เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 โชคดีและโชคร้าย

บทที่ 30 โชคดีและโชคร้าย

บทที่ 30 โชคดีและโชคร้าย


บทที่ 30

โชคดีและโชคร้าย

หลังจากที่ฝังเข็มเสร็จ เซียวหลีก็ได้รีบมุ่งหน้าไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเซียวฮั้ว

อย่างไรก็ดีเขาก็เป็นถึงคนของทางการที่คอยจัดการเรื่องต่างๆในหมู่บ้านนี้ ผู้ใหญ่บ้านก็ถือว่าเป็นหัวหน้าของหมู่บ้าน จะบอกว่าเขาไม่ใช่คนของทางการก็ไม่ถูกนัก

ถ้าเป็นเขาก็จะสามารถเดินเรื่องซื้อที่ดินได้ นอกจากนี้ตอนนี้ก็เป็นฤดูกาลหว่านเมล็ดแล้วด้วย จึงไม่ควรที่จะหว่านเมล็ดล่าช้าไปมากกว่านี้

ระหว่างทางเซียวหลีก็พบกับคนคุ้นหน้าคุ้นตาเข้า      เซียวเหวินไฉ

“อาหลี ในที่สุดข้าก็พบเจ้า”

เซียวหลีมองไปรอบๆ แล้วก็มองไปที่เซียวเหวินไฉอย่างสงสัย “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะผ่านมาที่นี่วันนี้?”

อย่างไรก็ดี น้ำเสียงของเซียวเหวินไฉก็เหมือนบอกว่าเขากำลังรอนางอยู่พอดี

เซียวเหวินไฉก็ได้เกาหัวตัวเองอย่างอายๆแล้วกล่าว “ก็เจ้าเคยบอกว่าอยากจะซื้อที่ดินเพิ่มไม่ใช่เหรอ? ข้าจึงมารอเจ้าที่นี่เป็นเวลา 3 วันแล้ว แต่โชคยังดีที่ในที่สุดข้าก็เจอเจ้า

ตัวเขานั้นเหมือนกับเด็กน้อยที่ทั้งระมัดระวังและยินดีซ้ำไปซ้ำมา

เซียวหลีก็ได้กลอกสายตาของนางอย่างเงียบๆ “ท่านไปหาข้าที่บ้านตรงๆก็ได้นี่....อ๊ะจริงสิ เจ้าเป็นถึงนักวิชาการก็คงจะต้องเป็นห่วงชื่อเสียงและมารยาทของตัวเองสินะ อย่างไรเสียครอบครัวของข้าก็มีแต่ผู้หญิง”

เซียวหลีก็ได้ครุ่นคิดในใจ นับแต่โบราณกาลมาถ้าหากอยากจะตกหลุมรักใครสักคนมันก็เป็นเหมือนกับความรักหลบๆซ่อนๆที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางและเซียวเหวินไฉต่างก็ยังไม่แต่งงาน แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเพื่อนกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถไปหาสู่กันได้ตามใจอยากได้

“เจ้าเป็นอะไรไป?” เซียวเหวินไฉก็ได้มองไปที่ใบหน้าที่ยุ่งเหยิงของเซียวหลีแล้ว แล้วก็คิดว่าตัวเขาคงไปรบกวนนางเข้าอีกแล้วจึงได้รีบพูดออกไป “ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเจ้าไปก่อนเลย แล้วจำไว้นะว่าที่ดินทางตะวันออกที่เซียวอาเหอขายนั้นดินมีคุณภาพดีมาก เจ้าอย่าได้พลาดไปเชียว”

เขากล่าวแล้วก็จากไปอย่างยินดี

ทางตะวันออกซึ่งเป็นที่ของเซียวอาเหอนั้น เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะมีเรื่องเกิดขึ้น พวกเขาก็คงไม่ยอมขายที่ดินตรงนี้เป็นแน่

“อาหลีพวกเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่? เจ้าอยากที่จะซื้อที่ดินทางตะวันออกอย่างนั้นรึ?”

ผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

เซียวหลีก็ได้ยิ้มแล้วผงกหัวของนางแล้วกล่าวยืนยัน “ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ข้าอยากที่จะซื้อที่ดินทางตะวันออก”

มีคนอยากจะซื้อที่ดินก็ย่อมเป็นหน้าที่ของเขา แต่ทว่าตัวตนของเซียวหลีนั้นช่างลำบากใจยิ่งนัก ตัวเขายังเพิ่งตะโกนขับไล่พวกนางไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ในเวลานี้พวกนางกลับมาซื้อที่ดิน แล้วเขาจะอธิบายให้คนในหมู่บ้านฟังได้อย่างไร?

เซียวหลีก็มองเห็นสีหน้าที่ยุ่งยากใจของผู้ใหญ่บ้าน จากการวิเคราะห์ของนางแล้ว ถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านนั้นจะเคยขับไล่นาง แต่เขาก็ยังให้เงินนางเป็นค่าเดินทาง แสดงว่าตัวเขานั้นไม่ใช่คนเลวโดยบริสุทธิ์ใจนัก

“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน บ้านของอาหลีเองก็เป็นคนในหมู่บ้านของท่านเช่นกัน หลังจากที่ท่านพ่อจากไปท่านแม่ก็ได้เลี้ยงดูพวกเราสองพี่น้องตามลำพัง จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีก่อน ท่านพ่อของข้ากลับมาแล้วก็พาตัวพี่สาวของข้าไป แล้วท่านจะให้ท่านแม่ของข้าทำเช่นไร? ท้ายที่สุดแล้วบ้านของเรานั้นตกยากยิ่งนัก ข้าจึงเรียกท่านว่าปู่เพื่อให้ข้าเหมือนเป็นลูกหลานของท่านช่วยเมตตาพวกเราด้วย”

แล้วเซียวหลีก็ได้ร้องไห้ออกมา

“คือว่า....มันยากที่จะพูดนะเด็กน้อย ถ้าข้าขายที่ให้เจ้าไปแล้วก็เกิดมีคนอิจฉาเจ้าและมารังควานเจ้าอีก เงินที่เจ้าใช้ซื้อไปก็จะสูญไปเปล่าๆนะ” ผู้ใหญ่บ้านก็ได้กล่าวอย่างเป็นกังวล

เมื่อนางหยางได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากข้างนอก นางก็ได้ออกมาเพื่อหวังจะร่วมสนุก ในฐานะลูกสะใภ้ของผู้ใหญ่บ้านแล้ว สิ่งที่นางโปรดปรานที่สุดคือมองดูลูกบ้านที่มาขอให้ช่วยเหลือ แล้วจากนั้นนางก็จะได้ผลประโยชน์บางส่วนตามมาด้วย

แต่อย่างไรก็ดีพ่อผัวนั้นเป็นคนที่ตรงเกินไปหน่อย เลยทำให้นางได้ผลประโยชน์แค่เล็กน้อยเท่านั้น

แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเซียวหลี นางก็ได้รีบออกมาจากบ้านทันที “ท่านพ่อ ท่านให้นางเข้ามาในบ้านได้อย่างไร? นางเป็นตัวหายนะนะเจ้าคะ”

แล้วสีหน้าของผู้ใหญ่บ้านก็ได้บูดบึ้งขึ้นมาแล้วคำรามใส่ในบ้าน “คำพูดคำจานั่นมันอะไรกัน? ไปดูเอ้อหู่จื่อกับหลานฮวาโน่นไป”

“ไม่ใช่ว่าเอ้อหู่จือกับหลานฮวาอยู่กับท่านหรอกเหรอ?” นางหยางก็ได้ถามกลับไป

แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้ตกตะลึงทันที “ข้าไปเก็บผักในสวนตั้งแต่เช้า ไม่ใช่พวกเขาไปเล่นที่หลังบ้านหรอกเหรอ? รึว่าจะอยู่กับย่า?”

นางหยางก็ได้รีบตอบกลับมา “ท่านแม่กับเซียวซานออกไปซื้อของที่ตลาดตั้งแต่เช้าเจ้าค่ะ”

แล้วเซียวหลีก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เหมือนว่าเซียวเป่าเอ๋อจะบอกเอาไว้ว่าจะไปเล่นกับเอ้อหู่จือกับ หลานฮวานี่นา “เมื่อเช้านี้ เป่าเอ๋อเหมือนบอกว่าจะไปเล่นกับ    เอ้อหู่จือกับหลานฮวา....”

“เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะ? ไม่นะหู่จือหลานฮวาของข้า ทำไมพวกเขาถึงไม่ฟังข้าว่าอย่าไปยุ่งกับเซียวเป่าเอ๋อนะ”         นางหยางก็ได้รีบรุดออกไปโดยกล่าวโทษเซียวหลีโดยไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่บ้าน “ครอบครัวของเจ้ามันเป็นตัวหายนะ ใครที่อยู่ด้วยต่างก็ต้องโชคร้าย ต่อจากนี้ก็ดูแลลูกชายของเจ้าให้ดีๆด้วย อย่างให้มาเล่นกับเอ้อหู่จือกับหลานฮวาของข้าอีก”

เซียวหลีก็ได้มีใบหน้ามืดดำขึ้นมา จากความทรงจำของนางมีเพียงเด็กสองคนนี้จากทั้งหมู่บ้านที่ยอมมาเล่นกับ         เซียวเป่าเอ๋อด้วย

และโชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านกับพี่เซียวซานนั้นได้สอนให้เอ้อหู่จือกับหลานฮวาให้คอยปกป้องเซียวเป่าเอ๋อ จึงมีเพียงเด็กสองคนนั้นที่สนิทสนมด้วย

ในขณะที่เซียวหลีอยากที่จะพูดอะไรออกไปนั้น ก็ได้มีเสียงคนรีบตะโกนเข้ามา “ผู้ใหญ่บ้านแย่แล้ว มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว”

นางหยางที่ได้ยินก็ได้พูดขึ้นมา “สวรรค์ไม่นะ....”

แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้จ้องไปที่นาง “เจ้าเงียบก่อน”

นางหยางก็ได้หุบปากของนางอย่างเสียใจ แล้วทั้งสามคนก็ได้รีบออกมานอกบ้าน

“เกิดอะไรขึ้น?”

แล้วก็ได้มีคนรีบเล่าออกมา “มีเด็กกลุ่มนึงไปเล่นกันที่ริมแม่น้ำ แล้วเอ้อหู่จือก็ได้ตกลงไปในน้ำ ในเวลานี้ท่านหมอประจำหมู่บ้านได้ทำการปฐมพยาบาลให้แล้วแต่ทว่า.....”

“อะไรนะ.......”

“ลูกชายข้า....”

ทันทีที่หัวหน้าหมู่บ้านได้ยินเช่นนั้นก็เกือบทรุดลงไปทันที นางหยางเองก็แทบจะเป็นบ้าแล้วพอรู้สึกตัวได้ก็ได้ตะโกนใส่  เซียวหลีทันที “นังตัวซวยแกทำอะไรกับครอบครัวของข้า”

ตะโกนเสร็จ นางหยางก็ได้รีบไปที่แม่น้ำ แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้รีบวิ่งตามมาทีหลัง แต่ตัวเขานั้นแก่เกินกว่าที่จะวิ่งแล้ว

เซียวหลีเองก็รู้สึกลำบากใจอย่างมากขึ้นมานี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว

หรือว่านางนั้นจะเป็นตัวซวยที่ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ตัวนางโชคร้ายจริงๆ?

ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะอ่อนแอ แต่นางก็ยังสามารถวิ่งแซงผู้ใหญ่บ้านกับนางหยางรวดเดียวได้

เมื่อนางหยางเห็นเซียวหลีวิ่งแซงไป นางก็ได้ตะโกนไล่หลังมา “อย่าคิดทำร้ายลูกชายข้านะนังตัวซวย ข้าไม่จบกับเจ้าแค่นี้หรอกนะ”

ช่างเป็นคำพูดที่ยากเกินจะทนจริงๆ

แต่เซียวหลีก็หาได้สนใจไม่ อย่างไรเสียลูกของนางก็อยู่ที่นั่นด้วยนางจะไม่ปล่อยให้ลูกชายของนางต้องเป็นอะไรเด็ดขาด นอกจากนี้อาจจะยังมีความหวังที่นางจะช่วยเด็กคนนั้นได้ เพราะเด็กคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของเป่าเอ๋อ

“เจ้าตัวซวยร้องไห้แล้วจะไปไหนก็ไปซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะจับเจ้าโยนลงน้ำไปอีกคน”

มีเหล่าเด็กอายุ 8-9 ขวบที่กำลังขู่เซียวเป่าเอ๋ออยู่       เซียวเป่าเอ๋อก็ได้พ่นลมออกทางจมูกอย่างเย็นชาแล้วกล่าว “ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้า ที่เป็นคนผลักเอ้อหู่จือลงไปในน้ำ”

“ผายลม เจ้าต่างหากที่เป็นคนทำเอ้อหู่จือ เจ้ามันตัวหายนะ เจ้าเป็นคนทำให้เอ้อหู่จือตกลงไปในน้ำ

ในเวลานี้เซียวหลีไม่มีเวลามาสนใจเซียวเป่าเอ๋อมากนัก นางจึงได้รีบรุดหน้าไปที่ฝูงชนแล้วตะโกน “หลีกไป”

แล้วเหล่าคนในหมู่บ้านต่างก็เป็นกังวลและรีบหลีกทางถอยห่างออกมาทันที เพราะทุกคนต่างก็กลัวว่าจะโชคร้าย เพราะเซียวหลีนั้นเป็นตัวซวยที่นำพาโชคร้ายมาให้

“ท่านอาจารย์ เอ้อหู่จือเป็นอย่างไรบ้าง?” เซียวหลีนั้นจำได้ว่าเซียวชื่อหลินนั้นเป็นหมอประจำหมู่บ้านและเป็นคนสอนวิธีการเก็บสมุนไพรให้กับเจ้าของร่าง ที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นและทำการตรวจชีพจรของเอ้อหู่จืออยู่

เซียวชื่อหลินก็ได้ถอนหายใจแล้วส่ายหัวไปมา “แย่จริงๆ เด็กคนนี้ไม่รอดแล้ว”

“แง...ท่านพี่....” แล้วหลานฮวาที่อยู่ข้างๆนั้นแม้จะไม่รู้ว่าหมอหมายถึงอะไร แต่นางก็รู้สึกไม่ค่อยดีแล้วร้องไห้ออกมา

นางหยางที่วิ่งมาถึงและได้ยินที่เซียวชื่อหลินพูดเข้า ก็ได้ทรุดตัวลงไปกับพื้นทันที “โธ่ลูกแม่ หู่จือลูกแม่”

แล้วผู้ใหญ่บ้านที่มาถึง เมื่อเขาเห็นนางหยางร้องไห้ เขาก็ได้สลบไปทันที

เซียวชื่อหลินก็ได้รีบไปตรวจอาการและรักษาผู้ใหญ่บ้าน ในขณะนั้นเองเซียวหลีก็ได้ถอดเสื้อของเอ้อหู่จือออกแล้วเอาหูของนางแนบลงไปเพื่อฟังเสียง

“ยังทัน ยังทัน....”

“นังตัวซวย เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะ ข้าจะฆ่าลูกของเจ้านังตัวซวย เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ? ปล่อยลูกของข้าเดี๋ยวนี้นะ....”

“หุบปาก!”

หลังจากนั้นเซียวหลีก็ได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วก็ประกบเข้ากับปากของเอ้อหู่แล้วจากนั้นก็ได้กดหน้าอกสามหนแล้วจากนั้นก็ทำการผายปอดต่อ

จบบทที่ บทที่ 30 โชคดีและโชคร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว