- หน้าแรก
- ราชันย์เสริมแกร่งสะท้านภพ
- บทที่ 22 ผลึกแห่งราชันย์
บทที่ 22 ผลึกแห่งราชันย์
บทที่ 22 ผลึกแห่งราชันย์
บทที่ 22 ผลึกแห่งราชันย์
หลังจากเผชิญหน้ากับมนุษย์หมาป่ากลุ่มใหญ่กลุ่มนั้น หยางซวนก็เจอแต่พวกกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีแค่ 2-3 ตัว
เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมหาศาล หยางซวนก็ไม่จำเป็นต้องซุ่มโจมตีอีกต่อไป เขาพาลูกสมุนก็อบลินทั้ง 5 บุกตะลุยอย่างบ้าคลั่ง ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็อัปเลเวลเป็น 7 ได้สำเร็จ
ชื่อ: หยางซวน
ID: 6666
พรสวรรค์: การเสริมแกร่งขั้นสุดยอด, พลังไททัน, บุตรแห่งเอลฟ์, เสริมรากฐาน ชำระต้นกำเนิด, กายาเทพอมตะ
อุปกรณ์: ดาบยาวมือใหม่, เครื่องรางมือใหม่, แหวนก็อบลิน, กางเกงขาสั้นก็อบลิน, เกียรติยศก็อบลิน (มงกุฎ)
เลเวล: 7
สกิล: ความชำนาญกระบอง
พลังต่อสู้: 1211
ร่างกาย: 28+14
จิตวิญญาณ: 31+11
ความว่องไว: 41+11
พละกำลัง: 118+24
เงิน: 3 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน 80 เหรียญทองแดง
แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0
ค่าสถานะที่เว่อร์วังอลังการทำให้ความมั่นใจของหยางซวนพุ่งทะลุเพดาน และเนื่องจากลูกสมุนทั้ง 5 ฆ่ามอนสเตอร์ข้ามรุ่น เลเวลของพวกมันจึงพุ่งพรวดตามไปด้วย ตอนนี้ทุกตัวอยู่ที่เลเวล 5 แล้ว
มองดูศพมนุษย์หมาป่าตัวสุดท้ายที่เพิ่งล้มลง หยางซวนขมวดคิ้วเล็กน้อย พอเลเวล 7 ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แถมโบนัสคูณสองจากพวกก็อบลินก็เริ่มลดน้อยถอยลงตามเลเวลที่เพิ่มขึ้นของพวกมัน
"ดูท่าวันเวลาอันแสนสุขของการดักตบเด็กเก็บเวลคงจะจบลงแล้วสินะ"
หยางซวนถอนหายใจ ก่อนจะเรียกพวกลูกสมุนแล้วมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่แผนที่สมบัติระบุ
ตามการนำทางของแผนที่ หยางซวนพบว่าสมบัตินั้นซ่อนอยู่ในบึงแห่งหนึ่ง
ป่าแห่งนี้มักมีพืชพรรณและสถานที่แปลกประหลาดอยู่เสมอ
หยางซวนเคยเห็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยกองหินมหึมา แต่พอจะเข้าไปใกล้ จู่ ๆ ก็รู้สึกขนหัวลุกจนต้องล้มเลิกความคิดไป
ตอนนี้ พอมาเจอบึงตรงหน้า หยางซวนก็เริ่มลังเล
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางซวนก็โบกมือ เรียกก็อบลินตัวหนึ่งออกมาจากด้านหลัง
"อาต้า ไป เดินนำหน้าไป"
หยางซวนสั่งเสียงเรียบ
เจ้าก็อบลินนามว่า 'อาต้า' ไม่กล้าขัดขืน มันเดินตัวสั่นนำหน้าเข้าไปในเขตบึง
อากาศในนี้ไม่มีกลิ่นหอมของหญ้าและดอกไม้ป่า แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าที่บอกไม่ถูก หยางซวนสั่งให้อาต้ายืนนิ่งรอสักพัก พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาถึงกลั้นหายใจแล้วเดินตามเข้าไป
ร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้หยางซวนกลั้นหายใจได้นานมาก ตราบใดที่ไม่ได้ต่อสู้ เขาทำได้เกิน 10 นาทีสบาย ๆ
แม้จากการสังเกตสรีระของก็อบลิน พวกมันจะยังใช้ออกซิเจนหายใจเป็นหลัก แต่หยางซวนก็ไม่กล้าสูดอากาศที่นี่เข้าปอดสุ่มสี่สุ่มห้า กันไว้ดีกว่าแก้
หมอกหนาปกคลุมทำให้บึงดูมืดสลัวและเงียบสงัด เสียงสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิดคลานผ่านพื้นนาน ๆ ครั้ง ช่างเสียดแทงความรู้สึกและปลุกสัญชาตญาณระวังภัยของหยางซวนให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
นำโดยอาต้า หยางซวนและพรรคพวกค่อย ๆ เข้ามาถึงใจกลางบึง
รอบข้างเต็มไปด้วยกองกระดูกขาวโพลนทับถมกันสูง จุดที่แผนที่สมบัติระบุอยู่ใต้พื้นที่ว่างโล่งตรงหน้านี้เอง
หยางซวนหยิบจอบออกจากเป้ ส่งสัญญาณให้อาต้าเริ่มงาน
อาต้ารับจอบมาด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วเริ่มขุดดินยิก ๆ ภายใต้สายตากดดันของหยางซวน
ถึงจะตัวเล็กแต่ก็อบลินก็เต็มไปด้วยมัดกล้าม บวกกับดินที่นี่ค่อนข้างร่วนซุย ไม่นานอาต้าก็ขุดหลุมขนาดใหญ่ เผยให้เห็นบางสิ่งที่ฝังอยู่
ได้ยินเสียงร้องตื่นเต้นของอาต้า สีหน้าที่เคร่งเครียดของหยางซวนก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"กล่องเหรอ?"
หยางซวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสั่งให้อาต้าขุดกล่องขึ้นมา
ไม่นาน กล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือก็ถูกอาต้าประคองส่งมาให้หยางซวนอย่างนอบน้อม
กล่องนี้ถูกฝังมานานแค่ไหนไม่รู้ ตัวกล่องทำจากเหล็กทั้งชิ้น สลักลวดลายวิจิตรที่หยางซวนมองว่าคล้ายมนุษย์หมาป่าอยู่หน่อย ๆ
"ดูท่าจะเป็นสมบัติราชวงศ์ของพวกมนุษย์หมาป่าแฮะ"
หยางซวนทำท่าครุ่นคิด แล้วสั่งให้อาต้าเปิดกล่อง
"คลิก!"
ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก ควันสีดำก็พุ่งออกมาปะทะใบหน้าของอาต้าอย่างจัง
อาต้าผู้โชคร้ายกรีดร้องโหยหวน ทรุดลงไปดิ้นพราด ๆ กุมหัวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เหตุการณ์กะทันหันทำเอาหยางซวนตกใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร อาต้าก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้อาต้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน... ไม่สิ เป็นก็อบลินคนละตัว
ดวงตาสีแดงฉานของอาต้าจ้องเขม็งมาที่หยางซวนและเพื่อนก็อบลินอีก 4 ตัว ปากที่อ้ากว้างส่งเสียงขู่ในลำคอ "ฮอ-ฮอ" แปลกประหลาด
หยางซวนประหลาดใจเมื่อพบว่าในช่องควบคุมทาสของ 'เกียรติยศก็อบลิน' (มงกุฎ) จำนวนทาสที่เคยเต็ม ตอนนี้หายไป 1 เหลือ 4/5!
"โดนควบคุมร่างเหรอ?"
หยางซวนเดา แต่แล้วเขาก็ได้ยินอาต้าพูดออกมา
"หึ หึ หึ นึกไม่ถึงเลยว่าผ่านไปหลายร้อยปี ในที่สุด..."
ยังพูดไม่ทันจบ เงากระบองก็ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวอาต้าอย่างจัง อาต้าตกใจรีบเอี้ยวตัวหลบ
แต่อาจเพราะเพิ่งยึดร่างได้ไม่นาน หรือเพราะความเร็วของหยางซวนนั้นเหนือชั้นเกินไป อาต้าถอยได้แค่ครึ่งก้าว ก็ได้ยินเสียงกระดูกแตกดังลั่นที่ไหล่
"แกรก!"
กระบองสั้นในมือหยางซวนบดขยี้ไหล่อาต้าไปข้างหนึ่ง ก่อนที่อาต้าจะทันได้กรีดร้อง ท่าไม้ตายกระบองก็เปลี่ยนจากฟาดลงเป็นกวาดขวาง หวดเข้าที่กะโหลกอาต้าเต็มแรง หัวระเบิดกระจาย ร่างไร้หัวร่วงลงกระแทกพื้นดังตุ้บ!
กระบวนการทั้งหมดดูเหมือนยาวนาน แต่จริง ๆ แล้วกินเวลาแค่ 2-3 วินาที น่าอนาถที่วิญญาณปริศนานั้นยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็ต้องดับสูญไปพร้อมกับร่างของอาต้า
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 2000]
เห็นข้อความแจ้งเตือน หยางซวนถึงเก็บกระบองสั้น แล้วสั่งให้พวกก็อบลินข้างหลังเข้าไปตรวจสอบพื้นที่
'อาเอ๋อร์' (เจ้าสอง) เดินเข้าไปใกล้ศพอาต้าอย่างระแวดระวัง นั่งยอง ๆ เอาไม้จิ้ม ๆ สองสามที แล้วตะโกนบอกหยางซวน
พอได้ยินอาเอ๋อร์บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ หยางซวนจึงสั่งให้มันหยิบกล่องบนพื้นมาให้
[พบโลหิตแก่นแท้ราชามนุษย์หมาป่าวายุ * 1]
เมื่อรับกล่องเหล็กมา หยางซวนก็พบผลึกแข็งสีแดงเลือดอยู่ข้างใน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือน
โลหิตแก่นแท้ราชามนุษย์หมาป่าวายุ / ระดับ: ทอง / มีโอกาสเปลี่ยนสายเลือดเป็นราชามนุษย์หมาป่าวายุเมื่อบริโภค
แม้ข้อมูลจะสั้นกุด แต่หยางซวนก็ถึงกับอึ้ง ผลึกแดงก้อนเล็ก ๆ นี้สามารถเปลี่ยนสายเลือดผู้ใช้ได้เลยเหรอ
จากมอนสเตอร์ที่เขาเจอมา ไม่ว่าจะเป็นก็อบลินหรือมนุษย์หมาป่า ค่าสถานะร่างกายของพวกมันเหนือกว่ามนุษย์ในเลเวลเดียวกันมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงแรกอัตราการตายของผู้เล่นถึงสูงลิ่ว
ขนาดราชาก็อบลินที่เขาฆ่าไป ค่าสถานะยังโกงซะขนาดนั้น แถมยังมีสกิลระดับราชาอีก แล้วราชามนุษย์หมาป่าที่มีเลเวลสูงกว่า จะเก่งกาจขนาดไหน?
หยางซวนสนใจก็จริง แต่เขาไม่มีความคิดที่จะกินไอ้ก้อนเลือดนี่เองแน่นอน
ล้อเล่นน่า! เกิดกลายเป็นมนุษย์หมาป่าขึ้นมาจะทำไง!
ถึงแม้มนุษย์หมาป่าจะมีความสามารถบางอย่างที่น่าทึ่งก็เถอะ... คิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางซวนก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ แล้วควักเงิน 1 เหรียญเงินเพื่อ 'เสริมแกร่ง' ผลึกเลือดในมือทันที
[กำลังเสริมแกร่ง... เสริมแกร่งสำเร็จ!]
แสงจาง ๆ วูบวาบ ผลึกเลือดราชามนุษย์หมาป่าในมือเปลี่ยนไปทันที:
ผลึกสายเลือดโบราณราชามนุษย์หมาป่าวายุ: / ระดับ: ส้ม / เปลี่ยนสายเลือดเป็นมนุษย์หมาป่าวายุเมื่อบริโภค มีโอกาสสูงที่จะได้รับมรดกสายเลือดโบราณ
ว่าแล้วเชียว ระดับเพิ่มขึ้นอีกขั้น!
ถ้าไม่ใช่สายเลือดมนุษย์หมาป่า หยางซวนคงอดใจไม่ไหวกลืนมันลงท้องไปแล้ว เขาเรียกอาเอ๋อร์เข้ามา แล้วโยนผลึกให้มัน
"กลืนลงไปซะ"