เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 ให้เขาได้ไปสบาย

บทที่ 46 ให้เขาได้ไปสบาย

บทที่ 46 ให้เขาได้ไปสบาย


บทที่ 46

ให้เขาได้ไปสบาย

“นี่ลูกพี่ ชายคนนั้นมีหน้าตายังไงเหรอ? แล้วเขาไปก่อคดีอะไรเอาไว้? และมีค่าหัวไหม?” เซียวหลีก็ได้ถามอย่างสงสัย ถ้าหากนางพบชายคนนั้นเข้า ก็จะได้เป็นการทำเงินให้หวังเมิ่งได้ไม่ใช่รึไง?

แล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ก็เป็นแค่คนที่ไปล่วงเกินขุนนางเข้าจนถูกลงโทษน่ะ และตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นทาสหลบหนีไม่มีค่าหัวไรทั้งนั้นแหละ”

ล่วงเกินขุนนาง?

ไม่รู้ว่าใครถูกใครผิดกันแน่? เพราะในยุคโบราณเช่นนี้หาความยุติธรรมได้ยากนัก ที่แท้เขาคนนั้นก็เป็นแค่ชายโชคร้ายเท่านั้น หาได้เป็นอาชญากรร้ายแรงแต่อย่างใด

พอรู้ว่าไม่มีค่าหัวอะไร เซียวหลีจึงได้ไม่ถามอะไรต่อ แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็ได้เผอิญทำขนมแบะแซที่นางซื้อมาฝาก     เซียวเป่าเอ๋อตก นางจึงได้ก้มลงไปเก็บแต่แล้วนางก็พบรอยเลือดสดๆอยู่ที่พื้น

หัวใจของนางก็ได้เต้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆและมองไปที่ข้างใต้รถม้า ก็พบชายอายุประมาณ 30 กำลังจ้องมาที่นาง

ตัวของเขานั้นบาดเจ็บสาหัสมาก มีรอยแผลและเลือดเต็มหน้าของเขาจนยากที่จะเห็นรูปโฉมเดิมของเขาได้

ชายคนนั้นก็ได้เปิดปากแต่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรออกมา แต่ทว่าเซียวหลีก็พอจะเดาได้ว่าเขานั้นน่าจะบอกให้นางเงียบเฉยไว้หรือช่วยเขาที

ตาของเขานั้นดูโหยหา, สิ้นหวัง และใบหน้าที่อ่อนโยนและชุ่มโชกด้วยเลือดของเขานั้นทำให้เซียวหลีตกใจ

“ลูกพี่...เอ่อ...” เซียวหลีนั้นเดิมทีคิดที่จะบอกให้ลูกพี่เจ้าหน้าที่ว่า ทาสหลบหนีนั้นน่าจะยังอยู่ในเมืองและนางก็ไม่ได้พบใครระหว่างทางเลย

แต่ทว่าชายคนนั้นกลับคิดว่านางนั้นคิดที่จะแจ้งเรื่องของเขา ทำให้เขาสูญสิ้นความหวังและร่างกายของเขาก็ได้ประคองต่อไปไม่ไหว แล้วได้หล่นลงมาดัง“ปุ”จากข้างใต้รถม้า

“นั่นเขา...เขาอยู่ที่นี่” แล้วเจ้าหน้าที่ที่ออกผิวคล้ำก็ได้ตกใจเล็กน้อย และในขณะที่เขาพูดก็ได้ดึงเอาตัวชายคนนั้นออกมาจากรถม้า

แล้วเขาก็ได้คุกเข่าลงมาและเขย่าตัวชายคนนั้น แล้วเอานิ้วไปอังที่จมูกของชายคนนั้น “หัวหน้าขอรับดูเหมือนเขากำลังจะตายแล้วขอรับ”

แล้วคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย แล้วลงมาจากม้ามาตรวจสอบการหายใจของเขาด้วยตัวเอง แล้วเอามือสัมผัสใบหน้าเย็นๆของชายคนนั้น แล้วก็หันไปมองที่บ่อน้ำใกล้ๆกันกับเขา แล้วจากนั้นก็กล่าว “ช่วยเขาให้ไปสบายหน่อย, ฆ่าเขาแล้วโยนลงไปในบ่อน้ำเสีย”

อะไรนะ? ฆ่าแล้วโยนลงน้ำ?

“ไม่....ไม่” หัวของเขานั้นแห้งเหือดและริมฝีปากก็แห้งแตก คอของเขาก็เจ็บมากจนเขาไม่อาจที่จะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ จึงได้แต่มองไปที่เซียวหลีแล้วกล่าว “ช่วย...ช่วยข้าด้วย”

เซียวหลีก็ได้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปชั่วขณะ ถ้านางสามารถช่วยเขาได้นางก็คงไม่ต้องมายืนนิ่งแบบนี้หรอก นี่คือทาสหลบหนีนะ!

“หัวหน้าขอรับ แล้วสัญญาทาสของคนนี้ๆจะทำอย่างไรขอรับ?” เจ้าหน้าที่ผิวคล้ำก็ได้หยิบเอาสัญญาทาสของคนคนนั้นออกมาแล้วถาม

แล้วตัวหัวหน้าก็ได้ตอบ “ในเมื่อเขาก็จะตายแล้ว ก็ให้อิสระแก่เขาเสียหน่อย”

“แต่เขายังไม่ตายนะ?” เซียวหลีก็ได้มองไปที่สายตาที่กระตือรือร้นที่จะเอาชีวิตรอดของคนคนนั้นแล้ว นางก็ได้รู้สึกโล่งอก แต่นางนั้นก็ไม่เข้าใจคำพูดของเจ้าหน้าที่สองคนนั้น

“ยังไงเขาก็ไม่รอดอยู่แล้ว ข้าก็แค่จะส่งเขาไปสบายเท่านั้นเอง”

“ไม่คิดจะให้เขารอดหน่อยเลยเหรอ? จะฆ่าเขาให้ตายเช่นนี้มันจะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ? สวรรค์ได้สรรค์สร้างชีวิตขึ้นมา แม้แต่มดก็ยังพยายามเพื่อให้มีชีวิตอยู่ แล้วนับประสาอะไรกับคนเล่า” เซียวหลีก็ได้ถามและมองไปที่ดวงตาของคนที่กำลังจะตายคนนั้น น้ำตาของเขาไหลออกมา, สั่นกลัว, แต่ยังพอมีแสงอยู่นิดหน่อยในดวงตาของเขา มีคนเช่นนี้อยู่บนโลกนี้ด้วยนางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

หากสวรรค์อวยพรให้เขายังไม่ตาย เขาจะยังตายไม่ได้!

แล้วหัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็ได้มองไปที่เซียวหลีอย่างดูถูก “เป็นโทษของการก่อกบฏน่ะ พระราชกฤษฎีกาก็ได้เขียนเอาไว้แล้วว่าการให้เป็นทาสนั้นถือเป็นการลดโทษที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว  แต่เขากลับคิดหนีและยังบาดเจ็บสาหัสอีก เขานั้นกำลังจะตายอยู่แล้วทำไมเจ้าถึงได้ไปปล่อยให้เขาได้ไปสบายล่ะ?” เจ้าหน้าที่ที่เห็นว่าเซียวหลีนั้นอยากที่จะช่วยชีวิตเขาก็ได้กล่าว “ถ้าเจ้าอยากที่จะช่วยเขามากนักล่ะก็ จ่ายเงินค่าไถ่ตัวเขามา 10 ตำลึงทอง”

“10 ตำลึงทอง?” นางฟังไม่ผิดใช่ไหม? นางนั้นจำได้ว่ามีใครสักคนในหมู่บ้านเซียวนั้นไถ่ตัวคนกลับคืนมาก็แค่ 50 ตำลึงเงินเท่านั้นเอง

“มันถูกระบุเอาไว้ในสัญญา” แล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้กล่าวโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

“แต่เขากำลังจะตายอยู่แล้วนะ ถ้าข้าซื้อเขาก็เสียเงินฟรีน่ะสิ?” เซียวหลีนั้นรู้ดีว่านางนั้นอาจจะยังพอช่วยเหลือเขาได้ แต่นางนั้นเพิ่งจะได้เงินมาในวันนี้และนางก็ยังต้องใช้เงินอีกมาก....

เฮ้อ ต้องมีเรื่องให้เงินไม่พอจ่ายตลอดสิน่า

หวังเมิ่งที่ไม่รู้ว่าเดินมาหาเซียวหลีตั้งแต่เมื่อไรก็ได้กล่าว “คนคนนี้มีบาดแผลเต็มตัว และแผลยังติดเชื้อจนเป็นไข้ยากที่จะหายได้”

ที่เขาพูดนั้นมีความหมายชัดเจนมาก อย่าได้เสียเงินไปเปล่าๆเลย

แล้วหัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากที่จะพูดคุยกับเซียวหลีอีก และเขาก็ได้มองไปที่ให้เจ้าหน้าที่ผิวคล้ำ แล้วเจ้าหน้าที่ผิวคล้ำคนนั้นก็ได้ดึงเอามีดออกมาหมายที่จะแทงไปที่หน้าอกของชายคนนั้น

ชายคนนั้นก็ได้ดวงตาเบิกกว้าง แล้วหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดนั้นก็หาได้มีความกลัวไป แล้วก็ขยับปากเล็กน้อยราวกับกำลังหัวเราะ “สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม!”

“เดี๋ยวก่อน....ข้าตกลงซื้อ” เซียวหลีนั้นพูดอะไรไม่ออก พวกคนที่ทำงานราชการนี่มักมีนิสัยแบบนี้กันหมดเลยน้า จะลดให้สักอีแปะก็ไม่ได้ แย่จริงๆ.....

ชายคนนั้นก็ได้มองไปที่เซียวหลีด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงที่ตัวผอมบางและใบหน้าเหลืองเช่นนี้ และนางก็แต่งตัวเยี่ยงสาวชนบทเช่นนี้กลับยอมไถ่ตัวเขา แม้ว่าเขาอยากที่จะพูดขอบคุณออกมาแต่เขาก็ได้สลบไป

“เจ้า....เจ้ายังคิดที่จะซื้ออีกเหรอ?” เจ้าหน้าที่ผิวคล้ำก็ได้รู้สึกสับสน

เซียวหลีก็ได้เดินไปหาแล้วตรวจชีพจรของเขาอยู่สักพักหนึ่ง แล้วจากนั้นก็ได้หยิบเอาเข็มเงินออกมาแล้วปักลงไปที่      จุดเหรินจงของเขา แล้วชายคนนั้นก็ได้ค่อยๆใจมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่ได้ลืมตาออกมาเพราะเหนื่อยมาก

“ไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะช่วยเจ้าเอง เจ้าอย่าเพิ่งยอมแพ้ก็แล้วกัน” เซียวหลีก็ได้ปลอบเขาแล้วจากนั้นก็ได้ฝังเข็มลงไปอีกสองเข็มที่หน้าอก

“ข้าขอไถ่ตัวชายคนนี้ ขอให้พี่ชายสองคนได้โปรดช่วยข้าแบกเขาขึ้นไปบนรถม้าให้หน่อย” เซียวหลีกล่าวแล้วก็หยิบเอาตำลึงทองออกมาจำนวนหนึ่ง แล้วมอบให้กับหัวหน้าเจ้าหน้าที่

“ข้าหวังว่าเจ้าจะได้รับสิ่งตอบแทนจากความใจดีของเจ้า” หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สองคนก็ได้มาแบกชายคนนั้นไปวางไว้ที่รถม้าของเซียวหลี

“นี่คือสัญญาทาสไถ่ตัวชายผู้นี้รับไปเสีย” เจ้าหน้าที่ผิวคล้ำก็ได้มอบสัญญาให้กับเซียวหลี นอกจากจะรู้สึกตกใจกับความใจดีของเซียวหลี เขายังรู้สึกว่าเซียวหลีนั้นเป็นคนโง่มากอีกด้วยที่ยอมจ่าย 10 ตำลึงทองเพื่อซื้อคนที่กำลังจะตาย

แล้วเสียงของรถม้าก็ได้ควบไกลออกไป หวังเมิ่งเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้นั้นใจดีแต่ว่าโง่!

ในขณะที่ผู้คนได้พากันจากไปแล้ว ก็ได้มีรูปร่างคนที่คุ้นเคยปรากฏตัวออกมา และเซียวต้าหลี่ก็ได้พาเซียวเยี่ยนตามข้างหลังชายคนนั้นมาด้วย

“อื้ม....” ใบหน้าที่ขาวซีดของเซียวเยี่ยนนั้น เมื่อเห็น    เซียวหลีก็เหมือนกับเห็นฟางช่วยชีวิต แต่นางนั้นถูกปิดปากด้วยผ้าอยู่ทำให้พูดออกมาไม่ได้

“เจ้าคิดจะตะโกนออกมาว่าอะไรเหรอ?” เซียวต้าหลีก็ได้บีบปากของนางแล้วยัดเอาผ้าใส่เข้าไปให้แน่นมากกว่าเดิมอีก แต่เขาก็ยังยั้งแรงเอาไว้บ้าง อย่างไรเสียเขาก็ยังชื่นชอบปากนี้อยู่

“เซียวจิ้งถิง เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่? เจ้าจับตัวประกันเช่นนี้เป็นความผิดนะรู้ไหม?” เซียวหลีนั้นก็คิดว่ากะแล้วอยู่ในใจ ตั้งแต่ตอนที่นางรู้สึกได้ว่ามีคนที่สะกดรอยตามนางมา แต่นางก็ไม่คิดว่าเซียวจิ้งถิงนั้นจะโหดร้ายถึงขนาดจับเซียวเยี่ยนเป็นตัวประกัน

เซียวจิ้งถิงก็ได้หัวเราะออกมา แล้วเดินไปรอบๆรถม้าครึ่งรอบ แล้วมองดูข้าวของที่อยู่ข้างใน ก็พบว่าซื้อของมามากมายจริงๆ

“ถ้าเจ้าล่ำซำขนาดนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่นึกถึงลูกพี่ลูกน้องของเจ้าอย่างข้าบ้าง? หือ?” เซียวจิ้งถิงก็ได้มองไปที่เซียวหลี “เจ้าไม่สำนึกบุญคุณพี่ชายคนนี้ของเจ้าบ้างรึยังไง?”

“จริงด้วยๆ” ดวงตาของเซียวต้าหลี่ก็ได้จ้องไปที่เซียวหลีด้วยดวงตาที่ลุกโชน เขานั้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเคียดแค้นเมื่อนึกถึงแขนของเขาที่ถูกเซียวหลีหักเมื่อวันก่อน

ในเวลานี้เขาได้จับตัวเซียวเยี่ยนเอาไว้และคิดที่จะจับตัวเซียวหลีเพื่อระบายความแค้นของเขา เขานั้นคิดที่จะทำให้นางเจ็บบ้าง

ใบหน้าของเซียวจิ้งถิงน่ารังเกียจจริงๆ คงคิดว่าจะได้รังแกคนที่อ่อนแอกว่าสินะ? โชคยังดีที่นางนั้นรู้ล่วงหน้าและขอให้อวี่เหวินชูนั้นให้คนมาคอยคุ้มครองนาง แต่ถ้าหากต้องสู้กันจริงๆ นางก็ไม่รู้ว่าหวังเมิ่งนั้นจะสู้ไหวหรือเปล่า อย่างไรเสียนางที่ได้สู้กับเซียวจิ้งถิงเมื่อครั้งก่อนนั้น นางนั้นสู้เขาไม่ได้เลยเนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอของนาง ซึ่งด้วยวิชาซ่านโฉ่วขั้น 9 ของนางนั้นไม่มีทางเลยที่นางจะสู้กับวิชากังฟูของคนอื่นๆไม่ได้

จบบทที่ บทที่ 46 ให้เขาได้ไปสบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว