เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ทำมันซะ (3) [อ่านฟรีวันที่ 19/07/61]

บทที่ 16 - ทำมันซะ (3) [อ่านฟรีวันที่ 19/07/61]

บทที่ 16 - ทำมันซะ (3) [อ่านฟรีวันที่ 19/07/61]


บทที่ 16 - ทำมันซะ (3)

 

"ฉันต้องทำอะไรนะ?"

[ติดตั้งดันเจี้ยน]

ยูอิลฮานได้ถามออกมาเผื่อว่าเขาอาจจะฟังผิดไปแต่ว่าเขาไม่ได้ฟังผิดไปเลย ยูอิลฮานได้ถามกับเอิลต้าต่อด้วยสายตาเป็นกังวล

"ฉันจะไม่เป็นไรหรอ?.... ไม่ใช่ฉันอาจจะเละเป็นโจ๊กหรอ?"

[สำหรับฉันมันธรรมดามาก ฉันก็แค่มามอบคำสั่งของสวรรค์ให้กับคุณ! ภารกิจเพื่อที่จะช่วยในการสร้างดันเจี้ยน]

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นเองเขาก็ถามขึ้นด้วยสายตาที่คมกริบขึ้น

"ภารกิจนี่มันไม่ใช่สำหรับฉันแต่ว่ามันเป็นสำหรับพวกเธอไม่ใช่หรอ?"

[...มะ มันเป็นสำหรับโลกเหมือนกัน ดังนั้นมันก็คือภารกิจของคุณเหมือนกันนี่?]

"อย่ามาทำน่ารักเพื่อหลอกฉันให้ยากเลย"

ไม่ใช่ว่าเมื่อวานเขาเพิ่งจะได้ยินเรื่องเต็มๆมาจากเธอเมื่อวานหรอ? นี่มันคือกับดัก หรือให้พูดชัดๆเลยก็คือดันเจี้ยนที่คือกับดักนี้ที่พระเจ้าได้กระจายออกไปก่อนหน้านี้ใช้ล่อมอนสเตอร์ไม่สำเร็จ

"ฉันจะไปทำในสิ่งที่พระเจ้าทำไม่ได้ได้ยังไงเล่า?"

[พวกเราคิดว่ามันจะต้องมีเหตุผลที่ทำให้ดันเจี้ยนทำงานไม่สามารถจะใช้งานได้เพราะว่าส่วนใหญ่มอนสเตอร์บนโลกได้สัมผัสถึงพลังของเทพเจ้าในตอนที่ท่านเทพเจ้าได้หยุดเวลาบนโลกเอาไว้ ดังนั้นมอนสเตอร์เลยได้รับภูมิคุ้มกันต่อพลังของพระเจ้ามันจึงไม่ยอมเข้าไปใกล้ดันเจี้ยนที่ๆมีพลังของพระเจ้าอยู่อย่างกล้าแกร่ง]

"เธอกำลังจะบอกฉันว่านี่มันเป็นเพราะว่าการหยุดเวลาอีกแล้วงั้นหรอ!?"

[ใช่!]

เธอนี่มันไร้ยางอายเอามากๆจนเขาแทบจะตกหลุมพรางไปแล้ว

[แต่ว่าในทางกลับกันแล้วคุณได้ฝึกในเทคนิคทุกชนิดในเวลาหนึ่งพันปีที่เวลาหยุดลงแม้ว่าจะเป็นมนุษย์คนเดียวก็ตาม ในข้อสรุปทักษะตีเหล็กของคุณก็ได้ไปถึงในระดับที่สูงส่งจนแม้แต่พวกเราสิ่งมีชีวิตระดับสูงก็ยังยากที่จะเชื่อเลย สิ่งเดียวที่คุณขาดอยู่ก็คือการที่คุณใช้มานาไม่ได้ แต่ว่าหัตถกรรมมานาจะช่วยแก้ปัญหานี้....ตัวตนเดียวบนโลกที่จะสร้างดันเจี้ยนได้ในพื้นที่ของเราก็คือคุณ]

การที่เธอยกยอให้เขามากขนาดนี้มันทำให้เขารู้สึกคันเนื้อคันตัว ยูอิลฮานได้หรี่ตาลงมากยิ่งขึ้น สัญชาตญาณในฐานะผู้ถูกทิ้งของเขากำลังส่งเสียงเตือนเขาถึงความพยายามที่เอิลต้าจะใช้งานเขา

ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาทิ้งงานชิ้นใหญ่ไว้ให้เขา

"เอ๋ ตอนนี้เธอก็กะจะโยนงานให้ฉันตรงๆเลย?"

[มันเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องทำ พวกเราก็จะต้องทำภารกิจของเราด้วยและคุณก็ได้รับภารกิจที่เหมาะสมกับพลังของคุณและคุณก็ยังได้รับรางวัลที่เหมาะสมอีกด้วยนะ!]

"เธอพูดได้ดีเลยนี่ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นพวกต้มตุ๋นก็ตาม"

ยังไงก็ตามความจริงที่ว่ายูอิลฮานอยากจะทำภารกิจนี้มันเป็นเพราะว่าเขาเสียสติไปแล้วหรอ?

ความคิดของเขาได้ถูกคำว่า 'ความท้าทาย' กับ 'ความมั่นใจ' ทำให้เขาเสียสติไปแล้วงั้นหรอ?

เดี๋ยวสิ ทำไมไม่ว่าทางไหนก็เป็นเขาที่เสียสติล่ะ?

ยูอิลฮานได้ถามเธอเบาๆ

"จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันทำไม่ได้?"

[สวรรค์จะทำการสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง แต่แน่นอนว่าในเมื่อมันเป็นพลังของพระเจ้าทำให้มีโอกาสสูงมากที่จะล้มเหลวและผลสุดท้ายก็คือมนุษยชาติจะต้องเอาจากสภาพแวดล้อมที่ป่าเถื่อนเล็กๆนี่]

"แล้วถ้าฉันทำมันขึ้นมามอนสเตอร์จะไปติดกับดักงั้นหรอ?"

[อย่างน้อยโอกาสมันก็ยังสูงกว่าการที่สวรรค์ทำ ใช่แล้ว พวกมอนสเตอร์จะต้องติดกับดักแน่]

เขาได้มองไปที่ร่างกายของเขาที่ไม่ได้ดูมีอะไรพิเศษเลยและมองดูที่ทำงานของเขาที่มีเพียงอุปกรณ์พื้นฐาน

และจากนั้นก็หันกลับไปมองนางฟ้าที่ดวงตากำลังส่องแสงออกมาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

"ฉันจะทำดันเจี้ยนได้หรอ?"

[แน่นอนสิ ถ้าคุณมีพิมพ์เขียวกับวัตถุดิบที่จำเป็น และของพวกนั้นพวกเขาก็มีทั้งหมด]

ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมา

"เยี่ยม ฉันจะทำมัน"

[ถ้างั้นก็เริ่มเดี๋ยวนี้เลย]

เอิลต้าได้เทกองโลหะออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ไว้ในที่ทำงานของฉัน

เธอได้หยิบเอาแท่งเหล็ก 'ฮาคาเนี่ยม' ที่มีออร่าสีดำน่ามหัศจรรย์ แท่งโลหะ 'เฟซินอม' ที่ให้ความรู้สึกถึงพลังที่ร้อนแรงและหยาบก้าน หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยขวดที่ใส่ของเหลว 'เอล ฮาซ่า' ที่เรืองแสงสีน้ำเงินจากๆ และอย่างสุดท้ายก็คือพวกอุปกรณ์อย่างค้อน สิ่ง ทั้งเหล็กแลบะของที่ดูจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

[โลหะทั้งสามนี้เป็นวัตถุดิบในโลกระดับสูง ถ้าหากว่าเลเวลของโลกเพิ่มขึ้นอีกสักสองครั้งโลหะพวกนี้ก็น่าจะปรากฏขึ้นบนโลกด้วยจำนวนที่น้อยนิดมากๆ]

"ถ้างั้นของเหลวนี่ก็เป็นโลหะงั้นหรอ? ถ้างั้นฉันคิดว่ามันคงคล้ายๆกับปรอทสินะ?"

[....ดูเหมือนคุณจะไม่ได้ฟังฉันเลย]

ต่อมาเธอก็ได้เทหินพลังเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่จะกลายมาเป็นวัตถุดับหลักสำหรับการทำหัตถกรรมเวทย์ออกมา แต่ว่าหินพวกนี้ต่างก็มีขนาดที่ใหญ่และส่องแสงสว่างออกมามากยิ่งกว่าหินพลังเวทย์ของหมาป่าโลกันณ์ทั้งนั้น

บางทีหินพลังเวทย์นี้อาจจะเป็นสิ่งที่มาจาก 'สิ่งมีชีวิตระดับสูง' ก็ได้ ยูอิลฮานได้ถามเธออย่างระมัดวระวัง

"จิตใจของช่างฝีมือมันคือสิ่งสำคัญในงานหัตถกรรมมานาไม่ใช่หรอกหรอ? ฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการสร้างดันเจี้ยนมาก่อนและฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสร้างพวกมันได้ยังไง เธอจะให้ฉันจัดการกับหินพลังเวทย์ที่มีค่าทั้งหมดนี่เลย?"

[ในขั้นตอนการประยุกต์ นางฟ้าจะช่วยคุณเอง คุณอาจจะคิดว่าคุณจะทำทั้งหมดตั้งแต่เริ่มยันจบเลยงั้นหรอ?]

"ใช่สิ"

ผู้โดดเดี่ยวมักจะทำงานเพียงลำพังตั้งแต่เริ่มจนจบลงเสมอเพราะเขาเกลียดการที่จะต้องคุยกับคนอื่นและการทำงานร่วมกัน! ยูอิลฮานก็เช่นกัน เขาได้วางแผนที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองดังนั้นเขาจึงตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเอิลจต้าบอกว่าเขาจะต้องทำงานร่วมกันเธอ

[นอกเหนือไปจากวัตถุดิบที่จะต้องใช้แล้วของที่เหลือจะเป็นการให้ยืม ดังนั้นคุณจะต้องส่งกลับคืนไป ส่วนรางวัลเราจะเตรียมอย่างอื่นเอาไว้ให้]

"สำหรับรางวัลทำไมเธอไม่ให้กระเป๋า 4 มิติที่เธอใช้ให้ฉันล่ะ?"

[มันคือเวทย์ช่องเก็บของ]

"เวรเอ้ย...."

นี่เป็นช่วงเวลาที่เขาผิดหวังมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เขารู้ว่าใช้มานาไม่ได้

ยังไงก็ตามเขาก็กลับมาใจเย็นอย่างรวดเร็วในขณะที่จัดการเอาทั่ตีเล็กอันเก่าออกไปและเอาทั่งตีเหล็กที่เอิลต้าเอามาให้ตั้งใหม่ ผู้เชี่ยวชาญจะไม่พึ่งพาอุปกรณ์ แต่ว่าไม่ใช่กับยูอิลฮาน

ไม่ว่าจะเป็นค้อน ทั่งตีเหล็กและแม้แต่แหนบของพวกนี้ต่างก็อยู่กันในระดับคนละโลกกับของที่เขาเคยใช้มาจนถึงตอนนี้ เขาได้ตีดสินใจว่าจะหาเครื่องมือแบบนี้ให้ได้บ้างในอนาคตทันที

[ขั้นตอนพื้นฐานได้ทำเสร็จไปแล้วดังนั้นสิ่งที่เราต้องการให้คุณทำก็คือการขึ้นรูปและสลัก พวกเราไม่เคยคิดจะให้คุณจัดการทำดันเจี้ยนตั้งแต่เริ่มจนจบอยู่แล้ว]

"ด้วยวัตถุดิบที่นี่ ฉันจะไปทำดันเจี้ยนขึ้นในที่ทำงานนี่ได้ยังไงกัน? เธอเป็นคนบอกให้ฉันสร้างดันเจี้ยนนะไม่ใช่เครื่องปั้นดินเผา"

ยูอิลฮานได้ถามคำถามออกไปรัวๆเมื่อได้เห็นวัตถุดิบที่เธอนำมาให้ การแกะสลักมันหมายถึงการกัดเนื้อผิวเดิมและเติมวัตถุดิบอื่นลงไป

ในหมู่เทคนิคด้วยกันแล้ว เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ซับซ้อนและสวยสวยงามซึ่งมันได้อยู่ในจุดสูงสุดของการทำงานโลหะ งานการสลักของโลหะนั่นเป็นงานที่ยากสุดๆและน่ารำคาญที่สุด

แต่ว่าการจะไปสร้างดันเจี้ยนด้วยเทคนิคการทำเครื่องประดับนี่มันจะทำได้ยังไงกัน? ถ้าหากเขาสลักภาพก็อบลินลงไปพวกนางฟ้าจะทำเวทย์บางอย่างที่จะเรียกให้ก็อบลินโผล่ออกมาได้งั้นหรอ?

[พื้นที่ของดันเจี้ยนมันมีขนาดใหญ่มาก มันไม่มีทางที่เราจะสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาตรงๆได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ? สิ่งที่คุณจะต้องทำจริงๆเลยก็คือเครื่องมือเวทย์ที่จะดึงดูดมอนสเตอร์และเปลื่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างดันเจี้ยนเท่านั้นเอง มันคือกับดักแห่งการทำลาย]

"ก็บอกกันแต่แรกสิ ถ้างั้นบางทีด้วยการสลัก...."

[มันถูกเรียกว่าเป็นชนิดของกระบวนการเวทย์] (น่าจะประมาณว่าเป็นวงเวทย์นะครับ)

เอิลต้าได้ยื่นกระดาษที่ทำมาจากวัสดุแปลกๆออกมา หลังจากเขาได้มองไปที่มันเขาก็ต้องหน้าซีดตกใจ ในตอนแรกที่เขาได้ยินเขาคิดว่ามันจะเป็นการสร้างที่ไม่ได้ยากนักแต่ว่าเขาเข้าใจผิดไป

ลูกบาศก์หนึ่งอันที่อยู่ตรงกลางได้มีวงแหวนโลหะนับไม่ถ้วนหุ้มเอาไว้และไม่ใช่แค่ตัวลูกบาศเท่านั้น บนวงแวนแต่ละอันก็มีตกอักษรที่เขาอ่านไม่ออกอยู่ทั่วไปหมดในทุกๆวงแหวน

นี่เป็นสิ่งที่มีความยากในการสร้างสูงที่สุดในหมู่สิ่งที่เขาเคยสร้างมาก่อนทั้งหมด แทนที่จะเรียกว่าว่าเป็นการตีเหล็ก มันดูจะเป็นงานฝีมือมากกว่าซะอีก... เขาได้ถอนหายใจนับตั้งแต่ก่อนที่จะได้เริ่มงานซะอีก

ยูอิลฮานได้ขบฟันแน่นและพึมพัมออกมา

"รางวัลภารกิจนี่... มันจะต้องดีมากใช่ไหม....?"

[ฉันสัญญาเลย ฉันจะเตรียมของรางวัลที่คุณจะต้องทึ่งแน่ คุณจะต้องได้รับรางวัลที่เหมาะสมกับระดับความสำเร็จของเควสที่คุณทำแน่นอน]

เอิลต้าที่รู้ในความยากของงานนี้ได้ยืนยันด้วยเสียงที่เธอมั่นใจ

ถ้างั้นมันก็โอเคแล้ว ยังไงก็ตามรางวัลจากเควสที่ได้มาจากสวรรค์มันก็ไม่ใช่สิ่งธรรมดาอยู่แล้วดูตัวอย่างง่ายๆได้จากเพลิงนิรันดร์ได้เลย พวกเธอเชื่อถือได้

ยูอิลฮานได้ยอมรับว่งานนี้เขาคิดว่ามันยากยิ่งกว่าในจินตนาการที่เขาคิดไว้ซะอีกแต่เขาก็ยอมรับงานนี้มา

เขาได้โผกผ้าที่ซับเหงื่อได้ดีลงบนหน้าผากและหยิบเอาโลหะที่ดูธรรมดาแต่ความแข็งของมันทำให้เขารู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของมันได้ จากนั้นเขาก็หยิบเอาแท่งโลหะสีดำฮาคาเนียมมาและดันมันเข้าไปข้างในเตาผิงและพึมพัมกับตัวเอง

"มาเริ่มกันเถอะ"

นี่คือการร่วมงานกันครั้งแรกของยูอิลฮานกับเพลิงนิรันดร์

เอิลต้าเคยได้เห็นหอกเหล็กที่ยูอิลฮานทำขึ้นมาก่อนอยู่ทำให้เธอรู้ได้ดีถึงความน่าทึ่งในเทคนิคที่เขามี แต่ว่าเธอก็ไม่เคยได้เห็นเขาทำงานแบบนี้ตรงๆด้วยสายตาตัวเอง

ยังไงก็ตามภาพของเขาคือตั้งสมาธิอยู่กับไฟและการเปลื่ยนบุคลิกไปโดยสมบูรณ์นี้ทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย

"...ไฟยังอ่อนอยู่หน่อย มันจะแรงขึ้นไหมถ้าฉันใส่หินพลังเวทย์ลงไป?"

[ใช่แล้ว มันจะแรงขึ้น]

"หืม... เยี่ยม นี่ก็พอแล้ว"

เขาน่าจะเคยจัดการกับแค่แร่ที่มีอยู่บนโลกก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นี่ แล้วก็แม้แต่แร่อย่างไทเทเนียมที่หาได้ยากจากที่ทำงานเล็กๆมันก็น่าจะมีจำนวนจำกัดด้วยซ้ำไป หลักฐานที่ยืนยันเรื่องนี้ก็คือผลงานชิ้นเอกของเขาก็คือหอกเหล็กไง มันเป็นแค่ 'เหล็ก'

ยังไงก็ตาม

ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนกับช่างผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นเคยกับฮาคาเนียมมาแล้วเป็นร้อยปี

"ฟู่... ฮึบ!"

เมื่อฮาคาเนียมได้ความร้อนจากเพลิงนิรันดร์ที่แรงขึ้นจากการเพิ่มอุณภูมิด้วยการกินหินพลังเวทย์ลงไปแล้ว เขาก็เริ่มการผสานโลหะด้วยใบหน้าที่จริงจัง

เขารู้ถึงจุดหลอมเหลวของมันได้จากความแข็งของโลหะ ดังนั้นเขาจึงทุบค้อนลงไปด้วยแรงทั้งหมดของเขานับตั้งแต่เริ่ม ในตอนนั้นที่ค้อนและฮาคาเนียมได้ปะทะกันอย่างรุนแรง เขาก็รู้สึกขึ้นได้

'ฉันอาจจะทำอย่างนี้ได้'

เดิมที่แล้วด้วยแรงของเขามันยังไม่พอ แต่ดูเหมือนว่าพลังของค้อนนี่จะช่วยเพิ่มแรงให้กับผู้ใช้ชั่วคราว ยูอิลฮานก็ได้เคยชินกับความรู้สึกนึ้หลังจากได้ตีค้อนลงไปสองสามครั้ง นับจากนั้นเขาก็ได้ตีฮาคาเนียมลงไปด้วยแรงที่พอดี

เคร้ง เคร้ง เคร้งงงงง

ฮาคาเนียมได้ต่อต้านการเปลื่ยนรูปไปอย่างมากแต่ว่าภายในที่ทำงานเล็กๆนี่ก็มีทุกๆอย่างที่เตรียมเอาไว้รับมือกับมันแล้ว เพลิงนิรันดร์ ทั่ง ค้อน และสุดท้ายก็คือช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียง

ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ค่อยๆเสียรูปร่างไปอย่างช้าๆ

เมื่อโลหะได้เริ่มเปลื่ยรูปร่างแล้ว ยูอิลฮานที่จำพิมพ์เขียวได้ขึ้นใจนับตั้งแต่เห็นครั้งแรกก็ได้เปลื่ยนตำแหน่งของที่คีบในขณะที่โลหะยังร้อนอยู่และตีโลหะลงไปอย่างต่อเนื่อง

มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกัน ซับซ้อนแต่แข็งแกร่ง ดุดันแต่อยู่ในการควบคุม ฮาคาเนียมในตอนนี้ได้อยู่ในการควบคุมของยูอิลฮานอย่างสมบูรณ์

หากบอกไปใครจะเชื่อล่ะว่านี่คือฮาคาเนี่ยม เพลิงนิรันดร์ทำแบบนี้หรอ? ค้อน? ทั่ง?

ไม่เลย เครื่องมือไม่มีทางจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ มันเป็นเพราะมนุษย์ มนุษย์คนนี้กำลังสร้างปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต และจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

เอิลต้าได้มองดูฉากนี้จนลืมหายใจ

'บางทีฉันอาจจะทำพลาดไปหรือป่าวนะ? ไม่ใช่ว่ามนุษย์คนนี้ควรจะเป็นช่างตีเหล็กแทนที่จะเป็นผู้ใช้หอกหรอ? ถ้าแบบนั้น.... เขาอาจจะสร้างอะไรที่สามารถจะท้ายทายเทพได้... ใช่แล้ว สิ่งที่มันสามารถจะท้าทายเทพได้'

มันไม่มีทางที่นางฟ้าจะดูหมิ่นเทพอยู่แล้ว ตัวยูอิลฮานมีศักยภาพที่จะท้าทายเทพจริงๆ แต่ว่าเป็นในด้านเทคนิคไม่ใช่ในพลังการต่อสู้

การขึ้นรูปนี้ได้เสร็จสิ้นลงหลังจากใช้เวลาไปไม่นานนัก หลังจากที่สร้างทรงลูกบาศที่เป็นแกนกลางและวงแหวนโลหะที่เชื่อมต่อกันเป็นเส้นโลหะบางๆแล้ว ยูอิลฮานก็หยิบเอาสิ่วขนาดเล็กขึ้นมาซึ่งสิ่วนี่ก็ถูกเอิลต้าเตรียมเอาไว้ให้ ตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะทำการสลักแล้ว

ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่าเขาสามารถทำมันได้แต่ว่าเมื่อเขากำลังจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนนี้ เขาก็ยังเผลอถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้

"เวรเอ้ย ถึงแม้ว่าฉันล้มเหลวฉันก็ไม่รู้เลย"

[ถ้าคุณทำพลาดถ้างั้นคุณก็แค่หลอมมันลงไปและทำมันขึ้นใหม่อีกครั้งตั้งแต่เริ่ม แน่นอนว่ามันจะต้องใช้เวลานานมากๆ]

ในตอนนี้เขาได้เมินเสียงของเอิลต้าไปหมดแล้ว เขาได้หยิบเอามีดวางไว้บน 'กับดักแห่งการทำลาย' ที่ขึ้นรูปมาได้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 16 - ทำมันซะ (3) [อ่านฟรีวันที่ 19/07/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว