เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)

บทที่ 7 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)

บทที่ 7 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)


บทที่ 7 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)

 

ในตอนที่มองเห็นฉากแบบนี้ยูอิลฮานก็ยังคงสงบนิ่งอย่างผิดคาด ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าเขาได้คิดมาตลอดอยู่แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในซักวัน

บางทีคนอื่นๆก็อาจจะยังกังวลในเรื่องนี้อยู่ในสักมุมหนึ่งของหัวใจเหมือนกัน จริงๆแล้วพวกคนอื่นๆน่าจะรู้ในเรื่องนี้ดีกว่ายูอิลานซะอีกเนื่องจากว่าพวกเขาได้ไปมีประสบการณ์ในต่างโลกถึง 10 ปี มันไม่ใช่ว่าทุกๆคนรู้ดีหรอกว่าโลกก็จะต้องเป็นแบบนี้ในตอนที่เกิดหายนะครั้งใหญ่

ยังไงก็ตามพวกเขานั้นก็ยังเตรียมตัวไม่พออยู่ดี พลังในการนำไปสู้กับมอนสเตอร์มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรู้ได้แค่การมองและเลเวลของมอนสเตอร์ก็ดูจะสูงทีเดียว

พวกเขาทั้งหมดได้ตัดสินใจสถานการณ์ผิดพลาดหรือไม่ก็ย่ามใจเกินไป

[การฝึกหัดมันได้จบลงไปแล้ว พระเจ้าได้ให้ทุกๆอย่างที่ท่านทำให้มนุษย์ได้แล้ว นับแต่นี้ไปมนุษย์จะต้องพึ่งพาตัวเอง]

เสียงของเอิลต้าฟังดูค่อนข้างจะห่างเหิน จากนั้นยูอิลฮานก็รู้สึกได้ว่าเธอได้มองภาพนี้ด้วยสายตาที่ต่างออกไป เขาเชื่อเลยว่าเธอจะไม่ช่วยเขาแน่ไม่ว่าเธอจะมีพลังมาแค่ไหนก็ตามที

มันดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะยังไม่มีใครเสียชีวิต แต่ยังไงก็ตามมันเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแมลงพวกนั้นกำลังมาทางอาคารที่ยูอิลฮานอยู่อย่างช้าๆ

"กรี๊ดดดด"

"ทำยังไงดี? พวกเราวิ่งกันเถอะ"

"ทุกคนใจเย็นโกน โรงเรียนได้ทำการติดต่อกับ..."

"ใครอยากจะตั้งตี้กับฉันไปล่ามันมั้ง"

"ที่นี่ ที่นี่เกิดเหตุร้ายขึ้น!"

"วิ่งสิเห้ย!"

"ห้องการเงิน วิ่งไปที่ห้องการเงินกัน!"

"ไปชั้นด่านฟ้าไม่ดีกว่าหรอ!?"

นักเรียนที่รู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้กรีดร้องวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที อาจารย์ก็ยังถอนหายใจและตามเหล่านักศึกษาไป เพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานถูกทิ้งเอาไว้ในห้องเรียนในทันที เรื่องนี้เป็นที่สงสัยมากว่าเป็นเพราะทักษะพิเศษของเขาอีกหรือป่าว

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะนั่งนิ่งๆอยู่ในห้องเรียนนี้คนเดียวอยู่แล้ว

ยูอิลฮานได้มองออกไปนอกหน้ต่างอีกครั้งและถอนหายใจออกมาสั้นๆ จากนั้นก็เริ่มขยับ

[คุณกำลังวางแผนจะไปสู้ ใช่ไหม?]

"เจ้าพวกนั้นมันดูอ่อนแอกว่าวาฬอีกนะ นี่ไม่ใช่ว่าเป็นโอกาสดีหรอ?"

[มอนสเตอร์แตกต่างไปจากสัตว์ป่า ทั้งผิวหนัง... ชั่งเถอะในกรณีของเจ้าพวกนี้ก็แค่ปีกแข็งขึ้นจนผิดปกติและการเคลื่อนไหวที่เปลื่ยนไป ยังไงก็เถอะ.... มันดูไม่น่าจะอันตรายเท่าไหร่นี้จึงเป็นโอกาสดีในการเพิ่มเลเวล]

"ใช่แล้ว ฉันจะไม่เคลื่อนไหวแน่ถ้ามันอันตราย"

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆในขณะที่หัวเราะเยาะตัวเขาเองก่อนที่จะเดินไปที่ที่โต๊ะและดึงขาโต๊ะออกมา

เขาไม่ได้ดึงขาโต๊ะออกมาแค่อันเดียวเท่านั้น ขาโต๊ะที่เขาได้ดึงออกมามีทั้งหมดสี่อันและฉีกเสื้อของเขาออกมาเพิ่มใช้ในการสร้างอาวุธต่างๆขึ้นทั้งหอกสั้น ดาบสั้น

[....คุณชำนาญงานฝีมือด้วย]

"ใช่แล้ว ฉันเบื่อที่จะอยู่เฉยๆก็เลยฝึกมันน่ะแล้วก็ฉันทำได้ดีกว่านี้อีกนะ"

[ลิต้า....!]

กล้ามเนื้อของเขาได้ถูกเผยออกมาให้เห็นจากการที่เสื้อของเขาถูกชีกไป ร่างกายของเขาที่ได้รับการฝึกมาอยากหนักจนอยู่ในจุดสูงสุดแล้วได้เผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย

ยังไงก็ตามนี้มันก็เป็นร่างกายของเขาเองดังนั้นยูอิลฮานจึงได้วิ่งออกไปจากห้องเรียนโดยไม่ได้รู้ตัวถึงสิ่งนี้สักนิด ในตอนแรกเขากะจะตรงไปต่อสู้ในทันทีแต่ไม่นานนักเขาก็นึกได้ถึงบางอย่าง

"ไม่ว่าสกิลปกปิดของฉันมันจะมีระดับสูงแค่ไหน คนอื่นๆก็จะต้องจำฉันได้หากฉันไปทำตัวเด่นใช่ไหม?"

[หน้ากากก็น่าจะพอแล้ว มันจะช่วยในการเพิ่มผลของสกิลปกปิด]

ถ้าเป็นหน้ากากเขาก็คิดขึ้นมาได้อย่างนึงว่ามันมีอยู่ในร้านเครื่องเขียนที่อยู่ชั้นใต้ดินของตึกนี้

เมื่อเขาคิดได้แบบนี้เขาก็ไปที่นั่นในทันทีโดยการวิ่งไปทางบันได กระโดดออกจากราวและคว้าจับไปที่เสาให้ตัวเขาไหลลงไปเลื่อยๆ เมื่อมาถึงเขาก็เลือกที่จะหยิบเอาหน้ากากมาแบบสุ่มๆซึ่งคือหน้ากากไอรอนแมนและใส่มันลงไป

และนี่ก็เป็นเวลาอีกแค่ 10 วินาทีเท่านั้นเอง

"แล้วเราควรจะไปไหน?"

เขาได้กระโดดลงมาชั้นล่างสุดและไปที่ตรงกลางสนามทันที บังเอิญมากที่มีตั๊กแตนขนาดเท่ามนุษย์กำลังทำลายประตูของตึกบริหารนี้อยู่

[กี้้]

"ฟุฮ่าห์"

ยูอิลฮานได้ลอยผ่านอากาศไปพร้อมกับเสียงแปลกๆของเขา ในตอนนั้นเองลูกเตะที่คมกริบของเขาก็ได้ลงไปบนหัวของตั๊กแตนแล้ว หัวของมันได้ระเบิดออกมาด้วยเสียงที่ไม่น่าพอใจนัก 'โพ๊ะ'

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 800]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 3 สุขภาพ +2 พลังเวทย์ +2 พละกำลัง +3 ความว่องไว +3]

[คุณได้ปลุกความเชี่ยวชาญการต่อสู้ทางกายภาพ เลเวล:สูงสุด ขึ้นแล้ว คุณจะสามารถวิวัฒนาการเลเวลของสกิลนี้ได้ถ้าหากคุณวัสดุวิวัฒนาการสกิล]

[คุณได้รับบันทึกของตั๊๊กแตนยักษ์เลเวล 13]

ข้อความได้ปรากฏขึ้นตรงม่านตาของเขาในทันทีและจากนั้นก็หายไป จากนั้นเองจู่ๆพละกำลังที่น่าทึ่งก็ได้เต็มอยู่ในร่างของเขา

เลเวลก็คือระบบความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกที่ได้มาเชื่อมต่อเข้ากับบันทึกอคาชิคทำให้เกิดมาเป็นเลเวลขึ้นมา การฆ่าศัตรูนั้นคือการขโมยบันทึกของศัตรูมาและรวมไปถึงแม้แต่ศักยภาพของศัตรู

เขารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาได้แข็งแรงขึ้น ก้อนมานาที่มีขนาดเท่าเม็ดขาวของเขาได้ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและส่องแสงจางๆออกมาภายในหัวใจของเขา

นี้เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและน่าพิศวงอย่างแท้จริง แล้วนี่คือสิ่งที่มนุษยชาติได้มีประสบการณ์มาเป็นเวลา 10 ปีงั้นสิ? เขาได้รู้สึกอิจฉาจนถึงขนาดที่ความอิจฉามันสามารถจะฆ่าเขาได้เลย

'แต่ว่าในตอนนี้ฉันก็ไม่ได้แตกต่างแล้ว'

ยูอิลฮานได้ลงมายืนบนพื้นและยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ที่เขายิ้มขึ้นมานี่ไม่ใช่เพราะการที่เขาเลเวลขึ้นแต่เป็นเพราะว่าเขาพอใจกับการต่อสู้ในครั้งแรกของเขา ความรู้สึกนี้มันต่างไปจากการที่เขาล่าสัตว์ป่าธรรมดาเพื่อที่จะชำแหละมาก นี้มันให้ความรู้สึกที่ป่าเถื่อน รุนแรงและน่าตื่นเต้น

ข้อมูลใหม่ๆและแรงกระตุ้นใหม่ๆนี้ยูอิลฮานชอบมัน ในขณะนั้นนางฟ้าเอิลต้าก็ได้พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

[คุณดูจะมีความสุขกับความรุนแรงนะ]

"...."

พื้นที่ลานกว้างที่เต็มไปด้วยแมลงได้ตกลงไปอยู่ในความเงียบอีกครั้ง พวกแมลงดูจะไม่คิดว่าพรรคพวกของมันจะตายง่ายแบบนี้

ยังไงก็ตามมันก็แค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น สายตาของเหล่ามอนสเตอร์ได้จ้องเขม็งมาทางมนุษย์ที่ฆ่าตั๊กแตนยักษ์ทันที

[กี้ซ]

"กิ๊ก กิ๊ก"

[กี้ซซซซซ]

บางทีอาจจะเป็นเพราะการที่พรรคพวกของมันตายทำให้แม้แต่มอนสเตอร์ทที่โ๗มตีอาคารอื่นๆอยู่ได้เริ่มหันมาสนใจยูอิลฮานทันที จำนวนของพวกมันมีไม่น้อยไปกว่า 40 ตัวแล้ว

ยูอิลฮานได้พูดขึ้นอย่างสงบในขณะที่มองภาพแบบนี้

"ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าฉันยังไม่ได้เรียนวิธีต่อสู้เป็นกลุ่มเลย"

[แค่ขยับร่างกายก็พอแล้ว มอนสเตอร์พวกนั้นไม่มีทางฆ่าคุณได้ด้วยพลังของมันในตอนนี้แน่นอน]

ยูอิลฮานได้ออกไปวิ่งในทันทีเหมือนกับใช้คำพูดของเอิลต้าเป็นสัญญาณ มอนสเตอร์แมลงก็ยังเคลื่อนไหวออกมาราวกับพวกมันรอคอยเขาอยู่

[กี้]

ตัวแรกที่เข้ามาคือแมลงลูกบอลมันได้ม้วนตัวกลิ้งเข้ามาหาเขา ด้านบนของแมลงลูกบอลก็ยังแมลงวันพึงเข้ามาหาเขาอย่างน่าอึดอัดใจ

ยูอิลฮานได้จัดการระเบิดหัวของแมลงวันก่อนด้วยการขว้างขาโต๊ะออกไป จากนั้นก็หยิบเอาหอกสั้นออกมาจากเอวฟันเข้าใส่แมลงลูกบอล

ตัวของแมลงลูกบอลได้แตกกระจายออกมาพร้อมๆกับเสียง 'โพ๊ะ' ที่น่าฟังคล้ายกับลูกแตงโมที่แตกออก ขาโต๊ะใช้งานได้ผลอย่างน่าทึ่ง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 700]

[คุณได้ปลุกสกิลความเชี่ยวชาญหอก เลเวลสูงสุด คุณสามารถจะวิวัฒนาการสกิลนี้ได้ถ้าหากคุณมีวัตถุดิบวิวัฒนาการ]

[คุณได้รับบันทึกแมลงวันยักษ์เลเวล 11]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 850]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 4 พละกำลัง +2 ความว่องไว + 1 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

[คุณได้รับบันทึกแมลงลูกบอลยักษ์เลเวล 14]

"นี้มันเป็นประโยชน์มาก"

[ข้างบน]

พวกยุงดูจะเป็นเพื่อนกับแมลงวันพวกนั้น พวกมันได้เข้ามาหาเขาพร้อมกันถึงสามตัวในครั้งเดียว ยูอิลฮานได้กระโดดขึ้นไปโดยใช้ศพของแมลงลูกบอลเป็นฐานกระโดดและในขณะเดียวกันเขาก็ได้จับปากของยุงเอาไว้พร้อมเหวี่ยงดาบสั้นไปตัดที่หัวของยุงพวกนี้

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 400]

[คุณได้รับบันทีกยุงยักษ์เลเวล 7]

ในตอนนั้นเองหนึ่งในยุงได้เข้ามาด้านหลังของยูอิลฮานอย่างรวดเร็วและพยายามที่จะกัดหลังของเขา แต่ว่าโชคร้ายที่มันดูถูกแผ่นหลังของยูอิลฮานเกินไป สำหรับยุงที่เลเวลตำแบบนี้มีแต่ปากพังจากการเจาะผิวหนังหนาๆของเขา

"กล้ามากนะ!"

ในขณะที่ปล่อยให้ศพของยุงตัวก่อนหน้าหล่นลงไป เขาก็กระโดดถอยหลังกลับและเหวี่ยงหอกสั้นของเขา ในตอนที่หอกสั้นโดนปากและหัวของยุงอย่างพอดีเปะทำให้สภาพมันเป็นเหมือนกับในตัวก่อนหน้านี้ ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ได้บินมาหาเขาอย่างอย่างมุ่งร้ายแต่แม้อย่างนั้นมันก็ถูกอิลฮานจับตัวและเหวี่ยงมันไปมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 300]

"ยุงโจมตี!"

[กี้!!!!]

ยูอิลฮานที่ได้ลงมาถึงพื้นแล้วก็ยังคงจับปากของยุงเอาไว้และเหวี่ยงมันเข้าใส่ผึ้งยักษ์ที่บินเข้ามาหาเขาอย่างรุนแรง

ยุงได้ถูกฆ่าโดยเหล็กในของผึ้งและบางทีอาจจะเป็นเพราะไม่ว่าผึ้งจะวิวัฒนาการไปยังไงแต่การที่ปล่อยเหล็กในออกไปมันก็ยังคงตายเหมือนกับผึ้งปกติอยู่ดี นี้เป็นความตายที่กล้าหาญจริงๆ

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 350]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 580]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 5 พละกำลัง +2 ความว่องไว +1 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

[คุณได้รับบันทึกผึ้งยักษ์เลเวล 10]

[เมื่อดูการที่มันตายด้วยการโจมตีของตัวเองดูเหมือนว่ามันยังไม่ได้กลายเป็นมอนสเตอร์โดยสมบูรณ์สินะ แต่ว่าเลเวลนี้มันอะไร...หืมม....]

"ฟู่ สดชื่น!"

เมื่อเขามองออกไปด้านยหน้าเขาก็ได้เห็นถึงตั๊กแตนที่ดูคล้ายกับตัวแรกที่เขาฆ่าไปแต่มันตัวใหญ่กว่าประมาณ 1.5 เท่า

หลังจากเขาได้รู้ถึงตัวตนของตั๊กแตนนี้แล้วเคียวของมันก็ได้ส่งสัญญาณที่อันตรายออกมาได้เหวี่ยงเข้าใส่เขาโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หยุดพัก

"ชิ"

ยูอิลฮานที่หลบเคียวได้อย่างฉิวเฉียดได้ปาหอกสั้นไปด้านหลังเพื่อที่จะจัดการดับลมหายใจของแมลงวันที่บินเข้ามาหาเขาจากอีกทางก่อนและในตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขาก็ว่างเปล่าแล้ว เขาได้กลิ้งถอยหลังกลับไปเพื่อสร้างระยะห่างจากตัวตั๊กแตนยักษ์

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 380]

[มอนสเตอร์มีกำลังเสริม]

[กี้]

[กี๊ซซซซซซซ]

ก่อนหน้านี้พวกมันไปหลบอยู่ที่ไหนกัน? แมลงวัน ยุง ตั๊กแตน แมลงลูกบอล ตะขาบและยังแม้แต่แมลงสาบ! เขาได้เดาะลิ้นขึ้นและขยับตัวทันที

"หึ"

[ก๊าาา]

เขาได้ใช้สองมือจับหอกสั้นที่เหลืออยู่อีกสองอันออกมาและเหวี่ยงมันออกไปโดยที่แมลงเหล่านี้ยับยั้งไม่ได้แม้แต่นิด แมลงที่มาใหม่นี้ต่างก็ล้มลงไปตัวแล้วตัวเล่าอย่างไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้ายูอิลฮาน

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 700]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 550]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 950]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 6 พละกำลัง +1 ความว่องไว +2 สุขภาพ +1 พลังเวทย์ +1]

ของเหลวแมลงได้กระเด็นมาเต็มตัวเขาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมัน สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือมอนสเตอร์ที่มาเป็นศัตรูกับยูอิลฮานนี้ทำให้เขาสามารถจะเอาเทคนิคที่ฝึกเป็นเวลานานออกมาใช้ได้แล้ว ยูอิลฮานในตอนนี้กำลังอาละวาดอยู่ในดงของเหล่ามอนสเตอร์

และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่ง ได้มีบางอย่างแวบเข้ามาในสายตาของเขา

"หืม?"

ผึ้งที่กำลังจะต่อยเขาได้ร่วงลงไปกับพื้นก่อนที่มันจะได้ร้องออกมาซะอีก เมื่อยูอิลฮานได้เงยหน้าขึ้นเขาก็พบกับสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจับจ้องมาทางเขา ไม่สิ ไม่ใช่เขาแต่เป็นผึ่งที่พึ่งจะล่วงลงไปท่ามกลางศพแมลงนับไม่ถ้วน

ผู้หญิงคนนี้ก็ยังใส่หน้ากากฮัคงี่เง่าๆที่ขายอยู่ในร้านเครื่องเขียนในชั้นใต้ดินอีกด้วย

"ไม่สิ ไอรอนแมนของฉันมันแย่กว่าอีก....!"

[หยุดพูดไร้สาระและไปฆ่ามอนสเตอร์เถอะน่า!]

ถึงแม้ว่าเขาจะขบคิดอยู้แต่ว่าเขาก็ไม่ได้หยุดการกวาดล้างมอนสเตอร์เลยแม้แต่นิด ผู้หญิงหน้ากากฮัคก็ยังปล่อยสายฟ้าออกมาจากมือโจมตีมอนสเตอร์อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

[ปริมาณมานานั่นไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว เธอเติบโตขนาดนี้ได้ยังไงกันในแค่วันเดียว...]

"ไม่ใช่ว่าเพราะการที่เธอเลเวลอัพเหมือนฉันหรอ"

[โอ้ นี่มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะ.... แต่ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่ามานาจะฟื้นคืนมาในตอนที่เลเวลอัพ]

"ก็เพราะว่าแรงของฉันมันกลับมาในทุกๆครั้งที่ฉันเลเวลอัพไงล่ะ!"

เมื่อหน้ากากฮัคได้เข้ามาร่วมสู้แล้วไม่นานนักสถานการณ์ก็ได้เริ่มสงบลงแล้ว ตอนที่เธอมามันก็ไม่ได้มีมอนสเตอร์เหลืออยู่มากตั้งแต่แรกแล้วและพลังโจมตีของเธอก็ยังฆ่ามอนสเตอร์ได้ในครั้งเดียว

แต่ว่าในตอนนั้นเองกองกำลังทหารที่ได้รู้เรื่องการบุกของมอนสเตอร์ก็ได้มาถึงแล้ว ยังไงก็ตามฉากที่พวกเขาเห็นมันไม่ใช่สถานที่ๆเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ ฉากที่พวกเขาได้เห็นคนชายคนหนึ่งที่สวมหน้ากากไอรอนแมนได้จัดการฉีกตะขาบตัวสุดท้ายขาดครึ่งด้วยลูกเตะของเขา

"ผมขอโทษด้วย แต่ว่ารถบรรทุกขึ้นเนินเขามาไม่ได้.... โอ้ว!?"

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 1,250]

[คุณได้กลายเป็นเลเววล 7 พละกำลัง +1 สุขภาพ +2 พลังเวทย์ +2]

ยูอิลฮานได้พลิกดูศพของตะขาบพร้อมพึมพัมขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจทหารเลย

"มันไม่ได้มีลูกแก้วพลังอะไรแบบนี้เลยหรอ?"

[ถ้าคุณหมายถึงหินพลังเวทย์ล่ะก็มันมีอยู่นะ]

"โอ้ มันมีอยู่จริงๆหรอ?"

[คุณไม่ได้บอกว่าคุณได้เรียนรู้การชำแหละมาหรอ? สำหรับมอนสเตอร์ประเภทแมลงแล้วคุณจะต้องเอาส่วนกระดองที่แข็งที่สุดออกมาซึ่งมันกลายเป็นแบบนี้เพราะมานาและหินพลังเวทย์ ฉันบกวิธีกำคุณไปแล้วดังนั้นก็ทำซะสิ]

"โอเค รอเดี๋ยวนะ"

ยูอิลฮานได้จับที่ข้อต่อของตั๊กแตนยักษ์ตัวืที่เล็กที่สุดและดึงขาหน้าเคียวของมันออกมา ทหารที่กำลังจะเขามาได้หยุดลงเพราะความตื่นตระหนกกับฉากนี้ทันที

"เขาคนนั้นเป็นใครกัน? เลเวลของเขามันเท่าไหร่นะ?"

"เขาได้รับพละกำลังมากขนาดนี้ได้ยังไงกันในวันเดียว?"

"นั่นเขาเตะแล้ว!"

ไม่ว่าใครจะพูดยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ได้เริ่มต้นการชำแหละมอนสเตอร์ตัวแรกแล้วโดยที่ไม่สสนใจซักนิด เขากินเนื้อของมันไม่ได้ทำให้เขาโยนมันทิ้งออกไปและตามที่เอิลต้าได้บอกกับเขามา เขาได้เอาส่วนที่แข็งที่สุดของกระดองและหินพลังเวทย์ออกมา

ขาหน้าเคียวของตั๊กแตนยักษ์นั้นคมมากๆทำให้เมื่อมันอยู่ในมือของยูอิลฮษนแล้วมันได้กลายเป็นเครื่องมือในการชำแหนะซากของมอนสเตอร์ชั้นดีจนทำให้ดาบปกติไร้ประโยชน์ไปทันที

[คุณได้ปลุกสกิลชำแหละ เลเวลสูงสุด]

มันเห็นได้ชัดเลยว่าทหารและแม้แต่หญิงสาวหน้ากากฮัคก็ทำได้แต่จ้องมองการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวาของเขาอย่างตกตะลึง

เมื่อคนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยืนยันกันแล้วว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดได้หายไปแล้วพวกเขาก็เริ่มออกมาแต่ว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าไปใกล้ยูอิลฮาน

"แล้วนี่หรอ?"

ในขณะที่เขาได้แยกซ่อนตะขาบหินสีน้ำเงินเล็กๆก็กลิ้งออกมา เมื่อเขาได้หยิบมันขึ้นมาและถามกับเอิลต้าเบาๆ เอิลต้าก็หยักหน้าของเธอ

[มันคือหินพลังเวทย์ มันเป็นการตกผลึกของมานา มันคือพลังงานประสิทธิภาพสูงและในเวลาเดียวกันมันก็ยังเป็นต้นกำเนิดของอาร์ติแฟคทุกๆชนิด]

หลังจากนั้นยูอิลฮานก็เช็ดมันกับพื้นหญ้าและเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าจากนั้นเขาก็เปลื่ยนเป้าหมาย แน่นอนว่าด้วยความที่เขาเป็นชายชาวเกาหลีที่มีมารยาทเขาจึงไม่ได้ไปแตะต้องมอนสเตอร์ที่หญิงสาวหน้ากากฮัคฆ่าเลย ศพของมอนสเตอร์ที่หญิงสาวหน้ากากฮัคฆ่าทุกๆตัวจะมีร่องรอยการถูกเผาอยู่มันจึงทำให้เขาแยกแยะได้ไม่ยากเลย

มันไม่ใช่ว่ามอนสเตอร์ทุกตัวจะมีหินพลังเวทย์และก็ไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีกระดองแข็งๆดังนั้นหินพลังเวทย์ที่เขาได้จึงน้อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้ มีหินพลังเวทย์ขนาดเท่าเม็ดข้าว 8 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดข้าวฟ่า 1 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดข้าวโมด 1 ก้อน ขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือ 1 ก้อน และมีกระดองที่แข็งๆไม่มากนัก

"ฟู่ววว.... โอ้ว"

ยูอิลฮานได้เงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับชาวนาที่เพียงจำทำไร่เสร็จ แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่างผู้หญิงหน้ากากฮัคได้จ้องมาที่เขาแถมเธอก็ยังไม่ได้ขยับไปจากที่ๆเธอปรากฏตัวในตอนแรกแม้แต่นิด

ผู้คนที่ออกมาจากอาคารและทหารที่มาช้าเกินไปต่างกลืนน้ำลายเมื่อมองดูการเผชิญหน้าของฮีโร่ทั้งสองคนนี้

นี่คือการพบกันของสองผู้แข็งแกร่งที่สุดในกรุงโซ, ไม่สิในประเทศเกาหลีหรืออาจจะเป็นทั้งโลกด้วยซ้ำ พวกเขาจะพลาดฉากประวัติศาสตร์นี้ได้ไปยังไงกันเล่า?

"เอ่อ...."

หญิงสาวหน้ากากฮัคได้พูดขึ้นอย่างระมัดระวัง เสียงของเธอดูสงบนิ่งจนผิดขาด

"คุณช่วย... ชำแหละให้ฉันได้ไหม?"

ยูอิลฮานได้ตกอยู่ในความคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบกลับไป

"ฉันจะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่?"

นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของเขากับจักรพรรดินี

จบบทที่ บทที่ 7 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว