บทที่ 29
บทที่ 29
บทที่ 29
【ปีที่สิบสาม】
【ท่านศึกษาการปรุงยาควบคู่ไปกับการสั่งสอนลูกศิษย์เซวียเมี่ยวอวิ๋น แต่ท่านกลับคิดไม่ถึงเลยว่านางจะมีพรสวรรค์ในการปรุงยาด้วย และนางยังชี้จุดบกพร่องในการปรุงยาของท่านอีกต่างหาก】
【และด้วยความช่วยเหลือของนาง ฝีมือการปรุงยาของท่านจึงก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด และในที่สุด ท่านก็ปรุงยาทะลวงด่านสำเร็จ】
【ปีที่สิบสี่ ท่านเชี่ยวชาญวิธีการปรุงยาปราณแท้】
【ปีที่สิบห้า ภายใต้คำชี้แนะของเซวียเมี่ยวอวิ๋น ท่านจึงปรุงยาทำลายระดับสำเร็จ】
【ขณะที่ประคองยาทำลายระดับอยู่ มือของท่านก็ถึงกับสั่นเทาไม่หยุดเพราะความตื่นเต้น】
【"เอาไปให้พ่อของเจ้าเสีย" ท่านยื่นยาเม็ดนั้นให้แก่เซวียเมี่ยวอวิ๋น】
【แต่นางกลับส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เป็นไร ท่านพ่อมีอยู่สองเม็ดแล้ว"】
【ท่านตะลึงงันอยู่กับที่ พลางครุ่นคิดว่า—ยาทำลายระดับที่นางมอบให้แก่ตนเองในการจำลองครั้งก่อน ที่แท้ก็เป็นของที่พ่อของนางให้แก่นางก่อนจะจากไปนี่เอง!】
【ท่านรู้สึกถึงความอบอุ่นขึ้นมาทันที】
【หลายวันผ่านไป จู่ๆ ท่านก็นึกขึ้นมาว่า ปีหน้าคือเวลาที่น้องสาวจะหายตัวไป ท่านจึงต้องการจะเดินทางกลับไปยังเมืองหลงหยาง】
【แต่เซวียอวิ๋นเทา กลับอ้อนวอนขอให้ท่านอยู่ต่ออีกสองเดือน เพื่อช่วยคุ้มกันระหว่างที่เขาจะเลื่อนระดับเป็นมหาปรมาจารย์ ซึ่งท่านก็ตอบตกลง】
【สองเดือนต่อมา สองสามีภรรยาตระกูลเซวียที่เลื่อนระดับสำเร็จ ก็มายืนส่งท่านที่หน้าประตูเมือง】
【ส่วนเซวียเมี่ยวอวิ๋นกลับตื๊อไม่เลิก ว่าจะขอติดตามไปด้วย ท่านจึงไม่มีทางเลือก แล้วต้องหิ้ว 'ตัวภาระน้อย' ออกเดินทางไปด้วยกัน】
【ปีที่สิบหก】
【นับตั้งแต่พาเซวียเมี่ยวอวิ๋นกลับมายังตระกูลฉิน แม่ของท่าน หลินเสวี่ยผิงก็ดึงตัวนางไปคุยด้วยกันทุกวัน】
【ส่วนพ่อของท่านก็เร่งรัดให้ท่านแต่งงานเร็วๆ แต่ก็ถูกท่านพูดจาบ่ายเบี่ยงเอาตัวรอดอยู่ทุกครั้ง】
【ท่านสังเกตเห็นว่าน้องสาวฉินอวี้มีท่าทีผิดปกติไปจากเดิม—มักจะหายตัวไปบ่อยๆ พอกลับมาก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา】
【เย็นวันหนึ่ง ฉินอวี้ก็มาหาท่าน แล้วกล่าวว่า "พี่ชาย ตอนนี้ท่านเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตระกูลฉินแล้ว…เซวียเมี่ยวอวิ๋นก็เป็นคนดี ท่านควรแต่งงานกับนาง"】
【"เจ้ามีเรื่องอะไรกลัดกลุ้มอยู่อย่างงั้นหรือ?" ท่านถามออกไปตรงๆ】
【"เรื่องบางเรื่องไม่รู้จะดีกว่า ท่านมีความลับของท่าน ข้าเองก็มีความลับของข้า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังผิดปกติ】
【และนี่ยังเป็นการสนทนาที่ปกติที่สุดระหว่างพวกท่านทั้งสองคนอีกด้วย】
【ท่านรู้สึกว่านางมีเรื่องกลัดกลุ้มบางอย่างอยู่ แต่เมื่อนางไม่พูด ท่านจึงไม่เซ้าซี้นางเช่นกัน】
【พอรุ่งสาง ฉินอวี้ก็หายตัวไป】
【นางทิ้งจดหมายหนึ่งฉบับ โดยบอกว่าจะออกไปท่องยุทธภพ】
【ปีที่สิบแปด ท่านทิ้งยาทะลวงด่านสองเม็ดให้กับพ่อแม่ แล้วพาเซวียเมี่ยวอวิ๋นออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง】
【ทันทีที่กลับถึงเมืองหลวง เฉิงเหวินปั๋วก็พาเฉิงหรงหรงมาเยี่ยมเยียนถึงประตูบ้าน】
【ภายในลานบ้าน เฉิงหรงหรงและเซวียเมี่ยวอวิ๋น ภายนอกดูเหมือนยิ้มแย้มให้กัน แต่ลึกๆ ภายใน กลับก่นด่ากันจนยับเยิน ต่อจากนั้น ต่างฝ่ายต่างก็งัดเล่ห์เหลี่ยมแปดร้อยกระบวนท่าออกมาเชือดเฉือนกัน ราวกับขวางหูขวางตากันเสียทุกเรื่อง】
【วันนี้ ท่านและเฉิงเหวินปั๋วก็กำลังวางแผนกันอยู่ในห้อง และเมื่อฟังแผนการของท่านจบ เฉิงเหวินปั๋วถึงกับตบโต๊ะพลางกล่าวว่า "ยอดเยี่ยม! แผนของท่านช่างอำมหิตนัก!"】
【ปีที่สิบเก้า ยาโพธิสัตว์จางเหรินจิ่งถูกลอบสังหาร ตระกูลจางถูกฆ่าล้างโคตร】
【ปีที่ยี่สิบ ตระกูลเฉิง บ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ปลุกปั่นให้เกิดการกบฏ ราชวงศ์เยียนเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่และในเวลาเดียวกัน เจ้าเมืองต่างๆ ทั่วสารทิศต่างก็ตั้งตนเป็นใหญ่ โดยราชสำนักไร้กำลังจะปราบปราม】
【ปีที่ยี่สิบเอ็ด】
【ขณะที่ท่านกำลังสร้างวิชายุทธ์อยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงการต่อสู้จากทิศทางของวังหลวง】
【ท่านขึ้นไปบนหลังคา—ก็เห็นมหาปรมาจารย์สามคนกำลังรุมโจมตีเซียวเทียนซื่ออยู่!】
【ท่านเห็นเฉิงเหวินปั๋ว ฟางเยี่ยนปั๋วและเยว่เทียนสงร่วมมือกันสู้กับเซียวเทียนซื่อจนวิชาเทพวัชระคงกระพันเริ่มปรากฏรอยร้าวให้เห็นลางๆ】
【และทันใดนั้นเอง จู่ๆ เหลิ่งอู๋เฉินก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วลอบโจมตีจนวิชาเทพวัชระคงกระพันของเซียวเทียนซื่อถูกทำลาย】
【มหาปรมาจารย์ทั้งสี่ร่วมมือกัน ในที่สุดก็สังหารเซียวเทียนซื่อสำเร็จ】
【ต่อจากนั้น ภายในวังหลวงก็เกิดเสียงฆ่าฟันดังระงมไปทั่ว】
【ท่านฉวยโอกาสลอบเข้าไปยังสำนักวิถียุทธ์เพื่อกวาดเอาวิชาของเซียวเทียนซื่อ】
【ท่านพบวิชาจำนวนมาก แต่เลือกหยิบมาเพียงสามเล่มที่เป็นวิชาระดับสุดยอดเท่านั้น ซึ่งก็คือวิชาเทพวัชระคงกระพัน วิชาย่างก้าวท่องคลื่นและวิชาเทพไร้ลักษณ์】
【สามวันต่อมา จักรพรรดิราชวงศ์เยียนสวรรคต จักรพรรดิน้อยวัยสองขวบขึ้นครองราชย์】
【ปีที่ยี่สิบสอง ใต้หล้าโกลาหลวุ่นวาย ราชวงศ์จิ้นเริ่มรุกรานอย่างหนัก ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ราชวงศ์เยียนเหลือเพียงชื่อโดยไร้ซึ่งอำนาจ】
【ปีที่ยี่สิบสาม】
【ต้องขอบคุณน้ำนมวิญญาณชีพจรปฐพี ความเร็วในการฝึกฝนของท่านจึงก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด แล้วประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์ขั้นปลาย】
【และท่านยังสร้างวิชายุทธ์วิชาแรกของตนเองขึ้นมาสำเร็จอีกด้วย—ซึ่งก็คือ"หมัดมังกรปราบพยัคฆ์" เมื่อปล่อยหมัดออกไป จะก่อตัวเป็นมังกร พอกระทบเป้าหมายจะระเบิดออกราวกับดอกไม้ไฟ】
【เซวียเมี่ยวอวิ๋นบอกว่าชื่อของท่านเชยอย่างยิ่ง หลังจากนางเป่ายิ้งฉุบชนะ ก็บังคับตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "ฝ่ามือสายรุ้งอัสนีบาต"】
【ปีที่ยี่สิบสี่】
【ท่านทุ่มเทฝึกฝนวิชาระดับสุดยอดทั้งสาม ซึ่งก็คือวิชาเทพวัชระคงกระพัน วิชาย่างก้าวท่องคลื่นและวิชาเทพไร้ลักษณ์อย่างหนัก แต่จนแล้วจนเล่า ก็ยังฝึกไม่สำเร็จเสียที】
【ปีที่ยี่สิบห้า】
【แม้ภายนอกเมืองหลวงจะดูสงบ แต่เบื้องหลัง กองกำลังทั้งสี่กลับกำลังต่อสู้กันทั้งที่ลับและที่แจ้ง】
【ท่านไปหาตระกูลเฉิง แล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ดึงเยว่เทียนสงกับเหลิ่งอู๋เฉินมาเป็นพวก แล้วรวมกันกำจัดฟางเยี่ยนปั๋วก่อน"】
【เฉิงเหวินปั๋วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า : "หากพวกเขาไม่ตกลงเล่า?"】
【"ขอเพียงข้อเสนอเย้ายวนพอ พวกเขาย่อมต้องตกลงแน่ ฟางเยี่ยนปั๋วกุมอำนาจทางทหาร หากไม่ชิงลงมือก่อน พวกท่านจะถูกกำจัดไปทีละคน"】
【เมื่อท่านเห็นเขายังคงลังเลอยู่ จึงกล่าวต่อว่า "ท่านวางใจเถิด ข้าจะคอยช่วยเหลืออยู่ในที่ลับ"】
【เฉิงเหวินปั๋วตบโต๊ะตกลงทันที พร้อมทั้งเอ่ยปากว่าหลังจากเสร็จเรื่องแล้ว ท่านจะต้องแต่งงานกับเฉิงหรงหรง ซึ่งท่านก็ตอบตกลงทันที】
【หนึ่งเดือนต่อมา สามกองกำลังคือ เฉิงเหวินปั๋ว เยว่เทียนสงและเหลิ่งอู๋เฉิน ก็ร่วมมือกันกวาดล้างบ้านกั๋วกงจนราบคาบ แล้วฟางเยี่ยนปั๋วก็ถูกสังหาร】
【ท่านชื่นชมเฉิงเหวินปั๋วเป็นอย่างมาก พลางครุ่นคิดว่า คนผู้นี้ช่างมีความสามารถยิ่งนัก กลับเกลี้ยกล่อมอีกสองกองกำลังสำเร็จจริงๆ ด้วย】
【หลังจบเรื่อง เฉิงเหวินปั๋วรีบเข้าควบคุมอำนาจทางทหารอย่างเบ็ดเสร็จ กวาดล้างกองกำลังเดิมของบ้านกั๋วกงจนเกลี้ยง แล้วสับเปลี่ยนคนของตนเองเข้าไปแทนที่ทั้งหมด】
【ปีที่ยี่สิบหก】
【เยว่เทียนสงและเหลิ่งอู๋เฉินนำคนมาปิดล้อมบ้านตระกูลเฉิง】
【"เฉิงเหวินปั๋ว ตอนที่ร่วมมือกันกำจัดฟางเยี่ยนปั๋ว พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะต้องหันมาจัดการพวกเรา เช่นนั้นก็อย่าโทษที่พวกเราชิงลงมือก่อนเลย" เยว่เทียนสงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา】
【เฉิงเหวินปั๋วตีหน้าเคร่งเครียด พลางกล่าวว่า "ทั้งสองท่าน อย่างไรเสียเราก็เคยร่วมมือกัน มีอะไรก็ค่อยๆ พูดจาหารือกันเถิด..."】
【"จะไปพูดให้มากความกับเขาอีกทำไมกัน!" เหลิ่งอู๋เฉินโบกมือขึ้นทันที และยอดฝีมือจากพันธมิตรยุทธ์และสำนักวังหลวงต่างก็บุกทะลวงเข้าบ้านตระกูลเฉิงอย่างรวดเร็ว】
【แต่พวกเขากลับคิดไม่ถึงเลยว่า บ้านตระกูลเฉิงกลับวางกำลังซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าห้ำหั่นกันจนเลือดนองเป็นสายน้ำ】
【และในขณะเดียวกัน สามมหาปรมาจารย์ก็เปิดฉากต่อสู้กันกลางอากาศ ทุกครั้งที่ปะทะกัน ก็จะเกิดเสียงระเบิดขึ้นอยู่เสมอ】
【แต่ในช่วงเวลาวิกฤตนั้นเอง ท่านและเซวียอวิ๋นเทาที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดก็ลงมือทันที โดยแยกย้ายกันเข้าโจมตีเยว่เทียนสงและเหลิ่งอู๋เฉิน】
【เหลิ่งอู๋เฉินหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องพบว่าปลายหอกของเซวียอวิ๋นเทากลับแทงเข้ามาถึงตรงหน้าของตนเองเสียแล้ว เขาที่หลบหลีกไม่ทัน จึงถูกหอกแทงจนศีรษะปลิวกระเด็น】
【ศีรษะของเขาหมุนคว้างกลางอากาศ พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว】
【ในขณะเดียวกัน ท่านก็ใช้วิชามังกรท่องซัดหมัดเข้าใส่เยว่เทียนสง หมัดของท่านก่อตัวเป็นมังกร ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่ว】
【เยว่เทียนสงผวาจนเหงื่อแตกพลั่ก รีบหลบหลีกด้วยความหวาดกลัว แต่เฉิงเหวินปั๋วก็ฉวยโอกาสนั้นลงมืออย่างรวดเร็ว ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าผากของเขา】
【"ผัวะ!" กะโหลกศีรษะแตกละเอียด มันสมองสาดกระจาย ตายคาที่ทันที】
【เมื่อเยว่เทียนสงและเหลิ่งอู๋เฉินตาย คนของพันธมิตรยุทธ์และสำนักวังหลวงต่างพากันตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก】
【ท่านก็รีบตะโกนออกไปว่า "ผู้ที่ยอมจำนนจะละเว้นโทษตาย!"】
【ฉางชิงอี หัวหน้าสาขาแห่งพันธมิตรยุทธ์เป็นคนแรกที่ยอมจำนน"ข้าขอยอมจำนน"】
【ท่านยิ้มให้กับเขา พลางกล่าวว่า"ดี ต่อไปเจ้าคือประมุขพันธมิตรคนใหม่"】
【สิ้นคำกล่าว ท่านก็โยน "ยาทำลายระดับ" ให้แก่เขา】
【ฉางชิงอีมองดูยาบนฝ่ามือ ก่อนจะรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นเต้น "ข้าขอสาบานว่าจะจงรักภักดีด้วยชีวิต!"】
【และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า…พวกท่านทั้งสองคนกำลังเล่นละครกันอยู่】