เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ของดีบนเส้นทางขึ้นเขา

ตอนที่ 7 ของดีบนเส้นทางขึ้นเขา

ตอนที่ 7 ของดีบนเส้นทางขึ้นเขา


ตอนที่ 7 ของดีบนเส้นทางขึ้นเขา

เมื่อได้ยินวาจาของสองสตรีข้างกาย เจียงเยี่ยนเทียนก็ยกมือขึ้นข้างละข้าง วางลงบนเรือนร่างอันงดงามที่อยู่ด้านหลัง

“อืม~~”

ป้านชิวและหนวนตงส่งเสียงแผ่วเบา ใบหน้างามแดงระเรื่อขึ้นทันที ก่อนจะหันไปมองทางลงเขาอย่างเงียบงัน

เรื่องของเย่เฟิงที่คุกเข่าขึ้นยอดเขานั้น เจียงเยี่ยนเทียนมิได้ประกาศให้โลกรู้

เพราะมีบางเรื่อง… หากปล่อยให้เล่าลือไปเอง ย่อมมีสีสันยิ่งกว่าการเห็นด้วยตาตนเอง!

ขณะเดียวกัน เย่เฟิงยังคงคุกเข่าขึ้นเขาต่อไป

เส้นทางขึ้นเขานั้นเป็นบันไดหิน นางสามารถก้าวได้ครั้งละหลายขั้นติดต่อกัน ก่อนจะคุกเข่าลงและคำนับ

สองข้างทาง แทบทุกระยะหนึ่งช่วงตัว จะต้องมีศิษย์สายคุมกฎยืนอยู่ จับจ้องมอง พร้อมแค่นหัวเราะเบาๆ

เสียงหัวเราะเย้ยหยันเหล่านั้น ยิ่งทำให้จิตใจของเย่เฟิงแน่วแน่ยิ่งขึ้น!

[สักวันหนึ่ง

หากวันใดข้ามีอำนาจอยู่ในมือ…

ข้าจะกวาดล้างสุนัขที่ชอบเย้ยหยันให้สิ้นไปจากใต้หล้า!]

เย่เฟิงเร่งฝีเท้าขึ้นมาอีก นางพุ่งไปข้างหน้าสามก้าว ก่อนจะคุกเข่าคำนับอีกครั้ง

แน่นอนว่า… ในหมู่เสียงหัวเราะเยาะ ก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความเวทนาเช่นกัน

ในระหว่างที่เย่เฟิงกำลังคุกเข่าอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ศิษย์พี่เย่เฟิง… ท่านยังไหวหรือไม่?”

“ยอดเขาผู้อาวุโสสูงเพียงนี้ ท่านจะไม่เป็นไรแน่หรือ?”

เย่เฟิงได้ยินแล้วก็หันไปมอง

เป็นสตรีนางหนึ่ง… ศิษย์สายคุมกฎ!

เมื่อได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย เย่เฟิงก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

ยังมีน้ำใจอยู่ในโลกนี้จริงๆ!

“ข้ามิเป็นอันใด เส้นทางนี้มิได้ถูกตั้งค่ายกลจำกัด สำหรับข้าแล้ว หาใช่เรื่องยากเย็นนัก!”

เย่เฟิงเผยรอยยิ้มบางๆ

ยอดเขาผู้อาวุโสมีความสูงกว่าสามพันจ้าง หากเป็นบุคคลธรรมดาย่อมต้องปีนป่ายด้วยความยากลำบาก

แต่เย่เฟิงเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตก่อตั้งรากฐาน แม้จะมิสามารถเร่งพลังเพื่อบินขึ้นไป แต่การเดินขึ้นโดยไม่มีข้อจำกัด ย่อมมิใช่ปัญหา

แม้จะรู้สึกอับอาย… แต่ก็ยังพอทนไหว!

ศิษย์หญิงผู้นั้นพยักหน้ารับ แล้วพลันเงยหน้าขึ้นกล่าวเสียงดัง

“ท่านผู้อาวุโส! ศิษย์เย่เฟิงกล่าวว่าเส้นทางนี้มิได้เป็นอุปสรรคต่อเขาแม้แต่น้อย!”

“ข้าคิดว่า… ท่านผู้อาวุโสน่าจะเพิ่มค่ายกลแรงโน้มถ่วงลงไป! ให้เขาได้ลิ้มรสความลำบากเสียหน่อย!”

“???”

เย่เฟิงที่เพิ่งก้าวขาออกไปถึงกับตัวแข็งค้าง

รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งทื่อ ริมฝีปากกระตุกไม่หยุด

บัดซบ! ตอนแรกคิดว่าเป็นสาวน้อยใจดีอ่อนโยน! ที่แท้กลับเป็นเทพโพธิสัตว์เหล็กกล้านี่เอง!!

นี่มันดอกบัวเหล็กไร้หัวใจชัดๆ!

บัดซบ!

ในขณะเดียวกัน เสียงของเจียงเยี่ยนเทียนก็ดังขึ้นจากฟากฟ้า

“โอ้ ที่แท้ศิษย์พี่เย่เฟิงมิได้รู้สึกลำบากเลย เช่นนั้นเพื่อแสดงถึงความจริงใจของเขา ข้าก็จักช่วยให้สมดังใจปรารถนา!”

สิ้นเสียง ทั่วทั้งภูเขาถูกปกคลุมด้วยม่านพลังสีดำทมิฬ

จากยอดเขาจรดเชิงเขา—แรงโน้มถ่วงแปรเปลี่ยน!

“อึก…! บัดซบ…!”

เย่เฟิงตัวแข็งทื่อ ในทันทีที่ม่านพลังแผ่กระจาย นางก็สัมผัสได้ถึงแรงกดทับมหาศาลที่โถมเข้ามา

ยิ่งเดินขึ้นไปสูงเท่าใด แรงกดทับก็ยิ่งเพิ่มขึ้น!

เย่เฟิงสุดจะทานทน นางหันขวับไปมองศิษย์หญิงผู้นั้น ก่อนเค้นเสียงลอดไรฟัน

“ข้า… ขอให้มารดาเจ้ามีชีวิตที่หอมหวาน!”

ศิษย์หญิงผู้นั้นหาได้ใส่ใจ นางเพียงกอดอกพลางแค่นเสียงเย็นชา ก่อนเบือนหน้าหนี

ต่อให้โกรธก็ต้องเดินหน้าต่อไป

เมื่อแรงโน้มถ่วงถูกเพิ่มขึ้นแล้ว ความเร็วของเย่เฟิงย่อมไม่อาจเทียบเท่าก่อนหน้าได้

แม้แต่การยกเท้าแต่ละก้าวยังต้องออกแรงมากขึ้นหลายเท่า

โดยเฉพาะตอนคุกเข่าลงคำนับ—เมื่อถึงเวลาลุกขึ้น ความกดดันยิ่งทวีคูณจนร่างกายแทบจะสั่นสะท้าน

นางเริ่มมีเหงื่อผุดซึมออกมาทั่วตัว แต่ก็ยังคงกัดฟันฝืนต่อไป

เวลาค่อยๆผ่านไป เย่เฟิงก็ค่อยๆเข้าใกล้กลางภูเขาเข้าไปเรื่อย ๆ

แต่ร่างกายของนางก็สูญเสียพลังงานไปมากแล้วเช่นกัน

“สหายน้อย เมื่อต้องเผชิญกับความลำบาก อย่าได้หวาดกลัว! วิธีขจัดความหวาดกลัวก็คือ เผชิญหน้ากับมัน!”

“คิดเสียว่านี่เป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่ง สู้เข้าไป!”

เสียงของผู้อาวุโสหลงดังขึ้นให้กำลังใจ

เย่เฟิงกัดฟันแน่น นางไม่คิดจะยอมแพ้ นางจะเดินหน้าต่อไปให้จบ!

ในที่สุด เมื่อมาถึงจุดกึ่งกลางของเส้นทาง นางก็รู้สึกว่า ร่างกายเริ่มปรับตัวกับแรงกดทับได้แล้ว

ความเร็วของนางจึงค่อยๆเพิ่มขึ้น

สามก้าว หนึ่งคำนับ

สามก้าว หนึ่งคำนับ

แต่แล้ว… นางก็รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา

เพราะเมื่อกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า เส้นทางที่เหลือดูเหมือนไม่มีใครยืนเฝ้าอยู่อีกเลย

แต่เย่เฟิงก็ไม่ได้คิดมาก นางยังคงเดินหน้าต่อไป

ยิ่งเดินไปข้างหน้า เส้นทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็น ดินโคลน

ทว่าเนื่องจากแรงลมพัดสวนทาง นางจึงมิอาจสัมผัสถึงสิ่งใดผิดปกติ

จนกระทั่ง—

เมื่อคุกเข่าลง และกำลังจะคำนับ

กลิ่นเหม็นรุนแรงก็พุ่งเข้าสู่จมูกโดยตรง!

เย่เฟิงชะงัก ก่อนจะมองลงไปที่มือของตนเอง

มันเปรอะเปื้อนไปหมด…

นางขมวดคิ้ว มองมันด้วยความสงสัย ก่อนจะยกขึ้นมาใกล้จมูกแล้วลองดม…

“อึก…! บัดซบ! นี่มัน…!!!”

“นี่มัน ขี้ นี่หว่า!”

“อ้วกกกกกกก!!”

เย่เฟิงถึงกับกระอักออกมาอย่างรุนแรง กระเพาะของนางบีบตัวปั่นป่วนราวกับถูกพลิกกลับด้าน!

ของเช่นนี้… ต่อให้เป็นสุนัขยังต้องสบถว่า—

“นี่มันบัดซบอะไรกัน!?”

เย่เฟิงตัวสั่นสะท้าน นางอ้าปากจะตะโกนด่า แต่กลิ่นเหม็นก็พุ่งเข้าเต็มจมูกจนต้องกระอักออกมาเสียก่อน!

“เจียงเยี่ยนเทียน! เจ้า… อ้วกกก!!”

“อ้วกกก~!!”

นางมิอาจทานทนได้อีกแล้ว!

นางทรุดกายลงกับพื้น พลางอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง ราวกับจะคายทุกสิ่งในกระเพาะออกมาให้หมด!

นี่มันเป็นไปมิได้!

ของเสียเช่นนี้ มิอาจเป็นอุจจาระของสัตว์วิญญาณที่บังเอิญมาอยู่ที่นี่!

นี่มันเป็นฝีมือของเจียงเยี่ยนเทียนแน่นอน!

มันต้องให้คนไปจับสัตว์เหล่านั้นมา แล้วปล่อยให้มันถ่ายทิ้งไว้ที่นี่!

แผละ! แผละ! แผละ!

เสียงอาเจียนดังต่อเนื่อง แม้แต่น้ำย่อยในกระเพาะก็คายออกมาจนหมด!

ส่วนเจียงเยี่ยนเทียน…

นั่งชมอยู่บนยอดเขา หัวเราะจนปวดท้อง!

(คนแปลก็หัวเราะไม่ไหวแล้ว~~)

เสียงแจ้งเตือนค่าความอัปยศยังคงดังขึ้นต่อเนื่องในหัวของเขา

ดี!

ดีมาก!

แต่ยังไม่พอ!

เจียงเยี่ยนเทียนเหลือบมองลงไปเห็นเย่เฟิงที่เริ่มฝืนตัวลุกขึ้น พยายามก้าวเดินไปข้างหน้าต่อ

เขาจึงยกมือขึ้น… เตรียมพร้อมปล่อยหมัดเด็ด!

เย่เฟิงกัดฟันฝืนความสะอิดสะเอียน นางคุกเข่าลงอีกครั้ง แต่มิกล้าก้มศีรษะลงแตะพื้นอีกต่อไป!

ทว่า…

ในขณะที่นางกำลังจะโขกศีรษะลงไป—

แรงกดทับมหาศาลพุ่งลงมาทับร่างนาง!

“อึก!”

แรงโน้มถ่วงพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัว!!

ร่างของนางถูกกดทับโดยมิทันตั้งตัว ศีรษะพุ่งลงไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเต็มแรง!

“อ๊ากกกก! อ้วกกก!!”

และในจังหวะนั้นเอง… ของเหลวบางอย่างพุ่งเข้าไปในปากของนางโดยมิทันตั้งตัว!

“แบะ~~!!!”

“บัดซบ!! บัดซบที่สุด!!!”

“อ้วกกกกกก!!!”

เย่เฟิงดีดตัวขึ้นอย่างตื่นตระหนก นางบ้วนน้ำลายอย่างบ้าคลั่ง มือปัดถูใบหน้าอย่างไม่คิดชีวิต

【“ติ๊ง! เย่เฟิงกินของดีเข้าไปโดยมิได้ตั้งใจ ค่าความอัปยศ +10,000”】

【“ค่าความอัปยศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง! +100 ต่อวินาที!”】

ถึงจุดนี้…

แม้แต่นางก็ไม่อาจทนได้อีกแล้ว!

นางตวาดก้อง ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำอยู่ในหัวใจ!

[ไม่มีสิ่งใดจะทำให้ข้าตกต่ำได้มากกว่านี้อีกแล้ว!]

นางมิได้ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำ แต่นางระบายมันออกมาด้วยวิธีที่ดุดันกว่าเดิม!

สามก้าว! คุกเข่า! คำนับ!

สามก้าว! คุกเข่า! คำนับ!

ทุกจังหวะล้วนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น!

[ข้าจะใช้ความอัปยศนี้ หล่อหลอมตัวข้าให้แข็งแกร่งขึ้น!!]

ความเร็วของเย่เฟิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นางไม่สนใจสิ่งใดที่อยู่เบื้องล่างอีกต่อไป

ทุกครั้งที่คุกเข่าลงคำนับ นางจะตะโกนคำเดียว—

“บัดซบ!”

ยิ่งถูกเหยียดหยามมากเท่าใด นางยิ่งคุกเข่าเร็วขึ้นเท่านั้น!

แน่นอนว่า เจียงเยี่ยนเทียนยังคงมีเมตตาเสมอ

เขาให้ป้านชิวเตรียมอาหารไว้ที่ทางเข้ายอดเขา เพื่อให้เย่เฟิงได้กินฟื้นฟูกำลัง

ส่วนจะกินลงหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของเย่เฟิง

แต่ข้าได้ทำความดีแล้ว!

หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเยี่ยนเทียนก็หันไปบอกป้านชิวและหนวนตง “ข้าจะไปตกปลาที่สะพานสองเซียน จากนั้นต้องเข้าร่วมประชุมสำนัก กว่าจะกลับก็คงเป็นช่วงค่ำ”

“รับทราบ คุณชาย!” ป้านชิวและหนวนตงกล่าวพร้อมกัน

เจียงเยี่ยนเทียนมิคิดรั้งรอ เขาหายวับไปจากที่เดิมทันที

ผ่านไปเนิ่นนาน ป้านชิวและหนวนตงก็เห็นร่างหนึ่งก้าวขึ้นมาถึงยอดเขา

เย่เฟิง… มาถึงแล้ว

แต่สภาพของนางนั้น…

เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล ที่แห้งเกรอะกรังไปทั่วร่าง

กลิ่นเหม็นลอยฟุ้งไปทั่ว

ป้านชิวและหนวนตงถึงกับถอยหลังโดยมิรู้ตัว มิคิดเข้าไปใกล้แม้แต่น้อย

เย่เฟิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเปล่งเสียงก้อง

“ศิษย์ยอดเขาชิงหลาน เย่เฟิง ขอเข้าคารวะผู้อาวุโสคุมกฎ!”

“ศิษย์ได้กระทำการลบหลู่ผู้อาวุโสระหว่างปฏิบัติหน้าที่! บัดนี้สำนึกผิดแล้ว!”

เสียงของนางดังก้อง

แม้จะเต็มไปด้วยความอัปยศ แต่นางมิอาจแสดงออกได้!

คำพูดนั้น มิอาจเปลี่ยนแปลงอำนาจของคนแข็งแกร่งได้

ต่อให้เจ็บแค้นเพียงใด นางต้องอดทนไว้!

ป้านชิวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านผู้อาวุโสออกไปเข้าร่วมประชุมสำนักแล้ว”

“ส่วนจะกลับมาเมื่อใด… ท่านมิได้แจ้งไว้”

“แต่ว่า—”

“ท่านผู้อาวุโสรู้ว่าเจ้าต้องลำบากปีนขึ้นมาที่นี่ จึงสั่งให้พวกข้าเตรียมอาหารไว้ให้เจ้าด้วย”

“ศิษย์น้องเย่เฟิง เจ้าสามารถรับประทานได้ตามอัธยาศัย”

“….”

ใบหน้าของเย่เฟิงเขียวคล้ำในทันที

[บัดซบ! ไอ้สารเลวเจียงเยี่ยนเทียน!

มันรู้ว่าข้าต้องเจออะไรมา!

มันรู้ว่าข้าต้อง กลืนขี้ ไปก่อนหน้านี้!

แต่มันยังสั่งให้เตรียมอาหารให้ข้า!?

นี่มิใช่การเย้ยหยันอย่างชัดเจนหรอกหรือ!?

ข้าจะกินลงได้อย่างไร!?

และที่สำคัญที่สุด—

ข้าอุตส่าห์คุกเข่าขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว

แต่เจียงเยี่ยนเทียนกลับออกไปแล้ว!?

แล้วเช่นนี้นับว่าจบแล้วหรือไม่?

หรือต้องรอให้มันกลับมาเพื่อรับคำยืนยันก่อน ถึงจะสามารถจากไปได้!?]

( February 5th 2025: นิยายเรื่องนี้เขียนเอาฮาชัดๆ หัวเราะไม่ไหว ~~~)

(หลังจากเย่เฟิงถูกตอนหำ คำเรียกจะเป็น นาง แทนที่จะเป็น เขา)

จบบทที่ ตอนที่ 7 ของดีบนเส้นทางขึ้นเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว