เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 02/08/61]

บทที่ 23 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 02/08/61]

บทที่ 23 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 02/08/61]


บทที่ 23 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (5)

 

"มันต่างจากที่เธอพูดนะ!"

ยูอิลฮานได้ตะโกนออกมาจากความโกรธที่ความเป็นจริงมันไม่ยุติธรรม ยังไงก็ตามเอิลต้าก็ตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่ชอบธรรม

[มันต่างตรงไหนล่ะ! ทำไมคุณไม่ลองไปดูเงื่อนไขการวิวัฒนาการวิชาหอกของคุณดูล่ะ!]

เขาได้ทำตามที่เธอบอกทันที

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการแทง 0/500]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ด้วยการฟัน 0/500]

[หินพลังเวทย์มอนสเตอร์คลาส 3 0/200]

[หินพลังเวทย์มอนสเตอร์คลาส 4 0/1]

"โอ้ พระเจ้า!"

เป็นอย่างที่เอิลต้าพูดจริงๆมันต่างกันมาก และนี่มันคือความแตกต่างกันเอามากๆเลยด้วย

"แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำตามเงื่อนไขของสกิลการพักผ่อนได้ง่ายๆนี่!"

[ฉันคิดว่ามันง่ายสำหรับคุณ]

เอิลต้าได้ประเมินเขาอย่างถูกต้อง แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะออร่าที่เขาปล่อยออกมาในตอนที่ทำกับดักแห่งการทำลายมากเกินไปก็ได้จึงทำให้เธอประเมินตัวเขาสูงไป

"ไม่ว่าค่าสเตตัสของฉันจะสูงมาแค่ไหนและศิลปะการต่อสู้ของฉันมันจะสูงแค่ไหนในท้ายที่สุดแล้วฉันก็มีเลเวลแค่ 28 และฉันยังใช้มานาไม่ได้อีกด้วย"

[โอ้ จริงด้วย คุณเป็นแบบนี้นี่เอง มอนสเตอร์คลาส 3 อาจจะยากไปหน่อยสำหรับคุณ]

กำแพงด้านมานามันต่างกันมากๆ คนที่ใช้มานาได้กับใช้ไม่ได้มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

เหตุผลที่ยูอิลฮานสามารถสร้างการโจมตีที่ทรงพลังเหนือคนอื่นๆได้มันเป็นเพราะว่าระดับของศิลปะการต่อสูงของเขามันอยู่ในจุดสูงสุดและร่างกายของเขาก็ได้ทะลวงขีดจำกัดของมนุษย์ไปนานแล้ว ถ้าหากว่าเขาไม่มีสองสิ่งนี้เขาก็ไม่มีทางจะเหนือกว่าคนอื่นๆได้เลย

ในทางตรงกันข้ามหากยูอิลฮานได้รับความสามารถในการใช้มานาในสถานการณ์นี้ คำจำกัดความของคำว่า 'เลเวล' และ 'คลาส' ของบันทึกของอคาชิคที่ซึ่งเป็นกฏของโลกจะต้องสั่นคลอนไปไม่มากก็นาย

อีกไม่นานวันๆนั้นจะต้องมาถึง มันต้องมาถึงแน่นอน

เอิลต้าได้ตระหนักถึงเรื่องนี้และมองไปข้างหน้าพร้อมหยุดคิดเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าในระหว่างนั้นยูอิลฮานก็ได้ลุกจากที่นอน ไปล้างหน้าและเปลื่ยนเสื้อแล้ว

"แล้วฉันจะต้องไปฆ่าโทรลล์ที่ไหนล่ะนั่น? พวกมันปรากฏขึ้นมาบนโลกหรือป่าว?"

[มอนสเตอร์ไม่ได้มีแค่พวกที่วิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตเดิมบนโลกเท่านั้น เมื่อมานาได้ถูกใช้งานมอนสเตอร์ที่ไม่เคยมีตัวตนบนโลกก็จะเริ่มปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน มันก็เหมือนๆกับพวกแร่ที่เดิมทีไม่เคยมีบนโลกนั่นแหละ นี่มันเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตหลายๆรูปแบบจะใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้หากไม่มีการสะสมของมานาจนถึงจุดๆหนึ่ง]

"แล้วที่เธออธิบายมามันสำคัญยังไงเนี้ย?"

ยูอิลฮานที่จัดการสิ่งต่างๆเสร็จแล้วได้บ่นกับคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบของเอิลต้า แต่ต่อให้ตัวเขาออกไปทั้งชุดนอนก็ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของเขาอยู่ดี แต่ว่าเขาก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นทำให้เขาเปลื่ยนเสื้อและใส่หน้ากากหัวกระโหลกลงไป

"มาดูกันดีกว่า"

เหตุผลที่เขาเปิดทีวีขึ้นก่อนที่จะออกไปจากบ้านไปก็เพราะเขาคิดว่าทีวีจะต้องมีรายงานเกี่ยวกับผลของกับดักแห่งการทำงานที่เขาเพิ่งจะทำเสร็จเมื่อวานนี้ เอิลต้าบอกให้เขาไม่ต้องคิดมากแต่เขาจะไปทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ? ผู้สร้างจะต้องมีความรับผิดชอบต่อไอเทมที่เขาสร้างขึ้นมาสิ

ยังไงก็ฉากที่ปรากฏขึ้นบนจอทีวีมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิด

"...นั่นไม่ใช่ฉากที่ฉันสู้เมื่อสองวันก่อนหรอ?"

[คุณกำลังจะหมายถึงที่ๆคุณทิ้งศพเสือดาวยักษ์ไว้]

ภาพจากวิดีโอได้สั่นราวกับถูกถ่ายขึ้นจากเฮลิคอปเตอร์ แต่ว่ามันเป็นฉากที่ถูกกล้องถ่ายออกมาอย่าางแน่นอน ที่แห่งนั้นมีคนจำนวนมากมายรวมไปถึงยูอิลฮานกำลังสูงกับเสือขนาดยักษ์ ตึกสูงมากมายได้พังลงอย่างหมดสภาพและที่บางแห่งได้กลายเป็นซากปรักหักพังอีกด้วย

ยังไงก็ตาม

"เมื่อคิดว่าพวกเขาได้แยกชิ้นส่วนของมันออกในระยะเวลาสั้นๆนี่มันก็น่าสนใจนะ"

เขาไม่สามารถจะมองหาร่องรอยของร่างเสือดาวยักษ์ได้เลย แม้ว่าเขาจะพยายามมองขนาดไหนภาพภูเขาของเนื้อเสอดาวที่เขาทิ้งเอาไว้ก็ยังหายไป มันเหลือแค่ร่องรอยการต่อสู้ ศพและมนุษย์จำนวนมากก็ยังหายไป

[...มันอาจจะต่างไปจากที่คุณคิด]

ในตอนนั้นเองเอิลต้าได้พูดออกมาด้วยเสื่อทื่อๆ เมื่อยูอิลฮานกำลังจะถามกลับไปเขาก็ได้ยินเสียงออกมาจากจอทีวี

[มีคนกล่าวมาว่าดันเจี้ยนได้เปิดขึ้นและดูดกลืนพวกนั้นลงไป เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้กล่าวว่ามีดันเจี้ยนปรากฏขึ้นอยู่กลางเมืองและไม่ควรจะเข้าใกล้พื้นที่นี้....

ผู้ประกาศข่าวก็ยังคงพูดต่อไป แต่ยูอิลฮานไม่ได้สนใจแล้ว สายตาของเขาได้สั่นสะเทือน

"นั่นมันไม่มีทางจะเป็นดันเจี้ยน"

[คุณก็น่าจะรู้ดี]

เอิลต้าได้หยักหน้าของเธอ การแสดงออกของเธอได้เย็นชาขึ้นมา

[ดันเจี้ยนในเกาหลีได้ถูกเปิดใช้งานครั้งแรกไปแล้ว ถ้าหากว่ามีมอนสเตอร์ตัวใหม่ปรากฏขึ้นเนื่องจากการเปิดใช้งานของมานา มันก็เป็นไปได้ที่จะมีดันเจี้ยนปรากฏตัวขึ้นมาในเวลาเดียวกัน แต่ว่ามันต้องไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน]

"แล้วนั่นมันหมายความว่า"

หลังจากยูอิลฮานได้พึมพัมออกมา ภาพที่กล้องฉายไปได้แสดงให้เห็นเมืองที่พังลงไปได้กลายเป็นสีดำทันทีและตามมาด้วยเสียงที่พังลง จากนั้นภาพได้ตัดกลับไปที่ฉากโต๊ะข่าวและแสดงให้เห็นใบหน้าที่ตกตะลึงของผู้ประกาศข่าวทันที

ผู้ประกาศข่าวได้พยายามปกปิดเรื่องนี้เอาไว้และพูดออกมา 'มันดููเหมือนว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับภาพนะครับ' เขาได้ดำเนินรายการต่อให้เพื่อปิดเรื่องเอาไว้ แต่ยูอิลฮานได้รู้ในสถานการณ์นี้แล้ว

"มันมีมอนสเตอร์อยู่"

[...คุณดูออกสินะ]

"แน่นอน ฉันดูออก ยุทธวิธีมันก็คล้ายๆกัน"

ยูอิลฉานได้ฝึกศิลปะการต่อสู้เกือบทั้งหมดและวิธีการขยับร่างกายมา 1000 ปี ยังไงก็ตามเทคนิคนี้ได้ถูกจำกัดไว้กับมนุษย์ มันไม่มีทางเลยที่จะสามารถเอาเทคนิคพวกนี้มาใช้กับมอนสเตอร์ได้

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็มองเรื่องนี้ออก มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ? คำตอบมันก็ชัดอยู่แล้ว

ปกปิดไงล่ะ เขาคือจ้าวแห่งการปกปิด ซ่อนเร้น

"แน่นอนว่ามันคือเสือดาว และมันก็เป็นสีดำสนิทด้วย... เอิลต้า เธอ"

[ฉันไม่รู้เหมือนกัน เสือดาวนั่นมันตายไปแล้วแน่นอนและคุณก็ยังเอาหินพลังเวทย์ออกมาแล้วด้วย 99.99% ของมอนสเตอร์ก็จะต้องตายไปแล้วแน่นอน]

"แล้วอีก 0.1% ล่ะ?"

[ถ้าหากมันมีลูก]

"ฉันเข้าใจแล้ว"

ใบหน้าของยูอิลฮานได้ซีดลง เขารู้สึกเหมือนว่าเขาทำพลาดแต่เขาได้อดทนเอาไว้ในขณะกำหมัดแน่น

เสือดาวสีนำนั่นปรากฏตัวออกมาบนจอนั้นคือลูกของเสือดาวยักษ์ที่พึ่งจะตายไปเมื่อ 2 วันก่อน

[ถ้าหากว่าคุณชำแหละมันอย่างถูกต้องเลือกแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นแน่ ในท้ายที่สุดแล้วภัยพิบัตินี้มันเกิดขึ้นมาจากความโลภของมนุษย์]

"ฉันอยากจะย้อนกลับไปตอนนั้นจริงๆ"

[แม้อย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องจริงที่เสือดาวสีดำนั่นเกิดขึ้นมาจากผลที่คุณไม่ยอมชำแหละมันให้หมด แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณต้องไปรับผิดชอบกับภัยพิบัตินั่น]

ยูอิลฮานที่พึมพัมออกมาเศร้าๆ เอิลต้าก็ได้ตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มขม

[คุณไม่ได้ทำพลาดในเรื่องนั้น ลองมองย้อนกลับไปถึงเหตุผลนั่นก็คือคุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากทิ้งศพไว้ที่นั่น]

"ฉันไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ฉันทำเลย แต่ยังไงก็ตามฉันไม่สามารถรับได้กับการที่ต้องมีคนตายไปจำนวนมาก ในหมู่พวกเขาก็มีคนที่ฉันได้ช่วยเอาไว้และคนที่มองฉันด้วยจิตใจที่ดีและบางคนก็ตั้งมั่นในความเป็นธรรมด้วย"

ความสิ้นหวังของยูอิลฮานมันมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ เอิลต้าก็ยังไม่ได้เข้าใจตัวเขาจริงๆ เอิลต้าได้ผิดหวังไปเล็กน้อยกับการที่เธอคิดว่าเธอมองเขาทะลุปรุโปร่งแล้ว

เธอได้คิดที่จะช่วยยูอิลฮาน หลังจากนั้นเธอก็ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ ทำไมสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอย่างตัวเธอถึงมองไม่ออกถึงการมีอยู่ของมอนสเตอร์ตัวนั่น

[ถ้าหากว่าคุณอยากจะพูดถึงเรื่องความผิดล่ะก็งั้นฉันก็มีส่วน ฉันน่าจะคิดลึกไปถึงเหตุผลที่ทำให้เสือดาวนั่นคลั่งด้วย]

"งั้นมันก็ต้องการจะซ่อนลูกมันเอาไว้สินะ?"

[มันชัดเจนว่ามันต้องการจะซ่อนลูกในท้องของมันเอาไว้ด้วยการบ้าคลั่งเมื่อใกล้ตาย ตามปกติแล้วมันอาจจะทำให้มนุษย์หลงกลกันได้ แต่ว่ามันไม่น่าจะได้ผลกับฉันแต่......]

ยูอิลฮษนได้คิดถึงภาพของเสือดาวสีดำที่ปรากฏอยู่บนจอเมื่อไม่นานมานี้

"การปกปิด นี่มันคือเหตุผลที่ทำให้เธอไม่รู้ตัว"

[ใช่แล้ว มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ลูกของมันตัวนี้จะต้องมีความสามารถพิเศษคือการปกปิดแน่นอน]

นอกไปจากนี้ยูอิลฮานที่มีเลเวลการชำแหละอยู่ในขั้นสูงสุดและสามารถจะชำแหละได้แม้แต่ร่างมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ในเวลาสั้นๆก็ไม่ได้ชำแหละมันโดยสมบูรณ์

ต้องขอบคุณการทะเลาะกันเองของมนุษย์นี่ที่ทำให้การชำแหละถูกเลื่อนออกไปและเป็นผลให้เสือดาวสีดำนี่ได้เกิดขึ้นมาอย่างปลอดภัยและ.....

เมือคิดแบบนี้มันไม่ใช่การพูดเกินเลยไปเลยหากจะบอกว่าการเกิดขึ้นมาของเสือดาวดำนี้เป็นปาฏิหาริย์

"ฉันหวังว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างที่ฉันคิดนะ"

ยูอิลฮานได้ถามออกไปในขณะที่มองดูการแสดงออกที่ตื่นตระหนกและเหงื่อที่ไหลออกมาจากผู้ประกาศข่าว

"มันอยู่คลาส 3 หรือป่าว?"

[เมื่อคิดจากความสามารถการปกปิดที่ผิดปกติของมัน ก็อาจเป็นไปได้]

กับการตอบกลับของเอิลต้าทำให้ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาและปิดทีวีลง เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะได้ข้อสรุปว่าเขาไม่สามารถเอาชนะมอนสเตอร์คลาส 3 ได้ และตอนนี้นี่มัน... เขารู้สึกหมดท่า

ยังไงก็ตามเขาไม่อาจปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ได้ เขาไม่รู้ว่ามันจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นอีก นอกไปจากนี้เขาก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกในตอนนี้ ถ้าหากว่าเขาพูดออกไปว่าเขาฆ่ามันไม่ได้ ถ้างั้นใครกันล่ะที่จะทำมันได้?

ในท้ายที่สุดแล้วแม้ว่าจะไม่มีใครต้องมารับผิดชอบในเรื่องนี้ แต่ตัวอยู่อิลฮานก็ไม่สามารถจะอยู่เฉยๆได้ สำหรับยูอิลฮานที่ไม่ยอมจัดการเสือดาวให้หมดจดแต่แรกแล้วเขาก็ควรจะจัดการมันด้วยมือตัวเอง

เขาได้คิดถึงภาพของทหารที่มองมาที่เขาอย่างชื่นชมและภาพของผู้คนที่ให้กำลังใจเมื่อพวกเขารอดมาได้ เขาตกอยู่ในความนึกคิดในขณะที่กำหมัดแน่น

"ฉันจะต้องเตรียมตัว"

[คุณมั่นใจ?]

"มันอาจจะยากที่จะรับมือมันเพียงลำพัง แต่ว่าถ้าฉันได้ทำการเตรียมตัวที่จำเป็น มันก็ไม่น่าจะเป็นศัตรูที่ฉันจะต้องกลัวมากขนาดนั้นนี่?"

ยูอิลฮานในตอนนี้ไม่เหมือนตัวเขาที่มักจะคิดเรื่องการมีชีวิตอยู่ก่อนเสมอ เขาดูเหมือนจะมีความต้องการจะสู้มากๆ เอิลจต้าได้สงสัยเล็กน้อยกับเรื่องนี้แต่ว่าเหตุผลสำหรับความมั่นใจของยูอิลฮานนั่นก็ง่ายมา

มันเป็นเพราะว่าความสามารถของเสือดาวก็คือการปกปิดตัวตนนั่นเอง

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ในสเตตัสทั้งหมดของมันอย่างพละกำลังหรือการป้องกัน แต่ว่าถ้าพลังพิเศษของมันคือการปกปิดตัวตนถ้างั้นมันก็ไม่มีเหตุผลให้เขาต้องกลัวเพราะยูอิลฮานคือจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนที่โดยกำเนิดนั่นเอง

หลังจากที่ยูอิลฮานได้แสดงความมั่นใจออกมาเขาก็ถามกับเอิลต้าด้วยเสียงที่ระมัดระวังทันที

"....ยังไงมันก็คงไม่มีทั้งความแข็งแกร่งในด้านพละกำลังและพลังป้องกันที่สูงพอๆกันหรอกใช่ไหมล่ะ?"

[ไม่ต้องห่วงหรอกการคาดการณ์ของคุณมันถูกแล้ว มันเป็นไปไม่ได้สำหรับสิ่งมีชีวิตที่จะมีความสามารถในทุกๆด้าน โดยเฉาพะอย่างยิ่กับมอนสเตอร์แล้วด้วย ในกรณีของเจ้าเสือดาวนี่เพื่อที่จะยกระดับความสามารถในการปกปิดตัวตน สเตตัสด้านอื่นๆของมันจะต้องลดลง]

"อย่างนั้นสินะ....."

ยูอิลฮานได้ออกมาจากบ้านๆทั้งๆที่ยังคิดอยู่ เขาอยากจะฆ่ามันหลังจากที่เพิ่มเลเวลมากขึ้นกว่านี้แต่ว่าเขาไม่สามารถจะทำตัวอิสระได้ในเมื่อมันอยู่กลางเมื่อ กลับกันถ้าหากว่ามันเป็นดันเจี้ยนงั้นเขาก็อาจจะทิ้งมันเอาไว้เลยก็ได้ แต่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นมอนสเตอร์คลาส 3 ที่มีความสามารถในการปกปิดตัวตนเป็นพิเศษทำให้เขาไม่สามารถปล่อยมันทิ้งเอาไว้ได้

ไปฆ่ามอนสเตอร์นี่หลังจากที่จัดการอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการฆ่ามันในเวลาที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และฆ่ามันซะ นี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ถ้านั่นมันไม่ได้ผลเขาก็แค่ต้องหนีออกมา

นอกจากนี้มันก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งมี่จะลดความเสียหายได้ในขณะที่ฆ่ามัน

"ถึงแม้ว่าผู้ชายไม่ควรจะกลับคำพูด......"

แต่ว่ามันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ความภาคภูมิใจของมนุษย์มันช่วยอะไรไม่ได้เลย ในโลกยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าความภาคภูมิใจของผู้ชายอีกมากมาย

ยูอิลฮานได้เลียริมฝีปากในขณะที่เดินมุ่งหน้าไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะอย่างไม่ลังเลใจ จากนั้นเขาก็ได้ตรวจสอบนามบัตที่เขาได้มาเมื่อสองวันก่อนและต่อสายไปหาจักรพรรดินี คังมิเรย์

นี่คือจุดเริ่มต้อนการยุทธิวิธีช่วยเหลือมนุษยชาติของผู้ถูกทิ้งกับจักรพรรดินี

จบบทที่ บทที่ 23 - อยากไปล่าด้วยกันไหม!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 02/08/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว