เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 นางจูบเจ้าที่ปาก

บทที่ 44 นางจูบเจ้าที่ปาก

บทที่ 44 นางจูบเจ้าที่ปาก


บทที่ 44

นางจูบเจ้าที่ปาก

“ข้าบอกให้เจ้าหยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว....”

“ตงจื่อ....เอ้อหู่หยุด” แล้วเหล่าสหายตัวน้อยที่ยืนมองอยู่ไม่ทันได้ตอบสนองนั้น ก็ได้รีบกรูกันเข้าไปห้ามทันที แต่ทว่าหน้าของตงจื่อก็ได้ถูกทำร้ายจนเลือดกำเดาไหล

หลังจากที่ตงจื่อลุกขึ้นมา เขาก็ได้เอามือลูบจมูกแล้วเขาก็พบว่าที่มือของเขาก็ได้เต็มไปด้วยเลือด ก็ได้พูดออกมาอย่างโมโห “เอ้อหู พวกเราเป็นเหมือนพี่น้องกันมาตั้งหลายปี ทำไมเจ้าถึงได้ทำกับข้าแบบนี้? ทำไมเจ้าถึงได้ปกป้องเซียวหลีกับ          เซียวเป่าเอ๋อมากขนาดนั้น? นี่เจ้ายังคู่ควรจะเป็นพี่น้องข้าอยู่อีกเหรอ?”

เอ้อหู่ก็ได้พ่นลมออกมาทางจมูก “เป่าเอ๋อต่างหากที่เป็นพี่น้องข้า และแม่ของเขาก็ยังน่านับถือด้วย”

“อ้อ ข้ารู้แล้ว ข้าว่าเป็นเพราะเซียวหลีได้ช่วยเจ้าเอาไว้และจูบเจ้าที่ปากมากกว่ามั้ง เจ้าถึงได้....โอ๊ย...”

“หุบปาก!”

ในขณะที่ตงจื่อกำลังพูดอย่างไม่ใส่ใจอยู่นั้น เอ้อหู่ก็ได้เข้าไปหาแล้วชกเขาไปอีกหมัด

“ไม่เอาน่า ต่างก็เป็นพี่น้องกัน.....”

ตงจื่อก็ได้ตะโกนออกมา “นี่เขายังเห็นข้าเป็นพี่น้องอยู่อีกเหรอ? โอย...จมูกของข้าเต็มไปด้วยเลือดหมดแล้ว....”

“ระวังปากของเจ้าเอาไว้ด้วย ถ้ายังเห็นข้าเป็นพี่น้อง”

มีบางคนที่คิดเหมือนตงจื่อคิดว่าเอ้อหู่นั้นทำมากเกิน เขาจึงประคองพาตงจื่อไป แต่ยังเหลือคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่ที่นั่น

เมื่อเห็นว่าลูกพี่ของพวกเขาทั้งสองคนทะเลาะและแยกย้ายกันไปเช่นนี้ ก็ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมา เซียวเป่าเอ๋อที่ยืนอยู่นั้นก็รู้สึกขอบคุณเอ้อหู่ที่ออกมาปกป้องตัวเขากับแม่ แต่คำพูดของตงจื่อเมื่อสักครู่นั้นทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมากขึ้นมา

ในวันนั้นเพื่อที่จะช่วยเอ้อหู่แล้ว แม่ของเขาก็ได้ช่วยเหลือเขาด้วยสิ่งที่เรียกว่าการผายปอด ถึงแม้ว่าจะเป็นการทำไปเพื่อช่วยคนก็ตามที แต่ผู้คนก็ยังเอาพูดถึงกันอยู่ดี ซึ่งสุดท้ายผลของมันก็ได้ทำร้ายเอ้อหู่และชื่อเสียงของแม่ของเขา

และด้วยความที่ชื่อเสียงของแม่ของเขานั้นไม่ดีอยู่แล้ว จึงไม่มีใครที่กล้าจะออกมาโต้แย้งจนทำให้ชื่อเสียงแย่ลงไปอีก!

มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเซียวเป่าเอ๋อ เพราะในเวลานี้เขาก็ยังคิดที่ถึงวิธีที่จะรักษาชื่อเสียงของแม่เอาไว้เพื่อที่จะได้หาพ่อที่รักเขาให้ได้

“เอ้อหู่ พี่หุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว”

เอ้อหู่นั้นไม่ใช่คนที่ชอบการชกต่อยนัก และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาลงมืออย่างรุนแรงแล้วยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย

เอ้อหู่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา และไม่รู้สึกผิดด้วย เป็นเพราะตงจื่อนั้นหัวเราะเยาะผู้มีพระคุณของเขา ก็เหมือนกับเขาหัวเราะเยาะตัวเขาเองด้วย

นอกจากนี้เซียวหลีก็ได้จูบเขาจริงๆแม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับก็ตาม อย่างไรเสียเซียวหลีนั้นก็แก่กว่าเขาตั้ง 10 ปี แล้วพอมองไปที่เซียวเป่าเอ๋อแล้วก็ได้คิดกับตัวเอง: แถมนางยังมีลูกชายที่ไม่รู้ว่าพ่อเป็นใครอีก....

สวรรค์ เอ้อหู่นั้นรู้สึกสับสนและเจ็บปวดยิ่งนัก.....

ครั้งหนึ่งพี่เหวินไฉเคยสอนพวกเขาว่า อย่าได้ใช้กำลังแต๊ะอั๋งผู้หญิงโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ถ้าเกิดสัมผัสกันไปแล้วแม้เพียงผิวหนัง พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบอีกฝ่ายด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเขานั้นจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้

แต่ตัวตนของเซียวหลีนั้น สวรรค์ช่างโหดร้ายนัก!

“เอ้อหู่? พี่เอ้อหู่?”

เซียวเป่าเอ๋อ, หลานฮวาและเฉียงจื่อก็ได้เขย่าเขาพร้อมกัน เพื่อปลุกให้เอ้อหู่นั้นฟื้นคืนจากภวังค์

“เจ้ายังยอมรับเรื่องนั้นไม่ได้อีกเหรอ?” เฉียงจื่อก็ได้ถาม

“พอเถอะ!” แล้วเซียวเป่าเอ๋อกับเอ้อหู่ก็ได้พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

“เฉียงจื่อก็ได้คิ้วขมวด”แต่ไม่มีใครเชื่อพวกเราเลย     เซียวเป่าเอ๋อเจ้ามั่นใจนะว่าแม่ของเจ้านั้นจะยอมจ่ายให้ 1 อีแปะต่อ 1 ชั่งจริงๆ?” เฉียงจื่อก็ได้มองไปที่เซียวเป่าเอ๋ออย่างสงสัย

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้ผงกหัว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่แม่ของเขาจะต้องหลอกผู้เยาว์ใช่ไหมนะ? แต่เขาก็พอจะมองออกว่าแม่ของเขาไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ

“เมื่อวานนี้ แม่ของข้าได้ไปจ้างท่านปู่ต้าหนิวมาช่วยขุดหลุมใส่ขยะที่บ้านของข้าอยู่เลย คงไม่ได้โกหกหรอก”                เซียวเป่าเอ๋อนั้นไม่อยากที่จะพูดคำว่า“มูล”ออกมาเหมือนกัน จึงได้พูดคำว่าขยะออกมาแทนดีกว่า

“ก็ได้ เพื่อเห็นแก่หน้าของเอ้อหู่ พวกเราจะเชื่อเจ้า ในเมื่อคนอื่นๆไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ถ้าพวกเราทำแล้วจะได้เงินมาจริงๆ ทำไมพวกเราจะไม่ทำใช่ไหมทุกคน?” เฉียงจื่อนั้นเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำซึ่งพอพูดแล้วก็ได้ทำให้เหล่าเพื่อนตัวน้อยของเขาพากันเลือดขึ้นหน้าหิวเงินชั่วขณะ

............

ห่างไกลออกไป ขณะที่กำลังขับรถม้าอยู่นั้นเซียวหลีนั้นก็ได้รู้สึกขึ้นมาว่ามีบางคนที่กำลังตามนางมาอยู่ แต่นางก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมคนคนนั้นถึงได้ไม่ลงมือทำอะไรเสียที

เมื่อนางมาถึงที่อำเภอ สถานที่แรกที่นางไปคือร้านฉู่ฉู่หลิวเซียง เมื่อเจ้าของร้านหลิวพบเซียวหลีนางก็จำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีสร้างปัญหาให้ร้านของนางเมื่อคราวก่อน

แต่ถ้าหากว่าเปิดหน้าร้านเพื่อทำการค้าแล้ว ตัวเขาก็ไม่สามารถที่จะขับไล่ลูกค้าออกไปได้

“แม่นาง คราวนี้ขอให้เจ้าช่วยเมตตาด้วย อย่าได้สร้างปัญหาให้อีก” ผู้ดูแลหลิวก็ได้ยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยนแต่ก็แอบบึ้งตึงในใจ ซึ่งในฐานะที่เขาเป็นถึงผู้ดูแลแล้วเขาจะสูญเสียความเยือกเย็นไม่ได้เด็ดขาด

เซียวหลีก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง จากนั้นก็ได้เปิดประตูห้องส่วนตัวที่เขาเคยพบกับอวี่เหวินชูเมื่อคราวก่อน แล้วก็ได้ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป

“กรี๊ด.....”

เสียงกรีดร้องของผู้หญิงนั้นไม่ใช่เพราะว่ากลัวเซียวหลี แต่เป็นเพราะเสียงของเซียวหลีที่จู่ๆก็เปิดประตูเข้ามาหาอวี่เหวินชูต่างหาก

“เฮ้อ แม่นาง....ทำไมเจ้าถึงไม่ฟังกันบ้าง?” ผู้ดูแลหลิวก็ได้ตามนางขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะเถ้าแก่อยู่ เขาก็คงจะจับเซียวหลีโยนออกไปข้างนอกแล้ว

เซียวหลีก็ได้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วกล่าว “สวัสดี พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ”

อวี่เหวินชูก็ได้ตกใจขึ้นมานิดหน่อย ก่อนที่เขาจะไปหานางเพื่อคิดบัญชี นางกลับกล้ามาหาเขาถึงที่หน้าประตูก่อน นางนั้นช่างกล้าเสียจริงๆ ซึ่งตัวเขาก็ชอบผู้หญิงเช่นนี้อยู่เหมือนกัน

ใบหน้าของผู้หญิงทั้งสองคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขานั้นก็ได้แดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดีหลังจากที่ผ่านไปสักพักหนึ่งพวกนางก็ได้มีสีหน้ากลับเป็นปกติ ซึ่งจากประสบการณ์ของพวกนางแล้ว อากาศวันนี้ไม่ดีแล้วและบางทีอาจจะมีปัญหาตามมาได้ สาวงามทั้งสองคนก็ได้เลือกที่จะถอยออกไปห่างๆ

“คุณชาย....”

ผู้ดูแลหลิวนั้นต้องการที่จะถามว่าจะให้เขาพาเซียวหลีออกไปหรือไม่ แต่อวี้หวินชูก็ได้ยกมือขึ้นมา ผู้ดูแลหลิวก็ได้เข้าใจแล้วโบกมือให้ทั้งสองสาวงาม “ทั้งสองคนไป”

“เดี๋ยวสิ....มันเป็นโอกาสดีๆทั้งทีที่จะได้ดื่มเหล้าดีๆเคล้าสาวงาม อยู่ก่อนสิอย่าเพิ่งไป” เซียวหลีกล่าว แล้วนางก็ได้มองไปที่ทั้งสองสาวที่อยู่ข้างหลังโต๊ะแล้วบอกให้พวกนางนั่งลง

เซียวหลีคนนี้ช่างโอหังเสียจริงๆ

แล้วเขาก็ได้กะพริบตาที่เหมือนแพรไหมของเขา ตัวเขานั้นเป็นชายที่หน้าตาดีมากจริงๆ

“ในวันนั้นเจ้าได้ทำหยาบคายใส่ข้าแท้ๆ แต่กลับชอบสาวงามอย่างนั้นรึ?” อวี่เหวินชูกล่าวอย่างผิดหวัง ตัวเขานั้นคิดว่าเขาจะได้ลวนลามนางเสียหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำไม่ได้เสียแล้ว

เซียวหลีก็ได้ครุ่นคิด “มีใครบ้างที่ไม่ชอบที่ได้จะได้เห็นหรือสัมผัสผู้หญิงงามๆกันล่ะ?”

ทั้งสองสาวงามต่างก็ได้หันหน้ามามองกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกนางได้พบผู้หญิงเช่นนี้ แล้วหนึ่งในนั้นก็ได้รวบรวมความกล้าแล้วเทเหล้าให้อวี่เหวินชูและอีกแก้วให้เซียวหลี

เซียวหลีก็ได้ไม่เกรงใจ หยิบเอาแก้วของตัวเองมาแล้วดื่ม “เหล้าดี”

“เจ้าคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่ดื่มเหล้าและสั่งกับข้าวหรอกใช่ไหม?” ตัวเขานั้นไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่นี้ไปเอาความมั่นใจผิดๆนี้มาจากไหนกัน และไม่รู้ด้วยว่าตัวนางนั้นต้องการที่จะทำอะไรกันแน่

เมื่อเห็นสีหน้าที่สงสัยของเขาแล้ว เซียวหลีก็ได้ยังไม่เปิดเผยออกไปทันทีแล้วกล่าว “วันนี้ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้า”

“ฮ่าๆๆ....” อวี่เหวินชูก็ได้หัวเราะออกมาแล้วกล่าว “อย่างเจ้าเนี่ยนะ จะมาเจรจาการค้ากับข้า”

“มันคืออะไรล่ะ?” ถึงแม้ว่าเขานั้นจะไม่คิดเซียวหลีนั้นจะมีอะไรดีๆออกมาขายให้เขา แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่ดี

เซียวหลีก็ได้หยิบเอาถุงผ้าที่นางซื้อมาออกจากตะกร้าด้านหลัง แล้วหยิบเอาเกลือออกมาเล็กน้อยแล้วเทลงตรงข้างหน้าเขา “คอยดูก็แล้วกัน”

สีขาว?

ทั้งสองสาวนั้นต่างก็หันมามองดูแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรอยู่ดี

“ลองชิมดูสิ”

อวี่เหวินนชูก็ได้มองไปที่เซียวหลีอย่างสงสัย แล้วเซียวหลีก็ได้ยิ้มออกมาและกล่าว “ไม่ต้องห่วง ข้าหาได้มีความไม่พอใจอะไรหรือความเกลียดชังใดๆในอดีตทั้งนั้น หรือว่าท่านกลัวข้าจะวางยาพิษท่านกัน?”

อวี่เหวินชูก็ได้ยื่นมาออกไปแตะแล้วก็แลบลิ้นออกมาลองชิมดู สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไปทันที เขามองไปที่เซียวหลีอย่างไม่อยากเชื่อแล้วก็บีบไปที่มือของนางเล็กน้อยด้วยฝ่ามือของเขาอย่างระวัง “คือว่า คือว่านี่มัน....รสชาติสุดยอดมาก”

“ว่ายังไงล่ะ?”

อวี่เหวินชูนั้นตื่นเต้นมาก แล้วเขาก็ได้ให้ทั้งสองสาวนั้นออกไปก่อน

จบบทที่ บทที่ 44 นางจูบเจ้าที่ปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว