เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6) [อ่านฟรีวันที่ 04/08/61]

บทที่ 24 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6) [อ่านฟรีวันที่ 04/08/61]

บทที่ 24 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6) [อ่านฟรีวันที่ 04/08/61]


บทที่ 24 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6).

 

[...ไม่ใช่ว่าคุณโทรมาหาฉันเร็วไปหน่อยหรอ?]

เสียงของคังมิเรย์ได้ดังออกมาอย่างตกใจ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นแต่ยูอิลฮานรู้สึกเหมือนกับตัวเองโดนดูถูก เขาได้ตอบกลับไปอย่างขมขื่น

"เธอได้ดูทีวีแล้วใช่ไหม?"

[... อ่า คุณหมายถึงดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นกลางเมืองนะหรอ?]

"มันไม่ใช่ดันเจี้ยน มันเป็นมอนสเตอร์ และมันก็ยังเป็นมอนสเตอร์ที่มีแข็งแกร่งแถมมีความสามารถในการปกปิดตัวตน"

[...งั้นหรอ]

มันไม่จำเป็นจะต้องมีคำอธิบายอะไรมากกว่านี้อีกแล้วสำหรับคังมิเรย์ เพียงแค่นี้เธอก็เข้าใจในสถานการณ์และตกไปอยู่ในความคิดแล้ว

เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาสามารถจะรู้ความคิดของเธอได้ ยูอิลฮานได้รอคำตอบของเธอในขณะที่อยากจะวางสายให้เร็วที่สุดและกลับไปที่ห้องทำงานของเขา และไม่นนานนักเขาก็ได้รับคำตอบ

[ฉันเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ดูเหมือนมันจะอันตรายเอามากๆ]

"ฉันมีแผนที่จะไปฆ่ามัน แน่นอนว่าฉันไม่ได้มีความต้องการที่จะบังคับเธอให้มาช่วย"

แม้ว่าเขาจะอยากพาตัวเธอไปด้วยแม้ว่าต้องลากเธอไปก็ตาม แต่ว่ามันก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถไปบังคับให้คนอื่นช่วยเขาฆ่ามอนสเตอร์ที่ถูกคาดการณ์ว่าอยู่ในคลาส 3 ได้ ถ้าหากว่าเธอปฏิเสธ เขาก็แค่ต้องไปเพียงลำพัง แต่ยังไงก็ตามคังมิเรยย์ได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

[ฉันก็ไม่ได้มีแผนจะไปไหนอยู่แล้ว แถมฉันก็มีส่วนผิดด้วยที่ไม่เอะใจแต่แรกว่ายังมีมอนสเตอร์อยู่ที่นั่น แต่ยังไงก็ตามฉันจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อน ในสถานการณ์แบบนี้ฉันจะติดต่อไปหารัฐบาลกับทางกองทัพ]

"ฉันก็ต้องเตรียมตัวเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวซักพักฉันจะโทรไปหาเธอนะ"

[เข้าใจแล้ว]

เธอน่าทึ่งถึงขนาดที่พูดเรื่องการติดต่อหารัฐบาลกับทางกองทัพเหมือนเปิดประตูบ้านเลยงั้นหรอ? ถึงแม้ว่าเขาอยากจะถามออกไป แต่ว่ามันก็ไม่มีทางที่เขาจะได้คำตอบอยู่แล้ว เขาก็แค่รู้สึกพอใจที่คนที่เขาขอให้ช่วยนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด

หลังจากยูอิลฮานวางสายไปแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปที่ทำงานทันที เพลิงนิรันดร์ยังคงลุกไหม้อยู่ในเตจาไฟและโลหะต่างๆรวมไปถึงฮาคาเนี่ยมก็ยังถูกเก็บไปในที่ของมัน จริงๆแล้วยูอิลฮานไม่ต้องกังวลอะไรเลยเพราะที่ทำงานนี้ของเขาได้ถูกป้องกันไปด้วยเวทย์ของทูตสวรรค์

จริงๆแล้วสิ่งที่เขากังวลก็คือวัตถุดิบที่เขาได้มาจากร่างของเสือดาวยักษ์ กระดูกและหนังจำนวน 1 ใน 4 ของเสือดาว เนื่องจากของพวกนี้ได้ผ่านกระบวนการพื้นฐานและหลังจากที่เขากลับมาล่าเหยื่อด้วยความช่วยเหลือจากเอิลต้าทำให้เขาสามารถนำมันมาใช้ได้ในทันที

"เยี่ยม ฉันควรจะเริ่มจากอะไรก่อนดี?"

[คุณวางแผนจะสร้างอะไรล่ะ? ของพวกนี้มันไม่พอที่จะเอามาสร้างเครื่องป้องกันและต่อให้คุณสร้างอาวุธมันก็เป็ฯไปไม่ได้ที่จะเหลือกว่าหอกเหล็กกล้าของคุณ]

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้หนังทั้งหมดได้เนื่องจากว่ามันมีรูอยู่ในที่ต่างๆ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่ยูอิลฮานคิดจะทำนับจากนี้ ไม่ว่าเอิลต้าจะอยากรู้สักแค่ไหนเขาก็เริ่มทำงานโดยไม่ได้สนใจเธอเลย

ก่อนอื่นเลยเขาได้เลือกกระดูกชิ้นที่หนาที่สุดออกใส เขายังขัดผิวของมันเล็กน้อยเพื่อทำให้มันแหลมขึ้น

[...ฉันถามว่าคุณกำลังจะทำอะไร]

เอิลต้าที่โกรธง่ายมากๆเนื่องจากความภาคภูมิใจที่สูงส่งของเธอได้พูดขึ้นบนหัวของยูอิลฮาน เธอดูน่ารักจริงๆทำให้ยูอิลฮานยิ้มขึ้นมาและตอบเธอกลับไป

"เสาไง"

[เสา?]

เอิลต้าได้กระพริบตางงๆกับคำตอบที่เธอคาดไม่ถึง กระดูกมี่ถูกตัดมานี่ก็ดูเหมือนเสาแน่นอน มันสูงเกิน 2 เมตรไปได้ง่ายๆเลยแถมมันก็หนามากเมื่อเทียบกับร่างกายของคน มันเป็นขนาดที่เทียบได้กับมอนสเตอร์เสือดาวเลย

ยังไงก็ตามเขาทำเสานี่ทำไม? ในหัวของเธอได้เต็มไปด้วยคำถาม

"ที่ฉันไม่พูดอะไรออกไปก็เพราะว่าฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา รออีกเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง"

ถ้าว่าคนทำสิ่งๆหนึ่งได้แล้วถ้างั้นหากเขาทำสิ่งเดิมๆมันก็จะใช้เวลาน้อยลงไปเป็นปกติ นี้มันเป็นเพราะคนๆนั้นได้เจอกับเคล็ดรับและจำในประสบการณ์สิ่งนั้นหลังจากได้ทดลองและเจอกับความติดขัดด้วยตัวเองแล้ว

และจ้าวแห่งแรงงานยูอิลฮานก็ได้มีเทคนิคในด้านนี้สูงสุดทำให้เวลาที่เขาใช้ทำสิ่งเดิมๆได้ลดลงไปกว่าครึ่ง

[ไม่เห็นจะเข้าใจเลย]

"มันก็แค่หาเคล็ดลับในการสร้างมันเท่านั้นเอง ทั้งหมดก็แค่เคล็ดลับเอง"

[คุณก็เอาแต่พูดกับคำว่าเคล็ดลับอย่างเดียวเลยไม่ใช่เลยหรือไง!?]

"ใช่สิ!"

เสาต้นที่หนึ่ง ต้นที่สอง ต้นที่สี่... และในพริบตาเดียวจำนวนของเสาก็ได้เพิ่มขึ้นไปและจบลงในต้นที่หก เสาทั้งหมดที่สร้างขึ้นต่างก็แหลมคมและมีรูอยู่ด้านสุด

[หืมม ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว]

"ยังไงหรอ?"

[คุณกำลังวางแผนที่จะทำสร้อยคอยักษ์ด้วยการเชื่อมต่อมันทั้งหมดเข้าด้วยกันใช่ไหม?]

"กลับไปเรียนก่อนไป"

เมื่อการสร้างเสาได้หยุดลงที่ต้นที่หก สิ่งที่ยูอิลฮานจะทำต่อไปนั้นมันก็ชัดเจนมากๆในสายตาของเอิลต้า

[นี้มันคือหอกสินะ]

"นั่นก็ไม่ใช่"

และยูอิลฮานก็ยังปฏิเสธเธอเหมือนเคย ยูอิลฮานได้หยิบเอากระดูกแหลมคนอันใหม่ขึ้นมาและเริ่มทำงานของเขาต่อทันที เอิลต้าที่เห็นแบบนี้เธอเชื่อว่าเขาจะต้องทำหอกแน่นอน

ยังไงก็ตามเมื่องานที่เขาทำอยู่ได้ดำเนินต่อไปเอิลต้าก็ยังเปลื่ยนท่าทางไป มันเป็นหลังจากที่เธอได้เห็นยูอิลฮานทำตะขอขึ้นที่ปลายสุดของใบมีด

[... ถ้างั้นมันก็ไม่ใช่หอกแต่เป็นฉมวกใช่ไหม?]

"ใช่แล้ว"

ภายในเทคนิคหอกมีวิธีการใช้หอกที่ถูกเรียกว่าการขว้างหอกอยู่ ในการขว้างหอกนี้ก็สามารถนำมาปรับเปลื่ยนใช้เป็นการขว้างอะไรได้มากมาย

สิ่งที่ยูอิลฮานทำในตอนนี้คือฉมวกที่เอาไว้ขว้างออกไปล่าเหยื่อ แทงเข้าไปในตัวเหยือและลากมันมา พลังการทะลวงของมันมีมากอย่างชัดเจนและที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันยังสามารถดึงเหยื่อที่ถูกแทงกลับมาได้อีกด้วย

เขาได้ทำฉมวกขึ้นมาทั้งหมด 6 อันเหมือนกับเสา แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ลืมเจาะรูเอาไว้อีกด้วย

เรื่องทั้งหมดนี้เขาได้ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำพวกมันได้เร็วแบบนี้ แต่กับเอิงต้าที่เคยเห็นเขาทำกับดักแห่งการทำลายมาแล้วนี่มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องตกใจเลย

[ตอนนี้คุณก็วางแผนจะทำเชือกต่อสินะ?]

"ปิ้งป่อง!"

ฉมวกกับเสา ถ้างั้นสิ่งที่เหลืออยู่ก็แค่เชือกที่จะเชื่อมทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกันนั่นเอง! ยูอิลฮานได้หันไปจ้องทางหนังของเสือดาวยักษ์

มันไม่ใช่แค่เชือกธรรมดา เขากำลังจะทำเชือกที่จะไม่ขาดง่ายๆแม้ว่าจะเจอกับมอนสเตอร์คลาส 3 ก็ตาม

[คุณนี่โหดร้ายจริงๆเลย ใช้กระดูกและหนังของแม่ในการฆ่าลูกของมัน....]

"ฉันจะได้ดึงความสนใจมันได้ไง ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องดี"

เขาได้ใช้มีดตัดหนังออกมาเท่าๆกันเพื่อทำเป็นเส้นและบิดมันเข้าด้วยกันหลายๆเส้นจนเป็นเชือกที่แข็งแรงทนทาน

แม้ว่ามันจะต้องใช้หนังไปจำนวนมากแต่ว่าด้วยคำชำนาญของเขามันก็เป็นไปได้อย่างน่าทึ่งในการทำเชือกทั้งหกเส้นที่แข็งแรงและยาวในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง เชือกทั้งหกเส้นนี้ต่างก็ยาวหลายสิบเมตร

"เอาล่ะถ้างั้นก็"

[คุณยังจะทำอะไรอีก!?]

ในจุดๆนี้เอิลต้าก็ตกตะลึงไปกับความสามารถของเขาแล้วแต่ว่ายูอิลฮานก็ยังไม่ได้หยุดลงไปแค่นี้ เขาได้หยิบเอาหินพลังเวทย์ของเสือดาวยักษ์ที่เขาเพิ่งจะได้ขึ้นมาไม่นานนี้และยืนอยู่หน้าฉมวกที่เขาทำขึ้น

เอิลต้าได้ตกตะลึงไปทันที เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยูอิลฮานถึงได้ใช้วัตถุดิบทุกๆอย่างที่เขามีไปในการสร้างอาวุธเพียงชิ้นเดียว

[คุณไม่รู้สึกว่ามันเปลืองไปหรอ!?]

"ฉันจะไปรู้สึกแบบน้นได้ยังไง?"

ยังไงก็ตามยูอิลฮานคิดต่างไปจากเอิลต้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

"สิ่งเดียวที่ฉันเห็นค่ามากที่สุดก็คือชีวิตของฉัน"

จากนั้นเขาก็เริ่มทำหัตถกรรมมานาทันที

สิ่งที่เขาต้องการก็คือการเสริมพลังโดยรวมทั้งหมด ความคงทนของเสาที่จะไม่ถูกดึงออกไปง่ายๆ เชือกที่แข็งแรงไม่ถูกฉีกขาด ฉมวกที่แหลมคมซึ่งจะเกาะติดกับเหยื่ออย่างแน่นหนา

ต้องขอบคุณการยกระดับขึ้นของสกิลหัตถกรรมมานาที่ได้มาจากการสร้างกับดักแห่งการทำลายกับทูตสวรรค์ทำให้ตอนนี้เลเวลของหัตถกรรมมานาของเขาได้มาถึงเลเวล 11 แล้ว เสาทั้ง 6 ฉมวกทั้ง 6 และเชือกทั้ง 6 ได้ถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันพร้อมส่องแสงออกมา

[ฉมวกนักล่าเสือดาว 'รุนแรง' 'โหดเหี้ยม' ได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว]

[สกิลหัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 12]

ยิ่งไปกว่านั้นเวลาในการทำหัตถกรรมมานาก็ยังลดลงด้วย มันใช้เวลาไม่ถึง 20 วินาทีเลยนับตั้งแต่ที่เขาเริ่ม หินพลังเวทย์ที่ยูอิลฮานถืออยู่ได้หายไปและฉมวก เสา และเยือกได้รวมกันเป็นอาร์ติแฟคหนึ่งเดียวกัน ในเวลาเดียวกันนั้นเอิลต้าก็บ่นออกมา

[โปรดจำให้ขึ้นใจด้วยว่าหัตถกรรมมานาไม่ใช่สกิลที่จะสำเร็จตลอดนะ โอเคไหม?]

"โอ้ ออฟชั่นอัลฟ่า เบต้าอีกแล้ว"

[แล้วก็จำไว้ด้วยว่าออฟชั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะติดมาตลอด]

ยูอิลฮานได้ยืนยันในสเตตัสของฉมวกที่ทำเสร็จแล้วโดยไม่สนใจเอิลต้าสักนิด

[ฉมวกนักล่าเสือดาว 'รุนแรง' 'โหดเหี้ยม']

[ระดับ - ยูนีค]

[พลังโจมตี - 1,050]

[ออฟชั่น - โอกาสคริติคอลและดาเมจคริติคอลเพิ่มขึ้น 20% , พลังการล่ามเพิ่มขึ้น 20%]

[ความทนทาน - 960/960]

[ฉมวกนักล่าที่ทำขึ้นมาจากกระดูกและหนังของเสือดาวยักษ์ เนื่องจากว่ามันได้ถูกทำขึ้นมาเป็นพิเศษทำให้มันเต็มไปด้วยความแข็งแรงและประสิทธิภาพอย่างน่าตกใจ]

"บันทึกอคาชิคนี่รู้ทุกอย่างจริงๆเลย"

[แถมระดับของออฟชั่นมันก็ยังสูงมากเลยด้วย....]

แน่นอนว่าออฟชั่นก็มีลำดับชั้นของตัวมันเองเช่นเดียวกัน แม้ว่ามันจะเป็นการยากที่จะแยกแยะมันจากความแตกต่างของชื่อแต่ว่าถ้าหากมองจากประสิทธิภาพของอาร์ติแฟคมันก็จะเห็นได้ชัดเจนเอง

เมื่อพิจารณาจากออฟชั่นตามปกติมักจะส่งผลเพิ่มแค่ 5% หรือไม่ก็ 10% นั่นมันจึงทำให้ 'รุนแรง' 'โหดเหี้ยม' นี้เป็นออฟชั่นที่มีระดับสูงอย่างแน่นอน

"มันออกมาดีกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย นี้มันก็น่าจะพอแล้ว"

[แต่ว่าความจริงที่ว่ามันอยู่ใต้การคำนวณของคุณก็ยังไม่ได้เปลื่ยนไปเลย]

"เคล็ดลับการเอาชนะก็คือการวางแผนเผื่อในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนี่นา"

เขาได้ตอบกลับเอิลต้ามาอย่างไม่ใส่ใจและผูกจมวกเอาไว้กับหลังของเขา จากนั้นก็ออกมาจาห้องทำงานและมุ่งหน้าไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะอีกครั้ง นี่มันเป็นเพราะว่าการกำหนดเวลาเริ่มโจมตีกับจักรพรรดินีเป็นสิ่งที่จำเป็น

[คุณพร้อมไหม? ตอนนี้ฉันกำลังจะมุ่งหน้าไปที่นั่น]

มันราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าคนโทรมาคือยูอิลฮานทำให้เธอถามออกมาทันที ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

"อย่าพึ่งเข้าไป มันเป็นความสามารถในการปกปิดตัวตน เธอจะถูกมันซุ่มโจมตีเอานะ"

ถึงแม้ว่ามันน่าจะเกิดมาตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน แต่หากตัดสินจากทีวีที่เขาเพิ่งจะดูในไม่กี่วันก่อนดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ไปจากที่เดิมแน่นอน และเหตุผลที่มันทำแบบนั้นเขาก็พอจะรู้เหมือนกัน มันกำลังของพวกเขาอยู่ที่นั่น เพื่อที่จะแก้แค้นให้กับคนที่ฆ่าแม่ของมันไป

แต่ถึงแบบนั้นใครก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่นั้นก็จะต้องถูกฆ่าทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคังมิเรย์ที่เป็นคนร่วมมือกับยูอิลฮานที่ฆ่าแม่ของมันไปก็ยิ่งต้องระวัง แถมเธอก็ยังไม่ได้มีอาชีพที่เกี่ยวกับการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย

[ถึงแม้ว่าพวกเราจะเตรียมแผนไว้แล้ว... แต่คุณก็ยังมีแผนอื่นอีกใช่ไหม?]

"ใช่"

เขาได้ยิ้มขึ้นหลังจากยืนยันในสิ่งที่อยู่บนหลัง ห้องทำงานของเขาอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลมาก แม้แต่ใช้มาตราฐานความเร็วของคนปกติ เขาก็น่าจะไปถึงเร็วกว่าคังมิเรย์

"อีกเดี๋ยวมันจะใช้การปกปิดตัวตนไม่ได้แล้ว รอจนกว่าจะถึงตอนนั้นล่ะกัน"

[...งั้นฉันจะเชื่อใจคุณและปล่อยให้เป็นหน้าที่คุณล่ะกัน]

แม้ว่าเขาจะไม่เขาใจว่าทำไมเธอถึงได้มาเชื่อใจเขาถึงแม้ว่าจะผ่านการต่อสู้ด้วยกันมาแค่ครั้งสองครั้งก็ตามแต่ยูอิลฮานก็รู้สึกดีที่ได้รู้ว่าเธอยอมรับตัวเขา เขาไม่เคยมีความทรงจำของการถูกยอมรับจากใครเลยในตอนก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้น

การติดต่อกับคนอื่นก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะเศร้าใจเอามากๆที่เขาเพิ่งจะมารู้ตัวเอาในตอนนี้ แต่ว่าเขาก็อดทนเอาไว้เพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาร้องไห้

"ตามใจเธอล่ะกัน"

เขาได้ตอบไปสั้นๆและวางสายไป เมื่อเขาได้ก้าวท้าวออกไปจากตู้โทรศัพท์ตัวเขาก็หายไปทันที นี่เป็นเพราะตัวเขาในตอนนี้ได้วิ่งด้วยความเร็วที่เร็วมากๆ เกราะที่เขาใส่อยู่ และแม้แต่เสาหนักๆกับฉมวกก็ไม่สามารถจะฉุดรั้งให้เขาช้าลงไปเลย

ในตอนนี้มันถึงเวลาแห่งการล่าแล้ว

จบบทที่ บทที่ 24 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (6) [อ่านฟรีวันที่ 04/08/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว