- หน้าแรก
- ส่งมอบโลกเซียนให้รัฐบาล ปฏิบัติการพาคนทั้งชาติไปเป็นเซียน
- บทที่ 10: ข้าเชื่อมั่นในประเทศชาติ!
บทที่ 10: ข้าเชื่อมั่นในประเทศชาติ!
บทที่ 10: ข้าเชื่อมั่นในประเทศชาติ!
เสียงของลู่หลีดังผ่านหยกพก ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง
แม้นี่จะไม่ใช่การส่งสารครั้งแรก แต่เมื่อทุกคนตระหนักว่าเสียงนี้มาจากปากของเพื่อนร่วมชาติผู้มาจากอีกโลกหนึ่ง
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง
นักวิชาการอาวุโสหวังถึงกับอดรนทนไม่ไหว รีบเปิดฉากการสนทนาทันที
“สหายเสี่ยวลู่! วัตถุจากโลกบำเพ็ญเพียรและข้อมูลตัวอักษรที่เจ้าส่งกลับมาคราวที่แล้วสำคัญมาก!”
“พวกเราค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากมันแล้ว!”
เสียงของหวังจื้อเหวินดังกังวาน ไม่เหมือนน้ำเสียงของคนชราเลยสักนิด
สุ้มเสียงที่ส่งผ่านหยกพกดังสะท้อนกลับมาข้างหูของลู่หลี
ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสะท้านใจ
‘การค้นพบครั้งใหญ่... หรือว่า...’
“ประเทศชาติสามารถสกัดพลังวิญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วจริงๆ หรือ?!”
ลู่หลีเอ่ยถาม ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
“เรื่องนั้นยังหรอก...”
“โครงสร้างสสารของโลกบำเพ็ญเพียรกับโลกของเรายังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก”
“ตอนนี้พวกเรายังอยู่ในระหว่างการศึกษา...แร่จิตวิญญาณทองคำครามนี้”
“แต่ทว่า! 《เคล็ดวิชาห้าธาตุ》 ที่เจ้าส่งกลับมาคราวที่แล้ว พวกเรามีการค้นพบครั้งใหญ่แล้ว!”
“《เคล็ดวิชาห้าธาตุ》? เคล็ดวิชาน่ะหรือ?”
“คะ... ค้นพบ...สิ่งใดหรือขอรับ”
ลู่หลีคาดไม่ถึงเลยว่าประเทศชาติจะก้าวหน้าในด้านเคล็ดวิชาไปก่อนก้าวหนึ่ง
เพื่อให้ลู่หลีเข้าใจสิ่งที่ตนพูดได้ดียิ่งขึ้น หวังจื้อเหวินจึงกวักมือเรียกสมาชิกทีมที่อยู่ข้างกาย
จากนั้นเครื่องฉายภาพจำลองสามมิติรุ่นล่าสุดขนาดเท่าฝ่ามือก็ถูกนำเข้ามา
“สหายเสี่ยวลู่ รบกวนเจ้าเร่งพลังวิญญาณขึ้นอีกหน่อย นำเครื่องฉายภาพจำลองนี้กลับไป ข้าจะอธิบายไปพลาง เจ้าก็ดูไปพลาง”
“เอ่อ... ได้ขอรับ...”
ลู่หลีอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะโคจรพลังวิญญาณทั่วร่างอย่างเต็มกำลัง พร้อมกันนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้พลังวิญญาณเหือดแห้งจนการสื่อสารขาดตอน
เขาจึงรีบรวบรวมสมาธินำแร่จิตวิญญาณทองคำครามก้อนหนึ่งที่เก็บสะสมไว้คราวก่อนออกมาจากมิติหยกพก
“วิ้ง~!”
เมื่อกำแร่จิตวิญญาณทองคำครามไว้ พลังวิญญาณเป็นสายๆ ก็ถูกลู่หลีดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้น มือของเขาก็ค่อยๆ ยื่นเข้าไปในแสงของหยกพก
วินาทีถัดมา เครื่องฉายภาพจำลองสามมิติที่คล้ายกับแท็บเล็ตก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
ต้องบอกเลยว่า การได้เห็นสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้ในโลกบำเพ็ญเพียร
ทำให้ลู่หลีรู้สึกมึนงงจนถึงขั้นคิดว่ามันเหนือจริง
หากไม่ใช่เพราะสัมผัสอันเย็นเฉียบที่คอยเตือนสติ เขาคงคิดว่าตนเองกำลังฝันไปจริงๆ
“สหายเสี่ยวลู่ เจ้าเปิดเครื่องฉายภาพจำลอง ข้างในมีไฟล์สาธิตที่เราเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว”
น้ำเสียงร้อนรนของหวังจื้อเหวินปลุกสติลู่หลีจากความภวังค์
“ได้... ทราบแล้วขอรับ”
ขานรับคำหนึ่ง ลู่หลีก็ใช้นิ้วเลื่อนเบาๆ
พร้อมกับเสียง ‘คลิก’
ล็อกหน้าจอของเครื่องฉายภาพจำลองถูกปลดออก
ทันใดนั้น ลำแสงสีฟ้าอ่อนที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งเทคโนโลยีก็ฉายออกมาจากด้านบนของหน้าจอ
ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าลู่หลี
ภาพฉายจำลองสามมิติที่สมจริงราวกับมีชีวิตปรากฏขึ้น
“สหายเสี่ยวลู่เจ้าดูสิ ที่ฉายอยู่เบื้องหน้าเจ้าคือภาพการโคจรพลังแบบดั้งเดิมของ《เคล็ดวิชาห้าธาตุ》”
“เคล็ดวิชานี้ ตามที่เจ้าบอก คือการดูดซับพลังวิญญาณทั้งห้าธาตุผ่านรากวิญญาณพร้อมกัน แล้วนำไปสะสมไว้ในร่างกายผ่านเส้นชีพจร”
“เมื่อพลังไหลเวียนครบรอบ จะนับเป็นหนึ่งรอบโคจร”
เสียงของหวังจื้อเหวินบรรยายไปทีละขั้นสอดคล้องกับภาพฉายสามมิติ
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้แน่ชัดว่าภาพฉายดำเนินไปถึงส่วนใดแล้ว
เห็นได้ชัดว่า เพื่อการสื่อสารในครั้งนี้ นักวิชาการอาวุโสท่านนี้ซักซ้อมมาไม่ต่ำกว่าพันครั้ง
‘คิดไม่ถึงเลยว่าประเทศชาติจะทำได้ถึงขั้นนี้’
‘เนื้อหาบนภาพฉายนี้เหมือนกับภาพนิมิตภายในกายยามบำเพ็ญเพียรทุกประการ ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย...’
‘สมแล้วจริงๆ จะดูถูกพลังของประเทศชาติไม่ได้เด็ดขาด...’
ทุกสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ลู่หลีอดทอดถอนใจด้วยความทึ่งไม่ได้
ยิ่งทำให้เขาคาดหวังกับสิ่งที่จะได้เห็นต่อไป
“สหายเสี่ยวลู่ หลังจากพวกเราใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์จำลองการคำนวณนับแสนครั้ง...”
“พวกเราพบว่า 《เคล็ดวิชาห้าธาตุ》นี้มีเส้นทางการโคจรที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้อย่างแน่นอน”
“การไหลเวียนที่ซับซ้อนบางขั้นตอนไม่มีความจำเป็นเลย หรือแม้แต่เส้นทางไหลเวียนบางจุดก็สามารถปรับเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้”
“ป... ปรับเปลี่ยน?”
ลู่หลีตะลึงงัน
ภาพฉายตรงหน้าพลันเปลี่ยนแปลงไป
เส้นทางการโคจรที่แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิงปรากฏขึ้นแก่สายตาเขา
จุดชีพจรมากมายตลอดจนจุดสำคัญต่างๆ ล้วนมีคำอธิบายประกอบอย่างละเอียด
“สหายเสี่ยวลู่เจ้าดูตรงนี้” น้ำเสียงของหวังจื้อเหวินแฝงแววตื่นเต้น
“เคล็ดวิชาเดิมกำหนดให้พลังวิญญาณไหลผ่านเส้นลมปราณปอดไท่อินมือและเส้นลมปราณไตเส้าอินเท้าพร้อมกัน ดูเหมือนสมดุล แต่ความจริงแล้ว...”
“พลังวิญญาณห้าธาตุจะเกิดการขัดแย้งทางคุณสมบัติเล็กน้อยที่จุดนี้ ทำให้เกิดการสูญเสียประสิทธิภาพภายใน”
บนภาพฉาย เส้นทางชีพจรทั้งสองเส้นเปล่งแสงสีแดงขึ้นพร้อมกัน
จำลองคลื่นความปั่นป่วนของพลังวิญญาณที่เกิดขึ้น ณ จุดนี้
“หลังจากผ่านการคำนวณจำลอง เราได้เปลี่ยน ‘การดูดซับพร้อมกัน’ เป็น ‘การดูดซับแบบพัลส์ตามลำดับ’! เจ้าดู...”
ภาพเปลี่ยนไป กระแสพลังวิญญาณห้าสีมิได้ไหลขนานกันอย่างราบเรียบอีกต่อไป
แต่กลับกลายเป็นคลื่นพลังงานเป็นห้วงๆ ที่มีจังหวะจะโคน ราวกับทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีทยอยผ่านด่านแคบๆ ตามลำดับ
“ธาตุทองนำร่อง อาศัยคุณสมบัติความคมกริบขยายช่องทางชีพจรชั่วคราว ธาตุน้ำตามติด เพื่อหล่อเลี้ยงและทำให้มั่นคง”
“ธาตุไม้ฟื้นฟู ซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยที่เกิดจากพัลส์”
“ธาตุไฟระเบิดพลัง กระตุ้นการทำงานของเส้นชีพจรขึ้นไปอีกขั้น สุดท้ายธาตุดินปิดท้าย... อัดพื้นฐานให้แน่นและเตรียมพร้อมสำหรับการไหลเวียนพัลส์รอบถัดไป”
“การดูดซับพลังวิญญาณแต่ละคุณสมบัติ ล้วนสร้างสภาพแวดล้อมการไหลเวียนที่ดียิ่งขึ้นให้กับคุณสมบัติถัดไป!”
“จากการคำนวณของพวกเรา... 《เคล็ดวิชาห้าธาตุ》ที่ปรับปรุงแล้ว ในทางทฤษฎี... อย่างน้อยจะเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้สามถึงห้าเท่า!”
“นี่...”
ในสมองของลู่หลีราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมา
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นสามถึงห้าเท่า...
นี่หมายความว่าอย่างไร
นี่ไม่ใช่แค่การปรับปรุงอีกต่อไปแล้ว
นี่มันคือการยกระดับเคล็ดวิชาพื้นฐานดาษดื่น ให้กลายเป็นเคล็ดวิชาระดับสุดยอดดีๆ นี่เอง!
ความสามารถในการวิเคราะห์และปรับแต่งอันน่าสะพรึงกลัวที่ศักยภาพของประเทศชาติแสดงออกมา ทำให้เขาได้สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของ “การบำเพ็ญเพียรเชิงวิทยาศาสตร์” อย่างแท้จริง!
“อึก~!”
“ท่านอาวุโสหวัง... นี่...นี่มันทำได้จริงหรือขอรับ”
ลู่หลีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่รู้จะพูดอะไรดี
พอคำพูดนี้หลุดออกมา หวังจื้อเหวินกลับเงียบไปกะทันหัน
บรรยากาศพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที
นั่นสินะ การสาธิตเมื่อครู่ทั้งหมดล้วนเป็นทฤษฎี
หากลู่หลีต้องการลองฝึกฝนจริงๆ ความเสี่ยงย่อมมหาศาลแน่นอน
หากล้มเหลวหรือธาตุไฟเข้าแทรก...
“สหายลู่หลี ข้าคือหลีหยวนเฉา”
“ที่อาวุโสหวังพูดเมื่อครู่ล้วนเป็นเพียงทฤษฎี คำแนะนำของข้าคือเจ้าอย่าได้ลองฝึกฝนอย่างผลีผลาม”
“เจ้าสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ ส่วนสถานการณ์ลำบากของเจ้าในตอนนี้... พวกเราค่อยหาวิธีอื่นกัน”
“อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของเจ้าต้องมาก่อนเสมอ”
เสียงที่ดังผ่านหยกพกเปลี่ยนเป็นของหลีหยวนเฉา
ลู่หลีได้ยินดังนั้น ก็อดเงียบไปไม่ได้
แม้เขาจะไม่อยากเชื่อว่าเพียงไม่กี่วันประเทศชาติจะทำได้ถึงขั้นนี้
แต่เมื่อมองดูภาพฉายการบำเพ็ญเพียรที่ละเอียดถี่ยิบตรงหน้า เส้นทางที่ไร้ประสิทธิภาพซึ่งกะพริบแสงสีแดงไม่หยุด...
สัญชาตญาณบอกเขาว่า... ลองดูได้!
ลู่หลีสูดหายใจเข้าลึกๆ กำหยกพกในมือแน่น น้ำเสียงค่อยๆ หนักแน่นขึ้น “ข้า... เชื่อมั่นในประเทศชาติ!”