เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง

บทที่ 31 ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง

บทที่ 31 ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง


บทที่ 31

ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง

“สวรรค์!”

แล้วผู้คนก็ได้พากันฮือฮาขึ้นมาทันที เซียวหลีเป็นนังร่านที่ทำบัดสีกลางแจ้งเช่นนี้เลยเหรอ?

“ดึงนางออกมา....” นางหยางก็ได้ตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ มีบางคนในฝูงคนที่จะที่พร้อมจะลงมือ แต่ดวงตาที่หนาวเย็นของเซียวหลีก็ได้กวาดสายตามาแล้วคำราม “ถอยออกไป!”

และผู้คนในหมู่บ้านก็ได้พากันนึกถึงเซียวต้าโหย่วและเซียวต้าฟู่ที่เข้าไปทำร้ายเซียวหลีในวันนั้นต้องบาดเจ็บกันหมด จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่ลุกจากเตียงเลย พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเข้าไป

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครที่อาสาจะช่วยลูกของนาง นางหยางก็ได้ลุกขึ้นมาลงมือด้วยตัวเอง แต่เซียวหลีก็ยังไม่ยอมหยุดผายปอดให้เอ้อหู่เลยไม่ว่านางจะถูกทำร้ายหรือฉีกกระชากยังไงก็ตาม

เซียวชื่อหลินก็ได้ปลุกผู้ใหญ่บ้านให้ฟื้นขึ้นมา เมื่อผู้ใหญ่บ้านฟื้นแล้วเขาก็เห็นนางหยางที่กำลังดึงกระชาก        เซียวหลีหยู่ และเซียวหลีที่กำลังจูบเอ้อหู่จื่อ หลังจากที่จูบเสร็จก็ได้ไปบีบหน้าอกของเอ้อหู่ต่อ

“หยุดนะ หยุด....” ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ตกใจและตะโกนออกมาเพื่อที่จะดุและแยกย้ายออกมา แต่เซียวชื่อหลินก็ได้ห้ามเขาไว้เสียก่อน “เดี๋ยวก่อนผู้ใหญ่บ้าน บางทีเอ้อหู่อาจจะยังช่วยได้ก็ได้”

เซียวชื่อหลินนั้นไม่รู้ว่าทำไม แต่อย่างไรก็ดีเขาคิดว่าการกระทำของเซียวหลีนั้นมันดูแปลกๆก็จริง แต่เขาก็คิดว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้อย่างบอกไม่ถูก

ในเวลานี้เอง ที่เอ้อหู่ก็ได้สำลักเอาน้ำออกมาเต็มปาก แล้วทุกคนที่เห็นเอ้อหู่ต่างก็พากันขมวดคิ้ว

“ขยับ? เมื่อกี้เขาขยับใช่ไหม?”

“ดูเหมือนจะขยับจริงๆด้วย”

นางหยางที่อยู่ข้างๆเซียวหลีนั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว นางเองก็คิ้วขมวดเมื่อเห็นเอ้อหู่สำลักน้ำออกมา

“เอ้อหู่ ลูกแม่....” นางหยางก็ได้ตะโกนและคิดที่จะไปอุ้มเขา แต่เซียวหลีก็ได้ห้ามเอาไว้ “ถ้าเจ้ายังอยากที่จะให้ลูกชายตัวเองรอด ก็อย่าได้มาขวางข้าเวลาช่วยคน”

ตอนแรกนางหยางนั้นอยากที่จะหั่นเซียวหลีออกเป็น 5 ส่วน แต่พอนางเห็นเอ้อหู่ขยับได้ นางก็ได้ถอยห่างออกจาก      เซียวหลี แล้วในเวลานี้เองที่เซียวหลีก็ได้จับขาของเอ้อหู่ยกขึ้นมาแล้วนำมาพาดไว้ที่หลังของนางแล้วเขย่าตัว แล้วผู้คนก็ได้พากันถอยออกห่างจากนางทันที ทุกคนต่างก็กลัวว่าจะไปขวางทางนางเข้าและทำให้การช่วยชีวิตเอ้อหู่ต้องล่าช้าออกไป

“แค่ก....แค่ก....” แล้วคนที่อยู่ข้างหลังเซียวหลีก็ได้ไอออกมาและสำลักเอาน้ำจำนวนมากออกมา เซียวหลีจึงได้วาง  เอ้อหู่ไว้กับพื้นหญ้า

“เป็นอย่างไรบ้างเอ้อหู่?” เซียวหลีก็ได้ถาม ส่วนเอ้อหู่ก็ได้เปิดปากออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขารู้สึกเจ็บคอมาก

“ลูกแม่....”

“เอ้อหู่จือ....”

“พี่....”

นางหยาง, ผู้ใหญ่บ้านและหลานฮวาต่างก็พากันวิ่งมาหาเอ้อหู่จือ

“ท่านแม่.....” เอ้อหู่นั้นอยากที่จะเรียกท่านปู่และ     หลานฮวาด้วย แต่คอของเขานั้นเจ็บเกินกว่าจะพูดออกไปได้

“รอดแล้ว....”

“สวรรค์ รอดจริงๆด้วย ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง”

“ใช่ พวกเราเข้าใจนางผิดไปจริงๆ”

“เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไรกัน? ถ้าลูกชายข้าไม่ได้ถูกเรียกออกมาโดยเซียวเป่าเอ๋อ เขาก็คงไม่ต้องโชคร้ายและเกือบตายเช่นนี้หรอก?” นางหยางที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้นก็ได้แสดงความไม่พอใจทั้งหมดไปยังเซียวหลีและเซียวเป่าเอ๋อ

เมื่อเห็นเอ้อหู่ฟื้นขึ้นมา เซียวเป่าก็ได้ถือโอกาสนี้เดินไปหาเซียวหลีและกอดต้นขาของนางแน่น เขานั้นรู้ตัวว่าตัวเขาได้ก่อปัญหาให้กับที่บ้านอีกแล้ว

เซียวหลีก็ได้ตบไหล่ปลอบเซียวเป่าเอ๋อเบาๆ แล้วพาเซียวเป่าเอ๋อเดินจากไป

เอ้อหู่ก็ได้มองดูแผ่นหลังของเซียวหลีและเซียวเป่าเอ๋อ ทำให้เขาทนไม่ไหวและฝืนพูดออกมาด้วยความเจ็บปวด “ท่านแม่ ข้าเป็นคนชวนเซียวเป่าเอ๋อให้มาเล่นที่ริมแม่น้ำเอง แต่ต่อมา  เซียวเหวินเจี๋ยกับพรรคพวกก็ได้โผล่มา พวกเขารุมรังแก         เซียวเป่าเอ๋อ ข้าจึงได้เข้าไปสู้กับพวกเขา แต่ก็ไม่รู้ว่าใครที่ผลักข้าลงน้ำ พวกเขาต่างพากันหนีไปหมดเหลือเพียงเซียวเป่าเอ๋อที่ไปตามคนมาช่วยข้า”

นางหยางก็ได้เช็ดน้ำตาของนางแล้วกล่าว “ลูกแม่หยุดพูด แม่รู้สึกแย่มากพอแล้ว ต่อจากนี้ไปก็อยู่ให้ห่างๆพวกตัวซวยเอาไว้”

ผู้ใหญ่บ้านเองก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาอย่างมาก โชคยังดีที่เอ้อหู่ถูกช่วยเอาไว้ได้ ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเซียวหลีเลย เอ้อหู่เองก็พูดออกมาแล้วว่ามีคนที่ผลักเขาลงไป

แล้วเขาก็ได้มองหาเซียวเหวินเจี๋ย แต่กลับพบเด็กแค่ไม่กี่คนเท่านั้น เขาจึงได้ถามพวกเด็กที่ยังอยู่ที่นี่ “พวกเจ้ามีใครเห็นบ้างไหมว่า ใครเป็นคนที่ผลักเอ้อหู่จือลงน้ำ?”

“ในตอนนั้น นอกจากเซียวเป่าเอ๋อกับเอ้อหู่สองพี่น้องแล้ว ก็มีเพียงเซียวเหวินเจี๋ยกับเซียวเหวินหมิงสองพี่น้องอยู่ที่นั่นด้วย”

“ตอนนี้พวกเขาหนีกลับบ้านไปหมดแล้ว”

ทันทีที่ผู้ใหญ่บ้านได้ยินเช่นนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องอะไรกับหลานทั้งสองคนของบ้านเซียวต้าโหย่วเป็นแน่ แต่เขาก็ไม่มีหลักฐาน

“เอ้าแยกย้ายกันได้แล้ว” ผู้ใหญ่บ้านก็ได้อุ้มเอ้อหู่แล้วรีบกลับบ้าน “ต่อจากนี้ก็อย่าได้มาเล่นที่ริมแม่น้ำอีกนะ”

เอ้อหู่ก็ได้ผงกหัวแล้วกล่าว “ท่านปู่อย่าโทษเป่าเอ๋อนะขอรับ”

“ปู่รู้”

นางหยางก็ได้เดินตามหลังไปและเช็ดน้ำตาของนาง เมื่อสักครู่นั้นนางนั้นตกใจมากแต่ตอนนี้นางใจเย็นลงขึ้นมาแล้ว ซึ่งทำให้นางรู้แจ้งว่าเซียวหลีนั้นทำเพื่อช่วยเอ้อหู่จริงๆ แต่นางก็ยังคงเชื่อและตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้เอ้อหู่กับหลานฮวามายุ่งกับเซียวเป่าเอ๋ออีก อย่างไรเสียครอบครัวของพวกนางนั้นเป็นตัวซวยซึ่งน่ากลัวมาก

จากที่ไกลๆ เยี่ยเหลียงเฉินที่กำลังเข็นรถให้หรงสวินอยู่นั้นก็ได้เข็นรถกลับ ซึ่งพวกเขาได้เห็นภาพเหตุการณ์ช่วยชีวิตของเซียวหลีหมดแล้ว

“ช่างเป็นวิธีการปฐมพยาบาลที่แปลกประหลาดจริงๆ เซียวหลีนั้นมีตัวตนที่ไม่ธรรมดาจริงด้วย” เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“ไม่เพียงแต่จะไม่ธรรมดาแล้ว แต่ยัง....” หรงสวินนั้นเดิมทีอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากกับการที่ผู้หญิงในแผ่นดินนี้จะแตะต้องใบหน้าของผู้ชายโดยไร้ซึ่งใบหน้าแดงและหัวใจเต้นแรง

ในขณะที่คิดเช่นนี้อยู่ หัวใจของหรงสวินก็ได้เต้นแรง โดยเฉพาะดวงตาที่เจ้าเล่ห์ของนาง เขาพยายามที่จะไม่นึกถึง แต่ภาพของนางที่ชื่นชอบเงินก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา

แต่ทว่าแค่เพียงวิชาแพทย์ของผู้หญิงคนนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าวิชาแพทย์ของนางนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่ท่านหมอเฉียนคาดเอาไว้

“เจ้าบอกว่าเซียวเยี่ยนนั้นเป็นโสเภณีที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงอย่างนั้นเหรอ?” แม้หรงสวินนั้นจะไม่คิดที่จะสอบปากคำและตามสืบครอบครัวของเซียวหลี แต่ท่าทีของเซียวหลีนั้นก็ได้ทำให้เขาสงสัยอย่างมากอยู่ดี

เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้กล่าว “ขอรับ ในปีเดียวกันกับที่นายท่านถูกเล่นงานอยู่นั้น เซียวหลีก็ได้เข้าไปในเมืองหลวงเพื่อไปรับเซียวเยี่ยน ที่โดนขับไล่ออกมาจากหอไป่ฮวา และเดินทางกลับมาที่นี่ขอรับ”

“5 ปีก่อนอย่างนั้นเหรอ....” หรงสวินก็ได้ครุ่นคิดถึงบทเรียนที่แสนเจ็บปวดและต้องจ่ายด้วยเลือด

“จากการตามสืบพบว่าเซียวเยี่ยนนั้นได้ถูกขายให้กับหอไป่ฮวาโดยเซียวหังพ่อของนางเองขอรับ” เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้กล่าวต่อ

“เสือที่ว่าร้ายก็ยังไม่ร้ายกับลูกตัวเองเลย คนคนนั้นช่างเลวร้ายจริงๆ แล้วตอนนี้คนคนนั้นยังอยู่หรือตายไปแล้ว?”

เยี่ยเหลียงเฉินที่รู้สึกได้ถึงปัญหาขึ้นมานิดหน่อยจึงได้รีบกล่าว “เรียนนายท่าน ตอนนี้ยังไม่ทราบเรื่องนี้ขอรับ”

หรงสวินก็ได้ครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วกล่าว “ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไร”

เยี่ยเหลียงเฉินที่รู้สึกไม่สบายใจก็ได้กล่าวขึ้นมา “แต่ทว่าพี่ชายของท่านเหมือนจะเป็นลูกค้าประจำของเซียวเยี่ยนขอรับ เรื่องของพวกเขานั้นได้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในเวลานั้น”

หรงสวินก็ได้ยกมือขึ้นมา “ข่าวใหญ่? ถ้าเช่นนั้นทำไมพี่ใหญ่ถึงไม่ไถ่ตัวนางล่ะ? หรือมันจะเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้นางอยู่และตายในสถานที่เช่นนั้น? ไม่งั้นก็คงจะแค่ทำเป็นเล่นๆเหมือนทุกครา ไม่อย่างนั้นเซียวเยี่ยนก็คงไม่ต้องเป็นอย่างทุกวันนี้? พี่ชายของเขานั้นที่เป็นผู้ชายมากรักอยู่ตลอดนั้นจะชอบใครคนใดคนหนึ่งได้จริงๆงั้นเหรอ? มันรู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือมีอะไรเชื่อมโยงกันอยู่ ทำไมนางถึงได้ช่วยข้าไว้ในตอนแรก? ช่างเป็นการทำอะไรเกินควรจริงๆ”

“ที่นายท่านกล่าวนั้นถูกต้องแล้วขอรับ” เยี่ยเหลียงเฉินนั้นไม่ได้โต้แย้งใดๆ เพราะมันไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ

ในคืนนั้นดวงดาวได้พากันสว่างไสว ในขณะที่พวกนางกำลังจัดเตรียมยกอาหารเย็นกันอยู่นั้น ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เข้ามาข้างในอย่างช้าๆ

“โอ้ กำลังกินอาหารเย็นกันอยู่เหรอ? ดูเหมือนว่าข้าจะมาได้ถูกเวลาจริงๆ” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอย่างลำบากใจนิดหน่อย อย่างไรเสียจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เหมือนเป็นหายนะสำหรับเขาถ้าไม่ได้เซียวหลี

“ท่านปู่ทวด....” เซียวเป่าเอ๋อตกใจ เมื่อเขามองไปที่ด้านหลังก็พบแต่ผู้ใหญ่บ้านมาคนเดียว

“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน เชิญนั่งลงก่อนเจ้าค่ะ พวกเรากำลังจะกินมื้อค่ำกันพอดี”

เซียวหลีก็ได้รีบนำชาม, ตะเกียบและเก้าอี้มาเพิ่ม ผู้ใหญ่บ้านก็ได้นั่งลงโดยไม่เกรงใจ “วันนี้ข้าช่างรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ มองดูอาหารอย่างดีบนโต๊ะแล้ว ข้าไม่นึกเลยว่าอาหลีจะมีฝีมือขนาดนี้” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวแล้วมองไปที่เยี่ยเหลียงเฉินกับหรงสวิน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแต่งตัวธรรมดาๆ แต่ก็ไม่อาจที่จะปิดบังบรรยากาศความเป็นชนชั้นสูงของพวกเขาได้

“อาหลี เจ้ายังมีแขกอยู่อีกรึ?” ผู้ใหญ่บ้านนั้นยังจำใบหน้าของผู้ชายคนที่เซียวหลีช่วยเอาไว้ได้

หรงสวินกับเยี่ยเหลียงเฉินก็ได้คำนับ “ข้าขอคารวะผู้อาวุโส”

ถึงแม้ว่าหลงสวินนั้นจะเป็นคนเย็นชา แต่เขาก็ยังให้ความเคารพและให้เกียรติผู้อาวุโส, คนอ่อนแอ, คนป่วยและคนพิการ แน่นอนว่าคนอ่อนแอนั้นไม่นับรวมเซียวหลีอยู่ด้วย

อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นนางหวังหรือเซียวเป่าเอ๋อ หรงสวินก็ทำดีด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนเขาจะปฏิบัติกับนางและเซียวเยี่ยนต่างออกไป

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะไม่ดูแคลนผู้หญิงที่ท้องก่อนแต่ง, คนที่มีชื่อเสียงไม่ดีและคนที่เคยมีอดีตไม่ดีมาก่อน จะให้เขาไม่ดูแคลนพวกนางได้เช่นไร?

จบบทที่ บทที่ 31 ที่แท้เซียวหลีก็ช่วยคนนี่เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว