- หน้าแรก
- โคโนฮะ ปฏิวัติโลกนินจาด้วยวิทยาการเทคโนโลยี
- บทที่ 4: หน่วยแทรกซึมซึนะงากุระ
บทที่ 4: หน่วยแทรกซึมซึนะงากุระ
บทที่ 4: หน่วยแทรกซึมซึนะงากุระ
บทที่ 4: หน่วยแทรกซึมซึนะงากุระ
เมื่อกลับเข้ามาภายในถ้ำ เก็คโค ฮัน ก็เริ่มการทดลองครั้งสุดท้าย โชคดีที่เขามีจักระธาตุสายฟ้าติดตัว ทำให้สามารถใช้วิชานินจาคาถาสายฟ้าได้
'เถาะ ชวด มะเมีย มะแม'
'คาถาสายฟ้า: อัสนีแล่นปฐพี'
กระแสไฟฟ้าสีฟ้าแล่นออกจากมือของเก็คโค ฮัน พุ่งเข้าใส่คุไนสิบเล่มที่ปักอยู่บนพื้นเบื้องหน้า คุไนแต่ละเล่มมีลวดเหล็กผูกติดอยู่ โดยปลายอีกด้านของเส้นลวดโยงเข้ากับเท้าและเอวของเขา แม้จะดูอันตราย แต่นี่คือวิธีที่ฮันต้องการทดสอบมากที่สุด หากผิดพลาด อย่างมากเขาก็แค่เป็นอัมพาตไปชั่วระยะหนึ่ง
เสียงกระแสไฟดังหึ่งก้องไปทั่วถ้ำ แสงสีฟ้าสว่างวาบส่องกระทบทุกซอกมุม
กระแสไฟฟ้าสีฟ้าที่ส่งเสียงคำรามพุ่งเข้าชนคุไน ก่อนจะไหลย้อนกลับมาตามเส้นลวดเข้าสู่ร่างกายของเก็คโค ฮัน
มันไม่ได้ทำให้เกิดอาการไฟดูดจนร่างสว่างวาบเหมือนหลอดไฟแต่อย่างใด ทันทีที่กระแสไฟฟ้าซึ่งไหลย้อนกลับมาสัมผัสผิวหนังของฮัน มันแปรสภาพเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่สุดและถูกระบบดูดซับไป กลายเป็นแต้มพลังงานของเขา
เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เป็นไปในทางที่ดีที่สุด ฮันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก สมมติฐานของเขาถูกต้อง วิชานินจาคาถาสายฟ้าสามารถเปลี่ยนเป็นแต้มพลังงานได้ และอย่างน้อยเขาก็มีภูมิคุ้มกันต่อคาถาสายฟ้าระดับต่ำ ส่วนคาถาไฟนั้นเขารรู้อยู่ก่อนแล้ว
เมื่อคาถาสายฟ้าสิ้นสุดลง ฮันก็รีบดำดิ่งลงสู่ห้วงจิตสำนึกและเปิดแผงพลังงานของระบบขึ้นมาดูทันที เขาเห็นว่าแต้มพลังงานเดิมที่มีอยู่ 1700 แต้ม ได้กลายเป็น 1710 แต้ม เพิ่มขึ้นมาสิบแต้ม คาถาสายฟ้า: อัสนีแล่นปฐพี ที่เขาใช้ในระดับปัจจุบันสามารถฟื้นฟูพลังงานได้สิบแต้ม ด้วยปริมาณจักระที่เขามีตอนนี้ เขาสามารถใช้วิชานี้ได้อีกหกครั้ง
นอกจากนี้ เขายังทดลองรีดเร้นจักระดู และสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็ไม่ได้เกิดขึ้น แม้จะติดตั้งแม่แบบหุ่นยนต์ T800 และแม่แบบเลือดนาโนโรบอทแล้ว เขาก็ยังสามารถรีดเร้นจักระได้ เพียงแต่แม่แบบเทคโนโลยีเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูจักระ ทำให้ความเร็วในการรีดเร้นช้าลงกว่าเดิมกว่าสองเท่า
ซึ่งนั่นก็สมเหตุสมผล เขาอาจจะยังมีเนื้อหนังมังสา แต่เลือดในกายถูกแทนที่ด้วยนาโนโรบอทไปแล้ว
แม้ใจจริงอยากจะใช้วิชานินจาเพื่อเติมพลังงานให้เต็มเปี่ยม หรือโค่นต้นไม้สักสองสามต้นมาก่อกองไฟย่างตัวเองเพื่อชาร์จพลัง แต่ความเคลื่อนไหวจากการทดลองอาวุธเมื่อครู่ก็ส่งเสียงดังไม่น้อย เป็นไปได้ว่าจะดึงดูดความสนใจของนินจาในละแวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นนินจาโคโนฮะหรือนินจาซึนะ ฮันก็ยังไม่อยากให้ใครมาเจอตัวตอนนี้ การใช้อาวุธปืนในเวลากลางคืนยังเสี่ยงต่อการเปิดเผยตำแหน่งจากแสงไฟปลายกระบอกปืนและวิถีกระสุนอีกด้วย
ฮันเก็บข้าวของที่ยึดมาได้ ก่อนจะรีบออกจากถ้ำและหายตัวไปในความมืด
— — — — — — — — — — — —
ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องทาง หน่วยนินจาชั้นยอดของซึนะงากุระจำนวนยี่สิบเอ็ดคนกำลังเคลื่อนพลผ่านป่าอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วด้วยรูปแบบขบวนที่รัดกุม พวกเขาตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา คอยลบร่องรอยที่ทิ้งไว้อย่างหมดจด นินจาสายตรวจจับสองคนสลับกันทำหน้าที่รักษาการใช้วิชาตรวจจับตลอดเวลา ไม่กล้าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
ภารกิจของพวกเขาคือการอ้อมผ่านสนามรบหลักที่กำลังตึงมือ เพื่อแทรกซึมเข้าไปหลังแนวข้าศึกของนินจาโคโนฮะเพื่อสืบหาข่าวกรอง ระบุตำแหน่งค่ายย่อยและจุดพักพลของศัตรู ลอบสังหารนินจาฝ่ายตรงข้าม รวมถึงก่อกวนและทำลายเส้นทางลำเลียงเสบียงของโคโนฮะ
นอกจากการปะทะกันซึ่งหน้าแล้ว ยุทธวิธีเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติในสงครามระหว่างนินจา ทางฝั่งโคโนฮะเองก็ส่งหน่วยนินจาแทรกซึมเข้าไปหลังแนวข้าศึกเช่นกัน ถึงขนาดมีหน่วยลอบสังหารโดยเฉพาะ ทั้งโคโนฮะและซึนะต่างเจ็บปวดอย่างมากจากยุทธวิธีนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการใช้แผนเดียวกันตอบโต้กลับไปอย่างดุเดือด
"หัวหน้าทีมฮารุโนะ ตรวจพบจักระห่างออกไปสองกิโลเมตรครับ มีหนึ่งคน ปริมาณจักระน้อยมาก น่าจะเป็นเกะนิน"
ในระหว่างที่หน่วยซึนะกำลังเคลื่อนที่อย่างลับๆ นินจาสายตรวจจับก็กระซิบรายงานชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าทีมเบาๆ
'ยามลาดตระเวนงั้นรึ? หรือจะเป็นเกะนินจริงๆ? ถ้าเป็นเกะนิน ก็คงเป็นนินจาหนีทัพ!' เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้านินจาซึนะวัยกลางคนก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน พวกเขาก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ หากสามารถกำจัดจุดตรวจของศัตรูได้สักจุดก็ยิ่งดี เขาออกคำสั่งเสียงเบากับลูกทีมว่า "เข้าประชิดอย่างเงียบเชียบ พยายามจับเป็นอย่าให้กระโตกกระตาก ถ้าเป็นนินจาโคโนฮะหนีทัพ เราอาจได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่ถ้าเป็นคนของเรา... ก็ฆ่าทิ้งซะ"
(ปล. นินจาหนีทัพมักจะกลัวตายและรีดข้อมูลได้ง่ายกว่าปกติ ในช่วงสงคราม โดยทั่วไปจะไม่ใช้เกะนินมาเป็นยามลาดตระเวน เพราะเกะนินมีประสบการณ์น้อยและฝีมืออ่อนด้อย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ศัตรูจะเล็ดลอดเข้ามาหรือเผลอทำข้อมูลรั่วไหล เว้นแต่จะเป็นเกะนินจำนวนน้อยที่เป็นข้อยกเว้น)
ไม่มีใครขานรับออกมาเป็นเสียง ทุกคนเพียงพยักหน้าเงียบๆ ภายใต้การนำทางของนินจาสายตรวจจับ พวกเขาเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตรวจพบเป้าหมายอย่างลับๆ
— — — — — — — — — — — — — —
ระยะทางสองกิโลเมตรไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับนินจา แม้จะต้องเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง แต่ก็ใช้เวลาเพียงสิบนาทีในการเข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย
"เป้าหมายซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ห่างออกไปทางนั้นราวร้อยเมตร" นินจาสายตรวจจับกระซิบพลางชี้ทิศทางให้ ฮารุโนะ หัวหน้าทีมที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใกล้ๆ
'ยังไม่วางกับดักเตือนภัยด้วยซ้ำ คงเป็นเกะนินหนีทัพจริงๆ สินะ' ฮารุโนะ หัวหน้าทีมซึนะลิงโลดใจในทันที อีกฝ่ายดูไร้ประสบการณ์อย่างชัดเจน พวกเขาเข้ามาใกล้ในระยะร้อยเมตรแล้วแต่ยังไม่เจอกับดักเลยสักชิ้น นี่ไม่ใช่จุดตรวจของยามลาดตระเวน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเกะนินหนีทัพ
ฮารุโนะส่งสัญญาณมือท่ามกลางแสงจันทร์ให้นินจาซึนะคนอื่นๆ ทันที เหล่านินจาซึนะส่งต่อคำสั่งกันด้วยสัญญาณมือ แล้วกระจายกำลังโอบล้อมต้นไม้ที่นินจาสายตรวจจับชี้เป้าไว้อย่างเงียบเชียบจากทั้งสองด้าน
แม้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเพียงเกะนินหนีทัพ แต่พวกเขาก็ไม่ประมาท ปริมาณจักระที่น้อยไม่ได้หมายความว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเกะนินเสมอไป
— — — — — — — — — — — — — — — —
'สัมผัสจักระของฉันได้ แล้วตามมาหาถึงที่เลยงั้นเหรอ? ช่วยประหยัดเวลาเดินหาไปได้เยอะเลย' บนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ เก็คโค ฮัน ที่กำลังพักผ่อนถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาเฝ้าสังเกตกลุ่มนินจาซึนะที่กำลังแทรกซึมเข้ามาอย่างใจเย็น ความคิดแล่นพล่านด้วยความตื่นเต้นพลางวางแผนการต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ด้วยแม่แบบคนเหล็ก T800 ดวงตาของเขาจึงไม่ใช่เนื้อหนังมังสาอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ไม่เพียงแต่มีระบบมองเห็นในที่มืด (Night Vision) ที่ทำให้แยกแยะรูปร่างหน้าตาและเครื่องแต่งกายในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน แต่ยังมีประสิทธิภาพในการสังเกตการณ์ขั้นสูง ตราบใดที่ไม่ใช่นินจาที่มุดดินเข้ามา หากมีการเผยตัวแม้เพียงเสี้ยววินาที การซ่อนตัวของนินจาซึนะก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาเขาไปได้
เขาไม่ได้วางกับดักเตือนภัยไว้จริงๆ และเขาก็ไม่มีอุปกรณ์เหลือพอที่จะวางกับดักเพิ่มแล้ว แต่ระบบของหุ่นยนต์ T800 นั้นตื่นตัวอยู่เสมอ
เมื่อติดตั้งแม่แบบเทคโนโลยี ร่างกายเนื้อของเขาต้องการเพียงสารอาหารและการผ่อนคลายความล้าของเซลล์ ส่วนการพักผ่อนทางจิตใจสามารถทำได้โดยการดำดิ่งสู่ห้วงจิตสำนึก ร่างกายภายนอกเป็นเพียงโหมดสแตนด์บายที่ไม่จำเป็นต้องขยับเขยื้อน เขาไม่จำเป็นต้องหลับตาด้วยซ้ำ ก็ยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวและเสียงรอบตัวได้ตลอดเวลา และหากมีสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ระบบจะส่งสัญญาณเตือนปลุกจิตสำนึกของเขาให้ตื่นขึ้นทันที
สองนาทีต่อมา โจนินของซึนะงากุระสองคนก็ลอบเข้ามาถึงโคนต้นไม้อย่างระมัดระวัง เมื่อมองเห็นเก็คโค ฮัน ที่นั่งพิงลำต้นพักผ่อนอยู่และดูเหมือนจะยังหลับใหล โจนินทั้งสองสบตากัน ก่อนจะถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นไป ร่างของพวกเขาพุ่งเข้าใส่ฮันที่อยู่บนต้นไม้รวดเร็วปานลูกธนู