เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 อาหลี....ตัวร้อน?

บทที่ 22 อาหลี....ตัวร้อน?

บทที่ 22 อาหลี....ตัวร้อน?


บทที่ 22

อาหลี....ตัวร้อน?

เซียวเป่าเอ๋อดูเหมือนจะโล่งอก แต่เขาก็ไม่คิดว่าอย่างลึกซึ้งว่าทำผิดศีลธรรมมันคืออะไร เขาจึงได้หยิบเอาตำลึงทองออกมาสองก้อนจากในแขนเสื้อ

“ท่านแม่ ตอนแรกข้า....ข้าคิดว่าท่านแม่จะยอมยกเงินทั้งหมดให้ท่านป้าเหมือนเมื่อก่อน ก็เลย....”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มองมาอย่างตั้งใจแล้วคอยดูการเคลื่อนไหวของเซียวหลีอย่างระแวดระวัง ถ้าหากนางคิดที่จะตีก้นเขาขึ้นมา เขาจะหนีได้ทันที

“ฮ่าๆ....เด็กดี ข้าชักจะสงสัยจริงๆแล้วว่าเจ้าเป็นลูกของข้าจริงๆหรือเปล่า ถึงได้รักเงินเยี่ยงชีวิตเนี่ย ทำดีๆ....” ตอนแรกที่เซียวหลียิ้มออกมานั้นทำให้เซียวเป่าเอ๋อกลัวจนเกือบที่จะหนีไป แต่หลังจากที่ได้ยินที่นางกล่าวแล้ว เซียวเป่าเอ๋อก็ได้เปลี่ยนใจ

“นี่ ดูเหมือนท่านแม่กับเป๋าเอ๋อจะใจตรงกันนะ พวกเราเอาเงินนี้ไปซ่อนแล้วเก็บไว้ใจยามฉุกเฉินกันเถอะขอรับ”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ก็เอาสิ เด็กดี”

แต่แล้วเซียวเป่าเอ๋อก็ได้ตอบสนองกลับมา “ท่านแม่ ข้าไม่ใช่ลูกของท่านเหรอ? ทำไมท่านถึงได้สงสัย?”

เซียวหลีก็ได้ผงะไปชั่วขณะ นางนั้นลืมไปเลยว่านางไม่ใช่อวิ๋นเหยาแล้ว อวิ๋นเหยาตายไปแล้ว

“ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเจ้ากับแม่จะเหมือนกันอยู่นะ เจ้าเป็นลูกของแม่จริงๆนั่นแหละ”

แล้วเซียวเป่าเอ๋อก็ได้มอบทองก้อนให้ แล้วเซียวหลีก็ได้รับทองเหล่านั้นมาแล้วเก็บเอาไว้ในแขนเสื้อของนาง แล้วก็อุ้มเป่าเอ๋อขึ้นมาจูบที่แก้มน้อยๆทั้งสองข้างของเป่าเอ๋อราวกับไก่จิกข้าวสาร

“ปล่อย ปล่อยข้า ผู้ชายกับผู้หญิงไม่ควรจะจูบกันนะท่านแม่!”

“ข้าเป็นแม่ของเจ้า เมื่อข้าจูบเจ้าจนพอใจแล้ว ถึงจะยอมปล่อยให้เจ้าไปจูบสาวอื่นได้”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มีสีหน้ามืดดำขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่ดีแต่เขาก็ชอบมาก เขาจึงได้หัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมกอดของแม่ เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา

เซียวเป่าเอ๋อนั้นรู้สึกราวกับว่าสองวันที่ผ่านมานี้เป็นเหมือนกับความฝัน เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่านี่เขากำลังฝันอยู่หรือเปล่า?

เขาอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าแม่ของเขายังนอนตายอยู่ที่เตียงก็ได้ แล้วทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น

“ลูกรักได้เวลากินข้าวแล้ว”

เซียวหลีก็ได้ตะโกนเรียก เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มองไปที่ท่านแม่ที่ดูขาดสารอาหารของเขา ที่กำลังยิ้มและเปิดหม้อออกมา นางเอาอาหารน่าทานออกมาวางแล้วตักข้าวออกมาจากหม้อ แล้วเขาก็ได้เอื้อมมือไปรับชามข้าวมาไว้ในมือของเขา แล้วพบว่าชามข้าวนั้นร้อนมาก

“นี่ไม่ใช่ความฝัน” แล้วหนุ่มน้อยก็ได้พูดกับตัวเองแล้ววิ่งออกไปพร้อมกับชามข้าว เขาไม่ต้องการให้ท่านแม่เห็นน้ำตาของเขา

เมื่ออาหารมื้อนี้นำมาวางเสร็จเรียบร้อย นางหวังก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมายามที่นางได้กลิ่นของอาหาร นางก็ได้รีบถาม “อาหลี เจ้าไปเอาเงินซื้อของพวกนี้มาจากไหน?”

เซียวเยี่ยนเองก็รู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อาจหยุดนางที่กำลังสวาปามอยู่ได้

“ท่านแม่....คือว่านี่เป็นเงินที่ท่านแม่ได้มาจากการเก็บสมุนไพรน่ะ และท่านแม่ก็บังเอิญเก็บเห็ดหลินจือร้อยปีได้”

“จริงเหรอ? แล้วไปเจอที่ไหนเหรอ?”

“คือว่า....” เซียวเป่าเอ๋อกำลังเคี้ยวแก้มตุ่ยและกลัวว่าเนื้อไก่ที่เขากำลังทานอยู่นั้นจะกระเด็นออกมา ถึงแม้ว่าเมื่อวานเขาก็ทานเนื้อไก่ แต่มันก็ไม่ได้รสเกลือเหมือนวันนี้ ไก่แปดสมบัติของวันนี้นั้นมันคืออะไรที่อร่อยมากที่เขาเคยกินในโลกนี้

นอกจากนี้ถ้าเกิดเขาเผลอบอกไปว่าเป็นป่าไร้ผู้คนแล้วล่ะก็ ท่านป้าจะต้องถือโอกาสรังแกแม่ของเขาและบังคับให้นางเข้าป่าแน่ ในตอนที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากของเขาจึงได้รีบหยุดพูดทันที กลับกันมันทำให้เขาคิดถึงอาหารที่อร่อยสุดๆที่กำลังทานอยู่นี้ ซึ่งยิ่งคิดมากเท่าไรเขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะร้านค้าชั้นสูงเช่นนั้นมันมีราคาแพงมาก เขาจึงกลัวว่าตัวเขาคงไม่ได้มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติพวกนี้อีกเป็นแน่ ซึ่งเมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มีน้ำตาพรั่งพรูออกมา “ของที่อร่อยที่สุดในแผ่นดิน ฮือ....”

“เอ้าเป็นอะไรไป เจ้าตัวแสบ?” เซียวเยี่ยนก็ได้ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจแล้วรีบเช็ดน้ำตาของเขา

เซียวหลีที่กำลังมองดูอยู่ ก็ได้คิดว่าเซียวเยี่ยนเองก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร อย่างน้อยนางก็รักเซียวเป่าเอ๋อจริงๆ

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้ส่ายหัวของเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ถ้าหากเขาพูดออกมาบางทีแม่บ้าๆของเขาอาจจะเข้าป่าไร้ผู้คนเพื่อเข้าไปหาสมุนไพรมีค่าอีกก็ได้ ครั้งก่อนนางอาจจะโชคดีแต่ครั้งหน้าอาจจะไม่ก็ได้

ตัวเขานั้นไม่กล้าที่จะคิดเลย เขาเลือกที่จะไม่กินของอร่อยมากกว่าจะให้แม่ของเขาไปเสี่ยง

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวเป่าเอ๋อก็ได้หยุดร้องไห้แล้วยิ้มและพูดกับเซียวเยี่ยน “ท่านป้ากินอกไก่ที่ข้าชอบไป”

เซียวเยี่ยนก็ได้รู้สึกโล่งแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกไปดี “เอ้า เอาไปเอาไป”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้รู้สึกพอใจอย่างมาก แล้วเสียงหัวเราะของพวกเขาก็ได้ดังสนั่นไปทั้งห้อง ในชั่วขณะนั้นเองที่นางหวังนั้นคิดว่าตัวเองเหมือนได้ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วเซียวหลีก็ได้อุ้ม           เซียวเป่าเอ๋อไปนอนที่เตียงข้างหน้าต่าง นางเล่านิทานให้        เซียวเป่าเอ๋อฟังเรื่องที่กบได้กลายเป็นเจ้าชาย แล้วเซียวเป่าเอ๋อก็ได้พึมพำขึ้นมา “แล้วเป่าเอ๋อจะกลายเป็นเจ้าชายได้หรือเปล่าขอรับ?”

“ได้สิ” เซียวหลีก็ได้กอดเซียวเป่าเอ๋อแน่น “แม่จะหาแผ่นดินมาให้เป่าเอ๋อเอง”

“แผ่นดินเหรอ? ก่อกบฏดีไหมนะ?”

“หรือจะยึดแม้กระทั่งฟ้าดินดี!”

“ฟ้าดินสามารถเอาชนะได้เหรอขอรับ?”

คนที่อยู่ในอ้อมแขนของนางนั้นก็ดูเหมือนจะเพลียมากแล้ว เซียวหลีก็ได้หัวเราะออกมา แล้วลูบไปที่ใบหน้าของเขา “ในเมื่อเป่าเอ๋อง่วงแล้วก็นอนเสียเถอะนะ”

เซียวเป่าเอ๋อที่กำลังง่วงก็ได้หลับสนิทในทันที

เซียวหลีก็ได้จูบที่แก้มน้อยๆของเขาอย่างมีความสุขมาก แล้วจากนั้นก็ได้วางเซียวเป่าเอ๋อลงไว้ที่เตียงนอน

แล้วเซียวหลีก็ได้นำทองสองก้อนในแขนเสื้อของนางไปรวมกับเงินอีก 14 ตำลึงเงินที่ได้จากการขายสมุนไพร และก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงบางอย่างอยู่ในห้องนั้น

นางจะต้องหาทางที่จะทำเงินขึ้นมาจากเงินเหล่านี้ เพื่อให้เป็นทรัพย์สินติดตัวของเป่าเอ๋อ

ทรัพย์สิน?

ก่อนอื่นคงจะต้องซื้อที่ดินสัก 2-3 หมู่ก่อน แล้วก็ซ่อมบ้านหลังนี้ แล้วจากนั้นก็ซื้อสุนัขสักสองตัวเพื่อให้คอยดูแลบ้าน!

ในลานบ้านนี้ไม่อาจจะทำอะไรได้เลยโดยปราศจากสุนัข เพราะไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าจะมีใครที่คิดจะทำอะไรอยู่

เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเซียวหลีก็รู้สึกได้ว่านางเริ่มมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาแล้ว

มองไปที่ท้องฟ้ายามดึกเช่นนี้ ดวงจันทร์ที่สว่างและลมก็แรง แต่ก็ดูฝนไม่น่าจะตกในคืนนี้

ดูเหมือนว่าจะเป็นการไม่เหมาะที่คนที่มีชื่อเสียงไม่ดีอย่างนางนั้นจะไปไหนมาไหนหรือไปพบใครในตอนกลางวันแสกๆ ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งปัญหาได้ ดังนั้นในเวลานี้จึงน่าจะเป็นเวลาที่ดี

เพียงแต่....

ป่านนี้เซียวเหวินไฉจะนอนหรือยังนะ?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซียวหลีก็ได้ละทิ้งปัญหาต่างๆไป แล้วก็ได้ปิดประตูลงเงียบๆแล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านของเซียวเหวินไฉ

ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงดาวที่ส่องสว่าง ก็ได้มีเสียงสุนัขเห่าดังอย่างต่อเนื่อง

เซียวหลีก็ได้รู้สึกได้ว่ามีคนที่กำลังแอบตามหลังนางมาอยู่ แต่พอนางหันหลังกลับไปก็ไม่พบใครเลย หรือว่าจะเป็นผี?

ไม่ ไม่ ไม่ คนอย่างเซียวหลีไม่เชื่อเรื่องผีอยู่แล้ว แต่นางก็ยังแอบกลัวอยู่ในส่วนลึกในจิตใจของนาง

เมื่อนางได้มาถึงที่บ้านของเซียวเหวินไฉ ที่ลานหน้าบ้านเป็นส่วนที่เขาใช้สอนหนังสือและส่วนด้านหลังจะเป็นที่พักของเขา เซียวหลีจึงได้มุ่งหน้าไปที่ลานหลังบ้าน

“ตัวข้าที่กำลังคิดถึงดวงจันทร์ที่ส่องสว่าง แต่ทำไม...ฮ่าๆ ใยเจ้าถึงต้องทิ้งข้าไปด้วย?”

เซียวเหวินไฉที่กำลังนอนพาดไปกับโต๊ะหินอ่อนนั้น มีจานถั่วคั่ววางอยู่ข้างๆ

ที่มือข้างหนึ่งได้ถือไหเหล้าเอาไว้และมืออีกข้างก็ได้ถือกิ่งไม้กวัดแกว่งไปตามพื้น

“ปราชญ์รักงั้นเหรอ?”

จู่ๆเซียวหลีก็ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าของเซียวเหวินไฉและกำลังมองดูสภาพที่ตกต่ำของเขา นี่คงไม่ใช่แบบที่นางชอบแน่ๆ

เอาจริงๆตอนนี้ตัวเขาก็ไม่รู้เลยว่าตัวนางนั้นชอบแบบไหนกันแน่

“อาหลี?”

เซียวหลีที่จู่ๆก็โผล่มาตรงหน้าเขานี้ก็ได้ทำให้               เซียวเหวินไฉถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาก็ได้ขยี้ตาและมองดูชัดๆ ก็พบว่าเป็นอาหลีที่เขากำลังคิดถึงอยู่จริงๆ

“อาหลี...ไม่ๆๆ อาหลีคงไม่ไปกับเราหรือมาปรากฏตัวตรงหน้าเราแน่ๆ นางที่ไม่เคยโผล่มาหาเขาเลยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมจู่ๆนางถึงได้มาได้? ทำไมเราถึงได้หมกมุ่นกับนางนัก หรือว่าตัวเรากำลังคาดหวังอะไรอยู่? เอิ้ก...”

เซียวเหวินไฉที่กำลังพูดอยู่กับตัวเองนั้นก็ได้เรอเหล้าออกมา เขามองไปที่เซียวหลีแล้วก็หัวเราะออกมา “ดูสิ เจ้ามาอยู่ในความฝันของข้าไม่พอ ยังจะมาโผล่เป็นภาพลวงตาอีก นับตั้งแต่โบราณกาลมาวีรบุรุษหลงรักสาวงาม และทำให้เหล่าวีรบุรุษมากมายต้องยอมสยบ ฮ่าๆ....ไข้รักช่างขมขื่นนัก”

แล้วเขาก็ได้กระดกไหเหล้าแล้วก็มองไปที่เซียวหลีที่กำลังมองที่เขาอย่างเย็นชา แต่คนที่เขากำลังคิดถึงอยู่นี้ ต่อให้มีใบหน้าที่เย็นชาเขาก็ยังหลงรักอยู่ดี

สีหน้านี้ช่างงดงามมาก เป็นอะไรที่เขารู้สึกหลงใหลอย่างมาก

“อาหลี...”

เซียวเหวินนั้นไม่คิดว่าภาพหลอนนั้นจะคงอยู่ยาวนานขนาดนี้ เขาจึงได้ลงมายืนบนพื้น แล้วโยนไหเหล้าทิ้งไปแล้วเดินไปหาเซียวหลี

เซียวหลีก็ได้ถอยหลบออกมา แต่ตัวนางนั้นไม่อาจหลบพ้นเท้าของเซียวเหวินไฉได้ทำให้เขาล้มลง นางจึงได้ยื่นมือของนางออกไปรับเซียวเหวินไฉแน่นในอ้อมกอดของนาง

“อาหลี...ตัวร้อน? เซียวเหวินไฉก็ได้จับไปที่ใบหน้าของนางที่ทั้งอบอุ่นและสมจริง”นี่จะต้องเป็นความฝันแน่ๆ ช่างเป็นฝันที่สวยงามมากจนไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยจริงๆ”

จบบทที่ บทที่ 22 อาหลี....ตัวร้อน?

คัดลอกลิงก์แล้ว