เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (3)

บทที่ 6 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (3)

บทที่ 6 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (3)


บทที่ 6 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (3)

 

นางฟ้าตัวจิ่วเอิลต้าที่เข้ามาในห้องของเขาไม่ได้สนใจการเกริ่นอะไรซักนิด เธอได้เริ่มพูดในสิ่งที่เธอต้องการทันที

[สำหรับมนุษย์แล้วพลังงานที่อยู่ๆก็โผล่ขึ้นมาอย่างมานาแล้วจัดการควบคุมได้ยากมาก นี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษยชาติถึงต้องไปใช้เวลาในโลกอื่นถึง 10 ปีเพื่อที่จะได้มีประสบการณ์กับพลังนี้เป็นเวลาหลายปีทำให้เป็นไปได้ที่จะใช้มานา]

"มนุษยชาติที่ว่านั่นไม่รวมฉัน"

ยูอิลฮานได้แย้งขึ้นมาทำให้เอิลต้าได้แสดงความรำคาญอย่างเห็นได้ชัดบนใบหน้าและพูดต่อ

[นางฟ้าลิต้าได้ใช้จุดแข็งข้อนี้เพื่อใช้ขอให้มอบความช่วยเหลือให้กับมนุษย์ยูอิลฮาน เธอบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเอามากๆที่ถูกทิ้งไว้ไว้ทำได้เพียงแค่ฝึกร่างกายเล็กๆน้อยๆ เพราะแบบนี้เธอจึงได้ร้องขอให้ส่งนางฟ้ามาเพื่อช่วยตัวเขาให้ปรับตัวเข้ากับมานาได้ในเวลาอันสั้น]

เมื่อได้ยินว่าลิต้าได้ก้าวออกมาเพื่อช่วยตัวเขาทำให้ยูอิลฮานใจเต้นแรงขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะจากกันไปโดยไม่ได้กล่าวลาเลย แต่เธอก็ยังดูเหมือนจะเป็นห่วงยูอิลฮานอยู่

[เพราะการอ้างสิทธิ์นี้ของเธอทำให้คำขอของเธอได้รับการอนุมัติ ลิต้าอยากที่จะรับบทบาทหน้าที่นั้นด้วยตัวเองแต่เนื่องจากการตัดสินจากเบื้องบนกังวลกับการข้องเกี่ยวระหว่างนางฟ้ากับมนุษย์จะใกล้ชิดกันเกินไป ทำให้ตัวฉันถูกส่งมาแทนเธอ]

"เป็นงั้นไป"

มันจะเป็นการโกหกแน่หากเขาบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย แต่ว่าเขาก็ยังคิดว่านี่มันก็โชคดีแล้วเช่นกัน เขาได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะต้องกลายเป็นเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสู่เพื่อไปพบกับลิต้าแต่ว่าหากพวกเขาได้พบกันด้วยเหตุผลอื่นก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ว่าเป้าหมายของเขามันเท่ากับพังเลยหรอ

ยังไงก็ตามการแสดงออกของเอิลต้าก็ดูจะไม่ชอบในสถานการณ์นี้เลย

[แต่ว่าในตอนนี้พอฉันมาที่นี่สถานการณ์มันแตกต่างไปจากที่เธอพูด]

"คืออะไรนะ?"

['เล็กๆน้อยๆ' นี้น่ะนะ....]

ในตอนที่สำรวจดูร่างกายของยูอิลฮานที่ได้ก้าวข้ามระดับใหม่โดยที่ไม่ต้องมีมานาช่วยเธอก็ได้พึมพัมออกมาเบาๆโดยที่ยูอิลฮานไม่ได้ยิน

แม้ว่าจะคิดเรื่องหนึ่งพันปีก็ตามแต่การวิวัฒนาการของร่างกายของเขามันก็อยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่ออยู่ดี ถ้าหากว่าพลังที่แข็งแกร่งอย่างมานาถูกเพิ่มเข้าไปในร่างๆนี้ มนุษย์คนนี้จะสามารถพัฒนาไปได้ไกลขนาดไหนกันนะ? นี้เป็นสิ่งที่เธอได้สงสัยขึ้นมา

ถ้าหากว่าพวกเบื้องบนได้รู้ว่าตัวเขาได้ฝึกร่างกายมาจนถึงระดับนี้แล้วล่ะก็งั้นการที่จะส่งเอิลต้ามาจะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามทันทีที่ลิต้าได้กลับไปถึงสวรรค์ลิต้าได้ยืนยันในเรื่องนั้นอย่างสุดกำลังในแบบที่ไม่เคยได้เห็นจากเธอมาก่อนเลย และคำขอของเธอก็ยังดูสมเหตุสมผลเอาเหมือนกับผ่านการเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ว่าสถานการณ์ที่เอิลต้าได้พบมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ยังไงก็ตามถึงจะรู้ถึงเรื่องนี้แล้วมันก็ย้อนกลับคืนไปไม่ได้แล้ว เอิลต้าได้รับภารกิจมาแล้วทำให้เธอจะกลับไปไม่ได้จนกว่าเธอจะทำภารกิจจนสำเร็จ

หรือก็คือพวกเบื้องบนได้ถูกลิต้าหลอกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เมื่อคิดว่าว่าเธอที่เป็นนางฟ้าตัวตนที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้แม้แต่ตัวเอิลต้าเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย

เอิลต้าได้ถอนหายใจขึ้นมาอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้พลัง

[ยังไงก็เถอะฉันได้วางแผนไว้แล้วว่าจะช่วยคุณจนกว่าคุณจะใช้มานาได้อย่างเชี่ยวชาญ ดังนั้นช่วยรีบๆเรียนมันเร็วๆด้วย]

"แล้วเธอจะช่วยฉันยังไง?"

[มันก็ง่ายมาก ตัวตัวระดับสูงอย่างฉันแค่อยู่ใกล้ๆคุณก็จะเปิดใช้งานมานาภายในตัวคุณแล้ว รับรู้ถึงมัน ควบคุมมัน และใช้งานมัน ในเรื่องพวกนี้คุณจะสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้เร็วกว่าคนธรรมดาถึงสิบเท่าหรือไม่ก็มากไปกว่านั้น]

ในอดีตแล้วตอนที่ตัวเขายังไม่ได้มีมานาแม้แต่นิดเดียวภายในร่างมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้แม้ว่าจะอยู่ติดกับลิต้ามาถึงพันปีก็ตมแต่ว่าในตอนนี้หายนะครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้ว จากการคำนวนของเอิลต้าแค่หนึ่งปีมันก็น่าจะพอแล้ว

ยูอิลฮานก็ยังไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับมานาเลยดังนั้นเขาจึงทำได้แต่หยักหน้ายอมรับคำพูดของเธอเพียงอย่างเดียว เขาแค่จะต้องยอมรับไม่ว่าเธอจะพูดอะไร

ในเมื่อการพูดคุยจบลงแล้วเอิลต้าก็ได้บินขึ้นมาและมาอยู่บนหัวของเขา เธอกำลังจะทำอะไรนะ เขาได้พูดขึ้นมาในขณะที่สะบัดหัวไปมา แต่เอิลต้าก็ไม่ได้ขยับสักนิด

[ฉันมีเวทย์ที่ร่ายเอาไว้ป้องกันการรับรู้ตัวตนของฉันจากสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง]

"...ถ้างั้นเธอก็จะอยู่บนหัวฉันแบบนี้ไปตลอดหรอ"

[คงงั้น]

นี้มันไม่ดีแน่ สมบัตลับในฮาร์ดดิสกว่า 1.7 เทราไบต์มันอยู่ในจุดที่ไม่ดีแน่หากเธออยู่ในจุดนี้

ไม่เป็นไรแม้แต่ลิต้าก็ยังไม่ได้ตัวติดกับเขาตลอดทั้งหมด เขาได้แต่คิดว่าจะใช้โอกาสนั้นในการซุ่มโจมตี

[ฉันไม่ได้สนใจในสิ่งที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแบบคุณจะทำหรอกไม่ต้องห่วง]

"เธออ่านความคิดฉันหรอ?"

ยูอิลฮานได้เริ่มคิดอย่างจริงจังในทันทีว่าเขาควรจะส่งนางฟ้าตนนี้กลับไปดีไหม แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะพลาดโอกาสในการปรับตัวกับมานาในแค่ 1 ปีได้

ใช่แค่ แค่ปีเดียว เขาจำเป็นจะต้องอดทนแค่ปีเดียวเท่านั้น ยูอิลฮานได้หลั่งเลือดออกมาและยอมรับกับความจริงนี้

[ฉันไม่ได้สนใจจริงๆว่าคุณจะทำอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในร่มผ้าก็ตาม]

"แต่ฉันสน!"

ในวันต่อมาหลังจากที่มนุษยชาติได้กลับมาแล้ว เช้าวันใหม่ของเกาหลีได้ผสมไปด้วยทั้งความวิตกกังวลกับความเปลื่ยนแปลงของโลกและความคาดหวัเล็กน้อยต่อสังคมที่จะเปลื่ยนแปลงไป มันดูเหมือนกับมีชีวิตชีวากันมากๆ นี้เป็นสิ่งที่ยูอิลฮานได้เห็นเลยในตอนที่เขาได้ออกมาจากบ้านพร้อมกับเอิลต้าบนหัว

นอกจากนี้ก็ยังมีทหารในเครื่องแบบพร้อมปืนเดินรักษาการไปทั่วเนื่องจากการร่วมมือกันของรัฐบาลและทางการทหาร

"เหี้ยเอ้ย ฉันไปดื่มเคียงคู่กับสาวๆจนกระทั่งถึงเมื่อวาน...."

"แต่มันก็ดีกว่าการต้องปีนเขาตลอด... ฉันได้ยินว่ามอนสเตอร์ปรากฏตัวแล้วด้วยนะ"

"ถ้าฉันฆ่ามอนสเตอร์ได้อย่างน้อยฉันก็จะเลเวลอัพ ฉันอยากจะหาดาบสายฟ้าเร็วๆจังเลย"

"นี่คอโปรัล เซโอ้ เขารู้ทั้งกองร้อยแล้วว่านายไม่ได้รับสกิลเลยจนกระทั่งมันจบลงในกุนเดีย....?"

ยูอิลฮานได้สูดหายใจอย่างเสียใจกับอนาคตอันใกล้ที่เขาจะต้องไปเป็นทหารแบบคนพวกนี้และรีบไปโรงเรียน เขาได้คิดว่าเขาจะเดินไปอย่างช้าๆ แต่แล้วเขาก็ได้มาถึงโรงเรียนอย่างรวดเร็ว เมื่อเขารู้ตัวเขาก็ได้แต่ขำตัวเองที่คิดแบบนั้น

เขาได้เดินเข้าไปในภายในเขตมหาลัยซอนยันวุนทันที

มหาลัยแห่งนี้นี้ได้สร้างบนเนินเขาทำให้นักเรียนต่างก็คิดอย่างจริงจังว่าพวกเขากำลังมาปีนเขาหรือมาเรียนกันแน่

แต่แน่นอนว่าเรื่องแค่นี้เป็นแค่เรื่องที่น่าขำสำหรับยูอิลฮานในปัจจุบันแล้ว

มหาลัยได้เต็มไปด้วยคนจำนวนมาก ส่วนใหญ่พวกเขาต่างก็เป็นนักศีกษาวัยรุ่น พวกเขาส่วนใหญ่มักจะคิดกันในเชิงบวกกับสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญ และเรื่องที่พวกเขาคุยกันส่วนใหญ่ก็เป็นหัวข้อที่ยูอิลฮานไม่ได้รู้เลย

"นายทำสกิลขึ้นได้ยัง?"

"แล้วนายล่ะ? ฉันพอจะทำได้อันนึงนะ"

"ฟู่ ของฉันสอง"

ยูอิลฮานได้ถามกับเอิลต้าเบาๆ

"...การสร้างสกิลนี้มันหมายความว่ายังไงนะ?"

[มันก็หมายความว่าการสร้างสกิลการโจมตีขึ้นด้วยการรวมมานากระจิดริดและบันทึกเล็กๆน้อยๆนะ สำหรับสิ่งมีชีวิตขั้นสูงแล้วในมุมมองของฉันแม้ว่านายจะรวมสกิลทั้งหมดที่พวกนั้นโม้กันมาด้วยกันแล้ว ฉันคิดว่ามันก็ไร้ค่าจนเทียบกับสกิลปกปิดของนายไม่ได้ด้วยซ้ำ]

"สกิลปกปิดมันไม่ใช่สกิลที่ฉันอยากได้...!"

คนๆหนึ่งสามารถจะสร้างสกิลขึ้นได้งั้นหรอ? ไม่ว่ายังไงนี่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เรียนรู้มาในอินเทอร์เน็ตเมื่อวานนี้ทำให้ยูอิลฮานเอียงหูฟังและเดินไป สิ่งกระตุ้มใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือสิ่งที่เขารัก

และนี่คือผลลัพธ์

"แล้วท้ายที่สุดแล้วใครเป็น 'จักรพรรดินี' ล่ะ?"

"ไม่มีใครรู้หรอกน่า"

"แต่ว่ามันไม่ใช่ว่าเราจะได้รู้ในตอนที่มอนสเตอร์ปรากฏมาหรอ"

"ฉันก็ไม่รู้สิ บางทีเธอก็อาจจะใส่หน้ากากอีกก็ได้"

เขาได้รู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเรียกกันว่า 'จักรพรรดินี' ที่ได้แสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ในต่างโลกอยู่ภายในมหาลัยของเขาและ

"เมื่อไหร่ดันเจี้ยนจะโผล่มาล่ะ?"

"ถึงมันจะโผล่มาแล้ว นายก็ยังเข้าไปไม่ได้ซะหน่อย มันมีการจำกัดเลเวลนี่ นายเลเวลเท่าไหร่แล้ว?"

"เลเวล 7"

"ฉัน 4"

"หุหุ"

"เชอะ...."

เขาได้รู้อีกว่ามีสถานที่หนึ่งที่เรียกว่าดันเจี้ยนในต่างโลกและจำเป็นจะต้องมีเลเวลที่สูงในการที่จะเข้าไปภายในนั้น นอกไปจากนั้นแล้วก็ไม่มีข้อมูลอะไรอีกที่เขาจะรู้ได้ แต่ว่ามันก็มีรางวัลที่จะหาได้จากในดันเจี้ยนเช่นกัน

ดันเจี้ยน คำๆนี้เป็นคำที่่ทำให้หัวใจของผู้คนต้องเต้นแรง

ไม่นานนักเขาก็ได้มาถึงห้องบรรยายอย่างรวดเร็ว ภายในห้องนี้มีคนอยู่มากแล้ว เมื่อลองคิดดูว่าพวกเขาได้มาโรงเรียนหลังจากได้ไปใช้เวลาสิบปีในต่างโลก... บางทีพวกเราอาจจะยังพลาดการใช้ชีวิตปกติแบบยูอิลฮานไปหรือป่าว?

ในขณะที่เขากำลังซึมซับกับบรรยากาศแบบนี้เขาก็ได้มองไปรอบๆห้องบรรยายแต่ว่าก็ไม่มีใครที่เขารู้จักเลย นี้มันเป็นเรื่องเล็กนน้อยแต่มันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องเศร้าตลอดเวลางั้นรหอ? ยูอิลฮานได้เจอที่ว่างและเข้าไปนั่งลงไป เมื่อได้นั่งแล้วเขาก็ได้เขินคำถามลงไปในกระดาษด้วยความกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินที่เขาพูด

'ดันเจี้ยนมันคืออะไร'

และเมื่อเขายกมันขึ้นมาเล็กน้อย เอิลต้าที่อยู่บนหัวเขาก็รับรู้และพูดออกมา

[มันเป็นกับดัก]

"กับดัก?"

ในตอนที่เขาได้ยินคำตอบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยมันจึงจบลงด้วยการที่ยูอิลฮานเผลอพลั้งปากพูดออกมาเสียงดัง ยังไงก็ตามสกิลปกปิดของเขามันก็น่าถึงอย่างแม้จริงทำให้เสียงของเขาไม่ได้ส่งไปถึงคนรอบตัวเขาเลยสักนิด นี้มันน่าเศร้ามาก

[มันเป็นกับดักที่ถูกพระเจ้าติดตั้งเอาไว้ ด้วยการติดตั้งเหยื่อที่เอาไว้ล่อมอนสเตอร์ทำให้พวกมันถูกดึงดูดเข้ามาและปิดทางออกเอาไว้ มอนสเตอร์จะถูกรวบรวมเอาไว้กลายเป็นติดกับดักถูกขังเอาไว้ในดันเจี้ยน ส่วนมนุษย์จะสามารถเข้าออกไปอย่างอิสระเมื่อพวกเขามีคุณสมบัติในการจะเข้าไป พวกเขาจะสามารถล่ามอนสเตอร์ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น]

'นี้ก็ยังอยู่ในการคำนึงถึงของพระเจ้าเพื่อมนุษย์เหมือนกันสินะ... แต่มันไม่ใช่ว่าพวกมอนสเตอร์เมื่อติดกับดักแล้วเท่ากับพวกมันจบลงแล้วหรอ? เราก็แค่ปล่อยมันไว้ในนั้นเฉยๆก็ได้นี่จริงมั๊ย?'

[มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ดันเจี้ยนจะต้องถูกทำลายหากปล่อยมันทิ้งไว้ระยะหนึ่ง เพราะแบบนี้จึงต้องจัดการกับมอนสเตอร์ที่อยู่ข้างในก่อนที่มันจะออกมา ในตอนแรกมีมอนสเตอร์จำนวนมากที่ไม่ติดกับดักและก็ยังมีมอนสเตอร์ที่มากที่ทำลายดันเจี้ยนออกมาได้และก็ยังมีจำพวกที่จะซ่อนตัวอยู่ในดันเจี้ยนเพื่อล่ามนุษย์แทนอีกด้วยดังนั้นการประมาทคือสิ่งต้องห้าม]

ในขณะที่ยูอิลฮานกับเอิลต้ากำลังคุยกันอยู่นี่ อาจารย์ก็ได้มาถึงและเริ่มการสอนแล้ว ยังไงก็ตามอาจารน์ดูจะไม่ได้มีกะจิตกะใจจะสอนและนักเรียนก็ยังไม่ได้ดูจะอยากฟังการสอนเลยซักนิด ยูอิลฮานที่หวังจะฟังการเรียนการสอนแบบนี้มานานได้แต่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

"พวกคุณทุกๆคนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่จะเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว สถานการณ์คือสหประชาชาติได้เสนอการห้ามใช้มานาอย่างไม่สมควรและจัดระเบียบการเพิ่มเลเวล รวมไปถึงประเทศที่ทรงพลังทั้งอเมริกากับจีนได้ให้ความสนใจปที่สภาพแวดล้อมและมอนสเตอร์ที่เปลื่ยนไปจากเพราะมานา สิ่งที่เกาหลีจะทำนั้นก็คือธุรกิจอุตสาหกรรมจะนวนนับไม่ถ้วนจะล่มสลายและอุตสาหกรรมอื่นๆอีกนับไม่ถ้วนก็จะเพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน"

ในระหว่างช่วงการสอนห้าสิบนาทีเต็ม อาจารย์คนนี้ได้พูดออกมาอย่างพูดขึ้นในสิ่งที่ทุกๆคนก็คิดได้ แต่ต้องขอบคุณการบรรยายนี้ที่ทำให้ยูอิลฮานได้ลืมความโดดเดี่ยวหลายศตวรรษไปในทันทีและเฝ้ารออย่างจริงจังจนกระทั่งการบรรยายจบลง ไม่สิ เขายังได้ถามกับตัวเองด้วยว่าเขาจำเป็นจะต้องไปเรียนมหาลัยต่อดีหรือไม่

ชีวิตในอนาคตของเขาใบรังรองสำเร็จการศึกษาจะมีความสำคัญมากแค่ไหนกันนะ? เขาได้ส่ายหัวกับความคิดนี้ของเขา เขารู้ถึงความห่วงใจที่พ่อแม่ของเขามีต่อเขานับตั้งแต่ที่พวกท่านรู้ว่าเขาใช้มานาไม่ได้ เขาไม่สามารถจะเลิกเรียนได้

ถ้าหากเขาใช้มานาได้งั้นเขาก็จะสามารถหยุดการมาโรงเรียนที่ถูกทุกคนเมินได้! นี้มันไม่ใช่ความผิดของเขา! มันเป็นเพราะสังคมและมหาลัยมันกลายเป็นเรื่องแย่ไปแล้ว

เอิลต้าได้พูดขึ้นมาราวกับว่าเธอรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

[ประสิทธิภาพการฝึกมานามันไม่ได้เปลื่ยนไปหรอกแม้ว่าคุณจะทำอะไรในที่ไหนก็ตาม ไม่สิ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มันต่างไป]

'มันคืออะไร'

[ล่ามอนสเตอร์]

'ฉันไม่ชอบเรื่องอันตรายแบบนี้'

เขาใช้มานาไม่ได้ แต่ว่าเธอกลับจะให้เขาไปสู้กับมอนสเตอร์งั้นหรอ? ยูอิลฮษนได้ปฏิเสธความคิดที่ไร้สาระนี้ในทันที แต่เอิลต้าก็พูดขึ้นมาเหมือนกับเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะแสดงปฏิกิริยาแบบนี้

[ในตอนนี้มอนสเตอร์และดันเจี้ยนที่ปรากฏขึ้นมาก็จะอยู่ในระดับเลเวลที่ต่ำเหมือนกับมนุษย์ในตอนนี้ นี่มันเป็นเพราะพวกมอนสเตอร์ก็พึ่งจะได้สัมผัสกับมานาไม่นานนัก มันอาจจะมีพวกที่อยู่ในระดับสูงเหมือนกันแต่ว่านั่นมันก็อยู่ในกรณีที่พิเศษเท่านั้นและก็มันเป็นไปได้ที่จะรับรู้ได้ก่อนและหลบหลีกมันในก่อนหน้านั้น]

'อืมม นั่นก็จริงนะ แต่ว่า...'

[ในตอนนี้มอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับที่อ่อนแอ เรื่องนี้มันจะเป็นประโยชน์หากจะปรับตัวเข้ากับมานาด้วยการประสบด้วยตัวเอง]

ยูอิลฮานเกลียดเรื่องอันตราย การที่เขาฝึกตัวเองเป็นเวลาหลายปีมาก็เพื่อที่ในท้ายที่สุดแล้วเขาจะได้ไม่ตายหลังจากที่เกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้น แต่ยังไงก็ตามบางทีนี่มันก็อาจจะเป็นผลข้างเคียงของการที่เวลาหลาปีที่ผ่านไปทำให้เขาจะยอมขยับร่างกายอย่างไม่ลังเลก็ต่อเมื่อมันไม่มีอันตรายเท่านั้น เขาจะมีความกล้าหาญขยับตัวอย่างไม่ลังเลเฉพาะเมื่อที่เขามั่นใจว่ามันไม่มีอันตราย

ตัวอย่างก็อย่างเช่นการที่เขาข้ามโลกไปเพื่อพิชิตห้องสมุดทั้งหมดและเรียกที่จะนั่งเรือไปตามแบบฉากตามหนังที่ดูมา

ในตอนนั้นเขาคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ว่าหากพูดตรงๆแล้วมันดูใกล้เคียงกับเรื่องสนุกๆมากกว่าการฝึก เขาได้ทำไปตามจิตสำนักเพื่อที่ไม่ให้จิตใจพังไปจากการไหลของเวลานับไม่ถ้วน

'...เยี่ยม ถ้างั้นฉันจะไป'

นี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน เขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องอันตรายและเขายังมั่นใจว่าการทำแบบนี้มันก็จะเป็นการช่วยในการเอาตัวรอดของเขาในอนาคตอีกด้วย เขาได้แสดงเจตจำนงที่จะ 'ทำมัน' โดยที่ไม่ลังเลแล้ว เอิลต้าได้พูดออกมาเหมือนกับรอให้มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว

[คุณยังเข้าไปในดันเจี้ยนไม่ได้เพราะการจำกัดของเลเวล ดังนั้นคุณก็จะต้องไปล่ามอนสเตอร์ด้านนอกเอา คิดจากเลเวลของคุณในตอนนี้แล้วตอนนี้คุณคงจะไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 25 ได้ล่ะมั้ง]

'...ฉันยังเลเวล 1 อยู่เลยนะเธอรู้ปะ? ฉันยังใช้ไม่ได้แม้แต่มานาเลยนะรู้ปะ?'

[กลับกันเลยคุณนั้นมีร่างกายที่เต็มไปด้วยพลัง แถมที่ฉันพูดไปก็คือพูดไปโดยที่ไม่คำนึงถึงอุปกรณ์ป้องกันที่แข็งแรงเลย ถ้าหากคุณมีอุปกรณ์ในการป้องกันตัวถ้างั้นคุณก็น่าจะสามารถล่าได้แม้แต่มอนเตอร์ระดับสูง]

แต่ไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วปัญหาก็คือหามอนสเตอร์แบบนั้น

[ฟุฟุ ฉันเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ซึ่งอยู่ห่างไกลจากระดับของคุณเอามากๆ.... เพื่อที่จะช่วยให้คุณเติบโตขึ้น ฉันจะช่วยคุณหามอนสเตอร์เอง]

"ยังไง?"

[ถ้าหากว่ามีมอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ ฉันก็ตรวจเจอได้]

"....."

ในท้ายที่สุดแล้วเส้นทางที่ยูอิลฮานเลือกใช้ก็ยังคงเป็นอินเทอร์เน็ตเช่นเดิม พูดตามตรงเขาก็ไม่ได้หวังอะไรมากนัก เขาได้วางแผนที่จะออกไปพร้อมกับเอิลต้าในทันทีที่การสอนจบลง

ยังไงก็ตาม

[เหี้ยแล้ว คนที่อยู่ภายในนึกจะไม่มีสิทธิได้ก้าวเท้าออกจากบ้านนับแต่นี้]

[ใครมันจะออกไปล่ะ? ข้างนอกตอนนี้มันก็นรกดีๆนี่เอง]

[ข้างในตึกก็นรกเหมือนกันแหละ นายไม่เห็นว่าตึกพังลงมางั้นหรอ?]

[นี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็นทหารยิงปืนออกมา เหี้ยเอ้ยทหารแม่งโครตเท่]

[ใช่เลย อีกไม่นานฉันก็จะได้ยิงปืนแบบนั้นด้วย ^^]

[ก่อนที่จะฝึกมานาเพื่อเพิ่มเลเวลไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำตามข้อกฏหมายอย่างถูกต้องก่อนหรอ?]

บทความภายในเว็บไซค์คอมมูนิตี้นี้ดูค่อนข้างจะรุนแรงเกินจริงไปเล็กน้อย ยูอิลฮานได้ค่อยๆคลิกดูบทความไปเรื่อยๆและไม่นานนักก็มีภายๆหนึ่งถูกเปิดขึ้นมาบนจอ

หมาที่มีขนาดเทียบเท่ากับวัวได้กำลังโจมตีมนุษย์อย่างรุนแรงด้วยใบหน้าที่น่ากลัว

ควาามน่ากลัวนี้มันมากเกินไปที่จะยอมรับในความเป็นจริงนี้ แต่ว่าหมาตัวนี้มันก็ดูเหมือนจริงเกินกว่าที่จะเป็นภาพ CG

ยูอิลฮานได้เงยหน้าของเขาขึ้น ในตอนนี้การสอนได้ถูกหยุดลง ทุกๆคนรวมไปถึงอาจารย์และนักเรียนได้ไปอยู่ติดขอบหน้าต่างและมองไปข้างนอก

เขาได้ลุกขึ้นช้าๆและเดินไปทางหน้าต่าง ในตอนนี้ไม่ได้มีใครมาสนใจเขาเลย เขาได้มองไปลงที่ตรงกลางสวนผ่านทางหน้าต่าง

พวกมันอยู่ตรงนั้น

มอนสเตอร์ - แมลงที่มีขนาดเท่ากับคน

จบบทที่ บทที่ 6 - คุณไม่เห็นฉันหรอ? (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว