- หน้าแรก
- โต้วหลัว ทันทีที่ข้าปลุกวิญญาณยุทธ์ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ผูกติดกับเครื่องจำลอง
- บทที่ 11 สำนักวิญญาณยุทธ์ล่มสลายเพราะข้า?!
บทที่ 11 สำนักวิญญาณยุทธ์ล่มสลายเพราะข้า?!
บทที่ 11 สำนักวิญญาณยุทธ์ล่มสลายเพราะข้า?!
[เมื่อพบว่าหูเลี่ยนา เสี่ยเยว่ และเหยียน พร้อมด้วยมหาปราชญ์วิญญาณนับสิบคน ยังมิอาจจัดการกับถังซานและเสี่ยวอู่ได้ ในที่สุดท่านก็ลงมือ]
[ครั้งนี้ ท่านตั้งใจจะใช้พลังที่เหนือกว่าอย่างสัมบูรณ์ ล้างอายจากอนาคตในรูปแบบอื่น ที่ท่านเป็นถึงมหาปราชญ์วิญญาณแต่กลับพ่ายแพ้ให้แก่ถังซานระดับจักรพรรดิวิญญาณ!]
เมื่อเห็นว่าในเครื่องจำลอง ตนเองได้ลงมือเสียที เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกตื่นเต้นในใจยิ่งนัก
‘ปี๋ปี่ตงเอ๋ยปี๋ปี่ตง! ท่านไม่ชอบขี้หน้าข้า คงคิดว่าหูเลี่ยนาคือลูกสาวในดวงใจของท่านจริงๆ สินะ แต่ดูเหมือนหูเลี่ยนาคนนี้ จะทำให้ท่านผิดหวังเสียแล้ว สุดท้ายก็ต้องถึงมือข้าจนได้’
[หลังจากเรียกวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกเข้าสถิตร่าง ท่านก็กัง 'เขตแดนทูตสวรรค์' ออกทันที ใช้ทักษะวิญญาณควบแน่นดาบศักดิ์สิทธิ์ แล้วกระพือปีกพุ่งเข้าสังหารถังซาน]
[เมื่อเผชิญกับการโจมตีของท่าน ถังซานไม่ใช่คู่ต่อสู้โดยสิ้นเชิง 'เขตแดนเทพสังหาร' ของเขาถูกเขตแดนทูตสวรรค์ของท่านสะกดข่มเอาไว้ หญ้าเงินครามที่ดูประหนึ่งผลึกแก้วสีครามเหล่านั้น ก็ถูกดาบศักดิ์สิทธิ์ของท่านเผาเป็นเถ้าถ่านในพริบตา]
[ทว่าเดิมทีขอเพียงท่านทุ่มสุดกำลัง ก็สามารถสังหารถังซานผู้นี้ได้โดยง่าย]
[แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าของ 'ถังอิ๋น' บนตัวถังซาน และหวนนึกถึงพรสวรรค์อันโดดเด่น รวมถึงความรักลึกซึ้งที่เขามีต่อกระต่ายอรชรแสนปีจำแลงกายตัวนี้อย่างไม่ทอดทิ้งกัน ท่านก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาบ้างเช่นกัน]
"อะไรนะ!" เมื่อเห็นว่าตัวเองก็ใจอ่อนเหมือนกัน เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าจนตัวชา
ไม่ใช่สิ! ยัยหูเลี่ยนานั่นน่าจะชอบเจ้าถังซานก็เลยจงใจออมมือ
ข้าแค่ชื่นชมในตัวหมอนี่ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?
เชียนเริ่นเสวี่ยเดิมคิดว่า ขอเพียงตัวนางในอนาคตลงมือ ก็จะฆ่าถังซานได้สบายๆ
เพื่อให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับรู้ว่า เมื่อเทียบกับนางแล้ว ศิษย์เอกที่นางภาคภูมิใจนักหนา มันก็ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด! แต่นึกไม่ถึงเลยว่า นางจะกลายเป็นเหมือนกับหูเลี่ยนาไปเสียได้
[เพราะความใจอ่อนของท่าน]
[เสี่ยวอู่ กระต่ายอรชรแสนปีตัวนั้น เมื่อพบว่าตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง ในที่สุดก็นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ที่จะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงถังซานอีกต่อไป]
[ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานเจิดจ้าสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากร่างของกระต่ายอรชรแสนปี กลายเป็นม่านแสงสีแดงขยายวงกว้างออกไป ผลักดันทุกคนโดยรอบรวมถึงตัวท่านกระเด็นออกไปจนหมด]
[ท่านรู้ดีว่า นี่คือการที่กระต่ายอรชรแสนปีตัวนั้น เลือกที่จะทำพิธี 'สังเวย' ]
[เมื่อพบว่ากระต่ายอรชรแสนปีเลือกที่จะสังเวยตัวเอง]
[ปี๋ปี่ตงที่รั้งท้ายและยังไม่ได้ลงมือ ในที่สุดก็ทนนิ่งเฉยไม่ไหว นางเหาะทะยานขึ้นสู่อากาศ เรียกวิญญาณยุทธ์ 'จักรพรรดิแมงมุมกลืนวิญญาณ' เข้าสถิตร่าง และระดมใช้ทักษะวิญญาณโจมตีใส่ม่านแสงสีแดงนั้นด้วยความโกรธเกรี้ยว หมายจะทำลายมัน]
[แต่น่าเสียดาย ม่านแสงป้องกันที่เกิดจากการสังเวยนี้ ไม่มีทางถูกทำลายได้]
[และในขณะนั้นเอง เสียงตวาดอันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มก็ดังมาจากที่ห่างไกล เห็นเพียงลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว ที่แท้คือชายวัยกลางคนผู้ดูองอาจห้าวหาญถือค้อนเฮ่าเทียนอยู่ในมือ]
[ทันทีที่ชายวัยกลางคนผู้ห้าวหาญปรากฏตัว ก็ตวาดเสียงดังกึกก้อง "ผู้ใดบังอาจทำร้ายเหลนข้า!"]
[แม้รูปลักษณ์และการแต่งกายจะเปลี่ยนไปมาก แต่ท่านก็ดูออกได้ในแวบเดียวว่า ชายวัยกลางคนผู้ห้าวหาญคนนี้ คือ 'ถังเฉิน' วิญญาณจารย์ปีศาจที่เคยบุกวังหลวงหมายจะสังหารท่านนั่นเอง!]
[เมื่อถังเฉินผู้นี้ลงมือ ก็ใช้วิชา 'กายแท้ค้อนเฮ่าเทียน' ทันที ซัดจนปี๋ปี่ตงต้องถอยร่นไม่เป็นท่า]
[ในขณะเดียวกัน เมื่อพบว่าเสี่ยวอู่กระต่ายอรชรแสนปีได้ทำการสังเวย มหาวานรยักษ์และวัวอสรพิษมรกตแสนปีต่างก็คลุ้มคลั่ง สลัดหลุดจาก 'เขตแดนสองขั้วหยุดนิ่ง' ของพรหมยุทธ์เบญจมาศและพรหมยุทธ์มารอสูร แล้วพุ่งเข้ามา]
[เมื่อจนหนทาง พวกท่านจึงทำได้เพียงเลือกที่จะถอยหนี]
วิญญาณจารย์ปีศาจที่ชื่อถังเฉินผู้นี้ เป็นถึงทวดของถังซานเช่นนั้นหรือ?
เมื่อเห็นข้อมูลในเครื่องจำลองที่ระบุว่าถังเฉินเรียกถังซานว่าเหลน เชียนเริ่นเสวี่ยก็ตกใจเป็นอย่างมาก
เวลานี้เองที่นางนึกขึ้นได้ นางเคยได้ยินปู่จระเข้ทองคำพูดถึง ดูเหมือนว่าในอดีตสำนักเฮ่าเทียนก็มียอดฝีมือระดับพรหมยุทธ์สุดขีดจำกัดที่แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าท่านปู่ดำรงอยู่เช่นกัน
ราชทินนามของเขาก็คือเฮ่าเทียน และมีนามว่าถังเฉิน!
หรือว่าวิญญาณจารย์ปีศาจถังเฉินผู้นี้ ก็คือพรหมยุทธ์เฮ่าเทียนรุ่นก่อนคนนั้น... ถังเฉิน?
[หลังจากปฏิบัติการล่าสัตว์วิญญาณแสนปีสามตัวในครั้งนี้ล้มเหลว]
[ท่านปู่ได้พาท่านไปยังถิ่นอาศัยของสัตว์วิญญาณระดับกลางอีกแห่ง ช่วยท่านล่า 'พยัคฆ์ขาวแสงธรรม' (กวงหมิงไป๋หู่) ระดับเก้าหมื่นปี ทำให้ท่านทะลวงสู่ระดับ 'วิญญาณพรหมยุทธ์' ]
[จากนั้น ท่านก็เก็บตัวอยู่ในแดนลับทูตสวรรค์ เพื่อทำบททดสอบทูตสวรรค์ทั้งเก้ามาโดยตลอด]
[พริบตาเดียว เวลาสามปีก็ผ่านไป]
[ท่านผ่านบททดสอบทูตสวรรค์ทั้งเก้าได้สำเร็จ สืบทอดตำแหน่งเทพทูตสวรรค์จากบรรพชน กลายเป็นเทพทูตสวรรค์องค์ใหม่]
[ทว่าสิ่งที่ต้องแลกมา คือท่านปู่เลือกที่จะทำการ 'สังเวย' เพื่อช่วยเปิดทางให้ท่านสืบทอดตำแหน่งเทพ]
[ท่านได้สูญเสียญาติสนิทที่รักและห่วงใยท่านที่สุดในโลกใบนี้ไปเสียแล้ว]
[หากท่านรู้ก่อนว่าการสืบทอดตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ จำต้องแลกด้วยชีวิตของท่านปู่]
[ท่านย่อมยอมที่จะไม่สืบทอดตำแหน่งเทพนี้เป็นแน่]
[แต่น่าเสียดาย ที่เวลาย้อนคืนไม่ได้]
"!" นึกไม่ถึงเลยว่าการที่ข้าจะสืบทอดตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ จำต้องให้ท่านปู่สังเวยชีวิต
เชียนเริ่นเสวี่ยร่างสั่นสะท้าน ขอบตาทั้งสองแดงก่ำขึ้นมาทันที
"ไม่! ท่านปู่!"
"ทำไมการสืบทอดตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ ถึงต้องให้ท่านปู่สังเวยด้วย!"
"หากต้องแลกด้วยสิ่งนี้ ข้ายอมไม่รับตำแหน่งเทพทูตสวรรค์เสียดีกว่า!"
เชียนเริ่นเสวี่ยกำหมัดแน่น ขบฟันขาวลงบนริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ภายในใจอัดแน่นไปด้วยโทสะและความไม่ยินยอมพร้อมใจ
[หลังจากกลายเป็นเทพทูตสวรรค์ ท่านได้นำกองทัพแห่งจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์ที่ปี๋ปี่ตงสถาปนาขึ้น เตรียมการรวบรวมทวีปให้เป็นหนึ่ง]
[ด้วยการที่มีท่านซึ่งเป็นเทพทูตสวรรค์คอยบัญชาการ บวกกับกองทัพวิญญาณจารย์อันเกรียงไกรของสำนักวิญญาณยุทธ์ สถานการณ์เดิมทีดูสดใสยิ่งนัก]
[แม้แต่ถังเฉินผู้นั้น ก็ไม่ใช่คู่มือของท่านโดยสิ้นเชิง ถูกท่านสังหารลงได้อย่างง่ายดาย]
[เวลานั้น ถังซานก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง บนร่างของเขาดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของเทพเจ้า แต่เขายังไม่บรรลุความเป็นเทพ จึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน ถูกท่านไล่ล่าสังหารจนหนีขึ้นฟ้าก็ไม่ได้ มุดลงดินก็ไม่พ้น]
[ทว่าสุดท้าย ท่านก็ใจอ่อนอีกครั้ง ปล่อยให้เขาหนีรอดไปได้]
[ไม่กี่เดือนต่อมา ถังซานปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง สวมชุดเทพสีทองคราม ถือตรีศูลสีน้ำเงินสมุทรลวดลายทอง แผ่นหลังสยายปีกสีทองครามสี่คู่ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายที่ไม่ด้อยไปกว่าท่านเลยแม้แต่น้อย]
[และเมื่อเผชิญหน้ากับถังซานที่บรรลุเป็น 'เทพสมุทร' ท่านกลับเริ่มต้านทานเขาไม่ไหว]
"เชียนเริ่นเสวี่ย นังโง่!" นึกไม่ถึงเลยว่าตัวข้าในอนาคต จะใจอ่อนให้กับถังซานอีกแล้ว
ปล่อยให้เขาหนีไปจนเขากลายเป็นเทพสมุทร
เชียนเริ่นเสวี่ยแทบจะบ้าคลั่ง
ตัวข้าในอนาคตเป็นบ้าอะไรไป? ทำไมถึงได้ใจอ่อนซ้ำซากนัก!
หรือว่าตัวข้าในอนาคตจะหลงรักเจ้าถังซานนั่นเข้าให้แล้ว? เมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองยังดูแคลนหูเลี่ยนาอยู่หยกๆ เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่
[เคราะห์ยังดี ที่สุดท้ายปี๋ปี่ตงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นางได้บรรลุเป็น 'เทพรากษส' แล้ว]
[ท่านทั้งสองร่วมมือกัน ต่อกรกับถังซาน]
[ในการต่อสู้ ปี๋ปี่ตงฉวยโอกาสสังหารถังซานได้สำเร็จ]
[เดิมทีนึกว่าหลังถังซานตาย สำนักวิญญาณยุทธ์และจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์จะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด]
[แต่ใครจะรู้ ถังซานกลับคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง หนำซ้ำยังสืบทอดตำแหน่งเทพอีกตำแหน่งหนึ่ง นามว่า 'เทพซิวหลัว' ]
[เมื่อต้องเผชิญหน้ากับถังซานที่สืบทอดทั้งตำแหน่งเทพซิวหลัวและเทพสมุทรพร้อมกัน ท่านและปี๋ปี่ตงต่างก็ไม่ใช่คู่มือของเขา ท้ายที่สุดปี๋ปี่ตงรับการโจมตีสังหารแทนท่าน จนต้องสิ้นใจในอ้อมกอดของท่าน]
[ก่อนสิ้นใจ นางได้บอกเล่าสาเหตุที่นางเกลียดชังท่านมาตลอด และเหตุผลที่เรียกท่านว่าตัวน่ารังเกียจ]
[และเมื่อได้เห็นความตายของปี๋ปี่ตง ท่านตกอยู่ในความโศกเศร้าและโทสะถึงขีดสุด ตัดสินใจเผาผลาญตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ หมายจะตกตายไปพร้อมกับถังซาน แต่น่าเสียดายที่ล้มเหลว]
[เมื่อตำแหน่งเทพแตกสลาย ท่านสูญเสียความสามารถในการแก้แค้น ท้ายที่สุดถังซานไม่ได้ฆ่าท่าน]
[ทว่าการที่ต้องเห็นมารดาตายต่อหน้าต่อตา เมืองวิญญาณยุทธ์ถูกถังซานทำลาย และสำนักวิญญาณยุทธ์จำต้องล่มสลาย หัวใจของท่านกลับรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น]
"สำนักวิญญาณยุทธ์…ล่มสลาย?!"
เมื่อเห็นภาพอนาคตในเครื่องจำลองว่า สุดท้ายสำนักวิญญาณยุทธ์ถูกถังซานทำลายจนพินาศ
เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกราวกับตกลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ นางคาดไม่ถึงเลยว่า ทั้งนางและปี๋ปี่ตงต่างก็ได้เป็นเทพเจ้า แต่กลับยังไม่อาจนำพาสำนักวิญญาณยุทธ์รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้
และเมื่อเผชิญหน้ากับถังซาน เดิมทีมีโอกาสฆ่าเขาได้ตั้งหลายครั้ง แต่ตัวนางกลับไม่คว้าโอกาสนั้นไว้
ภายหลังกลับฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย จนเขาได้ครอบครองตำแหน่งเทพถึงสององค์ สุดท้าย ปี๋ปี่ตงต้องมาตายเพราะรับท่าสังหารแทน
และต่อให้เผาผลาญตำแหน่งเทพ ก็ยังไม่อาจแลกชีวิตกับถังซานได้ เมื่อพบว่าในตอนจบ ผู้หญิงคนนั้นยอมตายเพื่อปกป้องนางจากการโจมตีถึงตาย เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกสับสนปนเปอย่างบอกไม่ถูก
และเมื่อนึกย้อนไป ทั้งที่มีโอกาสฆ่าถังซานได้ตั้งหลายครา แต่เป็นเพราะความใจอ่อนของนางเองที่ปล่อยเขาไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นนี้
เชียนเริ่นเสวี่ยยิ้มเยาะตนเอง หากอนาคตที่เครื่องจำลองแสดงออกมาเป็นความจริง
เช่นนั้นแล้ว สำนักวิญญาณยุทธ์... แท้จริงแล้วก็พังพินาศเพราะน้ำมือของข้าเอง!