เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 การปิดของแดนต้องห้าม

ตอนที่ 35 การปิดของแดนต้องห้าม

ตอนที่ 35 การปิดของแดนต้องห้าม


ตอนที่ 35 การปิดของแดนต้องห้าม

เย่เฟิงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความกลัดกลุ้ม

ส่วนเจียงเยี่ยนเทียนกลับใช้เวลาอยู่กับลั่วซิงฉาย สานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ราวกับตั้งใจชดเชยช่วงเวลาหลายปีที่ทั้งสองแทบมิได้สนทนากันเลย

ทั้งสองทำหน้าที่เป็นผู้นำคณะ คอยจับตาดูความปลอดภัยของศิษย์ทั้งหลาย ระวังมิให้เกิดเหตุร้ายถึงชีวิต

แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีเสียงหัวเราะและการสนทนากันเป็นระยะ

เจียงเยี่ยนเทียนนั้นช่างเป็นคนมีอารมณ์ขัน ยามสนทนากับเขา ดูเหมือนว่าหัวใจของผู้คนรอบข้างจะเบิกบานไปด้วย

ต่างจากลั่วซิงฉายที่โดยปกติแล้ว เป็นสตรีเงียบขรึม เย็นชา ราวกับเซียนหญิงที่ไร้ซึ่งอารมณ์

ผู้ที่รู้จักนาง หากมาเห็นท่าทีของนางในเวลานี้ คงต้องตะลึงจนปากอ้าค้างเป็นแน่!

เพราะช่วงเวลานี้ นางมักเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งถึงกับใช้มือปิดปากหัวเราะเบาๆ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง

กาลเวลาผ่านไป ศิษย์ทั้งหลายต่างเริ่มทยอยออกจากแดนต้องห้าม

แม้ว่าจะมิได้พบพานวาสนาที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ถือว่าได้รับทรัพยากรล้ำค่ามาไม่น้อย

แม้เพียงนำไปแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณ ก็เพียงพอให้ดำรงชีพไปอีกสามถึงห้าปี

เจียงเยี่ยนเทียนเองก็เตรียมตัวออกไปเช่นกัน

จากนั้น เมื่อทุกคนจากไปจนหมด เขาย่อมต้องย้อนกลับมา เพื่อกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่ภายในแดนต้องห้ามนี้!

“ศิษย์แห่งสำนักซวนหลิง จงฟังคำสั่ง!”

เสียงของเจียงเยี่ยนเทียนดังก้องไปทั่วท้องนภา

เหล่าศิษย์แห่งสำนักซวนหลิงล้วนประสานหมัดคารวะพร้อมเพรียงกัน

“ศิษย์ทุกคน จงติดตามกลิ่นอายของข้า ใช้ความเร็วสูงสุดในการออกจากแดนต้องห้าม!

ระหว่างทางอย่าได้โลภต่อทรัพยากรเล็กน้อย โลภมากลาภหาย หากมัวชักช้าเสียเวลาถอนตัว ย่อมต้องรับผลแห่งการกระทำของตนเอง!”

“รับทราบ! ศิษย์ทั้งหลายจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อาวุโสเจียง!”

ทุกคนก้มศีรษะรับคำอย่างพร้อมเพรียง

“ดี! จงติดตามกลิ่นอายของข้า ส่วนผู้อาวุโสลั่ว คอยระวังหลัง!”

กล่าวจบ เจียงเยี่ยนเทียนทะยานร่างพุ่งตรงไปยังทางออกของแดนต้องห้าม

เหล่าศิษย์ไม่รอช้า ต่างร่ายวิชาของตน เร่งความเร็วติดตามไปอย่างรวดเร็ว

แดนต้องห้ามพันธนาการวิญญาณ ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกอันมืดมน หากพลาดพลั้งเดินทางโดยไร้ทิศทาง ย่อมเสี่ยงต่อการหลงทางจนมิอาจหวนกลับ

แม้ว่าจะไม่มีทางตามความเร็วของเจียงเยี่ยนเทียนได้ทัน แต่การติดตามกลิ่นอายของเขาก็เสมือนมีเส้นทางนำทางอันชัดเจน

อีกทั้งยังมีลั่วซิงฉายคอยระวังหลัง ทำให้ไม่มีผู้ใดหลงกลุ่มได้โดยง่าย

และเมื่อกำลังจะถึงทางออก เจียงเยี่ยนเทียนจึงกระตุ้นวิชาสับเปลี่ยนเงา

วูบ!

ร่างจริงของเขากลับไปยังตำแหน่งเงาที่ทิ้งไว้ ณ ปากทางออกในพริบตา!

ทันทีที่กลับมา ภาพแรกที่เขาเห็นก็คือ เย่เฟิงที่เพิ่งลุกขึ้นยืน กำลังสบถด่าเสียงดังพลางเดินมุ่งไปยังทางออก!

เย่เฟิงไม่คาดคิดเลยว่า เจียงเยี่ยนเทียนจะเป็นคนไร้ยางอายถึงเพียงนี้

จับตานางไม่วางแม้แต่นิดเดียว!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ตัดสินใจแล้วว่า เมื่อกลับถึงสำนัก จะต้องไปร้องเรียนต่อท่านเจ้าสำนักให้จัดการกับเจียงเยี่ยนเทียนในข้อหาละเลยหน้าที่!

ท่านอาจารย์ของนางย่อมต้องอยู่ข้างนางแน่นอน!

แต่ว่าบางเรื่อง… ช่างเป็นความบังเอิญที่โหดร้ายเสียจริง!

เหตุใดต้องเป็นเวลานี้?

เหตุใดตอนที่นางกำลังสบถด่าออกมาพอดี ขณะเดินออกจากแดนต้องห้าม เจียงเยี่ยนเทียนถึงได้ออกมาในเวลาเดียวกัน?

นางหลีกเลี่ยงหมัดนี้ไม่พ้นแน่!!

เจียงเยี่ยนเทียนก้าวออกจากแดนต้องห้ามมาได้ไม่นาน ก่อนที่ศิษย์คนอื่นจะตามออกมา

จากนั้นก็…

เปรี้ยง!

ฝ่าเท้าเหยียบลงไปเต็มแรง ส่งเย่เฟิงกระเด็นลอยออกไป!

“อ๊ากก!! บัดซบ!!”

เย่เฟิงร้องโหยหวน มือทั้งสองรีบกุมจุดสำคัญของตนเองทันที!

เจียงเยี่ยนเทียนยืนล้วงกระเป๋า เป่าปากหวือๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เย่เฟิงหน้าแดงก่ำ กัดฟันลุกขึ้นยืน เตรียมจะด่ากลับ

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเจียงเยี่ยนเทียน

นางกลับต้องกลืนความโกรธลงไป!

[อดทน… อดทนไว้!!!]

【ติ๊ง! เย่เฟิงถูกถีบกลิ้งลงไปหน้าคว่ำ ศีรษะฟาดเข้ากับพื้น ค่าความอัปยศ +2000】

เจียงเยี่ยนเทียนแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

ใครจะไปคิดว่าถีบไปทีเดียว แล้วมันจะลงไปกระแทกของสำคัญเข้าเต็มๆเช่นนั้น!

ไม่นานนัก เหล่าศิษย์แห่งสำนักซวนหลิงก็ทยอยกันออกมา

ลั่วซิงฉายเองก็ก้าวออกจากค่ายกล รัศมีเซียนบริสุทธิ์แผ่กระจายรอบตัว

เมื่อตรวจสอบจำนวนคนโดยผู้ดูแลแล้ว ไม่มีผู้ใดสูญหาย

ลั่วซิงฉายก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

การสำรวจแดนต้องห้ามครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุดของสำนักซวนหลิง

ศิษย์ที่บาดเจ็บมีอยู่บ้าง แต่ไม่มีผู้ใดต้องสังเวยชีวิต

เมื่อเทียบกับ สำนักดาบสวรรค์ และสำนักม่อโยวแล้ว การสูญเสียของสำนักซวนหลิง นับว่าสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน

สองสำนักนั้น นำศิษย์มากกว่าร้อยคนมา แต่กลับเหลือรอดเพียงสิบกว่าคน

ว่ากันว่าผู้อาวุโสขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดของพวกเขายังต้องสังเวยชีวิตไปอีกหนึ่งคน

แน่นอนว่า ผู้อาวุโสสองคนของสำนักดาบสวรรค์ ล้วนเป็นฝีมือของเจียงเยี่ยนเทียน

เรื่องนี้ย่อมไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปโดยง่าย

เดิมที เจียงเยี่ยนเทียนตั้งใจจะฆ่าล้างบางสำนักดาบสวรรค์ให้สิ้นซาก

แต่หากทำเกินไป มันก็คงดูชัดเจนเกินไป

เขาสามารถเป็นปีศาจร้ายได้ สามารถเหี้ยมโหดได้

แต่บางครั้ง… การสร้างภาพลักษณ์ก็ยังจำเป็น

อย่างไรเสีย สำนักดาบสวรรค์ต้องแก้แค้นเป็นแน่ หากพวกมันกล้ามา ก็นับเป็นของขวัญจากสวรรค์

ถึงตอนนั้น นอกจากจะได้แต้มประสบการณ์แล้ว ยังสามารถรีดไถพวกมันอีก ได้กำไรสองต่อ!

บรรยากาศฝั่งสำนักซวนหลิงเต็มไปด้วยความยินดี

ยกเว้นเพียง… เย่เฟิง

เหล่าศิษย์ทยอยกลับไปยังค่ายพัก เพื่อเตรียมตัวพักผ่อนก่อนออกเดินทางกลับสำนัก

ทุกคนต่างพากันสนทนาถึง สิ่งที่ได้รับและสูญเสียจากการเดินทางครั้งนี้

บางคนแม้จะไม่ได้พบพานวาสนาอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังได้รับสมบัติอันล้ำค่า

ยิ่งกว่านั้น ยังมีบางคนที่สามารถทะลวงระดับขึ้นไปได้อีกหนึ่งขั้น!

เสียงสนทนาเต็มไปด้วยความยินดี

เหล่าศิษย์มากมาย ต่างกล่าวขอบคุณเจียงเยี่ยนเทียนและลั่วซิงฉาย

เว้นเสียแต่… เย่เฟิง

ในใจของนางเริ่มก่อตัวขึ้นด้วยเพลิงโทสะและความอาฆาต

ถูกเจียงเยี่ยนเทียนเหยียดหยามถึงเพียงนี้ คนธรรมดาคงแทบเสียสติไปแล้ว

ที่นางยังทนอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ล้วนเป็นเพราะผู้อาวุโสหลงช่วยชี้นำให้คำแนะนำ

ทว่า…

เมื่อได้ยินเหล่าศิษย์กล่าวขอบคุณเจียงเยี่ยนเทียน นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขัดเคืองใจ

“สหายน้อย จงสงบจิตใจลงเถิด”

เสียงของผู้อาวุโสหลงดังขึ้นในจิตสำนึกของนาง

“เจ้าเริ่มมีเพลิงโทสะพวยพุ่งออกมาแล้ว หากปล่อยไปเช่นนี้ อาจก่อเกิดเป็นมารในใจ เจ้าอย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านี้มาครอบงำได้”

“ครั้งนี้ เจ้าคือผู้ที่ได้รับโชควาสนามากที่สุดในหมู่ศิษย์ทั้งหมด จงเก็บเกี่ยวมันให้ดี หลังจากกลับไป ค่อยพิจารณาให้ถ่องแท้”

“ตอนนี้ จงผ่อนคลายเสียบ้าง”

เย่เฟิงได้ยินดังนั้น จึงค่อยๆผ่อนลมหายใจยาว

“ใช่แล้ว…”

ครั้งนี้ สิ่งที่ศิษย์คนอื่นได้รับ ล้วนเป็นเพียงสมบัติระดับกลาง

แต่สำหรับนางแล้ว… นั่นคือ “สมบัติล้ำค่าโดยกำเนิด”

ถึงขนาดได้เศษของทวนสังหารเทพ มาครอบครอง!

นับว่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก!

เพียงแต่…

นางโกรธ! โกรธเจียงเยี่ยนเทียนผู้นั้น!

ไอ้สารเลว! กล้าจับตามองนางจนพลาดโอกาสอันล้ำค่าไป!

ขณะที่เหล่าศิษย์กำลังสนทนาและเฉลิมฉลอง

เจียงเยี่ยนเทียนกลับลอบเข้าไปในแดนต้องห้ามอีกครั้ง… อย่างไร้สุ้มเสียง

ผู้อื่นไม่อาจเข้าไปได้อีก

แต่สำหรับเขา แดนต้องห้ามนี้ก็ไม่ต่างจากสวนหลังบ้าน

ทั่วทั้งแดนต้องห้าม บัดนี้เต็มไปด้วยไอความตาย

เจียงเยี่ยนเทียนแผ่สองแขนออก ราวกับกำลังซึมซับบางสิ่ง

“เข้มข้น… ยิ่งกว่าเมื่อแรกเริ่มเสียอีก!”

“ก็จริงอยู่… ต้องมีคนตายมากกว่านี้ถึงจะสมบูรณ์แบบ!”

กล่าวจบ ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปเหนือม่านหมอกดำ

ริมฝีปากเคลื่อนไหวเอื้อนเอ่ยวิชาแปลกประหลาด

เพียงพริบตาเดียว พลังแห่งความตายทั่วทั้งแดนต้องห้ามก็เริ่มแข็งตัว

ฟู่วววว——

สายลมคำรามกึกก้อง

พลังสีดำสนิท พวยพุ่งมาจากทั่วสารทิศ

หลั่งไหลรวมกันสู่ร่างของเจียงเยี่ยนเทียน!

ราวกับทั้งแดนต้องห้ามกำลังถูกดูดกลืนเข้าสู่กระแสน้ำวนมหึมา

เสียงกรีดร้อง… ดังกระหึ่มไปทั่วทุกทิศ

เหล่าดวงวิญญาณทั้งหลาย ไม่ว่ามันจะเป็น ดวงวิญญาณเร่ร่อน วิญญาณกลืนกิน หรือแม้แต่วิญญาณอาฆาต

ล้วนร่ำไห้และโหยหวน!

สายวิญญาณนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า

แดง! เขียว! ดำ! น้ำเงิน!

เป็นลำแสงพุ่งข้ามฟากฟ้า เข้าหาเจียงเยี่ยนเทียนโดยตรง!

บางดวงวิญญาณ พยายามเกาะกิ่งไม้แห้งไว้แน่น

แต่สุดท้าย… ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมได้!

แม้แต่ ไอแห่งความตายที่ปกคลุมแดนต้องห้ามมาเนิ่นนาน

ก็ยังถูกเจียงเยี่ยนเทียนกลืนกิน…!

ดวงตาของเจียงเยี่ยนเทียน บัดนี้ดำสนิทไร้แวว คล้ายดิ่งลึกสู่ขุมนรก

มันคือหลุมดำแห่งการกลืนกิน

ยิ่งกลืนกินวิญญาณและไอแห่งความตายมากเท่าไร พลังของเขาก็ยิ่งพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ลมแรงกรีดผ่านฟากฟ้า เสื้อคลุมดำสะบัดพลิ้วดุจใบไม้ต้องพายุ

เรือนผมสีเงินล่องลอยพลิ้วไหว ส่องประกายเยือกเย็นภายใต้ม่านรัตติกาล

ขณะที่ไอแห่งความตายถูกดูดกลืนไป สีสันของแดนต้องห้ามก็แปรเปลี่ยน

จากที่เคยมืดมนเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย กลับสว่างไสวขึ้นหลายส่วน

และแล้ว

เพียงแค่ห้าลมหายใจ ทุกสิ่งก็พลันเงียบสงัด!

“ซี๊ด~! สุดยอด!”

เจียงเยี่ยนเทียนกางแขนออก เงยหน้าหัวเราะลั่นสวรรค์

เขาสัมผัสได้ว่า พลังบ่มเพาะของตนเอง บัดนี้ได้ทะยานจากขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดขั้นกลาง พุ่งทะลวงไปสู่ขั้นปลาย!

และกำลังจะแตะถึงขั้นสูงสุดได้ทุกเมื่อ!

แดนต้องห้ามพันธนาการวิญญาณนี้ นับเป็นสถานที่อันเป็นมงคลสำหรับร่างปีศาจอมตะของเขาโดยแท้!

“เจ้าระบบ เจ้าดูหรือไม่!?”

“หากตอนนั้นข้าสิ้นเปลืองแต้มไปสามแสนกว่าเพื่อลัดขั้นบ่มเพาะ นั่นแหละที่เรียกว่าขาดทุนมหาศาล!”

“ข้าเพียงกลืนกินพลังวิญญาณและไอความตาย ก็สามารถพุ่งทะยานไปอีกขั้นแล้ว!”

【ติ๊ง! ถือเป็นโบนัสพิเศษ ยังไรนายท่านก็ต้องใช้แต้มอยู่ดี ไม่ต่างกันหรอก】

“…ก็ช่างเถอะ!”

เจียงเยี่ยนเทียนเลิกใส่ใจ ไม่คิดเถียงกับระบบให้เสียเวลา

เขากวาดตามองรอบด้าน แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก

“ดูเหมือนว่าข้าได้ตัดเส้นทางวาสนาของเหล่าผู้บ่มเพาะในอีกร้อยปีข้างหน้าไปเสียแล้ว…”

“ช่างน่าชื่นใจยิ่งนัก!”

แต่แล้วเขาก็แค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแสนเสแสร้ง

“แต่ว่านะ… การทำให้สิ่งแวดล้อมบริสุทธิ์ ล้วนเป็นหน้าที่ของทุกผู้คน”

“บัดนี้ช่างงดงามยิ่งนัก แดนต้องห้ามพันธนาการวิญญาณแห่งนี้ อีกไม่นานก็คงกลายเป็นขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสไหลเย็นเป็นแน่!”

จบบทที่ ตอนที่ 35 การปิดของแดนต้องห้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว