษแท้ๆ ทำไมต้องมาขัดขวางมันด้วย!?
ด้วยเสียงคำรามเกรี้ยวกราด ราชาวานรหันหลังวิ่งหนี มันฉลาดพอที่จะรู้ว่าไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย และคงหนีไม่พ้นถ้าทำเพียงแค่วิ่งหนี
ดังนั้น มันจึงพุ่งเป้าตรงดิ่งไปที่กลุ่มของเซนอิง จินเจี๋ย
เจ้าสามคนนั้นดูเหมือนจะรู้จักกับเจ้านั่น การจับพวกมันเป็นตัวประกันคือทางรอดเดียว!
เมื่อเห็นวิญญาณคำสาประดับกึ่งพิเศษขนสีขาวสูงสามเมตรวิ่งสี่ขาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
นานามิมีสีหน้าหวาดหวั่นและกระชับมีดสั้นในมือแน่นทันที
แต่ทว่า หางตาเขาเหลือบไปเห็นอามาไนรีบวิ่งไปหลบหลังอาจารย์จินเจี๋ยอย่างไว เขาจึงเก็บมีดเงียบๆ แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เขารู้ขีดจำกัดตัวเองดี เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของวิญญาณคำสาปตนนี้ ให้จินเจี๋ยเซนเซย์พาหนีดีกว่า
ด้วยความเร็วระดับนี้ มันคงตามไม่ทันหรอก
"นี่ฉันโดนมองว่าเป็นลูกพลับนิ่มเหรอเนี่ย?"
เซนอิง จินเจี๋ยมองราชาวานรที่พุ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก มือขวาค่อยๆ หยิบพลองสามท่อนสีแดงชาดออกมาจากเอว
เดิมทีเขากะจะยืนดูเฉยๆ แต่เจ้าลิงนี่ชักจะสำคัญตัวผิดไปหน่อยไหม?
คงเหมือนผู้ใช้คุณไสยบางพวกที่ดูถูกคนที่ไม่มีพลังไสยเวทสินะ?
ราชาวานรมองมนุษย์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กรงเล็บแหลมคมยื่นออกไปหมายจะขย้ำคอหอยของจินเจี๋ยให้ขาดสะบั้นในทีเดียว
ดูท่าทางไม่มีพลังไสยเวทแบบนี้ คงเอาไปเป็นตัวประกันไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่แล้วเมื่อสายตาของมันเริ่มพร่ามัว มันกลับพบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายไร้ซึ่งความหวาดกลัว ซ้ำยังอ้าแขนรับกรงเล็บของมันราวกับเชื้อเชิญ
หมอนั่นกำลังยิ้ม!
รอยยิ้มที่ดูดุร้ายนั่นทำให้ความหวาดกลัวแล่นพล่านขึ้นมาในใจของมัน
"เดี๋ยว! อย่าฆ่ามัน!!"
จากระยะไกล เกะโทเห็น 'เมฆาล่องลอย' เครื่องมือไสยเวทระดับพิเศษมูลค่าห้าร้อยล้านปรากฏในมือจินเจี๋ย สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันทีพร้อมตะโกนลั่น
เขาอุตส่าห์เจอตัวดีๆ ทั้งที อย่าทำลายทิ้งเชียวนะ!
ผัวะ—!!
เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังสนั่น แววตาของราชาวานรแปรเปลี่ยนเป็นความสับสน
ภาพความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาในหัว... มันเห็นตัวเองสมัยที่เพิ่งก่อกำเนิดเป็นวิญญาณคำสาป ยังเป็นเพียงระดับ 4 วิ่งเล่นอย่างมีความสุขในป่าเขา
ทว่า มันโดดเดี่ยวเกินไป จึงลงไปหาเพื่อนเล่นที่หมู่บ้านตีนเขา หามนุษย์ที่มองเห็นมันได้
ด้วยเหตุผลบางประการ มนุษย์กลับหวาดกลัวมัน เรื่องเล่าเกี่ยวกับมันในหมู่บ้านเริ่มถูกแต่งเติมจนน่าสยดสยอง
มันเติบโตแข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีพวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกันเกิดขึ้นมาอีกมากมาย
จิตใจของมันเปลี่ยนจากความไร้เดียงสาในตอนแรกเริ่ม เป็นความเกลียดชังที่มีต่อมนุษย์
มันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ ทำไมมนุษย์ถึงวาดภาพให้มันชั่วร้ายขนาดนั้น?
เมื่อได้รับพลังมหาศาลมาครอบครอง มันจึงเริ่มแก้แค้นชาวบ้าน สั่งให้ลูกน้องจับคนกินสักสองสามคนในทุกๆ สองสามปี
ในเมื่อพวกมนุษย์หวาดกลัวมันนัก มันก็จะสนองความกลัวเหล่านั้น ให้พวกมันต้องจมอยู่กับความหวาดผวาไปตลอดกาล
"โฮก..."
แววตาของราชาวานรกลับมากระจ่างใส มันตระหนักว่าร่างกายกำลังเลือนหายไป... ตายแล้วสินะ
ในวาระสุดท้าย มันมองชายผู้ปลิดชีพมัน แววตาของชายผู้นั้นไร้ซึ่งความสุขหรือความเศร้า ไม่มีความรู้สึกใดๆ เปลี่ยนแปลงแม้จะเพิ่งสังหารมันลง ราวกับเขาแค่บี้มดตัวหนึ่งทิ้งเท่านั้น
คนผู้นี้ต่างหากที่น่าหวาดกลัวที่สุด!
"อึก"
"ล...ลุงคะ ม...มันตายแล้วเหรอ?"
อามาไนชะโงกหน้าออกมามองซากราชาวานรที่ครึ่งตัวเละเทะจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวและกำลังสลายไป เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ลุงคนนี้โหดเกินไปแล้ว...
เซนอิง จินเจี๋ยยักไหล่ สะบัดคราบเลือดที่ติดอยู่บนเมฆาล่องลอยทิ้ง "แล้วจะให้ทำไง?"
มันพุ่งมาใส่หน้าขนาดนี้ ถ้าไม่ฆ่าทิ้งจะให้เก็บไว้ทำไม?
จะให้เขายืนเฉยๆ ให้มันบีบคอเหรอ?
เสียศักดิ์ศรีแย่
"เฮ้ย! คุณ! คุณ!"
เกะโท สุงุรุทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ มาแย่งเหยื่อกันดื้อๆ แบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม?
เมื่อกี้เขายังจะขอบคุณอีกฝ่ายอยู่แท้ๆ
"โทษทีนะเจ้าหนูเกะโท ฉันลืมไปว่านายดูดกลืนเจ้านี่ได้ แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะเปราะบางขนาดนี้ด้วย"
หือ?
จินเจี๋ยที่กำลังคุยกับเกะโทชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
คัมภีร์ภายในร่างกายเริ่มสั่นสะเทือน
แรงดูดมหาศาลดึงพลังงานจากการสลายตัวของราชาวานรเข้าไปในคัมภีร์อย่างเงียบเชียบ
ทันใดนั้น กระแสความร้อนหนาแน่นก็ไหลทะลักจากคัมภีร์เข้าสู่จุดชีพจรของ 'ประตูด่านที่ห้า ประตูขีดจำกัด' แห่งทักษะแปดประตูด่านพลังภายในร่างกาย
เขารู้สึกได้เลยว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายส่วน
และตัวเลขที่แสดงบนคัมภีร์ จากเดิม 【ประตูขีดจำกัด 1%】 ก็เปลี่ยนเป็น 【ประตูขีดจำกัด 4%】!
แก้มของเซนอิง จินเจี๋ยกระตุกยิก
อะไรวะเนี่ย! ทำไมไม่บอกว่ามีฟังก์ชันนี้แต่แรก!