- หน้าแรก
- เขียนไดอารี่ในโต้วหลัวอยู่ดีๆ ไหงสาวงามทั่วหล้าถึงมารุมล้อมข้า
- บทที่ 21 ผู้หญิงมีผลต่อความเร็วในการชักดาบ แต่เศรษฐีนีนั้นเป็นข้อยกเว้น
บทที่ 21 ผู้หญิงมีผลต่อความเร็วในการชักดาบ แต่เศรษฐีนีนั้นเป็นข้อยกเว้น
บทที่ 21 ผู้หญิงมีผลต่อความเร็วในการชักดาบ แต่เศรษฐีนีนั้นเป็นข้อยกเว้น
บทที่ 21 ผู้หญิงมีผลต่อความเร็วในการชักดาบ แต่เศรษฐีนีนั้นเป็นข้อยกเว้น
หลังจากที่เซี่ยวหงเฉิน เมิ่งหงเฉิน และฮั่วอวี่เฮ่าเดินจากไป สีหน้าของจิงหงเฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม แววตาลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
"สั่งการลงไป ให้คนของเราแทรกซึมเข้าไปในจักรวรรดิซิงหลัว สืบให้รู้แน่ชัดว่าสถานการณ์ในคฤหาสน์ดยุกพยัคฆ์ขาวเป็นไปตามที่ฮั่วอวี่เฮ่าเล่ามาจริงหรือไม่"
หลินเจียอี้ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับคำสั่งนี้ แต่ก็ยังเอ่ยถามขึ้น "หากเป็นจริงอย่างที่ฮั่วอวี่เฮ่าพูด และเขาต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นจริงๆ เราควรปฏิบัติต่อเขาอย่างไรดีขอรับ?"
จิงหงเฉินปรายตามองหลินเจียอี้แวบหนึ่งเมื่อได้ยินคำถาม
"เรื่องนี้ยังต้องถามอีกรึ?"
"หากฮั่วอวี่เฮ่าถูกพ่อบังเกิดเกล้าทอดทิ้งจริงๆ ต้องใช้ชีวิตวัยเด็กท่ามกลางการกดขี่ข่มเหง และแม่ของเขาต้องตายเพราะน้ำมือคนในคฤหาสน์ดยุกพยัคฆ์ขาว เจ้าคิดว่าเขาจะให้อภัยคนพวกนั้นลงงั้นรึ? เขาจะไม่เฝ้าฝันถึงการแก้แค้นสักวันหนึ่งเชียวหรือ?"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ แม้แต่ตัวจิงหงเฉินเองก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
"ถ้าฮั่วอวี่เฮ่าถูกบีบคั้นจากครอบครัวจนต้องหนีตายมาพึ่งพิงจักรวรรดิสุริยันจันทราของเราจริงๆ เช่นนั้นในอนาคตเมื่อมีโอกาส ข้าคงต้องไปกล่าวขอบคุณท่านดยุกพยัคฆ์ขาวด้วยตัวเองเสียหน่อยแล้ว"
"คนพวกนั้นคงจินตนาการไม่ออกหรอกว่า ฮั่วอวี่เฮ่ามีความสำคัญต่อพวกเราเหล่าวิศวกรวิญญาณมากเพียงใด!"
สิ้นเสียงของเขา บรรยากาศภายในห้องทำงานก็เต็มไปด้วยความเบิกบาน จิงหงเฉินและหลินเจียอี้ต่างหัวเราะขบขันในความวิสัยทัศน์สั้นเขลาของคนกลุ่มนั้น
พวกเขาตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้เห็นว่า เมื่อความแข็งแกร่งของฮั่วอวี่เฮ่าเพิ่มขึ้น ขอบเขตสูงสุดของ 'การตรวจสอบจิตวิญญาณ' และ 'การแบ่งปันจิตวิญญาณ' ของเขาจะกว้างไกลไปถึงเพียงใด!
หากมันสามารถขยายขอบเขตออกไปได้อย่างมหาศาล กองทัพวิศวกรวิญญาณแห่งจักรวรรดิสุริยันจันทราก็จะสามารถทำการโจมตีที่แม่นยำราวจับวาง ควบคู่ไปกับการระดมยิงแบบปูพรมได้ในเวลาเดียวกัน แค่จินตนาการถึงภาพนั้นก็น่าสะพรึงกลัวจนขนลุกแล้ว!
ในขณะที่หลินเจียอี้กำลังจัดการเรื่องหอพักส่วนตัวให้กับฮั่วอวี่เฮ่า ทางด้านสองพี่น้องตระกูลหงเฉินก็พาฮั่วอวี่เฮ่าไปเลี้ยงฉลองมื้อใหญ่ สั่งเนื้อสัตว์วิญญาณราคาแพงระยับมาเต็มโต๊ะ
ตามคำพูดของเซี่ยวหงเฉินคือ "กินให้เต็มคราบเลยอวี่เฮ่า ก่อนหน้านี้เจ้าเลี้ยงปลาย่างข้ากับเมิ่ง คราวนี้พวกเราขอเลี้ยงมื้อใหญ่คืนบ้าง"
เมิ่งหงเฉินเองก็ยิ้มหวานพลางกล่าวเสริม "พี่เซี่ยวพูดถูกแล้วอวี่เฮ่า เจ้าลองชิมอาหารพวกนี้ดูสิ การทานเนื้อสัตว์วิญญาณที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นประจำ นอกจากจะทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังช่วยบำรุงร่างกายและปรับปรุงพื้นฐานร่างกายได้ดีเยี่ยมอีกด้วย"
เซี่ยวหงเฉินพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ กอดอกยืดตัวขึ้นแล้วฉีกยิ้มกว้าง "ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก พวกเรารู้ว่าตอนเจ้าอยู่ที่คฤหาสน์ดยุกพยัคฆ์ขาวน่ะลำบากแค่ไหน อย่าว่าแต่กินเนื้อสัตว์วิญญาณเพื่อบำรุงร่างกายเลย แค่จะกินให้อิ่มท้องในแต่ละมื้อก็คงไม่ง่าย จากนี้ไปเจ้าอยากกินเท่าไหร่ก็กินให้เต็มที่ ข้ากับเมิ่งจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง! วิศวกรวิญญาณน่ะหาเงินง่ายจะตายไป!"
"แน่นอนว่าอย่าเข้าใจผิดล่ะอวี่เฮ่า ที่พวกเราทำแบบนี้ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง ก็แค่อยากให้เจ้าเก่งขึ้นไวๆ รัศมีทักษะวิญญาณจะได้กว้างขึ้นก็แค่นั้นเอง"
เมื่อได้ยินประโยคหลัง แววตาของฮั่วอวี่เฮ่าก็แปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันที
'ยุคนี้เขาเลิกฮิตพวกปากไม่ตรงกับใจกันแล้วนะ!'
'แล้วก็นะ เซี่ยวหงเฉิน เจ้าเป็นผู้ชายตัวโตๆ จะมาทำตัวซึนเดเร่ะหาพระแสงอะไร? ห๊ะ?'
ยังไม่ทันที่ฮั่วอวี่เฮ่าจะได้บ่นในใจ เมิ่งหงเฉินก็เหวี่ยงหมัดน้อยๆ ทุบไหล่พี่ชายเข้าให้ฉาดใหญ่ โดยไม่สนใจปฏิกิริยาของเซี่ยวหงเฉิน นางหันมามองฮั่วอวี่เฮ่าอย่างจริงจังแล้วพูดว่า "อย่าไปถือสาเขาเลย ถ้าเจ้ารู้สึกเกรงใจ เอาไว้เจ้ากลายเป็นวิศวกรวิญญาณเมื่อไหร่ค่อยเลี้ยงพวกเราคืนก็ได้"
แม้เมิ่งหงเฉินจะรู้อยู่เต็มอกว่าฮั่วอวี่เฮ่าเป็นวิศวกรวิญญาณระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่นางก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพราะก่อนหน้านี้นางได้ลองพยายามดูแล้ว... ทุกครั้งที่นางคิดจะบอกฮั่วอวี่เฮ่าเรื่องการมีอยู่ของสมุดบันทึกฉบับสำเนา อาการใจสั่นรุนแรงก็จะจู่โจมจนนางไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ ออกมาได้
สิ่งนี้ยืนยันข้อสันนิษฐานของเมิ่งหงเฉิน นางทำได้เพียงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเนื้อหาที่ฮั่วอวี่เฮ่าเขียนในไดอารี่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น
ฮั่วอวี่เฮ่าเองก็เมินเฉยต่อเซี่ยวหงเฉินผู้ปากแข็ง แล้วพยักหน้าหนักแน่นให้เมิ่งหงเฉิน "ได้เลย!"
พูดจบ เขาก็เริ่มจัดการกวาดอาหารเลิศรสบนโต๊ะเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อเห็นว่าบทบาทหนุ่มซึนเดเร่ะของตนไม่ได้ผล เซี่ยวหงเฉินก็หมดมาดทันที เขาปรายตามองน้องสาวอย่างตัดพ้อ อยากจะเถียงอะไรสักอย่าง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนไม่เคยมีอำนาจต่อรองใดๆ ต่อหน้าน้องสาว สุดท้ายจึงได้แต่ยอมแพ้และระบายความอัดอั้นตันใจลงกับอาหารตรงหน้าแทน
เมิ่งหงเฉินเท้าคางมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มจางๆ โดยไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงแย่งกิน แค่นั่งดูสองหนุ่มยัดทะนานนางก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจแล้ว
ทว่าในจังหวะนั้นเอง สมุดบันทึกฉบับสำเนาในห้วงความคิดของนางก็สั่นไหวขึ้นมากะทันหัน ทำให้เมิ่งหงเฉินอดไม่ได้ที่จะมองฮั่วอวี่เฮ่าด้วยสายตาแปลกๆ... นี่ขนาดกินข้าวอยู่ ฮั่วอวี่เฮ่ายังมีแก่ใจเขียนไดอารี่อีกเหรอ?
【เอาล่ะ ในที่สุดก็เข้าเรียนที่โรงเรียนวิศวกรรมวิญญาณหลวงสุริยันจันทรา และกลายเป็นนักเรียนใหม่อันทรงเกียรติของห้องหนึ่งได้สำเร็จ ต่อจากนี้ก็แค่ต้องค่อยๆ พัฒนาตัวเอง ฝึกฝนวิชา เรียนรู้เรื่องอุปกรณ์วิญญาณ แล้วก็เขียนไดอารี่ไปวันๆ จากนี้ไป ฉายาของข้าคือ 'บุรุษผู้เรียบง่ายและมั่นคง'!】
【งานนี้ต้องขอบคุณสองพี่น้องเซี่ยวหงเฉินกับเมิ่งหงเฉินเป็นพิเศษ แน่นอนว่าหลักๆ คือขอบคุณแม่นางเมิ่งหงเฉิน ส่วนเซี่ยวหงเฉินน่ะเหรอ ไม่เห็นจะมีอะไรต้องขอบคุณ ไว้ค่อยเปิดทักษะตรวจสอบจิตวิญญาณกับแบ่งปันจิตวิญญาณให้เขาใช้เล่นสนุกๆ สักสองสามครั้งก็พอแล้ว (แนบท้ายด้วยรูปหัวสุนัข)】
【ส่วนเมิ่งหงเฉิน ข้าแค่อยากจะบอกว่า... กระบี่ไร้น้ำใจ ผู้หญิงมีผลต่อความเร็วในการชักดาบของข้า! แต่... เศรษฐีนีนั้นไม่ใช่! เศรษฐีนีเปย์หนักมีแต่จะทำให้ดาบของข้าคมกริบยิ่งขึ้น! ชัดเจนเลยว่าแม่นางเมิ่งคือเศรษฐีนีที่จะมาช่วยลับดาบของข้าให้คมกริบ (ยิ้มกริ่ม)】
【ไม่พูดมากแล้ว จะทำให้ความปรารถนาดีของสองพี่น้องเซี่ยวหงเฉินกับเมิ่งหงเฉินเสียเปล่าไม่ได้ ข้าขอจัดการอาหารตรงหน้าก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพ!】
เมื่อเห็นข้อความประหลาดๆ ในไดอารี่ พวงแก้มของเมิ่งหงเฉินก็แดงซ่านขึ้นมาทันควัน นางรีบก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตา ไม่ให้ฮั่วอวี่เฮ่าและพี่ชายสังเกตเห็นความผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม นอกจากความเขินอายแล้ว เมิ่งหงเฉินกลับรู้สึกถึงชัยชนะที่ก่อตัวขึ้นในใจ
เจ้าฮั่วอวี่เฮ่าคนนี้... ก่อนหน้านี้ยังพร่ำบอกอยู่เลยว่าจะไม่ยอมให้ความรักมาทำลายสมาธิ จะมุ่งมั่นแต่เรื่องงาน แล้วดูตอนนี้สิ ความคิดเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดแล้วไม่ใช่รึไง?
ถ้าอย่างนั้น ก็จงเตรียมตัวรับมือกับอานุภาพการเปย์ของเศรษฐีนีคนนี้ให้ดีเถอะ ฮั่วอวี่เฮ่า!
เมิ่งหงเฉินตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำให้ฮั่วอวี่เฮ่าได้สัมผัสถึงพลังสนับสนุนที่เศรษฐีนีจะมอบให้เขาได้ แต่ทว่าวันนี้ดึกมากแล้ว หลังจากเดินทางมาทั้งวัน แม้แต่นางเองก็ยังเหนื่อยล้า แน่นอนว่าต้องให้ฮั่วอวี่เฮ่าพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน พรุ่งนี้เช้า นางจะเริ่มเปิดฉากบุกฮั่วอวี่เฮ่าอย่างเป็นทางการ!
ด้วยความมุ่งมั่นนี้ หลังจากมื้อค่ำ ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน
แต่แล้ว เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ไดอารี่ฉบับสำเนาในหัวที่สั่นไหวอย่างบ้าคลั่งก็ทำลายกิจวัตรการตื่นนอนตามธรรมชาติของเมิ่งหงเฉินจนพังทลาย หลังจากตื่นขึ้น เมิ่งหงเฉินรีบเปิดไดอารี่เพื่อดูว่าฮั่วอวี่เฮ่าเขียนอะไรลงไป
ทว่าทันทีที่เห็นเนื้อหาในไดอารี่ เมิ่งหงเฉินก็ต้องตกตะลึง
【ผู้ถือครองบันทึกได้ทำการเขียนบันทึกติดต่อกันครบสามวัน และมีการเอ่ยถึงชื่อของบุคคลหนึ่งครบสิบครั้งภายในวันเดียว ระบบจำลองบันทึกถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ】
【ไดอารี่จำลองมีฟังก์ชันพิเศษด้วยเหรอ? มันคืออะไรกัน?】