เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ปีศาจบุกกลางกรุงนครเวทมนตร์ การโชว์เทพเงียบๆ นี่แหละร้ายกาจที่สุด

บทที่ 22 - ปีศาจบุกกลางกรุงนครเวทมนตร์ การโชว์เทพเงียบๆ นี่แหละร้ายกาจที่สุด

บทที่ 22 - ปีศาจบุกกลางกรุงนครเวทมนตร์ การโชว์เทพเงียบๆ นี่แหละร้ายกาจที่สุด


บทที่ 22 - ปีศาจบุกกลางกรุงนครเวทมนตร์ การโชว์เทพเงียบๆ นี่แหละร้ายกาจที่สุด

เขตลู่เจียจุ่ย บนชั้นกลางของตึกระฟ้า "ซิลเวอร์สตาร์" ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตึกสามยักษ์ใหญ่ พื้นที่หกชั้นในส่วนนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทยาเวทมนตร์ "ใบแปะก๊วยเงิน"

ในชั้นห้องปฏิบัติการ ร่างมหึมาของสัตว์อสูรที่ถูกฉีดยาระงับประสาทถูกล่ามไว้อย่างแน่นหนาด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์ เจ้าหน้าที่ในห้องแล็บส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา แต่พวกเขาก็ชินชากับภาพสัตว์อสูรหน้าตาหน้าเกลียดน่ากลัวพวกนี้เสียแล้ว

เจ้าหน้าที่เข็นร่างสัตว์อสูรที่หลับใหลเข้าไปในห้องทดลองเหมือนทุกครั้ง พวกเขาเตรียมจะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อสดๆ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า เปลือกตาของสัตว์อสูรตัวนั้นขยับไหวเล็กน้อย

หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ โม่ฟานก็ไม่อยากรบกวนเวลาคนอื่นมากนัก จึงขอตัวออกจากสำนักงานนักล่า นานๆ ทีจะได้เข้าเมืองทั้งที ก็ต้องหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปให้ซินเซี่ยบ้าง

ขณะเดินทอดน่องไปตามท้องถนนของนครเวทมนตร์ รถสปอร์ตหรูหราแล่นผ่านหน้าเขาไปคันแล้วคันเล่า โม่ฟานได้แต่หัวเราะเบาๆ ภาพแบบนี้เห็นได้จนชินตาในเมืองศิวิไลซ์แบบนี้

หลายวันมานี้เขาพยายามนึกทบทวนว่าจะมีทรัพยากรอะไรที่เขาพอจะไปฉกฉวยมาก่อนเวลาได้บ้าง แต่ก็นึกออกแค่น้อยนิด ที่ง่ายที่สุดคงจะเป็นทรัพยากรทางฝั่งเมืองโบราณซีอาน

น้ำพุคุนจิ่งจากเจ็ดหมู่บ้านแห่งความตายเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดพลังของมังกรเขียว แต่ถ้าไปสูบเอาน้ำพุมาโดยไม่ย้ายชาวบ้านออกไปก่อน พวกเขาก็จะตกเป็นเหยื่อของพวกซากศพเดินดิน

ทางที่ดีที่สุดคือต้องสืบทอดบัลลังก์ราชาแห่งความตายให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปรวบรวมน้ำพุคุนจิ่ง

ส่วนทรัพยากรอื่นๆ นั้น การจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

ขณะที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆ ถนนเบื้องหน้าก็เกิดความโกลาหล กลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

ไม่จริงน่า... เมืองใหญ่อย่างนครเวทมนตร์เนี่ยนะจะมีสัตว์อสูรเล็ดลอดเข้ามาได้ โม่ฟานคิดด้วยความตกตะลึง

ต้องไปดูหน่อยแล้ว!

"เคลื่อนย้ายพริบตา"

โม่ฟานหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ แล้วไปปรากฏตัวห่างออกไปร้อยเมตร ซึ่งเป็นขอบเขตของจุดเกิดเหตุพอดี

รถสปอร์ตหรูที่เพิ่งซิ่งผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่จอดดับสนิท บางคันชนอัดก็อปปี้กันจนไฟลุกท่วม และไฟนั้นก็ดูแปลกประหลาดพิกล!

"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!"

"ช่วยผมด้วย! ใครช่วยผมได้ ผมให้ล้านนึง!!"

ลูกเศรษฐีที่ติดอยู่ในซากรถร้องตะโกนโวยวายทันทีที่เห็นโม่ฟานโผล่มา

หนึ่งล้าน???

โม่ฟานเหลือบมองซากรถราคาหลายสิบล้าน แล้วหันมามองไอ้หนุ่มหน้าเลือดอาบ นายคงไม่อยากมีชีวิตรอดแล้วมั้ง

"เลิกร้องได้แล้ว กว่าหน่วยล่าอสูรจะมาถึง นายแหกปากเรียกพวกมันมา เดี๋ยวฉันก็ช่วยไม่ทันพอดี!" โม่ฟานไม่มีเวลามาโอ๋ใคร เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาตัวต้นเหตุ

ไฟลุกท่วม ควันไฟคละคลุ้ง... ต้องยอมรับว่าควันจากรถหรูนี่มันหนาทึบดีจริงๆ ยังดีที่โครงสร้างทำจากหินเวทมนตร์ เลยไม่ต้องกลัวว่าจะระเบิดซ้ำซ้อน

แปลกแฮะ ทำไมไม่เห็นตัวสัตว์อสูรเลย หรือว่ามันซ่อนตัวอยู่

ถ้ามันซ่อนตัวได้งานนี้คงยุ่งยากแล้วสิ เดี๋ยว... ทำไมจู่ๆ รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

ประสบการณ์การต่อสู้อันโชกโชนของโม่ฟานทำงานทันที ทันทีที่รู้สึกถึงความผิดปกติเขาก็รีบย่อตัวลงกุมหัว ทันใดนั้นก็มีลมวูบใหญ่พัดผ่านศีรษะเขาไป

เสียงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหวที่ข้างหู!

"เคลื่อนย้ายพริบตา"

โม่ฟานหายตัวไปอย่างเงียบเชียบ แล้วไปโผล่อีกทีห่างออกไปสิบเมตร

ตัวบ้าอะไรวะนั่น!!!

โม่ฟานสบถในใจ แต่สายตากลับมองไม่เห็นอะไรเลย ราวกับว่ามันล่องหนได้... เดี๋ยวสิ ล่องหน

โม่ฟานนึกขึ้นได้ทันที มันต้องเป็นสัตว์อสูรประเภทพรางกายที่เปลี่ยนสีผิวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้เหมือนกิ้งก่าคาเมเลียนแน่ๆ

"อัสนีบาตจันทร์โลหิต: สนามพลัง"

พอรู้ไต๋แล้วก็จัดการง่ายขึ้น โม่ฟานทาบมือลงบนพื้นดิน ปลดปล่อยสายฟ้าระดับสี่ออกมา ประจุไฟฟ้าสีแดงฉานแผ่พุ่งออกไปเหมือนฝูงงูคลั่ง ครอบคลุมพื้นที่รัศมียี่สิบห้าเมตร

เมื่อสายฟ้าสีแดงเต้นเร่าไปทั่ว ในตำแหน่งไม่ไกลจากโม่ฟาน จู่ๆ กระแสไฟฟ้าก็ไต่ขึ้นไปบนความว่างเปล่า จนเกิดเป็นรูปร่างของบางสิ่งบางอย่าง!

นั่นไง เจอตัวแล้ว

"อัคคีผลาญ..."

"ระวังข้างหลัง!!"

ขณะที่โม่ฟานกำลังจะร่ายเวทไฟ เสียงใสๆ ของหญิงสาวก็ดังขึ้นข้างหู โม่ฟานรู้สึกคุ้นหูเสียงนี้อย่างประหลาด

"มุดเงา: ทะลวง"

เนื่องจากมีคนนอกอยู่ โม่ฟานยังไม่อยากเปิดเผยท่า "สูบวิญญาณกระหายเลือด" และ "เคลื่อนย้ายพริบตา" เขาจึงเลือกใช้เวทธาตุเงาแทน

ร่างของเขาจมหายไปในเงาแล้วไปโผล่ห่างออกไปหลายเมตร

ตรงจุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่ สัตว์อสูรเกล็ดขาวสูงราวสามเมตรกระแทกตัวลงมาอย่างแรงจนพื้นสะเทือนและยุบเป็นหลุม

ถ้าเมื่อกี้ไม่มีคนเตือน โม่ฟานคงต้องเจ็บตัวแน่ๆ

ถึงจะมีประสบการณ์ล่าโชกโชน แต่อุปกรณ์ป้องกันเขามันห่วยแตกนี่หว่า ช่วยไม่ได้

"ขอบใจนะ... หือ มู่หนูเจียว?"

โม่ฟานหันไปมองทางต้นเสียง แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบกับ "คนคุ้นเคย" สองคน

มู่หนูเจียวและอ้ายถูถู แน่นอนว่าทั้งคู่ยังดูเด็กและใสซื่อกว่าตอนที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยในอนาคตเยอะเลย

"นายรู้จักฉันด้วยเหรอ" มู่หนูเจียวมองด้วยความงุนงง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว "ฉันโทรแจ้งหน่วยล่าอสูรประจำเมืองแล้ว อีกสิบห้านาทีพวกเขาถึงจะมาถึง"

สิบห้านาที ฉันฆ่าพวกมันตายไปสองรอบแล้วมั้ง!!

โม่ฟานยังคงนิ่งสงบ สัตว์ประหลาดสองตัว ตัวหนึ่งเผยตัวออกมาแล้ว อีกตัวยังพรางกายอยู่!!

"นายมีแผนไหม ฉันช่วยนายได้นะ ฉันเอกพืช รองลม" มู่หนูเจียวประกาศตัวพร้อมรบ

"ได้"

"ฉันเอกแสง ฉันก็ช่วยได้เหมือนกัน!" อ้ายถูถูชูกำปั้นอวบอูมขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น

โม่ฟาน "ไปเล่นตรงนู้นไป๊"

อ้ายถูถู "..."

อ้ายถูถูอุตส่าห์รู้สึกดีกับโม่ฟานหน่อยนึง แต่ตอนนี้ความประทับใจพังทลายหมดแล้ว กล้าดียังไงมาดูถูกคุณหนูอย่างเธอ

มู่หนูเจียวไม่สนใจเพื่อนซี้ที่กำลังโกรธจนหน้าอกแทบระเบิด เพราะสถานการณ์ตอนนี้คือการสู้กับสัตว์อสูร ที่โม่ฟานไล่ไปก็เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

เจ้าอสูรเกล็ดขาวเมื่อโจมตีพลาดก็หันกลับมา จ้องมองโม่ฟานและมู่หนูเจียวด้วยดวงตาดุร้าย ส่วนเจ้าตัวที่ล่องหนอยู่กลับนิ่งเงียบไป

หรือว่าโดนสายฟ้าระดับสี่เข้าไปจนตายแล้ว? ไม่สิ ไม่มีดวงวิญญาณลอยออกมา แสดงว่ามันยังไม่ตาย

"ไอ้ตัวล่องหนเมื่อกี้โดนสายฟ้าฉันเข้าไป น่าจะติดสถานะอัมพาตอยู่" โม่ฟานบอกมู่หนูเจียว

"โอเค เข้าใจแล้ว!"

"อัสนีบาตจันทร์โลหิต: แส้คลั่ง"

โม่ฟานสะบัดมือปล่อยแส้สายฟ้าสีแดงเลือดออกมา การโจมตีที่แม่นยำและรวดเร็วฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างของอสูรเกล็ดขาว มันเป็นแค่ระดับทาสรับใช้ เจอสายฟ้าระดับสองที่รุนแรงกว่าปกติ 3.5 เท่าเข้าไปก็สาหัสปางตายแล้ว!!

การใช้สายฟ้าจัดการพวกอสูรมีเกราะนี่มันได้ผลชะงัดนัก!

พลังทะลุทะลวงของสายฟ้าสามารถแทรกผ่านรอยต่อเกล็ดเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และอวัยวะภายในได้โดยตรง เผลอๆ อาจถึงขั้นระเบิดอวัยวะภายในแหลกเหลว

ไม่อย่างนั้นธาตุสายฟ้าคงไม่ครองตำแหน่งราชาแห่งธาตุมานับพันปี และสำนักเวทเขาหลงหูคงไม่แขวนป้าย "วิถีอัสนีสะท้านฟ้า" ไว้หรอก!!

อสูรเกล็ดขาวตัวแข็งทื่อทันทีที่โดนสายฟ้า สักพักเลือดก็ค่อยๆ ซึมออกมาตามตัว ข้างในมันเละไปหมดแล้ว ที่ยังไม่ตายก็เพราะพลังชีวิตอึดถึกทนล้วนๆ

เก่งชะมัด!!!

มู่หนูเจียวเบิกตากว้าง ตอนแรกเธอนึกว่าโม่ฟานต้องการคนช่วยสนับสนุน ที่ไหนได้ เขาเปิดฉากมาก็เก็บสัตว์อสูรไปตัวนึงแล้ว

แบบนี้ฉันจะดูเหมือนมายืนบื้อๆ ไหมเนี่ย

ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือแค่เจ้าตัวล่องหนนั่นสินะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - ปีศาจบุกกลางกรุงนครเวทมนตร์ การโชว์เทพเงียบๆ นี่แหละร้ายกาจที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว