เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 2

บทที่ 2 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 2

บทที่ 2 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 2


บทที่ 2 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 2

เสิ่นซินเป็นผู้ชายที่มีข้อเสียมากมาย และขาดผู้หญิงไม่ได้ เขาจึงปักใจเชื่อว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้ก็มีสันดานเหมือนกันหมด

ฮั่นชิงจื่อแต่งงานเข้ามาในตระกูลได้เพราะความต้องการของท่านผู้เฒ่าเสิ่น และเป็นที่รู้กันดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายน้อยใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นกับภรรยานั้นห่างเหินเพียงใด

เสิ่นซินคิดเข้าข้างตัวเอง: เขาเนี่ยแหละเข้าใจหัวอกลูกผู้ชายดีที่สุด!

เขาปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมา นั่นคือการจัดหาผู้หญิงไปปรนเปรอเสิ่นตงจวิน

คนนี้ไม่ถูกใจก็เปลี่ยนคนใหม่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอคนที่ใช่เองนั่นแหละ

จากนั้นก็ใช้มารยาหญิงเป่าหูสักหน่อย ต่อให้ลูกชายจะไม่กตัญญู เขาก็ยังพึ่งพาลูกสะใภ้ (น้อย) ได้อยู่ดี!

เมื่อจูอินได้ยินพระเอกเอ่ยถึงชื่อเสิ่นซิน มีหรือที่เธอจะไม่เข้าใจสถานการณ์?

เขาคิดว่าเธอเป็นเด็กของเสิ่นซินนั่นเอง!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ลองสังเกตสีหน้าของเสิ่นตงจวิน และก็เป็นไปตามคาด ภายใต้ใบหน้าบูดบึ้งนั้นแฝงไว้ด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยามจางๆ

ก่อนจูอินจะมาถึง คฤหาสน์เสิ่นอันโอ่อ่าแห่งนี้เคยต้อนรับผู้หญิงที่เสิ่นซินส่งมานับไม่ถ้วน ในบทบาทต่างๆ ตั้งแต่พี่เลี้ยง แม่ครัว คนสวน นักโภชนาการ ไปจนถึงหมอประจำตระกูล...

ตอนนี้เสิ่นตงจวินรู้สึกเพียงว่าเขาประเมินเสิ่นซินต่ำไปจริงๆ ไอ้แก่ไม่เอาถ่านคนนั้นถึงกับสามารถเขี่ยพ่อบ้านจางที่ปู่ของเขาเป็นคนส่งมาออกไปได้

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะ

เสียงนั้นใสกังวานราวกับไข่มุกร่วงหล่นบนจานหยก แฝงไว้ด้วยความร่าเริงสดใส

ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เสียงของฮั่นชิงจื่อ

สายตาเย็นชาของเสิ่นตงจวินพุ่งตรงไปที่จูอินราวกับลูกธนูอาบยาพิษ

จูอินยิ้มตอบเขา "นายน้อยเสิ่นคะ ดิฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ดิฉันคือผู้จัดการคนใหม่ที่ท่านผู้เฒ่าเสิ่นเป็นคนจ้างมาดูแลรับผิดชอบงานต่อจากพ่อบ้านจางโดยเฉพาะค่ะ"

ดวงตาของเสิ่นตงจวินฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อของคุณเลยค่ะ คุณสามารถโทรไปเช็คกับท่านผู้เฒ่าเสิ่นได้ด้วยตัวเอง"

เสิ่นตงจวินยังคงไม่ปักใจเชื่อ

จูอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ต่อให้คุณไม่เชื่อคำพูดของดิฉัน แต่คุณต้องเชื่อในรสนิยมของดิฉันนะคะ"

เธอมองเสิ่นตงจวินด้วยสายตาจริงใจสุดซึ้ง "ดิฉันไม่ได้ชอบผู้ชายสไตล์คุณจริงๆ ค่ะ นายน้อย... ดังนั้นคุณสบายใจได้เลย พรหมจรรย์ของคุณปลอดภัยแน่นอน"

เสิ่นตงจวิน: "..."

ขมับของเขากระตุกยิกๆ อย่างไม่อาจควบคุม

ผู้หญิงตรงหน้าพูดจาคะขาดูนอบน้อม แต่เนื้อความในแต่ละประโยคนั้นช่างไร้สาระสิ้นดี

เสิ่นตงจวินเอ่ยเสียงเย็น "ฉันไม่สนว่าใครส่งเธอมา ที่นี่ไม่ต้องการผู้จัดการคนใหม่ พ่อบ้านจางไปไหน?"

จูอินถอนหายใจ "นายน้อยคะ พ่อบ้านจางอายุมากขนาดนั้นแล้ว ท่านควรจะเกษียณตั้งนานแล้วนะคะ ให้ท่านกลับไปอยู่บ้านใหญ่ ดื่มชาตกปลาเป็นเพื่อนท่านผู้เฒ่าทุกวันไม่ดีกว่าเหรอคะ?"

ชายชราผู้น่าสงสารต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่มานาน พอเห็นหน้าเธอเข้า ก็ทำท่าเหมือนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

เสิ่นตงจวิน: "..."

เขามองตามสายตาของจูอินไปยังสภาพเละเทะบนพื้นห้อง แล้วก็เงียบไป

แต่พระเอกก็คือพระเอก เขาไม่มีทางยอมถูกขู่เข็ญง่ายๆ ใบหน้ายังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ฉันจะพูดอีกครั้ง คฤหาสน์ตระกูลเสิ่นไม่ต้องการเธอ—"

"ฉันคิดว่าคุณจูอินก็ดูเข้าท่าดีนะ" น้ำเสียงเรียบเย็นแต่ใสกังวานดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเขา

เป็นฮั่นชิงจื่อที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟานั่นเอง

เสิ่นตงจวินหันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจ

ฮั่นชิงจื่อยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตของเธอราวน้ำนิ่งลึกที่เปี่ยมล้น แต่กลับสงบเยือกเย็นจนน่ากลัว ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแม้ในยามยิ้ม

เสิ่นตงจวินขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเหลือบไปเห็นรูปร่างบอบบางของฮั่นชิงจื่อ เขาก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป

เขาพูดเสียงแข็ง "ในเมื่อเธอเห็นดีเห็นงามด้วย ก็ให้หล่อนอยู่ต่อ แต่จำไว้... ถ้าวันหน้ายัยนี่ก่อเรื่องอะไรขึ้นมา เธอต้องรับผิดชอบเอง!"

พูดจบ เขาก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที

"เฮอะ! กินรังแตนมาหรือไงนะ?" จูอินมองแผ่นหลังของพระเอกแล้วส่ายหน้า "โกรธบ่อยๆ ระวังจะอายุสั้นนะพ่อคุณ"

ฮั่นชิงจื่อเดิมทีแค่พูดประชดเพื่อยั่วโมโหเสิ่นตงจวินเล่นๆ แต่พอได้ยินจูอินพูดแบบนั้น เธอก็อดขำไม่ได้

ทว่าประโยคต่อมาของจูอินกลับพุ่งเป้ามาที่เธอ "คุณเองก็เหมือนกัน ทำหน้าอมทุกข์ตลอดเวลา อาการหนักกว่าเขาอีกนะ"

ภารกิจของเธอในโลกนี้คือการคลี่คลายปมในใจระหว่างพระเอกกับฮั่นชิงจื่อ เพื่อให้พวกเขามีตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้ง

และการ 'ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร' ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ 'ความสุขสมบูรณ์' เช่นกัน

จูอินคิดด้วยความกังวลเล็กน้อย: ถ้าสองคนนี้ด่วนตายไปก่อนวัยอันควร ภารกิจคงจะยุ่งยากน่าดู

บาร์บาร่าเหมือนจะรับรู้ถึงความกังวลของเธอ จึงเอ่ยปลอบใจ "โฮสต์ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกตัวเอกมีร่างกายพิเศษอยู่แล้ว ต่อให้ทำร้ายร่างกายตัวเองแค่ไหน ก็ยังฟิตปั๋งเตะปี๊บดังแน่นอน"

ได้ยินดังนั้น จูอินก็รู้สึกโล่งใจและเสียดายในเวลาเดียวกัน "สุขภาพดีขนาดนี้ น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปทำงานกับเจ้านายเก่าของฉัน"

บาร์บาร่าอยากรู้เหลือเกินว่างานเก่าของโฮสต์คืออะไร แต่ด้วยจรรยาบรรณของระบบที่ดี มันจึงข่มใจไม่ถาม

หลังจากแนะนำตัวกับพระเอกและฮั่นชิงจื่อเรียบร้อยแล้ว จูอินก็ไปทำความรู้จักกับพนักงานคนอื่นๆ ในวิลล่า

เชฟสองคน คนหนึ่งดูแลอาหารจีน อีกคนดูแลเบเกอรี่และอาหารตะวันตก

แม่บ้านทำความสะอาด คนสวน และคนขับรถ

นี่คือพนักงานประจำทั้งหมดของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นในตอนนี้

ในเนื้อเรื่องเดิม นอกจากป้าสวีที่ดูแลอาหารจีนแล้ว คนอื่นๆ แทบไม่มีบทบาทหรือการแนะนำตัวเลย

ป้าสวีติดตามมาจากบ้านใหญ่ตระกูลเสิ่น ดูแลพระเอกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พระเอกเป็นคนเลือกกิน กินยาก และไม่ค่อยตั้งใจกินข้าว มีเพียงป้าสวีเท่านั้นที่พอจะรับมือไหว

จูอินสังเกตเห็นว่าทุกคนมองเธอ ซึ่งเป็น 'เจ้านายที่จู่ๆ ก็โผล่มา' ด้วยสายตาที่เป็นมิตร เชื่อมั่น และคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น

ทำไมล่ะ?

เธอกะพริบตาปริบๆ ดวงตาสีนิลดูลึกลับดำดิ่งจนแสงตะวันไม่อาจส่องถึง

[ผู้จัดการเสิ่นปาแก้วแตกไปแค่ใบเดียวเองวันนี้ ซึ้งใจน้ำตาจะไหล]

[เธอหยุดศึกระหว่างผู้จัดการเสิ่นกับคุณผู้หญิงได้ด้วย สุดยอด! ขอให้ผู้จัดการจูอินอยู่ได้นานๆ ทีเถอะ]

[ผู้จัดการคนใหม่สวยจัง หรือท่านผู้เฒ่าจะตัดใจ ยอมเปลี่ยนเมียให้หลานชายแล้ว?]

[ถ้าไม่ใช่เพราะค่าทำขวัญก้อนโต ใครจะอยากทนดูผู้จัดการเสิ่นอาละวาดทุกวันล่ะ? ทะเลาะกันทีไร ข้าวของพังพินาศ งานเพิ่มขึ้นเป็นกอง!]

ท่ามกลางเสียงในใจที่ประสานกันอย่างกลมเกลียว กลับมีเสียงหนึ่งที่โดดออกมาอย่างชัดเจน:

[ผู้จัดการคนใหม่หน้าตาแบบนี้เหรอ? งั้นงานที่นายท่านเสิ่นสั่งมาก็หมดหวังแล้วสิ?]

จูอินมองตามเสียงไป สบเข้ากับดวงตาที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนคู่หนึ่ง

ลุงเติ้ง คนสวนประจำคฤหาสน์ ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปี ปกติไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายในตัวตึกหลัก ตอนแนะนำตัวเมื่อกี้เขาก็พูดจาสุภาพเรียบร้อยมาก

เธอไม่คาดคิดเลยว่า ลุงเติ้งที่ดูซื่อๆ เงียบๆ คนนี้ จะเป็นคนของเสิ่นซิน?

ยังไม่ทันที่จูอินจะได้คิดอะไรต่อ เสียงบ่นในใจของลุงเติ้งก็ดังขึ้นอีก:

[โชคดีที่คนอย่างข้าฉลาด บอกไปแค่ว่าจะลองดูถ้ามีโอกาส ไม่ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ]

บางคนภายนอกดูเป็นคนพูดน้อย แต่ในใจกลับพูดไม่หยุด:

[เจ้านายใหญ่ก็อยู่ส่วนเจ้านายใหญ่ เจ้านายน้อยก็อยู่ส่วนเจ้านายน้อย ข้าดูแลสวนนี้ได้เงินเดือนเป็นหมื่น คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไปเล่นเกมการเมืองในบ้านกับพวกแก]

จูอิน: ...

.

ข่าวเรื่องผู้จัดการสาวสวยระดับดาราที่เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น แพร่ไปถึงหูเสิ่นซินอย่างรวดเร็ว

สมองที่เต็มไปด้วยเรื่องกามตัณหาของเขา คิดไปในทางอื่นไม่ได้เลย เขาจึงรีบโทรหาเสิ่นตงจวินทันที

สองพ่อลูกทะเลาะกันยกใหญ่

คราวนี้เสิ่นตงจวินไม่ได้ขว้างปาข้าวของ ตราบใดที่คู่กรณีไม่ใช่ฮั่นชิงจื่อ ดูเหมือนเขาจะพอควบคุมอารมณ์ตัวเองได้บ้าง

แต่บางคนที่ไม่เกี่ยวข้อง กลับโดนลูกหลงเข้าเต็มๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ในวันแรกของการทำงาน จูอินถูกไล่ออก ด้วยข้อหา... ก้าวเท้าซ้ายเข้าบ้านตระกูลเสิ่นก่อน

จบบทที่ บทที่ 2 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว