- หน้าแรก
- โต้วหลัว ทันทีที่ข้าปลุกวิญญาณยุทธ์ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ผูกติดกับเครื่องจำลอง
- บทที่ 12 เย่ลั่วบรรลุเทพ? นั่วติงถิ่นกำเนิดยอดคน
บทที่ 12 เย่ลั่วบรรลุเทพ? นั่วติงถิ่นกำเนิดยอดคน
บทที่ 12 เย่ลั่วบรรลุเทพ? นั่วติงถิ่นกำเนิดยอดคน
[หลังจากตำแหน่งเทพแตกสลาย ท่านพร้อมด้วยหูเลี่ยนา เสี่ยเยว่ และเหยียน ได้นำวิญญาณจารย์ส่วนหนึ่งที่ยังยินดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสำนักวิญญาณยุทธ์ หลบหนีออกจากเมืองวิญญาณยุทธ์ ออกตามหาสถานที่สันโดษห่างไกลผู้คน แล้วเก็บตัวใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบ]
[ในช่วงเวลานั้น ท่านยังไม่ละทิ้งความตั้งใจที่จะรอให้ถังซานจุติสู่แดนเทพเสียก่อน แล้วค่อยฟื้นฟูสำนักวิญญาณยุทธ์ขึ้นใหม่ในดินแดนโต้วหลัว]
[เพราะอย่างไรเสีย นี่คือรากฐานที่บรรพชนตระกูลเชียนของท่านสร้างสมมานับไม่ถ้วนรุ่น!]
[ท่านไม่ยินยอมให้สำนักวิญญาณยุทธ์ต้องมาพังพินาศในยุคของท่าน]
[หลังจากการรอคอยนับร้อยปี ในที่สุดท่านก็รอจนถึงวันที่ถังซาน และเจ็ดประหลาดแห่งสื่อไหลเค่อคนอื่นๆ ที่บรรลุเทพ จุติสู่แดนเทพไปพร้อมกัน]
[ทว่าแม้ในยามนี้ หูเลี่ยนา เสี่ยเยว่ และเหยียน จะบำเพ็ญเพียรจนบรรลุระดับราชทินนามพรหมยุทธ์แล้วก็ตาม]
[แต่ความต้องการฟื้นฟูสำนักวิญญาณยุทธ์ของท่าน กลับถูกขัดขวางอย่างสุดกำลังจากสำนักถังที่ถังซานก่อตั้ง รวมถึงสำนักเฮ่าเทียน สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ จักรวรรดิซิงหลัว และจักรวรรดิเทียนโต้ว]
[โดยเฉพาะสำนักเฮ่าเทียน ถึงกับประกาศลั่นวาจาว่า]
[หากพวกเจ้าบังอาจฟื้นฟูสำนักวิญญาณยุทธ์ พวกเขาจะสังหารกวาดล้างเศษเดนของสำนักวิญญาณยุทธ์อย่างพวกเจ้าให้สิ้นซาก]
[ให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งว่า ทีใครทีมันเป็นอย่างไร!]
[ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เพื่อไม่ให้เหล่าวิญญาณจารย์ที่เชื่อมั่นในตัวท่านต้องมาจบชีวิตลง ท่านจำต้องละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะฟื้นฟูสำนักวิญญาณยุทธ์ด้วยความขมขื่น และเตรียมใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้หมดไป]
[แต่แล้วไม่กี่ปีต่อมา ผ่านทางตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ที่แตกสลาย จู่ๆ ท่านก็สัมผัสได้ว่ามีเทพเจ้าองค์ใหม่ถือกำเนิดขึ้น]
[หลังจากใช้เวลาหลายปี ท่านก็ตามหาเทพเจ้าองค์ใหม่นี้จนพบ และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า เขาผู้นั้นก็คือเย่ลั่วที่หายตัวไปหลังจบการประลองวิญญาณจารย์ระดับทวีปเมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง!]
[การจำลองสิ้นสุดลง!]
"เย่ลั่วบรรลุเทพ?"
เมื่อค้นพบว่าในตอนท้ายของการจำลอง เย่ลั่วได้กลายเป็นเทพ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ
เย่ลั่วผู้นี้ มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดเพียงระดับสาม แถมวิญญาณยุทธ์ยังเป็นแค่หญ้าเงินคราม
แม้จะไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร ถึงสามารถนำทีมโรงเรียนพฤกษากวาดล้างรอบจัดอันดับและรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์มาครองได้ในการประลองฯ
แต่วิญญาณจารย์หญ้าเงินครามที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับสาม กลับกลายเป็นเทพได้ เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกเพียงว่ามันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ทว่าเมื่อพบว่าเย่ลั่วมีศักยภาพที่จะเป็นเทพในอนาคต หัวใจของเชียนเริ่นเสวี่ยก็พลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ในเมื่ออนาคต แม้จะมีนางที่เป็นเทพทูตสวรรค์ และปี๋ปี่ตงที่บรรลุเป็นเทพรากษส
แต่สำนักวิญญาณยุทธ์ก็ยังไม่ใช่คู่มือของถังซาน เช่นนั้นก็เพิ่มเย่ลั่วคนนี้เข้าไปอีกคน! สามเทพเจ้าร่วมมือกัน นางไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าถังซานนั่นจะยังชนะได้!
......
เดิมทีเชียนเริ่นเสวี่ยคิดเพียงว่าเย่ลั่วเป็นแค่อัจฉริยะที่โดดเด่น มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา และมีความแข็งแกร่ง
แต่ด้วยพลังวิญญาณแต่กำเนิดเพียงระดับสาม และวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินคราม ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเย่ลั่วมากนักในตอนแรก
แต่บัดนี้ เมื่อได้ล่วงรู้ว่าเย่ลั่วมีศักยภาพถึงขั้นบรรลุเป็นเทพได้ เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นความตายของสำนักวิญญาณยุทธ์ในอนาคต
ความสำคัญของเย่ลั่วในใจของเชียนเริ่นเสวี่ย จึงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในทันที
และเมื่อตระหนักว่าเย่ลั่วมีความสำคัญเพียงใด เชียนเริ่นเสวี่ยจึงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษในการที่จะเข้าหาเย่ลั่วในครั้งต่อไป
เพราะจากการจำลองหลายครั้ง เย่ลั่วผู้นี้มักจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่พูดคุยกันไม่ถูกคอ นางจำเป็นต้องรอบคอบให้มาก
มิเช่นนั้น หากพลาดโอกาสนี้ไป การจะดึงตัวเย่ลั่วมาเป็นพวก คงยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าเดิม!
เพื่อที่จะดึงตัวเย่ลั่วให้สำเร็จ เชียนเริ่นเสวี่ยเตรียมเช่าเรือนพักในเมืองนั่วติง เพื่อปักหลักทำสงครามยืดเยื้อ
แม้ในฐานะรัชทายาทแห่งจักรวรรดิเทียนโต้ว นางจะไม่สามารถละทิ้งนครหลวงเทียนโต้วไปนานเกินควร แต่ระยะเวลาสักหนึ่งเดือน ก็ยังพอเป็นไปได้
หลังจากจบการจำลองในครั้งนี้ ด้วยความที่รับรู้จากเครื่องจำลองว่า ท่านปู่ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้ตนได้เป็นเทพ อีกทั้งปู่จระเข้ทองคำ ปู่ชิงหลวน (เทวะปักษามรกต) และปู่ราชสีห์ ต่างก็ดูเหมือนจะจบชีวิตลงทั้งหมด
นางต้องสูญเสียญาติมิตรไปสิ้น สำนักวิญญาณยุทธ์ก็ล่มสลาย เหลือเพียงนางที่ตำแหน่งเทพแตกสลาย พร้อมด้วยเสี่ยเยว่ หูเลี่ยนา และเหยียน ที่นำพาวิญญาณจารย์ผู้ภักดีส่วนหนึ่งระหกระเหินออกจากเมืองวิญญาณยุทธ์
อนาคตที่มืดมนและน่าเวทนานี้ ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกจุกแน่นในอก อึดอัดทรมานจนแทบทนไม่ไหว จึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์
ถือโอกาสเดินชมเมืองชายแดนเล็กๆ ที่ชื่อนั่วติงแห่งนี้ไปด้วย ดูสิว่าที่นี่มีดีอะไร ถึงได้ให้กำเนิดอัจฉริยะประหลาดอย่างเย่ลั่ว ที่มีพรสวรรค์ดาษดื่นแต่กลับก้าวขึ้นเป็นเทพเจ้าได้!
ทว่าในขณะที่เชียนเริ่นเสวี่ยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง พร้อมด้วยองครักษ์ที่แต่งกายเยี่ยงสามัญชน
เดินทอดน่องไปตามท้องถนนในเมืองนั่วติง ฟังเสียงร้องขายของเจี๊ยวจ๊าวสองข้างทางอยู่นั้น ทันใดนั้น เสียงถ่ายทอดทางลมปราณที่เต็มไปด้วยความร้อนรนก็ดังขึ้นข้างหูของนาง
"นายน้อย หยุดก่อน!"
"ข้างหน้ามีราชทินนามพรหมยุทธ์อยู่!"
"อะไรนะ!" เมื่อได้ยินดังนั้น รูม่านตาของเชียนเริ่นเสวี่ยหดเกร็ง
นางหยุดฝีเท้าลงทันควัน หัวใจบีบรัดแน่น เมืองชายแดนเล็กๆ แบบนี้ จะมีราชทินนามพรหมยุทธ์โผล่มาได้อย่างไร?
หรือว่า... ฐานะของข้าถูกเปิดโปงแล้ว?
แต่มองไปเบื้องหน้า กลับไม่เห็นใครที่มีลักษณะคล้ายราชทินนามพรหมยุทธ์เลยสักคน นอกจากผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา
ที่สะดุดตาที่สุด ก็เห็นจะมีเพียงชายขี้เมาคนหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่กำยำ สวมเสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังนก
บนหน้าผากคาดผ้าแถบสีเหลืองสกปรกๆ ใบหน้าซีดเหลือง แววตาดูท้อแท้สิ้นหวัง กำลังแบกตะกร้าใส่เหล็กดิบใบใหญ่ เดินไปพลางกระดกเหล้าเข้าปากไปพลาง
เนื่องจากได้รับคำเตือนจากพรหมยุทธ์หอกอสรพิษที่ซุ่มอารักขาอยู่ เชียนเริ่นเสวี่ยจึงไม่กล้าประมาท นางแสร้งทำทีเป็นสนใจร้านหนังสือข้างทาง แล้วพาองครักษ์เดินเข้าไปหลบข้างใน
ผ่านไปสักพัก เสียงผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกของพรหมยุทธ์หอกอสรพิษจึงดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
"นายน้อย ราชทินนามพรหมยุทธ์ผู้นั้นจากไปแล้ว"
นึกไม่ถึงเลยว่าแค่มาเดินเล่นในเมืองนั่วติง จะได้เจอกับราชทินนามพรหมยุทธ์ลึกลับ เรื่องนี้ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยหมดอารมณ์จะเดินเที่ยวต่อ จึงรีบพาองครักษ์กลับโรงแรมทันที
เมื่อกลับถึงห้องพักในโรงแรม พรหมยุทธ์หอกอสรพิษและพรหมยุทธ์ปลาปักเป้า ต่างก็รออยู่ในห้องแล้ว
"ท่านอาเสอ ราชทินนามพรหมยุทธ์ลึกลับเมื่อครู่คือใครกัน?"
"ท่านดูออกหรือไม่?" เชียนเริ่นเสวี่ยขมวดคิ้วแน่น จ้องมองพรหมยุทธ์หอกอสรพิษพร้อมเอ่ยถาม
เมื่อถูกถาม สีหน้าของพรหมยุทธ์หอกอสรพิษและพรหมยุทธ์ปลาปักเป้าต่างเคร่งเครียดขึ้นมา
พรหมยุทธ์หอกอสรพิษสูดหายใจเข้าลึก ประสานมือคารวะแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"นายน้อย ราชทินนามพรหมยุทธ์ผู้นั้น ท่านเองก็เห็นแล้ว ก็คือเจ้าขี้เมาที่แบกตะกร้าเหล็กดิบเดินกินเหล้าคนนั้นนั่นแหละ"
"ดูจากรูปร่างหน้าตา และเหล็กดิบในตะกร้าด้านหลัง หากข้าเดาไม่ผิด เขาคนนั้นน่าจะเป็นพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนที่หายสาบสูญไปนานหลายปี... ถังเฮ่า!"
"พรหมยุทธ์เฮ่าเทียน ถังเฮ่า?" สีหน้าของเชียนเริ่นเสวี่ยเปลี่ยนไปทันที
คาดไม่ถึงเลยว่า พรหมยุทธ์เฮ่าเทียน ถังเฮ่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าสังหารบิดาของนาง จะอยู่ที่เมืองนั่วติงแห่งนี้!
ถ้าหากถังเฮ่าอาศัยอยู่ในเมืองนั่วติง หรือหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั่วติง เช่นนั้นถังซานก็น่าจะอยู่กับเขาด้วย ถังซาน... เย่ลั่ว...
เมื่อพบว่าทั้งถังซานและเย่ลั่ว สองอัจฉริยะที่มีศักยภาพระดับเทพ ต่างก็รวมตัวกันอยู่ที่เมืองนั่วติง
เชียนเริ่นเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะรำพึงในใจ เมืองนั่วติงแห่งนี้ ช่างเป็นดินแดนแห่งยอดคน (เหรินเจี๋ยตี้หลิง) โดยแท้!