เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - ทำมันซะ (2) [อ่านฟรีวันที่ 17/07/61]

บทที่ 15 - ทำมันซะ (2) [อ่านฟรีวันที่ 17/07/61]

บทที่ 15 - ทำมันซะ (2) [อ่านฟรีวันที่ 17/07/61]


บทที่ 15 - ทำมันซะ (2)

 

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็ช่วยเอาคำแก้ตัวที่ฉันยอมรับได้มาสิ"

ยูอิลฮานได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะระงับความโกรธเอาไว้ในตอนที่พูดออกมาพร้อมๆกับจ้องเอิลต้าที่อยู่บนฝ่ามือเขา เอิลต้าก็ดูจะรู้สึกผิดอยู่ทำให้เธอไม่ได้มองมาที่ยูอิลฮาน เธอได้ตอบกลับมาเบาๆพร้อมหันไปมองทางอื่น

[มันอาจจะ.... เป็นเพราะว่าวิธีนี้เป็นวิธีแก้ที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด]

"พลังงาน?"

[การเชื่อมต่อกับโลกอื่นอะไรแบบนี้มันถูกทำเสร็จสิ้นมาแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้และมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำการเชื่อมต่อใหม่แบบนี้ สิ่งที่เหลือให้ทำอีกก็แค่เรื่องเล็กๆอย่างการตั้งระบบเควสและรางวัล ในตอนนี้ถ้าหากชาวโลกได้รับเควสที่เหมาะสมกับตัวเองและเพิ่มพูนค่าประสบการณ์และบันทึก ถ้างั้นพวกเขาก็จะสามารถพัฒนาขึ้นมาต่อสู้กับมอนสเตอร์ได้เร็วขึ้น]

"แล้วถ้างั้นเธอกำลังจะบอกว่านั่นมันเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลสุดแล้ว?"

[ถูกต้อง]

เอิลต้าได้เรียกคืนความมั่นใจเล็กน้อยหลังจากได้เห็นทัศนคติในเชิงบวกของยูอิลฮาน เธอได้ตอบกลับเขาไปในขณะที่มองเขา

ยูอิลฮานได้รอโอกาสนี้อยู่ก่อนจะถามออกไปด้วยท่าทางเศร้าๆ

"ถ้างั้นแล้วฉันล่ะ?"

[....]

เอิลต้าได้หมดคำพูดไป

"ถ้าคนอื่นทุกๆคนไปทำเควสได้รางวัลกันที่ต่างโลก ถ้างั้นฉันล่ะ? ฉันล่ะห๊ะ?"

[ไม่ว่ายังไงคุณก็เป็นพวกโดดเดี่ยวอยู่แล้วดังนั้นนี่ก็อาจจะไม่ได้มีอะไรเปลื่ยนไปมากนัก]

"แบบนั้นหรอ! แบบนั้นนี่เอง!!!!"

เขาไม่เคยรู้สึกโกรธอย่างรุนแรงแบบนี้มาก่อนเลยตลอดทั้งพันปี

เขาโกรธกับสถานการณ์ที่เกินไปนี้แต่ว่าสาเหตุใหญ่ๆแล้วเขาโกรธกับคำพูดของเอิลต้าที่ไม่ได้พูดผิดเลย

"ฉันควรจะตอบพ่อกับแม่ฉันยังไงในตอนที่ท่านถามว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ไปต่างโลก!?"

[ก็ตอบไปว่าที่นั่นไม่มีอะไรที่มีอะไรให้คุณเรียนรู้มาใช้ช่วยเอาตัวรอดแล้วดังนั้นคุณก็เลยอยู่ที่นี่]

"ฉันเป็นนักเรียนที่ไม่ได้อยากจะไปโรงเรียนแบบนั้นหรือไงห๊ะ!?"

[ต่อให้ฉันจะคิดว่านี่มันน่าสงสารเอามากๆแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับการมาคุยกับฉันในเมื่อนี่มันไม่ใช่การตัดสินใจของฉันแต่แรกแล้ว]

เอิลต้าที่ได้มาถึงขีดจำกัดแล้วในท้ายที่สุดเธอก็ได้เถียงออกมาอย่างเหมาะสมเหมือนกับคนขี้ขลาดในขณะที่แกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรอีก

ยูอิลฮานที่หมดแรงเถียงเธอแล้วก็ยังหัวโล่งไปพักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาและนั่งลงไปบนเตียง

"ใช่สิ ชั่งมัน ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีต่อให้ฉันจะเถียงกับเธอไป ยังไงในท้ายที่สุดแล้วฉันก็ไปต่างโลกไม่ได้"

[ใครจะรู้ล่ะถ้าหากว่าคุณกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง]

"แล้วมันจะต้องใช้เวลากี่ปีเพื่อเป็นแบบนั้นล่ะ?"

[มันก็น่าจะน้อยกว่าเวลาที่คุณใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้แหละ]

"โอ้ ปลอบโยนได้ดีมาก เฮ้!"

เมื่อเขาได้ลุกขึ้นมาและไปที่ห้องครัว เขาก็ได้เห็นพ่อกับแม่ของเขาที่กำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียด

บนจอทีวีก็ยังมีแสงส่องออกมาให้เห็นคนที่กำลังคุยกันถึงแจ้งเตือนที่ได้ส่งมาถึงมนุษยชาติทุกคนแต่ว่ามันก็ยังมีสถานการณ์ที่น่าตกใจอีกเรื่องหนึ่ง

"สถานการณ์ฉุกเฉิน?"

ในขณะที่เขาตกใจและพึมพัมกับข่ามที่เขาได้เห็นเป็นครั้งแรก แม่ของเขาก็สังเหตุเห็นตัวเขาและพูดออกมา

"ลูกก็รู้แล้วสินะ? ในตอนนี้ข้างโลกอันตรายมาก ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่ทำงานต่างก็หยุดลง ในขณะเดียวกันทางการทหารก็กำลังทำการกวาดล้างมอนสเตอร์กันยกใหย่อยู่ แม่ได้ยินมาว่าอย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ยอมให้มอนสเตอร์มาปรากฏขึ้นบนถนนที่เป็นที่อาศัยของผู้คน"

มันดูเหมือนว่ารัฐบาลก็ยังจะรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะทำการใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมได้อีกต่อไป บางทีเควสจากโลกอื่นๆก็อาจจะเป็นตัวเร่งการตัดสินใจของพวกเขา

ตามจริงแล้วนี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกๆประเทศที่มีรัฐบาลที่ควบคุมอยู่อย่างเหมาะสม

ทุกๆคนต่างก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องคงจำนวนผู้รอดชีวิตเอาไว้ก่อนที่จะไปสนใจเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติในโลกที่เปลื่ยนไป แล้วเพราะแบบนี้ภายใต้การตัดสินใจของประเทศต่างๆจึงตัดสินใจหยุดการไหลไปตามประวัติศาสตร์

ในขณะนี้พลังที่ทุกคนจะไปได้รับมาจากต่างโลกจะไม่ใช่อากาศธาตุเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนอีกแล้ว พลังพวกนี้จะอยู่กับพวกเขาไปตลอดในอนาคต ตอนนี้ยูอิลฮานรู้สึกได้ถึงความหวังแล้ว

มนุษยชาติจะสามารถปรับตัวกับการที่โลกถูกยกระดับขึ้นได้เหมือนอย่างที่พวกมนุษย์ทำมาเสมอ เว้นก็แต่ฉันที่ถูกทิ้งเสมอๆ

"เดินทางปลอดภัยนะครับพ่อ แม่"

"แต่ว่าด้วยเวลาที่อยู่ที่นั่น 10 ปี พ่อก็ยังไปไม่ถึงแม้แต่คลาสสองเลยนะ"

"แค่เพราะการที่ทหารได้กวาดล้างมอนสเตอร์มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมอนสเตอร์จะไม่ปรากฏบนท้องถนนเลยนะ"

"แต่ว่าที่โลกอื่นก็ไม่ใช่ว่าปลอดภัยเหมือนกันนี่"

ในตอนที่เวลาของโลกหยุดลงมันจะไม่มีกรณีที่มนุษย์จะตายหรือบาดเจ็บในตอนที่อยู่ต่างโลก แต่ยังไงก็ตามนับจากนี้มันจะต่างออกไป อันตรายจะเข้ามาพร้อมๆกับพลังที่จะไม่หายไปนี่คือราคาที่จะต้องนำมาแลกกัน แต่ถึงแม้แบบนั้นมนุษยชาติในตอนนี้ก็ยอมรับอันตรายที่เข้ามา

"ถึงแบบนั้นมันก็น่าจะอันตรายน้อยกว่าการอยู่ที่โลก"

"....นั่นก็จริง"

"พ่อ พ่อต้องทำทุกๆอย่างที่ทำได้เพื่อที่จะไม่ต้องงมาเสียใจที่หลังนะ พ่อไม่ควรจะเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่ว่ากับโลกที่เปลื่ยนไปนี้ พ่อจะมีชีวิตอยู่ได้เฉพาะแค่ต้องยอมรับความเสี่ยงเท่านั้น"

ทำทุกๆอย่างที่เป็นไปได้ ทำทุกๆอย่างที่เป็นไปไม่ได้จนกระทั่งเป็นไปได้ นี้คือสิ่งหนึ่งที่เป็นความเชื่อที่เป็นรากฐานของตัวยูอิลฮาน

และบางทีอาจจะเป็นเพราะคำพูดนี้ของเขามันเต็มไปด้วยเจตนาที่ชัดเจนของเขา ทำให้พ่อและแม่ของเขาได้ยิ้มขมๆออกมาในขณะที่ลุกขึ้น

"ใช่สิ ถ้างั้นพ่อจะไปละนะ ลูกก็ด้วยนะอย่ายอมแพ้กับแค่เพราะลูกใช้มานาไม่ได้และก็พยายามเข้านะ"

หลังจากพูดแบบนั้นแล้วพ่อก็ได้จากไปก่อน เขาได้ไปอีกโลกหนึ่งในทันที

ยังไงก็ตามแม่ของเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น กลับกันเลยเธอได้มองมาที่ยูอิลฮานด้วยใบหน้าเป็นกังวล

"ลูกแม่ ความคิดของแม่ต่างจากพ่อของลูกนิดหน่อยนะ ถึงแม้ว่าความพยายามมันจะเป็นสิ่งสำคัญแต่ลูกก็ไม่ควรฝืนตัวเองนะ"

"ฝีนตัวเองอะไรหรอครับ?"

"ไม่ใช่ว่าเป็นลูกหรอที่เที่ยวไปล่ามอนสเตอร์รอบๆด้วยการใส่หน้ากากนะ"

"...."

เขาถูกจับได้!? กับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนี้ยูอิลฮานได้แต่แข็งทื่อ เขารู้ดีอยู่แล้วว่าภาพการต่อสู้กับมอนสเตอร์ของเขาจะถูกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะและเขาก็ยังเตรียมตัวมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่แบบนี้นี่มัน...!

"บางทีลูกอาจจะคิดว่าแม่จะไม่รู้จักลูกชายตัวเองงั้นหรอ? ต่อให้ลูกใส่หน้ากากหรือใส่ชุดแปลกๆ แม่ก็จำลูกได้ทันทีอยู่แล้ว แม่จะไม่รู้จักลูกของตัวเองได้ยังไงล่ะ?"

พลังของสายเลือดนี่มันน่าทึงจริงๆ ยูอิลฮานได้พึมพัมขึ้นในใจของเขาเมื่อได้ยินคำพูดของแม่เขาที่ซึ่งทำให้เขาได้แต่ยอมแพ้

ลองคิดดูว่าสกิลปกปิดที่สามารถจะหลอกโลกและแม้แต่เทพได้ แต่แล้วมันกลับมาหลอกแม่ของเขาไม่ได้.....

"แม่ไม่รู้หรอกนะว่าลูกกลายเป็นคนแข็งแกร่งแบบนั้นได้ยังไง แม่ภูมิใจในตัวลูกนะแต่ว่าแม่ก็ยังเป็นห่วง ลูกก็น่าจะรู้ความน่ากลัวของมอนสเตอร์ใช่ไหม? ไม่มีใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะ ดังนั้นก็ระวังตัวเอาไว้นะลูก อย่าได้ทำอะไรโดยประมาทเด็ดขาด"

"ผมเข้าใจแล้วครับ"

ความจุกจิกของแม่เขานี้เพียงเมื่อเขาได้ยินมันก็มีแค่ความน่ารักหลังจากไม่ได้ยินมานาน ในท้ายที่สุดแล้วแม่ของเขาก็ดูจะโล่งใจขึ้นหลังจากได้เห็นยูอิลฮานหยักหนารัวๆ จากนั้นเธอก็พูดเสริมขึ้นมาอีกหลังจากทำหน้าจริงจังขึ้นอีกครั้ง

"แต่ว่านะสิ่งที่ลูกต้องระวังให้มากที่สุดเลยคือมนุษย์ นับจากนี้ไปจะมีคนที่แข็งแกร่งจำนวนมากและเลวร้ายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ซะอีก"

"ครับผม"

"ถ้าลูกเข้าใจแล้วก็โอเค แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ ถ้างั้นแม่ไปที่ต่างโลกแล้วนะโอเค?"

"ครับผม อย่าทำอะไรที่มันอันตรายนะ"

"ไปล่ะ"

บางทีอาจจะเป็นเพราะการคุยกับแม่นี้ทำให้ตัวยูอิลฮานใจเย็นลงมากทีเดียว เขาได้ตบแก้มตัวเองเบาๆและพึมพัมกับตัวเองราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง

"ฉันก็ควรจะไปทำหน้าที่ของฉันสินะ"

[ฉันจะขอกลับไปที่สวรรค์ซักหน่อยนะ แล้วฉันก็น่าจะกลับมาพร้อมรางวัลเควสนักล่าที่นายทำไปด้วยเหมือนกัน]

"ซื้อไอติมระหว่างทางมาฝากด้วยนะ"

เนื่องจกว่าเขาได้จมไปกับความตื้นเต้นจากการได้ผลกำไรจากหมาป่าโลกันณ์กับหมีน้ำตาลที่เขาได้มาทำให้เขาลืมเรื่องเควสนักล่าที่เขาได้มาไปเสียสนิท ในเมื่อเขาจะได้ของอีกมันก็ไม่มีเหตุผลให้เขาปฏิเสธอยู่แล้ว เขาได้ส่งเอิลต้าออกไปอย่างยินดัโดยที่ไม่ลืมฝากเธอซื้อไอติมจากการที่อยู่ๆก็กระหายขึ้นมา

หลังจากที่เขาทำแบบนั้นแล้ว เขาก็ได้อยู่คนเดียวจริงๆแล้ว

"แบบนี้มันทำให้ฉันนึกถึงวันวานเลยแหะ...."

เขาได้บ่นออกมาเล็กๆจากนั้นก็ออกจากบ้านไป จุดหมายปลายทางของเขาก็คือโกดังก็บของที่เขาได้ซื้อมาด้วยเงินของเขา

ต้องงี่เง่าขนาดไหนถึงได้ซื้อโกดังเก็บของในตอนกลางคืนเพื่อจะใช้มันในวันรุ่งขึ้น!? ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว ด้วยเงินสดที่เขามีมันสามารถจะแก้ไขได้ทุกๆอย่าง ที่เกาหลีแห่งนี้เป็นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่มีเงินจำนวนมาก แต่ถึงแม้อย่างนั้นเขาก็พึ่งจะมารู้ตัวเอาในตอนนี้เพราะว่าเขาไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้มาก่อน

ยูอิลฮานได้มาถึงโกดังเก็บของที่เขาใช้เป็นที่ทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว เขาได้เตรียมอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานอย่างเตาไฟและทั่งตีเห็ลงเอาไว้อย่างเร่งด่วนแล้ว แตก็ยังมีอีกหลายด้านที่เขายังขาดอยู่ แต่ว่าในตอนนี้มันก็ยังไม่จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือที่มากขนาดนั้น

นี่มันเป็นเพราะวัตถุดิบที่เขามีในปัจจุบันนี้มีแค่กระดูกกับหนังเท่านั้นเอง เขาไม่จำเป็นจะต้องมีเครื่องมืออะไรไปมากกว่านี้แล้ว แต่ยังไงก็ตามเขาก็ยังคงอยากจะเอาค้อนมาทุบโลหะบ้างแต่ว่ามันก็ไม่มีโอกาสให้เขาได้ทำแบบนั้นเลย

แน่นอนว่านี้มันก็ไม่ได้หมายความว่าโกดังนี้ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย หนังดิบก็จะมีการเน่าเสียหายปล่อยไว้และกระดูกก็จะเต็มไปด้วยคาบมันเช่นกัน! นี้เป็นเหตุผลที่เขาได้ทำที่ทำงานนี้ขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป

ยูอิลฮานได้ระดมความรู้ทั้งหมดที่เขาสะสมมานับพันปี และเริ่มจัดการกับหนังและกระดูกด้วยวิธีที่ดีที่สุดที่เขารู้ หลังจากที่เอาเลือดและเลือดที่ติดอยู่ออกไปหมดสมบูรณ์แล้วหนังก็จะต้องนำไปผ่านกระบวนการฝอกเพิ่มเติม เพราะแบบนี้มันจะต้องใช้เวลาพักหนึ่งแต่ว่าในเมื่อเขาขายวัตถุดิบที่ไม่ต้องการจริงๆไปแล้วทำให้เขาหลีกเลี่ยงการที่จะต้องมาทำงานทั้งวันไปได้

แต่ต่อให้เขาจัดการทำการฟอกหนังทั้งหมดยูอิลฮานก็ไม่ได้เหงื่อตกแม้แต่หยดเดียวอยู่ดี นี้มันเป็นไปได้เพราะว่าเขาแข็งแกร่งกว่าคนปกติตั้งแต่แรกแล้วและมันยิ่งเหนือขึ้นไปอีกเมื่อเลเวลของเขาเพิ่มขึ้นมาถึง 21

หลังจากทำงานนี้เสร็จแล้วเขาก็จะสามารถสร้างอะไรขึ้นจากกระดูกต่อไปแต่ว่าหนังในตอนนี้เป็นปัญหา แค่กระบวนการฟอกหนังด้วยตัวเองมันก็จะต้องใช้เวลาหลายวันแล้วและเมื่อเขาคิดไปถึงขั้นตอนการชุบแข็งที่จะต้องทำต่อจากการฟอกแล้วเขาก็อาจจะต้องลืมเรื่องการใส่เกราะทั้งตัวไปได้เลย

"หากด้วยความเร็วแบบนี้ในตอนที่เพราะทำเสร็จมันก็ไม่น่าจะมีความหมายแล้วเพราะความเร็วในการเพิ่มเลเวลของฉันมันสูงเลยจุดนั้นไปแล้ว?"

ถ้าหากมันเป็นแบบนี้เขาก็จะฆ่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านี้และได้รับหนังของมันมา ในตอนนั้นที่เขาจะสร้างเกราะขึ้นอีก จากนั้นเลเวลของเขาก็จะ.... นี่มันไม่มีค่าอะไรนอกเหนือไปจากการเสียเวลาเปล่าเลย

[คุณสามารถจะทำขั้นตอนพวกนี้ได้ด้วยเวทมนตร์]

"โอ้ เธอกลับมาแล้วหรอ? ต่อให้เธอบอกแบบนั้นก็ตามแต่ฉันก็ใช้เวท..."

คำพูดของยูอิลฮานได้หาไปกลางทางหลังจากเขาหันไปมองเอิลต้า นี่มันไม่ใช่เพราะเธอไม่ได้ซื้อไอติมให้เขา แต่มันเป็นเพราะว่าเอิลต้าข้างหน้าเขามีรูปร่างสัดส่วนใกล้เคียงกับตัวยูอิลฮาน

ในตอนแรกเขาสงสัยว่าเธอใช่เอิลต้าจริงๆหรือป่าว แต่ว่าหลังจากได้เห็นใบหน้าที่สวยงามของเธอแม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้แล้ว เขาได้ตกอยู่ไปในความคิดและไม่นานนักก็ตระหนักได้ถึงสาเหตุ

"เวทย์ขยายร่าง!"

[กลับกันเลยตัวฉันในก่อนหน้านี้เกิดจากเวทย์หดตัว คุณคิดว่าฉันเป็นยังไงล่ะ]

เอิลต้าได้ถอนหายใจและยื่นมือออกมา

[จับมือนี่ไว้ ตอนนี้ฉันจะส่งรางวัลให้คุณ]

ยูอิลฮานที่ถูกความศักดิ์สิทธิ์ครอบงำไปเล็กน้อย แต่ว่าแน่นอนเขาก็ยื่นมืออกไปจับมือของเธอ

หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกหนาวมากในทันที แต่ว่ามันก็นุ่มนวลเล็กน้อยและสยดสยอง จากนั้นก็มีคำปรากฏขึ้นมาบนสายตาของเขา

[เควสสวรรค์ 001 ภารกิจนักล่าเสร็จสิ้น!]

[สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1]

[คุณเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในเควสได้มากที่สุดในหมู่ผู้รับเควสนี้ คุณได้รับรางวัลพิเศษ]

[คุณได้รับเพลิงนิรันดร์]

"เพลิงนิรันดร์"

ในตอนนั้นยูอิลฮานได้รีบชักมือกลับมาด้วยความรู้สึกแปลกๆจะเริ่มขึ้นหากเขายังจับมือเธอต่อไป ยูอิลฮานได้มองไปที่ใบหน้าเอิลต้าด้วยสีหน้าที่มึนงง จากนั้นเอิลต้าก็ยิ้มขึ้นเล็กๆในขณะที่ยกมือของเธอขึ้น

[ดูสิ]

"โอ้"

ในเตาไฟที่เขาได้เตรียมเอาไว้ได้มีไฟสีแดงลุกขึ้นแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใส่น้ำมันลงไปก็ตามที

[มันคือเพลิงที่มีชีวิตสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและไม่สามารถจะดับลงได้ มันคือเพลิงที่ทรงคุณค่าจากสวรรค์ ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าคุณอยู่ในช่วงแรกเริ่มของหายนะครั้งใหญ่มันก็ไม่มีทางเลยที่จะได้รับรางวัลนี้ด้วยเความระดับนี้ ดังนั้นช่วยตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่คุณได้รับด้วย]

"ว้าว"

แค่คำอธิบายของเอิลต้าเขาก็รู้ได้ถึงคุณค่าของไฟนี้แล้ว เพลิงนิรันดร์ได้ลุกขึ้นอยู่ในเตาไฟขณะนี้ได้เปลื่ยนรูปร่างไปมาราวกับว่ามนรู้ถึงตัวเจ้านายของมัน คำว่า 'มีชีวิต' นี้ไม่ได้เกินจริงไปเลยเมื่อนำมาอธิบายกับไฟนี้

"มันเป็นรางวัลที่เหมาะกับตัวฉันจริงๆ...."

[ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณจะพูดแบบนั้น ลิต้าได้ยืนกรานเรื่องนี้เอามากๆเลย]

"ลิต้าทำ...."

ยูอิลฮานไม่ได้ฟังคำพูดของเอิลต้าอีกต่อไปแล้ว เมื่อเขาได้รับเพลิงที่ไม่มีวันดับและเพลิงมีชีวิตนี้ ความคิดต่างๆมากมายได้ถูกคิดขึ้นมา สิ่งนี้มันจะเป็นตัวช่วยเขาอย่างมากในตอนที่เขาจะต้องจัดการกับโลหะจำนวนมากในอนาคต

[แล้วก็... ยินดีด้วยสำหรับคุณผู้ที่ไม่ได้ไปต่างโลก สวรรค์ได้เตรียมภารกิจที่สองไว้ให้แล้ว]

แล้วดังนั้นเขาจึงต้องตั้งใจฟังคำพูดต่อมาของเอิลต้า

[นับจากนี้คุณจะต้องติดตั้งดันเจี้ยนขึ้นบนโลก]

จบบทที่ บทที่ 15 - ทำมันซะ (2) [อ่านฟรีวันที่ 17/07/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว