บทที่ 11
บทที่ 11
บทที่ 11
【เดือนที่สาม】
【เพราะระดับยุทธ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ท่านจึงฝึกฝนวิชาย่างก้าวไร้ร่องรอยและวิชาดาบทะลวงอากาศจนบรรลุถึงขั้นความสำเร็จเล็ก】(**ระดับความเชี่ยวชาญ : ขั้นพื้นฐาน, ขั้นความสำเร็จเล็ก, ขั้นความสำเร็จใหญ่, ขั้นสมบูรณ์**)
【และเมื่อมาถึงขั้นความสำเร็จเล็ก ความเร็วของวิชาย่างก้าวไร้ร่องรอยของท่านก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แม้แต่วิชาดาบทะลวงอากาศก็มีพลังโจมตีเป็นเท่าตัวเช่นกัน!】
【แม่ของท่านมาบอกกับท่านว่า นางหมั้นหมายให้ท่านแล้ว—ซึ่งฝ่ายหญิงคือเมิ่งตั่วตั่ว บุตรสาวของผู้ว่าการอำเภอ】
【ท่านรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที เพราะท่านรู้ว่าอีกหนึ่งปี หลังจากที่เมิ่งตั่วตั่วถอนหมั้น ก็จะเป็นวันที่ตระกูลฉินต้องล้มสลาย】
【ท่านไม่คิดจะนั่งรอความตาย แล้วเลือกจะเป็นฝ่ายลงมือก่อน ท่านมาหาพ่อโดยขอติดตามออกไปหาประสบการณ์ด้วย แต่ความจริงแล้ว ท่านเพียงแค่ต้องการจะสืบหาตัวการหลักที่อยู่เบื้องหลังก็เท่านั้น】
【พ่อของท่านตบไหล่ของท่านด้วยความปลาบปลื้ม พลางกล่าวว่า: "เฉินเอ๋อร์ พ่อไม่เคยต้องการอะไรจากเจ้ามากนักขอแค่เจ้าช่วยสืบทอดทายาทให้แก่ตระกูลฉินต่อไปก็เพียงพอแล้ว"】
【จากนั้น เขาก็กระซิบข้างหูของท่าน พลางกดเสียงให้ต่ำลง: "บรรพบุรุษของเราเคยเป็นเชื้อพระวงศ์! โดยบรรพชนฉินโม่เป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าฉินเมื่อสองพันปีก่อน แต่น่าเสียดายที่ต้องล่มสลายไปเพราะมหาภัยพิบัติพันปี!" 】
【นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อของท่านพูดเรื่องเหล่านี้ให้ท่านฟัง ท่านจึงคาดเดาว่า เขาคงจะกลัวว่าท่านจะฝึกยุทธ์จนหลงละเริง แล้วไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย】
【วันเวลาต่อจากนั้น—กลางคืน ท่านก็จะฝึกยุทธ์ พอถึงกลางวัน ท่านก็จะติดตามพ่อไปทำงาน ทุกวันช่างเป็นวันที่เต็มไปด้วยสาระ】
【เดือนที่สี่】
【ท่านไม่ลืมฉู่ฉู่ที่ขายตัวเพื่อต้องการฝังศพแม่ หลังจากช่วยจัดการศพแม่ของนางแล้ว ท่านก็รับนางมาเป็นสาวใช้และยังจัดแจงให้นางฝึกยุทธ์เหมือนเช่นเดิม】
【แต่ฉู่ฉู่กลับสงสัยและระแวดระวังท่าน—เพราะความหวังดีที่มากเกินไปของท่าน ทำให้นางเกิดความเคลือบแคลง】
【ท่านครุ่นคิดว่า วันข้างหน้าคงจะต้องรู้จักเสแสร้งบ้างเสียแล้ว】
【เดือนที่ห้า】
【ท่านติดตามพ่อไปยังบ้านของผู้ว่าการอำเภอ】
【ท่านคุ้นเคยกับผู้ว่าการอำเภอเมิ่งเหวินปินเป็นอย่างดี เพราะบุตรชายของเขา เมิ่งฮ่าวก็เป็นคนเสเพลเหมือนกับท่านเช่นกัน】
【ระหว่างที่พ่อของท่านกับเมิ่งเหวินปินคุยกันอยู่ เมิ่งฮ่าวก็ลากท่านไปยังลานหลังบ้าน ซึ่งเมิ่งตั่วตั่วก็อยู่ที่นั่นด้วย】
【เมิ่งฮ่าวพูดติดตลกว่า: "สหาย เรามาเกี่ยวดองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกันดีหรือไม่ เจ้าแต่งกับน้องสาวของข้า ข้าก็แต่งกับน้องสาวของเจ้า"】
【แต่ท่านกลับตอบปัดไปอย่างส่งเดชว่า: "พอยัยเด็กฉินอวี้โตขึ้นจะต้องเป็นนางเสือร้ายแน่ เจ้าไม่กลัวจะโดนนางจับกินรึ?" 】
【เมิ่งตั่วตั่วที่อยู่ข้างๆ พวกท่าน จู่ๆ ก็เอ่ยแทรกขึ้นว่า: "ฉินเฉิน ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ข้ามีกฎสามข้อที่ต้องการจะตกลงกับเจ้าก่อน"】
【ท่านถึงกับมีสีหน้าที่เหลือเชื่อขึ้นมาทันที พลางครุ่นคิดว่า : ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ นางหวังจะถอนหมั้นอยู่ตลอดหรอกหรือ?】
【ทำไมท่าทีถึงเปลี่ยนไปแล้วเล่า?】
【เป็นเพราะข้าทะลวงเข้าสู่ระดับโฮ่วเทียนหรือไม่?】
【ท่านไม่แยแสต่อข้อเรียกร้องของเมิ่งตั่วตั่วอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสีย อีกหนึ่งปีก็จะต้องถอนหมั้นอยู่ดี จึงตอบตกลงไปอย่างลวกๆ ว่า: "อือ ว่ามาเถิด"】
【เมิ่งตั่วตั่วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า: "ข้อแรก หลังแต่งงาน ข้าต้องเป็นใหญ่ ข้อสอง ห้ามไปหอเทียนเชียงอีกข้อสาม ถ้าข้าไม่ให้เข้าห้อง เจ้าก็ห้ามเข้า" 】
【เมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พลางกล่าวว่า: "เจ้าว่าน้องสาวของข้ากับน้องสาวของเจ้า ใครเหมือนนางเสือร้ายมากกว่ากันเล่า?"】
【คำพูดของเมิ่งฮ่าวก็ยั่วโมโหเมิ่งตั่วตั่วเข้าอย่างจัง นางจึงกระโดดเตะเมิ่งฮ่าวจนกระอักเลือดออกมา】
【ท่านมองดูสภาพอันน่าเวทนาของเมิ่งฮ่าว ก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่ง พลางครุ่นคิดว่า: ช่างโชคดียิ่งนัก ที่อีกหนึ่งปีก็จะถอนหมั้นกับนางแล้ว】
【ท่านก็รีบมาพยุงเมิ่งฮ่าว แล้วอ้างว่าจะพาเขาไปรักษาตัว และระหว่างทาง ท่านก็ฉวยโอกาสเดินสำรวจบ้านของผู้ว่าการอำเภอไปด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ】
【เดือนที่หก】
【หลังจากติดตามพ่อมานาน ท่านถึงรู้ว่าเมื่อก่อน ท่านกลับไม่เคยรู้จักตัวตนจริงๆ ของเขาเลยสักนิด 】
【ทุกวันพ่อของท่านจะตื่นแต่เช้ามืดมาฝึกยุทธ์ จากนั้นก็ไปสมาคมการค้า สมาคมสมุนไพร ตลาดสมุนไพร และยังต้องคอยวิ่งเต้นสร้างเส้นสายไปทั่ว... 】
【ลำพังแค่เดินตามพ่อไปด้วย ท่านก็เหนื่อยจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาแล้ว】
【ที่แท้เงินหลายพันตำลึงในแต่ละเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดที่จะหามา 】
【เมื่อมองดูพ่อในแต่ละวัน ท่านก็ทั้งซาบซึ้งและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน พลางครุ่นคิดว่า—ตระกูลฉินที่ต้องตรากตรำหาเงินอย่างเหนื่อยยากเช่นนี้ กลับยังมีคนคิดจะฆ่าอีกรึ! 】
【เดือนที่เก้า】
【จู่ๆ หัวหน้าผู้ตรวจการแห่งกองตรวจการเมืองหนานเจียง นามสงเว่ยเหา ก็มาเยือนอย่างกะทันหัน】
【และนี่ยังคือหนึ่งในฆาตกรด้วย!】
【ท่านยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความตึงเครียด พลางเงี่ยหูฟังบทสนทนาของพวกเขา】
【สงเว่ยเหาเรียกร้องขอเพิ่มปริมาณยาที่ต้องส่งมอบ และพ่อของท่านก็ตอบตกลงอย่างว่าง่าย ซ้ำยังยัดถุงเงินใส่มือของเขาอีกต่างหาก】
【จากบทสนทนานั่น ท่านจึงรู้ว่า พ่อและสงเว่ยเหาเคยเป็นขุนนางที่เคยร่วมงานกันมาก่อน】
【ท่านคาดเดาว่า สงเว่ยเหาน่าจะไม่ใช่ตัวการหลัก เช่นนั้นก็เหลือคนน่าสงสัยเพียงคนเดียว นั่นก็คือ—บุคคลลึกลับผู้นั้น!】
【ปีที่สอง】
【แม้วันถอนหมั้นจะใกล้เข้ามาทุกที แต่กลับไม่มีข่าวคราวอะไรออกมาเลย】
【แต่กลับมีข่าวดีของน้องสาวของท่านแทน ซึ่งนางทะลวงเข้าสู่ระดับโฮ่วเทียนแล้ว และครอบครัวของผู้ว่าการอำเภอก็ยังมาร่วมแสดงความยินดีด้วย 】
【ทำไมถึงต่างจากการจำลองครั้งแรก!】
【เหตุใดถึงไม่มีการถอนหมั้น?】
【ท่านเฝ้ารอต่อไป】
【หนึ่งเดือนผ่านไป บ้านตระกูลฉินยังคงสงบสุขดีเหมือนเช่นเดิม 】
【สองเดือนผ่านไป บ้านตระกูลฉินทุกอย่างยังคงเป็นปกติ 】
เมื่อมองดูการจำลอง ฉินเฉินก็ถึงกับมึนงงไปเลย:
"ระบบ เกิดข้อผิดพลาดบางอย่างขึ้นหรือไม่?"
【ติ๊ง! โปรดอย่าสงสัยในความสามารถของระบบ】
"แล้วทำไมตระกูลฉิน ถึงยังไม่ถูกทำลายอีกเล่า?"
ฉินเฉินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที เพราะการไม่รู้ถึงต้นเหตุของการทำลายตระกูลฉิน สำหรับเขาแล้ว มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
【ติ๊ง! ระบบรับผิดชอบแค่การจำลอง บริการอื่นๆ... ต้องจ่ายเงินเพิ่ม】
"มีบริการอื่นๆ ด้วยรึ?"
"เท่าไหร่? ข้ามีเงิน!"
【ติ๊ง! ระบบไม่รับเงินจากทางโลกของท่าน รอให้ท่านมีความสามารถเมื่อไหร่ ระบบจะแจ้งให้ทราบเรื่องค่าใช้จ่ายเอง】
【ติ๊ง! เชิญชมการจำลองต่อ】
【แม้จะไม่มีชายชุดดำมาทำลายตระกูลฉิน แต่ความตึงเครียดของท่านกลับยังคงไม่จางหายไป 】
【ท่านจึงคิดหาวิธีรับมืออยู่ทุกวันจนนึกถึงหอเทียนเชียงขึ้นมา แล้วแผนการเสี่ยงๆ บางอย่างก็ปรากฏขึ้น】
【เมื่อท่านมาถึงหอเทียนเชียง เสี่ยวหยาที่เห็นท่านเข้าพอดี ก็รีบวิ่งเข้ามาหาท่านด้วยรอยยิ้ม พลางกล่าวว่า : "คุณชายฉิน ไม่เจอกันตั้งหนึ่งปี ข้าก็นึกว่าท่านเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก!" 】
【ท่านเปิดไพ่ทันที: "หัวหน้างานเซียวให้ข้ามาหาหัวหน้าสาขาเฉียว"】
【แต่เสี่ยวหยาก็ยังคงแสร้งทำไขสือต่อไป: "คุณชายพูดเรื่องอะไรอยู่หรือ?" 】
【ท่านก็เอ่ยเสียงที่เย็นชาออกมาว่า: "สำนักวังหลวง" 】
【คำกล่าวของท่านก็ทำเอาสีหน้าของเสี่ยวหยาเปลี่ยนไปทันที แล้วนางก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็วและเพียงไม่นานก็กลับมาอีกครั้ง แล้วพาท่านขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอเทียนเชียง 】
【ชั้นบนสุดเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีระเบียงอยู่สี่ทิศ ซึ่งใช้สำหรับมองทิวทัศน์ของเมืองหลงหยาง】
【และที่นั่นก็มีสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งรับรอง ซึ่งสายตาของนางก็กำลังจ้องมองมาที่ท่าน—นางคือเจ้าของสาขาหอเทียนเชียง นามว่า หัวหน้าสาขาเฉียว ผู้กุมเครือข่ายข่าวกรองแห่งเมืองหลงหยางนั่นเอง 】
【เมื่อท่านนั่งลงก็เปิดบทสนทนาอย่างไม่อ้อมค้อม: "ช่วงนี้มีใครคิดจะลงมือกับตระกูลฉินบ้างหรือไม่?" 】
【"กล้าแอบอ้างชื่อของหัวหน้างานเซียว รู้หรือไม่ว่าจะมีจุดจบเช่นไร?" หัวหน้าสาขาเฉียวจิบชาอย่างช้าๆ 】
【เป็นดังที่ท่านคาดเดาไม่มีผิด หัวหน้าสาขาแต่ละสาขาล้วนขึ้นตรงต่อหัวหน้างานเซียวแห่งหอข่าวกรองเมืองหลวงทั้งหมด 】
【ท่านยังคงเล่นละครตบตาต่อไป: "ข้าต้องการพบรองผู้บัญชาการต้วน"】
【"รออยู่ที่นี่ก่อน ข้าส่งสารไปหาหัวหน้างานเซียวแล้ว แต่หากสิ่งที่เจ้าพูดไม่ใช่ความจริง..." หัวหน้าสาขาเฉียวก็วางถ้วยชาลง ก่อนจะจ้องมองท่านเขม็ง】
【หกชั่วโมงผ่านไป เมื่อฟ้าเริ่มมืด ท่านก็รู้สึกอยากจะกลับบ้านขึ้นมา แต่กลับถูกขวางไม่ให้กลับ ท่านจึงจำต้องค้างอยู่ที่นี่ต่อไป ซึ่งหัวหน้าสาขาเฉียวก็เฝ้าจับตามองท่านอยู่ไม่ห่าง】
【เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ก็มีจดหมายตอบกลับ—หัวหน้างานเซียวปฏิเสธว่าไม่รู้จักท่าน และสั่งให้คุมตัวท่านกลับไปยังเมืองหลวงอย่างลับๆ】
【หัวหน้าสาขาเฉียวลงมือทันที และด้วยพลังระดับเซียนเทียนก็ทำให้ท่านไม่มีกำลังจะต่อต้าน เพียงฝ่ามือเดียวก็ฟาดท่านจนสลบเหมือดไปเลย】
【ท่านที่หมดสติ ก็ถูกหัวหน้าสาขาเฉียวกรอกยาสลบ และถูกคุมตัวส่งไปยังเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว】
【เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท่านก็มาอยู่ในคุกใต้ดินของสำนักวังหลวงแล้ว และผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของท่านก็คือหัวหน้างานเซียวนั่นเอง】
【"เจ้ารู้นามของข้ามาจากที่ไหน?" หัวหน้างานเซียวถามเข้าประเด็นทันที】
【ท่านปั้นน้ำเป็นตัว ก่อนจะเริ่มพูดถึงโครงสร้างห้าหน่วยของสำนักวังหลวงและการทำงานของหอข่าวกรอง และถึงขั้นอ้างชื่อรองผู้บัญชาการต้วนออกมาด้วย】
【หัวหน้างานเซียวยิ่งฟังก็ยิ่งตกตะลึง!】
【ครู่ต่อมา ต้วนคุนก็มาถึง】
【ท่านรีบเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับเขาทันทีว่า: "ข้าต้องการเข้าร่วมสำนักวังหลวงเพื่อสร้างผลงานล้างโทษ!"】
【แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือการลงทัณฑ์ด้วยแส้หนัง】
【ท่านถูกฟาดจนหนังเปิด แต่ก็กัดฟันทน พลางครุ่นคิดว่า : เมื่อข้าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงในกระดานแล้ว ก็ต้องสู้จนตัวตาย!】
【ท่านรู้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี—ว่าหากไม่ถูกฆ่าจนต้องไปเริ่มใหม่ ก็ต้องอาศัยสำนักวังหลวงเพื่อกระชากหน้ากากคนร้ายตัวจริงออกมา 】