เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6) [อ่านฟรีวันที่ 29/10/61]

บทที่ 67 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6) [อ่านฟรีวันที่ 29/10/61]

บทที่ 67 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6) [อ่านฟรีวันที่ 29/10/61]


บทที่ 67 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6)

 

ในตอนนี้เป้าหมายของยูอิลฮานที่จะเสริมพลังของคนบนโลกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่นผ่านการเปิดตัวแบรนด์แวนการ์ดแล้ว เป้าหมายต่อมาของเขาในตอนนี้ก็แน่นอนว่าเป็นการไปดาเรร์และจัดการมังกรทั้งหมด

แรงจูงใจของเขามันได้พังลงไปในทันทีเนื่องจากว่าเป้าหมายนั่นมันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินไป แต่ถึงแม้แบบนั้นมันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เขาเลือกอะไรไม่ได้เลย และหลังจากที่คิดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะเติมเต็มเป้าหมายนั่น เขาก็ควรที่จะพัฒนาในการปกปิดตัวตนของเขาก่อนเป็นอย่างแรก

การปกปิดตัวตนเป็นเพียงพลังเดียวที่เขามีโดยธรรมชาติและในเวลาเดียวกันมันก็คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา

แน่นอนว่าเนื่องจากว่าเขาใช้มานาไม่ได้ทำให้เขาไม่สามารถจะใช้มันได้อย่างที่ใจต้องการแต่ก็ต้องขอบคุณฉายาของเขาที่ทำให้การปกปิดตัวตนของเขาเป็นแบบติดตัวซึ่งทำให้เขาไม่มีปัญหาใหญ่อะไรในการใช้ความสามารถนี้อีก

ถ้าหากว่าจะมีปัญหาอีกนั่นก็คงเป็นการที่การปกปิดตัวตนของเขาจะหายไปหลังจากโจมตีสักครั้ง เพราะแบบนี้การแก้ปัญหาก็คือจบชีวิตเป้าหมายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

นอกไปจากนี้มันก็ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาพยายามที่จะพัฒนาในการปกปิดตัวตนก่อนอีกด้วยก็คือเงื่อนไขมันได้ง่ายขึ้นหลังจากที่เขาได้รับคลาสที่หนึ่งกับสองมา และเงื่อนไข 'ง่ายขึ้น' นั่นก็คือ

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีทีเผลอ 398/3,000]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีทีเผลอ 1/300]

[ได้รับฉายาระดับสูงที่มีความเกี่ยวข้องกับการปกปิดตัวตน 1/1]

[หินพลังเวทย์คลาส 2 132/1,000]

[หินพลังเวทย์คลาส 3 0/100]

"ฉันอาจจะตายแน่ถ้าหากว่ามันมี 'ง่าย' แบบนี้อีก!"

[แม้แต่ฉันมันยังน่าประทับใจมากเลยนะ สกิลที่มีเงื่อนไขการวิวัฒนาการบ้าๆแบบนี้มันน่าจะหาได้ยาก แต่ว่ามันก็โชคดีที่คุณไม่ต้องตายสักครั้งนี่?] (เอิลต้า)

"ไม่ใช่ว่ามันก็เหมือนกันหรอในเมื่อการปกปิดตัวตนมันจะไร้ความหมายหลัการโจมตีครั้งหนึ่งนะ?"

[เอาเถอะ สำหรับคุณมันก็เป็นงั้นแหละ] (เอิลต้า)

[Zzz] (ลิต้า)

ถ้าเขาสามารถใช้มานาได้และใช้งานการปกปิดตัวตนได้งั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปสู่การปกปิดตัวตนอีกครั้งหลังจากการโจมตีครั้งแรก

แน่นอนว่าเนื่องจากยูอิลฮานยังใช้มานาไม่ได้เลย ดังนั้นเขาจึงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้

[ทำมันให้ดีที่สุด ตามที่ฉันรู้มาเผ่ามังกรทั้งหมดต่างก็มีความสามารถในการปกปิดตัวตนเป็นพื้นฐาน ดังนั้นถ้าคุณฆ่าเผ่ามังกรคลาส 3 299 ตัว งั้นเงื่อนไขหนึ่งก็สำเร็จแล้ว] (เอิลต้า)

"โอ้เป็นการปลอบฉันที่ดีจังเลยนะ"

[ZZzz]

ในท้ายที่สุดนี่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถพัฒนาการปกปิดตัวตนได้จนกว่าที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับดาเรร์งั้นหรอฦ

เอาเถอะ แน่นอนอยู่แล้ว่าก่อนที่มันจะพัฒนาขึ้นพลังมันก็มากอยู่แล้ว การพัฒนาขึ้นที่เขาคาดหวังมันต้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่ แต่ว่ายังไงเขาก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

[คุณได้รับค่าประสบกาณณ์ 3,090,850]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีที่เผลอ 399/3,000]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 67 พละกำลัง +1 ความคล่องแคล่ว +2 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาในดันเจี้ยนเพียงแค่พัฒนาสกิลปกปิดตัวตนเท่านั้น ดันเจี้ยนนี้ก็ยังเป็นดันเจี้ยนที่มอนสเตอร์เลเวลสูงสุดที่เขาจะเข้าถึงได้บนโลกอีกด้วย

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 3,112,002]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนในการโจมตีที่เผลอ 400/3,000

[ขีดจำกัดเลเวล 90... มีดันเจี้ยนแบบนี้ได้ยังไงกันหลังจากช่วงเวลาสั้นๆของการเกิดหายนะครั้งใหญ่นะ? ดันเจี้ยนนี้มันยังเป็นพวกมอนสเตอร์ 'ย้ายถิ่น' อีกด้วย]

"ไม่ใช่ว่าฉฉันบอกว่าอย่ามาถามฉันหรอ? ก็แค่ให้ข้อมูลใหม่ๆของดันเจี้ยนถูกก็พอ ฉันได้ฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่มีเลเวลต่ำดังนั้นค่าเฉลี่ยของมอนสเตอร์ก็เลยเพิ่มขึ้นนี่"

[ชั่งมันเถอะ มันไม่น่าจะมีมนุษย์คนอื่นนอกไปจากคุณที่จะเข้ามาในดันเจี้ยนนี่แน่! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของลิต้า] (เอิลต้า)

[ZZzz] (ลิต้า)

ช่วงเวลาที่ลิต้าได้นำข้อมูลลมาก็คือประมาณ 3 ช่วงโมงหลังจากที่แผนการอัดเทพแห่งช่างตีเหล็กได้ถูกยเลิกไป ในตอนนั้นยูอิลฮานได้บอกว่าเขาอยากจะพัฒนาสกิลการปกปิดตัวตนของเขาทำให้เธอได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับข้อมูลทั้งหมดนี้ในเวลาไม่นาน

เอิลตต้าได้รู้สึกปฏิเสธการที่จะเผยข้อมูลของดันเจี้ยนออกมาแบบนี้ แต่ว่าลิต้านั้นต่างออกไป นี่มันน่าจะหมายถึงการที่เธอเชื่อใจเขามาก พูดตามตรงแล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับเรื่องนี้ด้วย

แต่ว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาผิดหวังกับเอิลต้า เธอก็น่าจะมีมาตราฐานของตัวเธอเหมือนกัน

"ถ้าหายนะครั้งที่สองได้เกิดขึ้นภายในเวลาหนึ่งเดือนนี้งั้นดันเจี้ยนนี้ก็อาจจะระเบิดออกมาและสร้างความวุ่นวายขึ้นในญี่ปุ่นได้ พวกเขาควรจะขอบคุณฉันนะที่ฉันได้จัดการกวาดล้างมันก่อนหน้านั้นนะ"

[ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่หนึ่งเดือนนะ!] (เอิลต้า)

ดันเจี้ยนนี้ตั้งอยู่ในเขตคันโตของญี่ปุ่นและมันก็เป็นเรื่องดีเนื่องจากว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนี้เข้ามาง่ายกว่าที่จีน

ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของยูอิลฮานเลยที่ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินและเข้ามาในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ! และดันเจี้ยนที่รอคอยเขาอยู่ก็สมแล้วที่เขาต้องใช้เวลาข้ามน้ำข้ามทะเลมา

มันเป็นเรื่องดีมากที่มอนสเตอร์ทุกๆตัวในดันเจี้ยนนี้มีพลังในการปกปิดตัวตนซึ่งมันจะช่วยให้เขาเติมเต็มเงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลปกปิดตัวตนได้แล้วมันก็ยังเป็นดันเจี้ยนที่ยากที่สุดในโลกในตอนนี้ด้วยทำให้เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

มีหลายคนที่ไม่สามารถจะได้รับคลาสที่ 2 มาได้ตลอดทั้งชีวิต แต่ว่าในปัจจุบันนี้ยูอิลฮานได้เลเวลเพิ่มขึ้นไปประมาณ 1 เลเวลต่อวัน แน่นอนว่านี่มันเป็นเพราะว่ายูอิลฮานมีความสามารถที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าเขาได้ด้วย แต่ว่านี่มันก็ยังเป้นเพราะมอนสเตอร์ที่เขาสู้ด้วยคือเงาที่มีพลังในการปกปิดตัวตนและเขาก็สามารถจัดการกวาดล้างพวกมันได้อย่างง่ายดาย

ปัญหาเขาก็ยังเป็นเพราะเรื่องนี้เหมือนกันนั่นก็คือพวกมันเป็นเงา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 3,455,767]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนด้วยการโจมตีทีเผลอ 1,349/3,000]

"เจ้าพวกนี้ไม่เหลือส่วนอะไรไว้ให้เลยสักนิด"

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาอย่างมืดมน ข้างหน้าของเขาเป็นรูปร่างของมอนสเตอร์เงาที่ได้กลายเป็นอนุภาคแสงกระจายหายไปตามอากาศหลังจากที่ชีวิตของมันได้จบลงไปและมันได้เสียความสามารถในการคงร่างไว้

สิ่งที่มีเหลืออยู่ก็มีแค่เพียงหินพลังเวทย์คลาส 2 ที่เปล่งแสงสีดำออกมาซึ่งมันดูคล้ายกับเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์เงา

"มันน่าจะไม่เป็นไรหรอกนะที่จะทิ้งอะไรให้ฉันสักนิด"

[ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูญเสียร่างกายและกระจายไปเนื่องจากว่มันเกิดขึ้นมาจากเงานะ] (เอิลต้า)

มันมีปัญหาสองอย่างเพราะแบบนี้ อย่างแรกเลยคือมันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาเลยที่จะได้ของจากตัวพวกนี้มาทำเป็นอุปกรณ์และอย่างที่สองคือเขาเอาพวกมันมาทำอาหารไม่ได้

[อืมมม ฉันควรจะเอาอาหารมาสินะ?] (ลิต้า)

ในตอนนี้ลิต้าที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาก็ได้ถามขึ้นในขณะที่ขยี้ตาไปด้วย เมื่อได้ยินว่าเขาสามารถจะใช้บริการจัดส่งอาหารที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ในตอนที่อยู่กับเอิลต้าทำให้ยูอิลฮานได้ถามขึ้นมาอย่างดีใจ

"จริงนะ?"

[ใช่สิ ขอเวลาฉันแค่ 5 นาที] (ลิต้า)

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาท่าทางของยูอิลฮานก็ได้เปลื่ยนไปก่อนที่เขาจะส่ายหัวออกมา

"แต่ว่าฉันขอปฏิเสธ"

[อะไรนะ!!!!?] (ลิต้า)

"งานอย่างหนึ่งที่ยูอิลฮานคนนี้ชอบที่สุดเลยก็คือการทำอาหารจากมอนสเตอร์ที่เขาได้ฆ่าด้วยตัวเอง"

[อึก การที่ฉันมาแพ้อาหารมอนสเตอร์ธรรมดานี่มันทำให้ความภูมิใจของฉันโดนดูถูก!] (ลิต้า)

[พวกคุณสองคนคิดจะเล่นแบบนี้ไปเรื่อยหรือยังไงกัน] (เอิลต้า)

ความสามัคคีพันปียังไม่ได้หายไปไหนเลย ยูอิลฮานกับลิต้าได้เอาชนะดันเจี้ยนที่น่าเบื่อด้วยการสนทนาที่กลมกลืนอย่างแปลกประหลายที่ได้ฝึกกันมาหลากหลายปี

ในขณะเดียวกันเอิลต้าที่ไม่มีความมั่นใจที่จะเข้าไปในความกลมกลืนนี้ได้หยิบเอาโทรศัพท์ของยูอิลฮานออกมาและตรวจสอบใน SNS ตามปกติ

[พวกเขากำลังบ่นเรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงเปิดร้านแค่วันจันทร์] (เอิลต้า)

แน่นอนว่าสิ่งที่เธออ่านก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวยูอิลฮาน เรื่องแบรนด์แวนการ์ดของเขา ในตอนนี้หัวข้อนี้คือหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในเกาหลีแล้ว

ไม่สิ พูดให้ชัดก็คือในระหว่างที่ยูอิลฮานใช้เวลาไปกับดันเจี้ยนนี้เรื่องราวเกี่ยวกับแวนการ์ดได้กระจายออกไปตามประเทศอื่นๆ บริษัท ทีวี หนังสือพิมต่างๆแล้ว สื่อพวกนี้ต่างก็พูดถึงแวนการ์ดเป็นอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งแล้ว พูดตามตรงผลลัพธ์ที่ออกมามันมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้อีก แต่ว่ายูอิลฮานก็แค่ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

"มันก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละเนื่องจากว่ามันอาจจะทำให้พวกเขาทุกคนล่มจมได้นะ"

[ผลลัพธ์มันมากล้นเกินไปนิดหน่อยนะ ในตอนนี้มันได้ปรากฏแม้แต่ในข่าว ทีวีตามต่างประเทศแล้ว] (เอิลต้า)

"โอ้ มันดูเหมือนว่าในวันจันทร์หน้าต้องมีชาวต่างชาติมาเยือนซะแล้ว"

ไม่ว่าพลังของสื่อมันจะมากยังไงก่อนหายนะครั้งใหญ่แต่มันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะพูดถึงร้านขายของที่เดได้ไม่ถึงสัปดาห์

ยังไงก็ตามมันไม่ใช่สำหรับในตอนนี้

แวนการ์ดไม่ใช่ร้านค้าที่มีเพียงแค่อาวุธและเกราะแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่ามันเป็นสถานที่ที่ขายดาบ โล่และของที่สามารถจะช่วยหลายๆชีวิตได้ แถมยังมีราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับความสามารถของัมน

[พูดตามตรงแล้วคุณภาพของมันต่ำเกินไปเมื่อคิดเทียบกับสิ่งที่คุณทำขึ้นมา แต่ว่าเทียบกับราคาและคุณภาพของมันแล้วนี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกทั้งมวลแล้ว ความสนใจของแวนการ์ดมีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่ลดลงแน่] (เอิลต้า)

"ใช่แล้ว นั่นน่าจะเป็นความจริง ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยไปโลกอื่นเลยก็ตามเถอะ"

ยูอิลฮานได้ยักไหล่และตอบกลับไป แต่ว่าเอิลต้ากังวลมากยิ่งขึ้นไปอีกว่ายูอิลฮานได้เข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ได้ถูกหรือป่าว

[ยูอิลฮาน ในตอนนี้คุณยังหัวเราะได้อยู่ แต่ว่าไม่นานนักเมื่อตัวตนของคุณถูกเผยออกไปล่ะ เอาเถอะ คุณได้มีพลังที่เด็ดขาดแล้วดังนั้นคุณก็ไม่น่าจะเป็นอะไรเว้นเสียแต่ว่าคุณจะทำตัวเอง แต่ว่าในตอนนั้นครอบครัวของคุณก็อาจจะถูกจับได้เหมือนกันนะ คุณไม่ควรจะดูถูกความโลภของมนุษย์เรามากเกินไป] (เอิลต้า)

"ไม่ มันน่าจะไม่เป็นไร"

พูดตามตรงแล้วยูอิลฮานก็ไม่ได้เป็นคนที่มีความกตัญญูอย่างลึกซึ้งมากขนาดนั้น แต่ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ใช่คนอกตัญญู กลับกันเลยเขามีความรักในครอบครัวของเขา และเขาก็อยากที่จะทำอะไรให้ครอบครัวมากขึ้นเนื่องจากว่าเขาไม่ได้เจอครอบครัวมาเป็นพันปีแล้ว แต่ปัญหาก็คือครอบครัวเขาไม่ยอมรับ

ยูอิลฮานได้ถามกับทูตสวรรค์ทั้งสองคนทันที

"เธอพูดว่าความโลภของมนุษย์สินะ ฉันรู้เรื่องนี้ดี ดีล่ะถ้างั้นในจุดนี้ใครล่ะที่จะรู้ในคุณค่าของแวนการ์ดดีที่สุด? แล้วคนพวกนั้นอยากที่จะซ่อนเรื่องนี้งั้นหรอ?"

[นอกจากคุณคุณ?] (เอิลต้า)

[ฉันไง! งานโลหะที่อิลฮานทำยอดเยี่ยมที่สุดในโลก]

"นอกจากพวกเธอทั้งสองคนด้วย"

[อ่า]

ในที่สุดเอิลต้าก็ได้รู้ถึงคำตอบที่ถูกหลังจากได้ยินคำพูดของยูอิลฮานก่อนที่เธอจะหัวเราะและตอบกลับไป

[จักรพรรดินี ฉันนี่โง่จริงๆ] (เอิลต้า)

"บิงโก ฉันรับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องทำอะไรซักอย่างด้วยตัวเองแน่ ไม่สิ มันมีความเป็นไปได้ที่เธอจะทำมากกว่าที่ฉันคิดด้วยซ้ำไป"

ในตอนแรกตึกนี้เป็นของปู่ของนายูนามาก่อน ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลื่ยนไปแล้วก็ตามแต่ว่าหากว่ามีใครสักคนที่มีเอกลักษณ์ที่สามารถจะมอบตึกแบบนี้ได้ พวกเขาก็น่าที่จะมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในด้านการเมืองและการเงินกับตึกด้วย

[งั้นนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณกล้าทำแบบนี้สินะ] (เอิลต้า)

[เขาเพียงแค่ใช้พวกนั้นเหมือนกับที่พวกนั้นพยายามจะใช้เขา] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้มีความสามารถที่จะใช้ชีวิตรอดอยู่บนโลกที่เปลื่ยนไปในขณะที่พวกนั้นมีความสามารถในการทำงานได้ดีแม้ว่าจะเป็นหลังจากที่สังคมเปลื่ยนไป พวกเขาก็แค่แลกเปลื่ยนสิ่งพวกนี้กันเท่านั้นเอง

ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดมาถึงจุดนี้ในตอนที่คังมิเรย์บอกเบอร์ของเธอ แต่ว่าในช่วงเวลาที่เขาได้ขายคทาออกไป เขาก็คิดว่านั่นมันคงจะมีเวลาที่เขาน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเธอแน่ และมันก็ได้กลายออกมาเป็นแบบนี้

ถึงแม้ว่าพวกนั้นอาจจะปกป้องเขาแต่ไม่ได้ช่วยเขาก็ตาม แต่ว่ามันก็เป็นเพื่อที่จะปกป้องอาร์ติแฟคที่เขาสร้างจากมือของคนที่ไม่ถูกต้อง

[ถ้างั้นบนโลกนี้ผู้ที่ถูกทิ้งก็ปรับตัวได้ดีกว่าผู้ที่กลับมางั้นสิ] (เอิลต้า)

"ฮ่า! ตลกจังเลยนะ"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปในขณะที่สะบัดหอกเข้าใส่มอนสเตอร์เงาที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากพื้น

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 2,876,019]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ที่ปกปิดตัวตนด้วยการโจมตีทีเผลอ 1,350/3,000]

"ถ้ามอนสเตอร์คลาส 3 ปรากฏออกมาเหมือนพวกลูกน้องปกติมันจะเป็นยังไงนะ?"

[อย่าได้มาพูดเรื่องน่ากลัวแบบนี้สิ เดินไปต่อเถอะไป] (เอิลต้า)

เขาได้เบะปากออกมาหลังจากได้ยินคำของเอิลต้า จริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่แม้ว่าเขาจะหลีกเลี่ยงเขาก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้ มันคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าแน่นอน

"น่ากลัวหรอ ถ้ามันเกิดขึ้นฉันก็แค่สู้กับมัน"

[ไม่อิลฮาน มันไม่ใช่ว่าปัญหาจะแก้ได้ด้วยแค่การต่อสู้กับพวกมันเท่านั้น] (ลิต้า)

"งั้นก็ช่วยอธิบายให้ฟังทีสิคุณลิต้า"

ลิต้าได้อธิบายแทนเอิลต้าด้วยรอยยิ้ม

[มอนสเตอร์คลาสสามที่ปรากฏมาในฐานะของบอสมอนสเตอร์กับตัวที่ปรากฏขึ้นมาในฐานะของมอนสเตอร์ปกติมันเป็นสิ่งที่ต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าหากว่าพวกมันมีความพิเศษบอสมอนสเตอร์ก็อาจจะปรากฏออกมา แต่ว่ามอนสเตอร์ปกติที่พัฒนาการไปเป็นคลาส 3 จะหมายความถึงความเข้มข้นของมานา อย่างน้อยที่สุดแล้วในคันโตของญี่ปุ่นมันก็ได้เพิ่มถึงจุดที่ไม่ได้อยู่ในระดับของหายนะครั้งที่หนึ่งแล้วด้วย ความยากโดยเฉลี่ยของดันเจี้ยนจะเพิ่มขึ้นไปและมันจะทำให้เกิดการพังของดันเจี้ยนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย หรือก็คือมันจะกลายเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับดันเจี้ยนนี้อย่างเดียวไงล่ะ] (ลิต้า)

"งั้นพวกมันก็เหมือนกับแมลงสาปสิ? ถ้าพวกมันปรากฏสักตัวงั้นฉันก็จะต้องฆ่าพวกที่เหลืออีกหลังจากพลิกแผ่นดินหาใช่ไหม?"

[ถูกแล้ว] (ลิต้า)

ลิต้าได้ลูบหัวของยูอิลฮานเหมือนกับว่าเขาน่ารักสำหรับเธอ เอิลต้าได้ถอนหายใจกับคำพูดของลิต้าและยูอิลฮานก็รู้สึกหดหูใจในขณะที่รู้สึกได้ถึงมือของเธอ

เขาได้คาดการณ์เอาไว้ในอนาตแล้วว่าการสนทนามันจะต้องมาถึงจุดๆนี้

"ใช่แล้ว ฉันน่าจะติดตั้งยาฆ่าแมลงไว้ในคันโตด้วยนะเนี้ย"

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจในขณะที่พึมพัมออกมา

แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ มันได้กลายเป็นเรื่องจริงหลังจากสามสัปดาห์ที่เขาได้เข้ามาในดันเจี้ยน

[กี้]

[บันทึก เงา ของ ฉัน เข้ม ลึก]

[ฟืดดดด]

ในส่วนหลักของดันเจี้ยนมีมอนสเตอร์นับสิบ ไม่สิ นับร้อยที่กำลังสูดหายใจเหมือนกับดาร์ทเวเดอร์

จากออร่าของพวกมันพวกมันดูเหมือนกับจะมีเลเวลประมาณหัวหน้าโทรลล์ภูเขาที่มีเลเวลประมาณ 100 และมองดูจากรูปร่างของมันดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นมาได้ไม่นานนัก

พูดง่ายๆเลยก็คือมีมอนสเตอร์คลาส 3 อยู่ในทุกๆที่ที่นี้ ยูอิลฮานได้มองไปที่ลิต้าในขณะที่จับหอกมั่น

"มีอะไรเกิดขึ้นกับที่คันโตอีกแล้วล่ะ?"

[ฉันบอกว่ามันถึงคราวเคราะห์แล้ว]

"ถ้าหากว่ามันเกิดการพังของดันเจี้ยนขึ้นงั้นเธอก็จะให้ภารกิจกับฉันใช่ไหม?"

[ค่ะ ท่าน] (ลิต้า)

[ไม่ มันจะไม่เป็นไร มันน่าจะไม่เกิดขึ้น] (เอิลต้า)

และในสองวันต่อมายูอิลฮานก็ได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดภายในดันเจี้ยนและออกมาหลังจากเลเวลอยู่ที่ 75

ยังไงก็ตามในภูมิภาคคันโตนี้ได้มีการพังของดันเจี้ยนระลอกใหญ่ขึ้น หรือเรียกอีกอย่างว่าคลื่นดันเจี้ยนเกิดขึ้นแล้ว

จบบทที่ บทที่ 67 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (6) [อ่านฟรีวันที่ 29/10/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว