เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ซุ่มซ่าม

บทที่ 7 ซุ่มซ่าม

บทที่ 7 ซุ่มซ่าม


บทที่ 7

ซุ่มซ่าม

“ท่านลุงเหวินไฉ?”

เซียวหลีมองไปที่เขาอย่างสงสัย เซียวเป่าเอ๋อร์สงบเสงี่ยมลงมาราวกับเด็กที่ทำอะไรผิด เขาไม่กล้าที่จะมองตาของเซียวหลี “ท่านแม่ เป่าเอ๋อร์ผิดไปแล้วและจะไม่พูดถึงเขาอีกขอรับ”

“เหรอ?”

“เป่าเอ๋อร์จะไม่ไปหาท่านลุงเหวินไฉอีกแล้วขอรับ”     เซียวเป่าเอ๋อร์กล่าวอย่างขลาดกลัว เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองไปที่เซียวหลีที่กำลังจ้องมองมาที่เขาแล้วพูดออกมาอย่างระวังตัว “ท่านแม่ ท่านบอกว่าท่านยายหิวจนสลบไปใช่ไหม? ถ้าหากข้าป้อนน้ำท่านยายแล้วค่อยป้อนเนื้อทีหลัง ท่านยายจะฟื้นขึ้นมาใช่ไหม?”

มือเล็ก ๆ ที่ไม่รู้จะวางเอาไว้ตรงไหน เกากับกางเกงของเขา

ท่านลุงเหวินไฉงั้นเหรอ? เซียวหลีนึกออกได้แค่ลาง ๆ ว่ามีครูคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านนี้ที่เหมือนจะมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับเจ้าของร่างนี้ หลังจากที่คิดเรื่องนี้มากเกินไปนางก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจึงได้เลิกคิดไป ในเวลานี้นางควรจะต้มน้ำแกงไก่เสียก่อน ที่นี่มีทั้งคนแก่, คนอ่อนแอ และคนพิการจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร

เมื่อนำไก่ลงไปในหม้อ นางให้เซียวเป่าเอ๋อร์เฝ้าดู           น้ำแกงไก่อยู่ในห้องครัว แล้วเซียวหลีรีบบดสมุนไพรที่นางเก็บมาแล้วจากนั้นก็ไปหาหรงสวิน

หลังจากที่แตะหน้าผากของหรงสวิน และจับชีพจรของเขาเซียวหลียิ้มออกมาอย่างมั่นใจ ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังมีความต้องการที่จะเอาชีวิตรอดอย่างแรงกล้าอยู่ หากรวมกับวิชาแพทย์เฉพาะตัวของนางแล้ว จะต้องรักษาชีวิตของเขาได้แน่ นางจึงนำสมุนไพรมาทำแผลให้หรงสวิน

“อุว”

“ท่านยังรู้สึกเจ็บได้เช่นนี้ ท่านควรจะดีใจนะ”

เซียงหลีดึงเอาปิ่นเข็มเงินที่ปักอยู่ที่ขาของหรงสวินออก สัมผัสที่ต้นขาของเขาแล้วถาม “เป็นอย่างไรบ้าง? ตรงนี้รู้สึกอะไรบ้างไหม?”

หรงสวินตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้สัมผัสที่ต้นขาของเขาโดยที่สีหน้าของนางไม่แดงและหัวใจก็ไม่เต้นเร็ว นางดูเฉยชามากหรือว่านางจะมีประสบการณ์กับผู้ชายมานับไม่ถ้วน?

“ทำไมท่านถึงได้จ้องเขม็งมาที่ข้าเช่นนี้? แล้วตรงนี้ล่ะ? ท่านมีความรู้สึกที่ก้นของท่านบ้างไหม? แล้วตรงเอวของท่านล่ะ?”

“อ๊ะ!” หรงสวินมองไปที่ผู้หญิงตรงหน้าเขา มือของนางนั้นมาถึงก้นของเขาแล้ว เขาต้องการที่จะขัดขืน แต่มือของเขาขยับไปตรงที่บาดเจ็บไม่ได้ ทำให้ได้แต่รู้สึกขนลุก

“ผู้หญิงคนนี้ ทำไมเจ้าถึงได้ไร้ยางอายเช่นนี้”

เซียวหลีรู้สึกถึงความไร้เหตุผลของชายหนุ่มที่ไม่รู้จักเข้าใจความหวังดีของผู้คน

นางรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้มีอาการเก่าร่วมกับอาการใหม่ และนางก็อยากที่จะรักษาขาของเขาไปพร้อมกัน แต่นึกไม่ถึงว่านอกจากเขาจะไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังพูดจาเสีย ๆ หาย ๆ ใส่นางอีกต่างหาก

เซียวหลีลุกขึ้นยืนแล้วมองหรงสวินพลางกอดอก “ถ้าข้าเดาไม่ผิด ขาของท่านคงไม่ใช่แค่กระดูกหักเฉย ๆ  แต่ดูท่าจะเดินไม่ได้มา 5-6 ปีแล้ว”

“ดูเหมือนว่าเจ้าพอจะมีวิชาแพทย์อยู่บ้างสินะ”

“และถ้าข้าเดาไม่ผิดท่านคงจะได้หมอที่มีความสามารถมารักษาให้ท่านนานแล้ว และดูเหมือนว่าท่านนั้นกำลังจะหายดีแล้ว แต่ท่านกลับถูกตามล่าโดยศัตรูของท่านเสียก่อน?”

หรงสวินพ่นลมออกทางจมูกออกมาอย่างเย็นชา นางพูดถูกแค่ครึ่งหนึ่ง ขาของเขารับรู้ความรู้สึกได้เพียงเล็กน้อยมา 5-6 ปีแล้ว

เซียวหลีจ้องไปที่ริมฝีปากของเขา ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว นางคงเดาถูกแน่ ๆ

“ข้าสามารถรักษาขาให้ท่านได้ ขอเพียงสามเดือนท่านก็จะเดินเหินได้อย่างอิสระแล้ว”

หรงสวินเห็นความมั่นใจในดวงตาของนาง แต่เขารู้ดีอยู่แก่ใจ เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่เขาไม่เคยนึกยอมแพ้ เขามองไปที่สีหน้าของเซียวหลีที่ดูเฉยชาแล้วกล่าว “ถ้าหากเจ้ามีความสามารถถึงขนาดนั้น ข้าก็จะขอบคุณมาก”

“เป็นธรรมชาติ ตรงไปตรงมา และกล้าหาญ ข้าชอบ” เซียวหลีไม่ใช่คนโง่ แม้แต่เซียวเยี่ยนยังมองออกว่าคนคนนี้จะต้องรวยมากแน่ ๆ  และต่อให้ตาบอดก็มองออกว่าครอบครัวของนางนั้นยากจนมาก นางจึงอยากใช้วิชาแพทย์ของนางหาเงิน

“ถ้าหากท่านตกลง ข้าก็จะรักษาให้ท่าน แต่ท่านจะต้องปฏิบัติกับข้าเหมือนหมอคนหนึ่งไม่ใช่ผู้หญิง แล้วเวลาข้าถามอะไรก็ขอให้ท่านตอบมาตามตรง”

“ก็ได้”

“ตรงนั้นของท่านยังมีอาการโด่ทุกเช้าหรือไม่?” นางชี้ไปที่กล่องดวงใจของเขาแล้วถามโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย

“เจ้า....” ใบหน้าของหรงสวินแดงตั้งแต่ใบหน้าจนไปถึงคอ ผู้หญิงคนนี้ไม่มียางอายบ้างเลยหรือไง?

“เป็นอะไรไปอีก? ข้าแค่อยากจะรู้ถึงสภาพร่างกายของท่านเพื่อที่ข้าจะได้รักษาอาการได้ถูกต้อง” หลังจากนั้นเซียวหลีต้องการดูว่ามีอาการผิดปกติที่ต้นขาของเขาหรือไม่ แต่          หรงสวินอดทนต่อความเจ็บปวดที่แขนของเขาแล้วจับมือของเซียวหลีเอาไว้แล้วกล่าว “โอหัง”

เขาคิดว่าเซียวหลีอยากที่จะเห็นของของเขาจึงกล่าวว่า “ไปให้พ้น”

“เจ้า....” เซียวหลีพยายามที่จะไม่โกรธ “ข้าเป็นหมอก็แค่อยากดูอาการเท่านั้น ถ้าข้าไม่เห็นแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะต้องใช้ยามากแค่ไหน จะได้ฝังเข็มถูกได้อย่างไร?”

“ผู้หญิงไร้ยางอาย ออกไปเดี๋ยวนี้”

ผู้หญิงคนนี้ช่างต่ำช้ายิ่งนัก ไม่แปลกใจเลยที่นางจะมีลูกก่อนที่จะแต่งงานเช่นนี้ ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก

เพียะ!

เซียวหลีตบไปที่หรงสวินด้วยหลังมือของนาง หรงสวินตกตะลึงและไร้คำพูด

“ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าเป็นหมอ ข้าไม่สนเรื่องของผู้ชายผู้หญิงหรอก มีแค่เพียงหัวใจที่ดำมืดของท่านนั่นแหละที่คิดว่าข้าสกปรกน่ะ”

เซียวหลีโมโหมาจนไม่อยากที่จะมองหน้าเขาและหันหลังเดินหนีไป แต่ใครจะคิดว่าเท้าของนางจะเสียหลัก แล้วตัวนางก็ล้มลงไปในอ้อมแขนของหรงสวิน ยิ่งไปกว่านั้นยังสัมผัสใกล้ชิดกับหรงสวินแบบปากต่อปากอีกต่างหาก

ตาทั้งสองคู่ก็ได้ประสานกัน แล้วทั้งคู่ก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมา

“บ้า ๆๆ ...”

เซียวหลีรีบลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่าบ้าออกมาสามหน “บ้าที่สุด”

หรงสวินก็พูดอย่างโมโหเช่นกัน “ซุ่มซ่าม”

“เจ้า.....หาว่าข้าซุ่มซ่ามงั้นเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บสาหัสของท่าน ข้าคงไม่ต้องไปปีนเขาเพื่อไปหาสมุนไพรมาให้ท่านตามลำพังจนเกือบจะตกจากเขาตายหรอก? ถ้าท่านคิดว่าสมุนไพรของข้ามันสกปรกนัก ท่านก็แกะมันออกเองก็แล้วกัน แล้วก็ขอให้คนของท่านมารับท่านไปไว ๆ หน่อย คนที่สูงส่งอย่างท่านคงไม่อยากที่จะอยู่บ้านจน ๆ เช่นนี้หรอก”

เจ้าผู้ชายตัวเหม็น ทั้ง ๆ ที่คิดว่าน่าจะได้กำไรงามจากเขาแท้ ๆ  นี่ถ้าไม่คิดว่าเขาบาดเจ็บหนักอยู่ นางคงจะไล่ตะเพิดเขาไปแล้ว นางพูดไปตั้งขนาดนั้นแล้วแต่ชายคนนี้ยังไม่เข้าใจแถมยังเลือดเย็นอีกต่างหาก

นางก้มหน้าลงมาแล้วจ้องมองไปที่หรงสวินด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดและคมดุจมีด แล้วพันคำพูดหมื่นคำจาก็ได้กลายเป็นหมัดน้อย ๆ ทุบเข้าไปยังหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง “ด้วยกำปั้นเล็ก ๆ นี่หวังว่าจะช่วยฆ่าผีเลือดเย็นในใจของท่านได้บ้าง ฮึ”

.........

เมื่อเห็นนางที่เดินเขยกจากไป หรงสวินถึงกับตกตะลึง นี่นางทำตัวเองเจ็บขาเพื่อไปหาสมุนไพรมาให้เขาจริง ๆ เหรอ?

ผู้หญิงเนี่ยนะจะกล้าปีนขึ้นเขาไปคนเดียว นางจะทำเพื่อเขาขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ? ยิ่งไปกว่านั้นอารมณ์ของนางก็ขึ้น ๆ ลง ๆ อีก นี่นางจะมาไม้ไหนกันแน่

หลังนางเดินจากไปหรงสวินก็เช็ดริมฝีปากของเขา และนึกถึงริมฝีปากอ่อนนุ่มและเหมือนจะหวานหน่อย ๆ ขณะที่คิดเช่นนั้นหรงสวินไม่เพียงแต่จะรู้สึกหนาวสั่นแต่ยังคิดว่าเขามีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร ต่อให้ผู้หญิงที่มีลูกยังไม่ได้แต่งงานคนนั้นจะใจดีถึงเพียงไหน เขาก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับนางได้นั่นคือความจริง เขาจะต้องไม่ปล่อยให้รูปโฉมของนางล่อลวงเขาได้เด็ดขาด

จ๊อกกกกก.....

หรงสวินนับไม่ได้เลยว่าท้องของเขาร้องมากี่หนแล้ว เขามองไปยังท้องฟ้าที่มืดดำและฝนที่ตกลงมา ชายหนุ่มเปิดปากออกแต่กลับไม่สามารถตะโกนออกไปได้ จึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อไรนางจะนึกได้ว่าควรให้คนเจ็บทานอะไรบ้าง

ฟ้ายังไม่ทันจะขึ้นเซียวเป่าเอ๋อร์ก็เดินมาหาพร้อมกับน้ำแกงไก่

“ท่านลุงหรง นี่คือน้ำแกงไก่ที่ท่านแม่ให้ข้าเอามาให้ท่าน ท่านแม่บอกว่ากระดูกที่เสียหายของท่านต้องการสารอาหารไปรักษา”

ก็ยังดีที่มีอะไรให้ทานบ้าง แต่สิ่งที่เซียวเป่าเอ๋อร์พูดออกมาหรงสวินก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี อย่างผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอจะพูดเช่นนั้นออกมา?

“เป็นอย่างไรบ้าง? อร่อยไหม?”

เซียวเป่าเอ๋อร์ป้อนน้ำแกงเขาหนึ่งช้อน แล้วก็ตักเนื้อ     ชิ้นดี ๆ ให้หรงสวินทาน

“รสชาติไม่ได้เรื่อง”

ใบหน้าเซียวเป่าเอ๋อร์มืดดำขึ้นมา ลุงหรงพูดไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย ในสายตาของเซียวเป่าเอ๋อร์แล้ว นี่คืออาหารชั้นยอด

เขาจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาไม่ได้ทานเนื้อมานานขนาดไหนแล้ว

จบบทที่ บทที่ 7 ซุ่มซ่าม

คัดลอกลิงก์แล้ว