เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ก็แค่การสืบทอดทายาท

บทที่ 35 ก็แค่การสืบทอดทายาท

บทที่ 35 ก็แค่การสืบทอดทายาท


บทที่ 35

ก็แค่การสืบทอดทายาท

“คิดจะหนีเหรอ?”

“พี่ชาย ฉีกปากของนังนั่นแล้วทำให้เสียโฉมเสีย”        เซียวอิงอิงก็ได้รีบตะโกนออกมา ถึงแม้ว่าเซียวหลีนั้นจะตัวผอมบาง แต่นางยังก็สวยงามอยู่ ไม่อย่างนั้นเซียวเหวินไฉคงไม่หมกมุ่นอยู่กับการแต่งงานกับนางแน่?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็รู้สึกเหมือนอกหักและอยากจะฆ่าเซียวหลีขึ้นมา

เซียงจิ้งถิงเองก็คิดที่จะฆ่านางเพื่อชดใช้ให้กับงานที่เสียไปของเขา แต่จะเล่นสนุกกับมันสักหน่อยก็คงไม่เป็นอะไร เขาจึงได้กำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าไปที่หน้าของเซียวหลี

มีหรือที่เซียวหลีจะยอมแพ้ง่ายๆ นางก็ได้หมุนตัวเตะกลับหลังเพื่อปัดมือของเซียวจิ้งถิง แต่น่าเสียดายที่ร่างกายของนางนั้นอ่อนแอเกินไปและการเคลื่อนไหวก็ช้าลงไปด้วย          เซียวจิ้งถิงจึงได้อาศัยจุดบอดแล้วคว้าเอาขาของนางเอาไว้ ทำให้ทั้งตัวของนางห้อยต่องแต่งราวกับลูกหมาตัวน้อยๆ

“พี่ชาย ขว้างนางออกไปเลย” เซียวอิงอิงนั้นกำลังตื่นเต้นมาก นางคิดเช่นไรในใจก็ได้ตะโกนออกไปเช่นนั้น

“ให้ข้าลองขว้างแม่นางออกไปบ้างดีไหม?” มีเสียงที่ดังลั่นตัดผ่านฟ้าขึ้นมา เยี่ยเหลียงเฉินได้พุ่งตัวมาแล้วยกตัวเซียงอิงอิงลอยขึ้นมาทันที

“โอ๊ย พี่ชายช่วยข้าด้วย...”

“อิงอิง....”

เซียวจิ้งถิงก็ได้หยุดและยกเซียวหลีไว้เหนือหัวของเขาเช่นกัน “เจ้าเป็นใคร? วางน้องสาวของข้าลงเดี๋ยวนี้”

“เจ้าต่างหากที่ต้องปล่อยแม่ของข้าลงก่อน” เซียวเป่าเอ๋อก็ได้ตะโกนอยู่ไม่ไกล เขานั้นไม่นึกว่าเยี่ยเหลียงเฉินนั้นกำลังให้ม้าเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆนี่พอดี ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้

ในเวลานี้เซียวอิงอิงกำลังหวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือดและตะโกนเรียกเซียวจิ้งถิงให้ช่วยนาง

มองไปที่เซียวอิงอิงที่กำลังร้องไห้เหมือนดอกสาลี่ต้องหยาดฝนแล้ว เซียวเป่าเอ๋อก็ไม่ลืมที่จะไว้หน้านางบ้างแล้วตบมือและตะโกน “ว้าว ท่านลุงเยี่ยสุดยอดไปเลย”

“ข้าก็แค่เล่นกับน้องหลีของข้าเท่านั้นเอง ขอท่านอย่าได้จริงจังมากนักเลย” เซียวจิ้งถิงนั้นเป็นประเภทที่ทนไม่ได้หากมีทรายมาเข้าตาของเขา เขานั้นเกลียดการถูกข่มขู่โดยผู้อื่นมาก โดยเฉพาะใช้เซียวอิงอิงมาขู่เขา

ในเวลานี้เซียวอิงอิงนั้นกำลังเป็นที่สนใจของทั้งครอบครัว จะปล่อยให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้

เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้ยิ้มออกมาและเป็นรอยยิ้มที่สนุกสนานด้วย “ข้าเองก็เล่นกับแม่นางคนนี้ด้วยเช่นกัน”

“ถ้าเช่นกันเราก็ไม่ปล่อยพวกนางลงพร้อมกันเถอะ”   เซียวจิ้งถิงเสนอ

“ก็ดี”

ต่างคนต่างก็จ้องมองกัน แล้วทั้งคู่ก็ได้ค่อยๆปล่อยตัวประกันลงพร้อมๆกัน

เมื่อเซียวหลีได้โอกาส นางก็ได้กลับตัวและลงมือยืนอย่างนุ่มนวล ส่วนเซียวจิ้งถิงนั้นกลัวว่าเยี่ยเหลียงเฉินนั้นจะเล่นตุกติก เขาจึงได้รีบพุ่งเข้าไปหาเยี่ยเหลียงเฉินและปะทะกันทันที แล้วทั้งสองหมัดก็ได้ปะทะกัน แต่ทว่าหลังจากที่ผ่านไปได้สองกระบวน เซียวจิ้งถิงก็เริ่มเสียเปรียบ

ส่วนเยี่ยเหลียงเฉินนั้นไม่ต้องการที่จะผิดคำพูด เขาจึงได้ใช้โอกาสนี้ทำตามที่อีกฝ่ายต้องการและถอยห่างออกมา

“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

“ข้าไม่เป็นไร”

เซียวอิงอิงก็ได้ตอบอย่างสั่นๆ หลังจากที่ตั้งสติได้นางก็ได้มองไปที่รูปโฉมของเยี่ยเหลียงเฉินอย่างชัดเจน

เป็นคิ้วที่งดงามมากแต่เพราะรอยแผลเป็นที่คิ้วซ้ายทำให้ลดความงดงามของมันลงไปเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี”

“ท่านคงจะมีความสัมพันธ์อันดีกับนางสินะ” เซียวจิ้งถิงก็ได้จ้องไปที่เยี่ยเหลียงเฉิน ไม่แปลกใจเลยที่จนป่านนี้ครอบครัวของเขาก็ยังไม่หายดี

เยี่ยเหลียงเฉินนั้นคิดที่จะอธิบาย แต่ใครจะรู้จู่ๆเซียวหลีก็หัวเราะขึ้นมา “ขอบคุณพี่จิ้งถิงด้วยสำหรับคำชม”

“เจ้านี่ช่างไร้ยางอายจริงๆ” เซียงอิงอิงก็ได้หน้าแดงและหัวใจเต้นเร็ว นางนั้นไม่รู้จริงๆว่าจู่ๆเซียวหลีนั้นไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน แม้แต่เยี่ยเหลียงเฉินเองก็ยังต้องหน้าแดงถึงหูเพราะคำพูดของเซียวหลี

“เจ้าไม่กลัวโดนจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำบ้างรึยังไง?”

“จับใส่กรงหมูถ่วงน้ำ? ทำไม?” เซียวหลีก็ได้มองไปที่เซียวอิงอิงไปตรงๆ “เจ้ามีหลักฐานงั้นเหรอ?”

“ก็เจ้าพูดออกมาเองเมื่อกี้”

“แล้วเจ้าบันทึกเอาไว้เหรอ?”

เซียวอิงอิงก็ได้มีสีหน้างุนงง แต่เซียวหลีกลับยิ้มอย่างใจเย็น “อย่างที่มีคนว่าเอาไว้หากคิดที่จะจับโจรก็ต้องจับของกลางให้ได้ หากคิดที่จะจับว่ามีชู้ก็ต้องจับชู้มาให้ได้” แล้วนางก็ได้เอนตัวของนางไปที่ไหล่ของเยี่ยเหลียงเฉินแล้วกล่าว “พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น เจ้าไม่เชื่อข้าเหรอ?”

นางกะพริบดวงตากลมโตของนางซึ่งดูแล้วงดงามมาก ทำให้เยี่ยเหลียงเฉินคิดที่จะผลักนางออกไป แต่นางก็กอดเขาไว้แน่นมากทำให้ไม่สามารถผลักนางออกไปได้เลย

“นังหน้าด้าน!” เซียวอิงอิงนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าปากของเซียวหลีนั้นจะจัดขนาดนี้ และนางก็ไม่รู้ว่าด้วยว่าเซียวหลีจะเป็นคนที่ยั่วยวนอย่างนี้ โดยเฉพาะการแนบตัวเข้าหาไหล่ของผู้ชายกลางวันแสกๆเช่นนี้

“ไอ้กฎหมู่บ้านเก่าแก่คร่ำครึอย่างการขังในกรงหมูแล้วถ่วงน้ำเนี่ยมันสมควรที่จะโละทิ้งไปตั้งนานแล้ว แล้วผู้ชายกับผู้หญิงที่มีความรักก็สมควรที่จะได้รักกับคนที่ตัวเองรัก ตราบเท่าที่ทั้งสองคนรักซึ่งกันและกันจริงๆทำไมถึงจะรักกันไม่ได้ แล้วยิ่งไอ้ภรรยาสามอนุสี่น่ะสมควรที่จะยกเลิกมาก”

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาจากปาก เซียวอิงอิง, เยี่ยเหลียงเฉินและเซียวเป่าเอ๋อต้องตกตะลึง

“เจ้า....เจ้าเป็นบ้าไปแล้ว ผู้ชายมีภรรยาสามอนุสี่นั้นมันเป็น...มันเป็น....ศีลธรรมที่ปฏิบัติกันมาอย่างเคร่งครัดนะ”

“ศีลธรรมอย่างเคร่งครัดงั้นเหรอ? ดังนั้นเจ้าต้องการที่จะเอาใจช่วยให้คนอื่นมาเป็นอนุภรรยาได้งั้นเหรอ?” เซียวหลีก็ได้ถามกลับไป “ภรรยาสามอนุสี่น่ะมันก็แค่การแสดงออกถึงความสามารถและอำนาจเงินของพวกผู้ชายเท่านั้น มันก็แค่ความใคร่ความหลงใหลและการสืบทอดทายาทเท่านั้นไม่ใช่รึไง?”

เซียวอิงอิงก็ได้รู้สึกอับอายกับคำพูดของเซียวหลีและไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ

เซียวหลีก็ได้ยิ้มและมองไปที่เยี่ยเหลียงเฉิน แต่             เยี่ยเหลียงเฉินก็อับอายเกินกว่าจะมองหน้านาง แต่เซียวจิ้งถิง กลับยิ้มออกมาอย่างสนใจ

“คำพูดนี้มันก็จริงอยู่” เซียวต้าหลี่ก็ได้พูดขึ้นมาหลังจากที่ลืมความเจ็บปวดไปได้

เซียวหลีก็ได้หันหน้ามาแล้วยิ้มให้กับเขา แต่เซียวต้าหลี่ก็กลัวจนต้องหุบปากอย่างรวดเร็ว

ผู้หญิงคนนี้มีมีดอยู่ในรอยยิ้ม อย่างที่คนว่าเอาไว้ใจผู้หญิงนั้นเปรียบเหมือนเข็มที่อยู่ที่ก้นสมุทรจริงๆ ช่างน่ากลัวมาก

“ความรักที่แท้จริงน่ะควรจะมีแค่คนคนเดียวไปตลอดทั้งชีวิต แม้ยามผมขาวก็จะไม่แยกจากกันด้วย” เซียวหลีกล่าวแล้วก็ลูบหัวน้อยๆของเซียวเป่าเอ๋อ นางกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อเซียวเป่าเอ๋อ

“อาหลี เจ้าไม่ใช่อาหลี”

เซียวหลีก็ได้มองไปที่เซียวจิ้งถิงแล้วยักคิ้วขึ้นมาแล้วถาม “แล้วเจ้าคิดว่าข้าเป็นใครล่ะ?”

เซียวจิ้งถิงไม่อาจตอบคำถามนี้ได้ เขาจึงได้จูงมือ       เซียวอิงอิงและคว้าเอาเซียวต้าหลี่ที่กองอยู่ที่พื้นกลับไปด้วย

เมื่อทั้งสามคนจากไป เซียวเป่าเอ๋อก็ได้จับมือของ     เซียวหลีแล้วถาม “มีคู่ชีวิตเพียงคนเดียวไปตลอดชีวิต นี่ท่านแม่คิดจะหาพ่อให้เป่าเอ๋อจริงๆเหรอขอรับ?”

เซียวหลีก็ได้ทำเสียงอื้มไปโดยไม่ได้คิดอะไร

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้ตื่นเต้นขึ้นมาแล้วเขาก็ได้มองไปที่      เยี่ยเหลียงเฉิง เขาเองก็ไม่เลว มีวรยุทธ์ที่สุดยอดแล้วยังหน้าตาดีอีก เป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยทีเดียว

“เมื่อสักครู่ท่านแม่บอกว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับลุงเยี่ย ก็หมายความว่าจะเป็นคู่ชีวิตของลุงเยี่ยไปตลอดชีวิต? ท่านแม่จะให้ท่านลุงเยี่ยเป็นพ่อของเป่าเอ๋อใช่ไหมขอรับ?”

“พุ่ฟ....”

เยี่ยเหลียงเฉินกับเซียวหลีก็ได้ชะงักแทบจะพร้อมกัน

“เป่าเอ๋อ แม่น่ะเป็นผู้หญิงนะ ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัวอย่าได้ทำตัวเหมือนโจร บอกว่าคนนี้เป็นพ่อคนนั้นเป็นพ่อ ทีหลังอย่าได้พูดเช่นนี้อีกนะรู้ไหม?” เซียวหลีก็ได้สั่งสอนเซียวเป่าเอ๋อ “ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าก็น่าจะรู้ดี คนมีฐานะอย่างท่านลุงเยี่ยน่ะ คงจะมีภรรยาสามอนุสี่อยู่แล้ว ถ้าเกิดแม่แต่งงานกับเขาก็ต้องมารบรากับคนอื่นตลอดทั้งวัน แม่จะเอาเวลาที่ไหนมาคอยดูแลเป่าเอ๋อ?”

เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้พลันมีใบหน้ามืดดำขึ้นมาทันที “ข้าไม่มีภรรยาสามอนุสี่หรอกนะ” ตัวเขานั้นยังรู้สึกอาย แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไร้ยางอายอย่างสุดๆ อย่างที่คิดแม้แต่เขาเองก็ไม่รู้จะสนิทสนมกับนางอย่างไรดี นางเป็นคนที่แปลกประหลาดมากไปแล้ว

“ท่านแม่ ท่านลุงบอกว่าไม่มีภรรยาสามอนุสี่ล่ะขอรับ เป่าเอ๋อคิดว่าท่านลุงเยี่ยก็เป็นคนดีด้วยนะขอรับ”

“อืม แม่ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันนะ”

“หรือแม่ตัดสินใจที่จะแต่งกับท่านลุงเยี่ยแล้ว?”

เซียวหลีก็ได้ส่ายหัวแล้วชี้ไปที่เยี่ยเหลียงเฉินแล้วกล่าว “เจ้าจะต้องถามท่านลุงเยี่ยก่อนนะว่าเขาอยากที่จะแต่งงานกับแม่ไหม?”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มองไปที่เยี่ยเหลียงเฉินในทันที และถามอย่างจริงจัง “ท่านลุงเยี่ยยังไม่แต่งงานจริงรึเปล่าขอรับ? ถ้าหากว่ายังไม่มีแม้คู่หมั้น ท่านไม่สนใจที่จะแต่งกับแม่ของข้าบ้างเหรอขอรับ แต่งหนึ่งแถมข้าฟรีอีกหนึ่งเลยนะ?”

จบบทที่ บทที่ 35 ก็แค่การสืบทอดทายาท

คัดลอกลิงก์แล้ว